ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เมืองเหยียนจิงเริ่มฝนตกมากขึ้น และตึกเก่านี้ไม่ได้กันเสียงอะไร เพราะฉะนั้นเวลาฝนตก ก็มักจะได้ยินเสียงของฝนตกกระทบกำแพงดังลั่น
ตอนนี้ท้องฟ้ายังไม่สว่าง
พวกคนรับใช้ที่อยู่ข้างล่าง ต่างก็พากันลุกขึ้นมาเตรียมงานฉลองวันเกิดให้คุณนายฟางแล้ว ก่อนจะแต่งงานเธอเป็นคนตระกูลที่มีฐานะและมีชื่อเสียง อีกทั้งเธอยังจิตใจดีและมนุษย์สัมพันธ์ดีอีกด้วย ทำให้มีผู้คนมากหน้าหลายตาอยากจะมาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับเธอ
และทุกๆครั้ง
เหอเจิงจะแอบอยู่ในห้อง ไม่กล้าออกไปไหน
เพราะเธอเป็นลูกนอกสมรสของตระกูลฟาง เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังเป็นลูกของน้องสาวคุณนายฟางกับสามีอีกด้วย ถ้าจะบอกว่าเรื่องนี้อื้อฉาวมากคงจะไม่ผิด
เหอเจิงเดินมาเปิดม่านออกครึ่งหนึ่งและสูดอากาศภายนอก ที่นี่ไม่ได้โออ่าหรือใหญ่โตเหมือนกับบ้านของตระกูลจี้ แต่อย่างไรซะ ที่นี่ก็คือบ้านของเธอ
ขอแค่ไม่มีจี้ผิงโจว อยู่ที่ไหนก็ดีทั้งนั้น
“คุณหนู?”
ประตูถูกแง้มออกเล็กน้อย
เหอเจิงหันไปตอบว่า “ป้าหมิงคะ พวกอาๆมากันหรือยังเหรอคะ?”
“มาแล้วค่ะ คนเยอะเลย โต๊ะเล่นไพ่หมากล้อมก็เอามาเต็มไปหมดเลยค่ะ ตอนนี้รอเวลาทานอาหารเย็นค่ะ” ป้าหมิงเอาเสื้อผ้ามาให้เหอเจิง “คุณนายบอกให้คุณหนูเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ ตอนอาหารเย็นลงไปทักทายแขกข้างล่างนิดหน่อยก็พอค่ะ ตอนกลางวันไม่ต้องออกไปไหน พวกเขาจะได้ไม่พูดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะ”
“สบายใจได้ค่ะ ฉันเข้าใจ”
ถึงแม้ผู้คนที่มาล้วนแต่ก็เป็นญาติสนิท แต่เพราะยิ่งเป็นญาติสนิท จึงทำให้พวกเขากล้าพูดมากโดยไม่สนใจใดๆมากขึ้น
ฝนตั้งทั้งวันและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
จากฝั่งตะวันออกของเมืองเหยียนจิงไปฝั่งทางใต้มีแม่น้ำสายหนึ่งอยู่
และเพราะฝนตกไม่หยุดแบบนี้ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อขึ้นมาที่ถนน เป๋ยเจี่ยนรู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหน เขาพยายามหว่านล้อมให้จี้ผิงโจวปฏิเสธงานนี้ แต่จี้ผิงโจวก็ไม่ยอมฟังสักนิด
เวลาห้าโมง พวกเขาเริ่มออกเดินทาง
ระหว่างทางฝนตกหนักมากอีกทั้งยังมีฟ้าร้องฟ้าผ่าไม่หยุด
เป๋ยเจี่ยนมองไปข้างหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ และหันไปถามจี้ผิงโจวว่า “ลูกพี่ ผมว่าเรากลับกันดีไหมครับ ถ้าฝนยังตกแบบนี้ ตอนขากลับอาจจะลำบากมากเลยนะครับ”
“อย่าพูดมาก นายก็ขับช้าๆหน่อย เดี๋ยวฟ้าก็สว่างสดใสแล้ว”
“คุณอยากไปให้ของขวัญกับคุณนายฟางหรืออยากไปเจอคุณหนูฟางครับ?”
“ยุ่งมากไปแล้ว”
ได้ยินดังนั้น เป๋ยเจี่ยนก็รีบหุบปาก
จากนั้นเขาก็ค่อยๆไป และก็ไม่ทันเริ่มงาน
เมื่อถึงบ้านตระกูลฟาง ผู้คนก็เริ่มทะยอยกลับกันบ้างแล้ว จี้ผิงโจวเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งจากรถ จากนั้นเป๋ยเจี่ยนก็รีบวิ่งลงจากรถมาถือร่มให้เขา และพูดว่า “ลูกพี่โจวครับ คุณไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ตอนนี้ยังไงก็ไม่ทันแล้ว”
“โทษใครล่ะ?”
“ไม่ใช่เพราะฝนตกหนักเหรอครับ?”
เสื้อผ้าของเขาเปียกไปทั่ว แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ
เพราะฝนที่กำลังตกหนักขึ้นเรื่อยๆประกอบกับเสียงฟ้าร้องเสียงดัง และในขณะที่คนรับใช้ของบ้านตระกูลฟางกำลังจะปิดประตูนั้น ก็มองเห็นไกลว่ามีชายคนหนึ่งกำลังวิ่งมา และเพราะฝนตกทำให้มองเห็นหน้าของเขาไม่ชัด
ป้าหมิงมองเห็นรูปร่างท่าทางของเขาก็จำได้ว่าเขาคือจี้ผิงโจว
เธอรีบเดินถือร่มออกไป และตะโกนบอกคนรับใช้ว่า “เปิดประตู นั่นคือคุณชายจี้”
จี้ผิงโจวได้ยินดังนั้นก็เร่งฝีเท้าของตัวเอง ตอนนี้ทั้งเสื้อและกางเกงของเขาเปียกชุ่ม
ป้าหมิงถามเสียงดังแข่งกับสายฝนว่า “ทำไมคุณเพิ่งมาตอนนี้คะ สายมากจนงานเลิกแล้วค่ะ”
จี้ผิงโจวที่เปียกมะลอกมะแลกตอบกลับว่า “รถติดครับ”