ณ ลานที่พักของอู๋ฉง ในเวลานี้เฟยเฟยกำลังนั่งอยู่บนพื้นโดยที่มีพลังมายาปริมาณมหาศาลพุ่งออกมารอบ ๆ ตัวนาง พลังมหาศาลดังกล่าวก็ทำให้ผู้พบเห็นต้องตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
“เฟยเฟย…”
ฉินอวี้โม่และคนอื่น ๆ รีบมุ่งหน้าตรงมาที่นี่ทันทีและสีหน้าของพวกนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า
“ก่อนหน้านี้เฟยเฟยมาที่นี่เพื่ออ่านตำราของข้า ทว่าไม่ทราบเพราะเหตุใดมันถึงกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้”
สีหน้าของอู๋ฉงแสดงถึงความกังวลอย่างชัดเจน รอบตัวเฟยเฟยในตอนนี้รายล้อมไปด้วยพลังรุนแรงที่ดูราวกับต้องการจะกลืนกินนางซึ่งเป็นภาพที่น่าหวาดหวั่นใจมาก
“นายหญิง เกรงว่านางคงจะได้ยินบทสนทนาของเราก่อนหน้านี้”
เสียงของซิวดังขึ้นในหูของฉินอวี้โม่ เห็นได้ชัดว่าในช่วงเวลานี้เฟยเฟยกำลังพยายามที่จะผสมสานเข้ากับพลังของบุปผาแห่งแสง !
“ขืนยังเป็นเช่นนี้ต่อไป นางจะต้องตายแน่”
สีหน้าของฉินอวี้โม่บิดเบี้ยวเหยเกอย่างที่สุด และเมื่อต้องการเข้าไปใกล้ ม่านป้องกันบางอย่างก็ปรากฏขึ้นขวางกั้นนางไว้ข้างนอก
บุปผาแห่งแสงประหลาดเกินคาดเดาอย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้ฉินอวี้โม่และซิวสื่อสารกันผ่านทางกระแสจิต ไม่คิดเลยว่าเฟยเฟยจะได้ยินมัน และด้วยบุคลิกนิสัยของเฟยเฟย เห็นได้ชัดว่าเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางจึงคิดที่จะหลอมรวมร่างของตนเองเข้ากับพลังของบุปผาแห่งแสง
“เฟยเฟย หยุดเดี๋ยวนี้”
ฉินอวี้โม่ไม่กล้ากระทำสิ่งใดเพื่อขัดขวางกระบวนการนี้ นางทราบดีว่าหากทำสิ่งใดอย่างบุ่มบ่ามลงไป มันอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายลงได้
“พี่อวี้โม่ ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้าจะผสานกลายเป็นหนึ่งเดียวกับบุปผาแห่งแสงได้อย่างแน่นอน !”
เดิมทีเฟยเฟยที่กำลังหลับตาและพยายามต่อสู้กับบุปผาแห่งแสงอยู่นั้น ทว่าเมื่อได้ยินเสียงของฉินอวี้โม่ นางก็กล่าวพร้อมลืมตาขึ้นมา ในตอนนี้ดวงตาของนางส่องแสงสว่างเจิดจ้าจนผู้คนไม่กล้ามองเข้าไปตรง ๆ
“เฟยเฟย ข้าบอกแล้วว่าต่อให้ไม่มีบุปผาแห่งแสงก็ใช่ว่าเราจะจัดการกับพวกฝ่ายมารไม่ได้ !”
ฉินอวี้โม่ตระหนักดีว่าเฟยเฟยมักจะมีความคิดเป็นของตนเอง และเมื่อนางตัดสินใจแล้วก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ทว่าถึงอย่างนั้นฉินอวี้โม่ก็ยังพยายามโน้มน้าวใจให้เด็กสาวหยุดกระบวนการที่เป็นอันตรายนี้เสีย
“พี่อวี้โม่ ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะ เมื่อมันเริ่มต้นแล้ว…มันก็ไม่มีทางหยุดยั้งได้จนกว่ากระบวนการของมันจะเสร็จสมบูรณ์”
เฟยเฟยยิ้มด้วยสีหน้าที่ดูผ่อนคลายและไร้กังวล
เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างฉินอวี้โม่และซิวก่อนหน้านี้ นางก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ในทันที เกาะไร้กังวลเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเทพมายาเช่นกัน และสุดท้ายแล้วหากขุมกำลังมารร้ายคว้าชัยชนะในสงคราม เกาะแห่งนี้ก็มิอาจรอดพ้นไปได้ นางทราบดีว่าด้วยความช่วยเหลือของบุปผาแห่งแสง ฉินอวี้โม่และคนอื่น ๆ จะเอาชนะฝ่ายมารได้ง่ายดายมากขึ้น
ไม่ว่าจะเพื่อฉินอวี้โม่หรือเพื่อชาวเกาะไร้กังวลทุกคน เด็กสาวตาบอดก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว
ต่อให้นางไม่สามารถหลอมพลังรวมเข้ากับบุปผาแห่งแสงได้สำเร็จและถูกมันกลืนกินเข้าไปจริง ๆ ในตอนนั้นฉินอวี้โม่ก็ยังสามารถควบคุมและครอบครองบุปผาแห่งแสงไปได้
เฟยเฟยไม่เสียใจกับการตัดสินใจเช่นนี้เลยสักนิด หากแต่มีความสุขและเต็มใจอย่างยิ่ง
“ข้าอยู่ที่เกาะไร้กังวลแห่งนี้มานานสิบเอ็ดปี ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกคนในเกาะช่วยดูแลข้าเป็นอย่างดี แม้ข้าจะไม่ทราบต้นกำเนิดความเป็นมาที่แท้จริงของตัวเอง ทว่าการได้ใช้ชีวิตที่นี่ก็ทำให้ข้ามีความสุขมากแล้ว และการได้พบกับพี่อวี้โม่ก็คือหนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตของข้า ในเมื่อสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ข้าสามารถทำเพื่อทุกคนได้ ข้าก็มีความสุขที่จะได้ทำมัน”
เด็กสาวกล่าวปลอบประโลมฉินอวี้โม่และทุกคน รอยยิ้มบางมุมปากของนางแสดงถึงความสุขใจอย่างชัดเจน
“หนูน้อยเฟยเฟย…”
ก่อนหน้านี้อู๋ฉงก็พอจะคาดเดาเหตุผลสำหรับการกระทำเช่นนี้ได้แล้ว และเมื่อได้ยินวาจาของนาง เขาก็ทั้งซาบซึ้งใจและกังวลอย่างที่สุดจนไม่อาจสรรหาคำพูดใดกล่าวออกไปได้
“นายหญิง นางพูดถูก เมื่อกระบวนการเริ่มต้นขึ้นแล้ว เว้นเพียงแต่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายไป กระบวนการนี้ก็ไม่สามารถหยุดได้”
ซิวปรากฏตัวข้างฉินอวี้โม่เช่นกัน และเมื่อมองตรงไปที่เฟยเฟย จู่ ๆ ภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นในความคิดของมันราวกับเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน…
“เฟยเฟย ข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะบุปผาแห่งแสงได้แน่”
ฉินอวี้โม่สูดหายใจเข้าลึก ๆ และมองเด็กสาวด้วยแววตามุ่งมั่นหนักแน่น
ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มิอาจเปลี่ยนแปลงได้แล้วนั้น นางก็เคารพในการตัดสินใจของเฟยเฟย แม้บุปผาแห่งแสงจะน่าสะพรึงกลัวและทรงพลังมาก มันก็มิใช่ว่าพวกนางจะไม่มีโอกาสเลย ตอนนี้นางจึงสนับสนุนเฟยเฟยเพื่อให้นางมั่นใจมากขึ้น
“ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถ !”
เมื่อได้ยินวาจาของฉินอวี้โม่ รอยยิ้มสดใสก็ปรากฏบนใบหน้าของเด็กสาว จากนั้นนางก็หลับตาลงและพยายามต่อสู้กับบุปผาแห่งแสงต่อไป
แม้ภายนอกดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ทว่าแท้จริงแล้วมันห่างไกลจากคำนั้นมากนัก เฟยเฟยรู้สึกได้ว่าพลังของบุปผาแห่งแสงในร่างของตนเองถูกปลดปล่อยออกมาโดยสมบูรณ์ หากมิใช่เพราะจิตใจและเจตจำนงอันแกร่งกล้าของตน เกรงว่านางก็คงจะถูกบุปผาแห่งแสงครอบงำไปนานแล้ว
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริเวณลานกว้างก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในเกาะไร้กังวลอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของอู๋ฉง ทุกคนก็มองตรงไปที่เด็กสาวเฟยเฟยอย่างเป็นกังวล หลายคนถึงขั้นเริ่มสวดวิงวอนโดยหวังว่าเทพเบื้องบนจะปกป้องคุ้มครองเด็กสาวผู้กล้าหาญและจิตใจดีผู้นี้ให้แคล้วคลาดปลอดภัย
ฉินอวี้โม่ก็นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นขณะแผ่พลังวิญญาณของตนออกไปโดยต้องการสำรวจภายในม่านป้องกันรอบตัวเฟยเฟย แต่ทว่า…ทันทีที่เข้าไปใกล้ พลังของนางก็กระเด้งกลับออกมาและไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปข้างในได้เลย
เรียกได้ว่าในกระบวนการผสมผสานเข้ากับบุปผาแห่งแสงนี้ เฟยเฟยทำได้เพียงแค่พึ่งพาตนเองเท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไป พลังโดยรอบก็แกร่งกล้าขึ้นเรื่อย ๆ และพลังมายาที่ไร้ที่สิ้นสุดก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเฟยเฟยจนนางส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเบา ๆ
ในตอนนี้เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นทั่วหน้าผากของเฟยเฟยซึ่งแสดงให้เห็นว่านางกำลังทนต่อความเจ็บปวดทรมานเพียงใด อย่างไรก็ตาม นางไม่เอ่ยขอความช่วยเหลือจากผู้ใดและไม่ต้องการให้ฉินอวี้โม่หรือทุกคนเป็นกังวลมากขึ้น
แม้พลังวิญญาณของตนจะไม่สามารถเจาะทะลวงเข้าไปข้างในได้ ฉินอวี้โม่ก็รับรู้ถึงสถานการณ์ของเฟยเฟยดี เจตจำนงของเด็กสาวอายุสิบเอ็ดปีผู้นี้หนักแน่นและแกร่งกล้าเหนือความคาดหมายของนางไปมากนัก
ทุกคนจับตาดูสถานการณ์ของเฟยเฟยอย่างไม่วางตาและถึงขั้นควบคุมเสียงการหายใจของตนเองเพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนนาง ชาวเกาะไร้กังวลทุกคนมองนางด้วยความเป็นห่วงและหวังว่าเฟยเฟยจะรอดพ้นจากหายนะครานี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ภายในชั่วพริบตา เวลาก็ล่วงเลยมานานชั่วยามครึ่งแล้ว
ขณะจับตาดูเฟยเฟย ทุกคนก็ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าหรือหิวโหยแต่อย่างใด ในเวลานี้ก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว ทว่าท้องฟ้าที่ควรจะมืดสลัวลงเรื่อย ๆ กลับยังสว่างเนื่องจากพลังของบุปผาแห่งแสงที่ส่องประกายทั่วบริเวณจนดูเหมือนเป็นเวลากลางวัน
ฉินอวี้โม่สัมผัสได้ว่าอุณหภูมิรอบตัวกำลังเพิ่มสูงขึ้นมากและไอความร้อนรอบ ๆ ก็ทำให้นางรู้สึกอึดอัดไม่น้อย
“ทุกคน แยกย้ายกันกลับไปก่อนเถอะ อย่าอยู่ที่นี่เลย”
เนื่องจากไม่อาจคาดเดาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ฉินอวี้โม่จึงลุกขึ้นและกล่าวกับทุกคน
พลังที่รวมตัวกันรอบ ๆ เฟยเฟยเริ่มที่จะแกร่งกล้ามากขึ้นเรื่อย ๆ และฉินอวี้โม่ไม่มั่นใจเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ หากทุกคนยังรวมตัวกันอยู่ที่นี่ต่อไป เกรงว่าอาจเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นได้
“ใช่ ทุกคนแยกย้ายกลับไปก่อนเถอะ ปล่อยให้เราไม่กี่คนอยู่ที่นี่ก็พอ เฟยเฟยเป็นเด็กที่จิตใจดีและอ่อนโยน มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนาง”
อู๋ฉงเข้าใจความหมายของฉินอวี้โม่ดีและกล่าวออกมาเช่นเดียวกันเพื่อให้ประชากรของตนแยกย้ายกันกลับไปก่อน
ด้วยความกังวลที่ฉายชัดบนใบหน้า แน่นอนว่าคนเหล่านั้นก็ยังลังเลเล็กน้อย ทว่าพวกเขาก็ล้วนแต่เชื่อฟังและค่อย ๆ แยกย้ายกลับไปที่บ้านพักของตน พวกเขาตระหนักดีว่าความแข็งแกร่งของตนเองยังน้อยนิดนักและไม่สามารถช่วยอะไรได้ การแยกย้ายไปก่อนจะช่วยให้ฉินอวี้โม่และผู้นำเกาะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเขา
“ศิษย์พี่ พี่สะใภ้ พวกเราวางข่ายอาคมเตรียมไว้ก่อนเถอะ”
ฉินอวี้โม่หันไปกล่าวกับคนทั้งสองก่อนแผ่พลังวิญญาณของตนออกไป
ทั้งสองพยักศีรษะตอบตกลงและเริ่มแผ่พลังวิญญาณออกมาเช่นกัน ภายในเวลาเพียงไม่นาน ทั้งสามก็วางข่ายอาคมป้องกันไว้รอบ ๆ บริเวณลานของอู๋ฉง
ต่อให้บุปผาแห่งแสงปลดปล่อยพลังที่รุนแรงออกมา ด้วยข่ายอาคมที่เตรียมไว้ มันก็คงจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก
อู๋ฉงและจางหยวนทั้งสองก็จับตาดูสถานการณ์อย่างไม่วางตาโดยไม่คิดที่จะไปจากตรงนี้ ทั้งสองถือได้ว่าเป็นผู้ที่ทรงพลังที่สุดในเกาะไร้กังวล ซึ่งอู๋ฉงมีพลังอยู่ในขอบเขตนภาเซียนในขณะที่จางหยวนมีพลังอยู่ในขอบเขตพสุธาเซียนขั้นสูงสุด หากเกิดเหตุไม่คาดคิดใด ทั้งสองเชื่อมั่นว่าจะปกป้องดูแลตัวเองได้
ตูมมม !
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมกับพลังรอบตัวของเฟยเฟยที่ปะทุออกมาอย่างรุนแรง
จู่ ๆ เฟยเฟยผู้ซึ่งหลับตาอยู่ก่อนหน้านี้ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหันและนัยน์ตาสีดำมืดเปลี่ยนกลายเป็นนัยน์ตาสีทองอร่ามซึ่งดูจะอัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาล เพียงแค่เหลือบมองไปในจุดหนึ่ง พื้นดินตรงจุดนั้นก็เปลี่ยนกลายเป็นเถ้าถ่านและหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เฟยเฟย ?”
อู๋ฉงอดโพล่งออกไปไม่ได้และสายตาของเฟยเฟยก็หันมาบรรจบลงที่ตัวเขา ในเวลานี้ก็ราวกับว่านางสูญเสียสติไปและมีลำแสงที่แอบแฝงไปด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งออกมาจากดวงตาของนางโดยที่มุ่งเป้าหมายไปที่อู๋ฉงอย่างชัดเจน
ตูมมม !
อู๋ฉงหลบหลีกออกไปอย่างรวดเร็วและลำแสงดังกล่าวก็พุ่งตรงไปกระทบเข้ากับม่านป้องกันที่ฉินอวี้โม่ ฉินเฟิงและฉินเหยียนเตรียมเอาไว้ และด้วยเสียงดังสนั่น รอยแตกร้าวก็ปรากฏขึ้นบนม่านป้องกันนั้นและแผ่นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเช่นกัน
“พี่อวี้โม่ หนีไปเร็วเข้า !”
น้ำเสียงกังวลใจของเฟยเฟยดังขึ้นและเหมือนว่านางจะได้สติขึ้นมาชั่วขณะ
ฉินอวี้โม่และคนทั้งสองได้พยายามซ่อมแซมข่ายอาคมในขณะที่หลบหลีกสายตาของ ‘เฟยเฟย’ อย่างรวดเร็ว สีหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ด้วยสถานการณ์ของเฟยเฟยในตอนนี้ หากปล่อยให้นางปลดปล่อยพลังออกไปโดยไร้ม่านป้องกัน เกรงว่าทั้งเกาะไร้กังวลจะได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน
ตูมม ! ตูมม ! ตูมมม !
เสียงการโจมตียังคงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง ฉินอวี้โม่ ฉินเฟิงและฉินเหยียนก็เพิ่งจะซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหายของม่านป้องกันได้เสร็จสิ้นเท่านั้น ทว่าภายในชั่วพริบตา มันก็ถูกโจมตีจนเกิดรอยแตกราวขึ้นมาอีกครั้ง
“อ๊ากกกก !”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นและจู่ ๆ ร่างของเฟยเฟยก็เริ่มพองโตขึ้นขณะที่พลังจากรอบตัวยังคงถาโถมเข้าไปในร่างของนางอย่างไม่หยุดยั้ง
“ไม่ได้การแล้ว ! ขืนยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่างของนางจะต้องระเบิดออกมาแน่ !”
สีหน้าของฉินอวี้โม่ในตอนนี้บิดเบี้ยวอย่างที่สุด นางพุ่งตรงเข้าไปอยู่ข้างของเฟยเฟยอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์พี่ พี่สะใภ้ รักษาข่ายอาคมไว้ !”
นางตะโกนเสียงดังขณะปรากฏตัวตรงหน้าเฟยเฟยภายในชั่วพริบตา ทว่าในเวลานี้ ม่านพลังที่ป้องกันรอบตัวของเฟยเฟยกลับไม่ผลักฉินอวี้โม่ออกไปอีก
ทันทีที่แตะมือลงบนร่างของเฟยเฟย ฉินอวี้โม่ก็สัมผัสได้ถึงคลื่นที่ร้อนระอุ พลังของบุปผาแห่งแสงน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง อุณหภูมิร่างกายของเฟยเฟยในตอนนี้พุ่งสูงถึงเจ็ดสิบหรือแปดสิบองศาแล้ว
“พี่อวี้โม่ รีบออกไปเร็วเข้า !”
เฟยเฟยเรียกสติกลับคืนมาและรีบกล่าวบอกให้ฉินอวี้โม่ออกห่างจากตนโดยเร็ว
“เฟยเฟย เชื่อมั่นในตัวเอง อย่ายอมให้บุปผาแห่งแสงครอบงำเจ้าได้ !”
ฉินอวี้โม่กล่าวเสียงดังพร้อมกับดีดนิ้วเบา ๆ ก่อนมีข่ายอาคมขนาดเล็กปรากฏขึ้นมารอบตัวของเฟยเฟยเพื่อมิให้พลังรุนแรงเหล่านั้นเข้าใกล้นางได้อีก
“พี่อวี้โม่ ข้าจะทำอย่างเต็มที่ ท่านออกไปก่อนเถอะ !”
เฟยเฟยพยายามเค้นเสียงกล่าวออกมา ทว่าในเวลานี้ นางก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการใช้จิตต่อสู้กับบุปผาแห่งแสงแล้ว
“อ๊ากกก !”
เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้งและพลังมหาศาลก็พุ่งออกจากร่างของเฟยเฟย
ข่ายอาคมขนาดเล็กของฉินอวี้โม่แหลกสลายไปในทันทีและพลังนั้นก็พุ่งตรงเข้าหาฉินอวี้โม่ผู้ซึ่งอยู่ใกล้กับเฟยเฟยจนกระเด็นไปกลางอากาศ
พรวดดด !
ฉินอวี้โม่กระอักเลือดคำโตออกมาและเห็นได้ชัดว่าอวัยวะภายในของนางได้รับบาดเจ็บแล้ว พลังของบุปผาแห่งแสงแกร่งกล้ายิ่งกว่าพลังของฮวาเฉินในก่อนหน้านี้เสียอีก มันทรงพลังจนถึงจุดที่ทำให้นางบาดเจ็บได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียว
“พี่อวี้โม่ เกรงว่าข้าคงจะยื้อต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ทว่ามันก็ไม่สำคัญ ต่อให้ข้าถูกมันกลืนกินไป มันก็จะกลับกลายเป็นร่างพฤกษาตามเดิม เมื่อถึงตอนนั้น ท่านจะต้องครอบครองบุปผาแห่งแสงให้จงได้ !”
เสียงของเฟยเฟยดังขึ้นในหูของฉินอวี้โม่โดยที่ฟังดูอ่อนล้าอย่างยิ่ง…