เขาคิดจะถอนมือออก แต่ไป๋ยี่เฟยแข็งแกร่งเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาขยับตัวไม่ได้
ในตอนนี้เอง ทันใดนั้นก็มีรถหลายคันขับเข้ามาที่ด้านนอกคลับ
จู่ ๆ หัวหน้าบอดี้การ์ดก็ถอนหายใจ ตอนนี้เขาสามารถใช้เป็นข้ออ้างได้พอดี
หัวหน้าบอดี้การ์ดกัดฟันพูดกับไป๋ยี่เฟย: “คนตระกูลเกามาแล้ว ยังไม่รีบปล่อยอีก!”
ที่จริงไป๋ยี่เฟยไม่อยากจะทำอะไรคนพวกนี้ อย่างไรเสียคนพวกนี้ก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงื้อมมือของผู้อื่นย่อมต้องรักแกผู้ที่อ่อนแอกว่าและก้มหัวให้ผู้ที่แข็งแกร่ง
ไม่นานก็มีคนจำนวนมากเข้ามา มากกว่ายี่สิบคน และคนเหล่านี้รู้เพียงแวบเดียวว่าพวกเขาทั้งหมดสามารถต่อสู้ได้
คนที่อยู่ด้านหน้าสุดเป็นผู้ชายที่อายุราวสี่สิบกว่าๆ และใบหน้าดุร้าย
คนกลุ่มนี้พุ่งเข้ามาในห้องรับรองทันทีที่ชายคนนั้นเข้ามาเขาก็ตะโกนใส่ทุกคน “มันคือใคร? ยืนขึ้นเดี๋ยวนี้?”
จากนั้นพวกเขาก็เห็นชายแซ่เกาที่อยู่บนพื้น
คราบเลือดบนพื้นชัดเจนว่าเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานส่วนผู้ชายแซ่เกาคนนั้นเสียชีวิตแล้ว
เมื่อเห็นภาพนี้กลุ่มคนที่มาก็ต่างพากันเบิกตาโพลง ทุกคนถอนหายใจด้วยความช็อกและตกใจ
“ใครเป็นคนทำ?” ชายที่อยู่ตำแหน่งหน้าสุดตะโกนออกมาด้วยความโมโห
อันที่จริงพวกเขาเพียงแต่เห็นเพียงแวบเดีบวและไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครเพราะเป็นใครก็ไม่สำคัญขอเพียงคนคนนี้เป็นคนตระกูลเกา คนตระกูลเกาถูกทำร้ายจนตาย มันจะต้องชดใช้
จากเสียงตะโกนอย่างโกรธเคืองของชายคนนั้น คนที่เขาพามาด้วยก็หยิบอาวุธออกมาจากอกของพวกเขา
พวกเขาทุกคนมีท่าทางโกรธแค้นและสาบานว่าจะล้างแค้นให้คนตระกูลเกาที่ตายไปแล้ว
เพื่อนไม่กี่คนที่ติดตามตระกูลเกาต่างวิ่งหนีไปโดยกลัวว่าตระกูลเกาจะเข้าใจผิดพวกเขา และถึงกับพูดกับผู้ชายที่เป็นผู้นำ
“ลุงเกา พวกเราเป็นเพื่อนของพี่เกา”
“ใช่ๆ ๆ ผมเป็นคนโทรหาลุงเอง”
“พวกเราเป็นเพื่อนของพี่เกา”
ตอนนี้หัวหน้าแผนกคลับเห็นท่าทีในตอนนี้แล้วก็วิ่งไปตรงหน้าผู้ชายคนนั้นแล้วชี้ไปที่ไป๋ยี่เฟยและพูดอย่างโกรธแค้น “เป็นเขาค่ะ!”
คุณดูสิเข้าไม่เพียงแต่ทำร้ายครอบครัวของคุณ เพื่อกักตัวเขาไว้รอคุณมา เขาก็ทำร้ายบอดี้การ์ดของเราบาดเจ็บด้วย”
เมื่อพูดไปแล้วถือว่าเป็นการผลักภาระออกไปให้พ้นตัวคลับ แล้วแสดงให้เห็นว่าคลับของพวกเขายืนอยู่ข้างตระกูลเกา
แต่หลังจากที่หัวหน้าแผนกชี้ไปที่ไป๋ยี่เฟย ผู้ชายคนนั้นก็มองตามือไป
แต่พอเห็นก็ทำให้เขาตกใจจนแทบทรุด
ผู้ชายคนนี้ชื่อเกาจื๋อ เป็นน้องชายของหัวหน้าตระกูลเกา เป็นผู้ที่มีอิทธิพลและฐานะในตระกูลเกาอย่างแท้จริง
ในคืนที่เต้าจ่างเรียกสิบครอบครัวผู้ทรงอิทธิพลให้ปิดล้อมไป๋ยี่เฟย สิบครอบครัวผู้ทรงอิทธิพลมาถึง ยกเว้นตระกูลหูและตระกูลจู และแต่ละครอบครัวก็ส่งคนไปเข้าร่วม
ตระกูลโจวมีโจวหลิน เช่นนั้นตระกูลเกาก็มีเกาจื๋อคนนี้
เขาไม่ใช่โจวหลินที่จำไม่ได้ในตอนแรก เขาเห็นไป๋ยี่เฟยปุ๊บก็จำได้ในทันที
ดังนั้นจึงได้ตกตะลึง
เมื่อเห็นไป๋ยี่เฟยแล้ว เขาก็ตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว ขาเขาสั่นไปหมด
เขาแม่งเป็นคนที่กล้าต่อกรกับเต้าจ่าง แล้วใครกันวะที่ไม่มีสมองกล้าไปยั่วโมโหเขา?
ตอนนี้คนจากตระกูลสือก็ลุกขึ้นแล้วประจบ: “ลุงเกาครับ ผมเอง ผมเสี่ยวสือ เมื่อครู่ผมเป็นคนโทรหาลุง”
เขากลับไม่รู้ว่าไป๋ยี่เฟยคือใคร ดังนั้นสำหรับเขาแล้ว คนตระกูลเกามาแล้ว ไป๋ยี่เฟยหนีไม่รอดแล้ว
ตระกูลเกาเป็นหนึ่งในสิบตระกูลผู้มีอิทธิพล รองจากสี่ตระกูลผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น
คนที่คิดแบบเดียวกันนี้ไม่ได้มีแค่เขา ยังมีอีกหลายคนด้านหลังที่ไม่รู้จักไป๋ยี่เฟยและหัวหน้าแผนกของคลับด้วย
หัวหน้าแผนกของคลับเป็นคนที่อยู่เป็น ใครใหญ่ก็อยู่ข้างคนนั้น
ไป๋ยี่เฟยทำคนตระกูลเกาเสียชีวิต และตระกูลเกาก็เป็นหนึ่งในสิบครอบครัวทรงอิทธิพล ไม่ต้องแม้แต่จะคิดเลย ก็ต้องเข้าข้างตระกูลเกาอยู่แล้ว
และเธอก็ไม่อยากให้ตระกูลเกาโกรธทางคลับด้วย
เธอจึงลุกขึ้นยืนบรรยายอย่างสดใส “เถ้าแก่ คุณฟังฉันนะคะ คนคนนี้แย่มากเลยค่ะ ไม่ถามไม่ไถ่ไม่พูดพร่ำก็ทำร้ายคนแล้ว ตอนที่บอดี้การ์ดของทางคลับรีบเข้ามาก็สายไปแล้ว คุณจะปล่อยเขาไปไม่ได้นะคะ!”
เกาจื๋อตกใจเมื่อได้ยินคำเหล่านี้ ทำไมไม่ถามสาเหตุเขาถึงฆ่าคน เขาต้องไม่ปล่อยเขาไป?
แม่งเอ๊ย เขาอยากจะตีสองคนนี้ให้ตาย!
ลูกน้องคนที่อยู่หลังเขาก็ยืนหน้ามาถาม: “ลูกพี่ เอาเลยไหม?”
“เอาพ่อง!”เกาจื๋อยกมือขึ้นตบหัวลูกน้อง “สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน จะเอา เอาพ่อมึงสิ! แม่งโง่รึเปล่า?”
เมื่อเห็นแบบนี้ทุกคนก็อึ้งไปเลย
ก็พูดไปชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังจะต้องพูดให้ชัดเจนอะไรอีก?
จากนั้นเกาจื๋อก็หันหน้าไปหาไป๋ยี่เฟยท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ไม่เข้าใจเหล่านั้น และยิ้มอย่างมีเลศนัย “คือว่า…นี่คงจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดสินะครับ?”
“นี่มันจะต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ ๆ!”
ถึงแม้จะพูดกับไป๋ยี่เฟยแต่ก็เหมือนกำลังจะพูดกับตัวเอง
เกาจื๋อที่เป็นแบบนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง
มีเพียงโจวหลินคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจความกลัวนี้
โจวหลินหัวเราะแหะๆ แล้วพูด: “ใช่ครับ นี่จะต้องเกิดการเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆ”
เมื่อได้ยินแบบนี้เกาจื๋อก็เหลือบมองที่โจวหลินอย่างซาบซึ้ง
แต่ไป๋ยี่เฟยกลับพูดอย่างเฉยเมย “ไม่มีการเข้าใจผิดอะไร”
“…”
เกาจื๋ออยากจะคุกเข่าลงแล้วร้องไห้ให้สุดเสียง
เขาบอกว่ามีการเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่การก้าวลงอย่างชัดแจ้ง ทุกคนสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ง่ายๆ
แต่คนคนนี้กลับบอกว่าไม่มีเรื่องเข้าใจผิด งั้นเขาแม่งควรทำยังไงดี?
เกาจื๋อคิดทบทวน แบบนี้ไม่ได้ เขาจึงกัดฟันพูด: “ไม่ๆ ๆ เข้าใจผิดแน่ ๆ”
โจวหลินพยักหน้า: “ใช่ๆ ๆ เข้าใจผิด”
คนตระกูลสือเห็นแล้วก็ตกตะลึง “ไม่ใช่ เข้าใจผิดอะไร? ไม่มีการเข้าใจผิดนะ ก็คนนี้ทำร้ายพี่เกาจนตาย!”
“ในนี้ไม่มีการเข้าใจผิดแน่นอน ยิ่งกว่านั้นตอนผมโทรหาคุณ คุณก็บอกไม่ใช่เหรอว่าไม่ยังไง หาเรื่องคนตระกูลเกา จะต้องเอามัน…”
“เชี่ย!” เกาจื๋อด่าออกมาและจับหัวของชายแซ่สือจากนั้นกดลงโขกลงกับเข่าเขาทันที “แม่ง อย่าพูดจาซี้ซั้ว!”
“ตี! ตีให้ตาย!”
ดังนั้นคนของเกาจื๋อจึงรุมล้อมและต่อยและเตะชายแซ่สือ
“โอ๊ย! โอ๊ย! พอแล้ว! พอแล้ว! เจ็บจะตายอยู่แล้ว ลุงเกา อย่าตีผม ลุงตีผมทำไม? พอได้แล้ว! พอแล้ว!” ชายที่ถูกตีร้องโหยหวนไม่หยุด
ตอนนี้เกอจื๋อแทบอยากจะตีเขาให้ตาย ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาทางลงได้ แม่งตอนนี้จะทำลายกันซะงั้น ไม่ตีมันให้ตายแล้วจะตีใคร?
ยิ่งกว่านั้นไอ้เด็กนี่เป็นคนโทรไปหาเขา ยิ่งน่าโดนตีเข้าไปอีก!
คนอื่นเห็นแล้วต่างตกตะลึง
แม้แต่ไป๋ยี่เฟยเองก็สงสัย “ผมถามว่าคุณจะทำอะไร?”
เกาจื๋อไม่กล้าจะไม่สนใจไป๋ยี่เฟย เขาจึงหันกลับไปพูดกับไป๋ยี่เฟย: “คุณครับ คุณดูแล้วพอใจไหมครับ?”
ไป๋ยี่เฟยเหลือบมองเขา แต่เขาไม่ได้พูดเป็นเวลานาน แต่เขาไม่ได้ตอบสนอง
เกาจื๋อเห็นแล้วรู้สึกประหม่ามากและแอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
จากนั้นไป๋ยี่เฟยจึงพูดขึ้น: “ผมพอใจแล้ว แล้วแต่พวกคุณจะพอใจรึยัง”
“พวกเราพอใจ พอใจมาก!” เกาจื๋อรีบตอบทันที
ไม่ว่าจะเป็นเกาจื๋อหรือโจวหลิน เมื่อเต้าจ่างเชิญพวกเขาให้ต่อสู้กับไป๋ยี่เฟย เต้าจ่างก็สนับสนุนเขา ดังนั้นในเวลานั้นฉันจะไม่กลัวเขา
และในตอนนั้นพวกเขาดูแล้วไป๋ยี่เฟยเป็นเพียงเนื้อชิ้นหนึ่ง ตามธรรมชาติ มันจะตอบสนองต่อการเรียกร้องของเต้าจ่าง ไม่เพียงแต่สามารถกินเนื้อในปากเท่านั้น แต่ยังใกล้ชิดกับความสัมพันธ์มากขึ้นด้วยทำไมไม่ทำ?
แต่ใครจะคิดว่าไป๋ยี่เฟยจะชนะ คนของเขาเก่งกว่าเต้าจ่างอีก
ตอนนี้ไม่มีเต้าจ่างคอยช่วยเหลือแล้ว ยิ่งกว่านั้นต่อให้เต้าจ่างอยู่ตรงนี้ พวกเขาก็ยังกลัวว่าจะไม่กล้าเข้าร่วม
แล้วยิ่งตระกูลเกาและตระกูลโจวเป็นตระกูลปลายแถวที่อยู่ในสิบครอบครัวทรงอิทธิพล