ตอนที่ 2 อาจารย์ข้าเป็นบ้าไปแล้ว

ขณะนี้เสียงจากระบบของพี่สาวแสนสวยก็ดังขึ้น : “ติ่ง การรับศิษย์เสร็จสมบูรณ์ ได้รับรางวัลคะแนนจริยธรรม 10 แต้ม ! ”
ภูผาราชันย์พิสุทธิ์
จ้าวชิงเหยาที่เดินตามเฉินหมิงมาตลอดทางจนถึงยอดเขาภูผาราชันย์พิสุทธิ์ เดินจนขาที่มีกล้ามเนื้อเพียงน้อย
นิดของนางเจ็บแสบขึ้นมา จ้าวชิงเหยาถึงกับตำหนิขึ้นในใจว่า : ท่านอาจารย์มิใช่เซียนหรอกหรือไง? เหตุใดถึงไม่เหาะเหิน
เหยียบกระบี่ แต่กลับเดินด้วยเท้าทำไมกัน ?
เฉินหมิงหันกลับไปมองจ้าวชิงเหยา ทราบดีว่าการที่ตนเองเดินทางโดยไม่เหาะเหินเหยียบกระบี่ย่อมน่าแปลกใจอยู่บ้าง จึง
กล่าวขึ้นว่า : “สิ่งที่เรียกว่า ฝึกปรือ ก็คือการบรรลุวิถีฟ้าดินอันยิ่งใหญ่ในทุกชั่วขณะ การเดินตามข้ามาได้ตลอดทาง โดยที่เจ้
ไม่พร่ำบ่นออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ย่อมเห็นได้ว่าเจ้านั้นเป็นคนที่มีจิตใจอันเข้มแข็งที่ไม่เลว”
พูดเป็นเล่นไป เฉินหมิงมีหรือที่จะบอกนางว่าเขากลัวยามที่เหยียบกระบี่จะไม่ทันระวังจนเผลอถ่มน้ำลายใส่บุพการีตัวละคร
เอกจนได้?
ในใจจ้าวชิงเหยาบังเกิดความเลื่อมใสขึ้นมากยิ่งขึ้น ที่แท้ท่านอาจารย์ก็บรรลุเข้าถึงวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดิน
อีกทั้งกำลังทดสอบจิตใจของข้าอยู่ ท่านอาจารย์ช่างถือเป็นผู้สูงส่งยิ่งนัก !
แล้วก็นำพาจ้าวชิงเหยามาจนถึงภายในเรือนที่พักสำหรับฝึกปรือของตนเอง เฉินหมิงหันไปมองจ้าวชิงเหยา แล้วกล่าว :
“รู้จักการกราบไหว้อาจารย์หรือไม่?”
จ้าวชิงเหยาพยักหน้าอย่างน่าเอ็นดู
เฉินหมิงจึงบอกจ้าวชิงเหยาว่าใบชาและกาน้ำชาวางอยู่ตรงไหน พร้อมกับไปนั่งพิงอยู่บนเก้าอี้หวายด้วยท่ทางสบาย
แล้วมองจ้าวชิงเหยาที่ไปชงชาอย่างไม่ใส่ใจ พลางขบคิดว่า นังหนูผู้นี้ดูไปแล้วก็ถือว่าน่ารักน่าชังเลยทีเดียว ทั้งผิวพรรณที่เนียน
นุ่มมีน้ำมีนวล ผิวขาวผุดผ่อง คิ้วที่เรียวได้รูปดุจใบหลิวทั้งสองข้าง แววตาที่คล้ายกับหยาดน้ำที่หยดลงอย่างไร้สุ้มเสียง
ช้าก่อน !
เหตุใดถึงเป็นเด็กสาวกันเล่า !
ที่แท้นี่ก็คือนิยายที่มีตัวเอกเป็นสตรีหรอกหรือ?
จบสิ้น จบสิ้นแล้ว ตัวเอกเป็นสตรี มิใช่ว่ามักจะชมชอบมีความรักกับอาจารย์ เหมือนอย่างเรื่องสามชาติสามภพอะไรนั่นหรอก
หรือ? แล้วจากนั้นผมก็จะกลายเป็นหนึ่งในนางสนมในวังของจ้าวชิงเหยา จนกลายเป็นปฐมบทในตำนานรักไป!
ขณะที่เฉินหมิงกำลังครุ่นคิดวุ่นวาย จ้าวชิงเหยาก็ยกชาด้วยมือทั้งสองข้าง คุกเข่าลงเบื้องหน้าเฉินหมิง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่
นับถือเลื่อมใสว่า : “ท่านอาจารย์โปรดดื่มน้ำชา”
เฉินหมิงจิบชาเข้าไปหนึ่งคำ พร้อมกับหันไปมองจ้าวชิงเหยาที่อยู่เบื้องหน้า แล้วกล่าว : “ชิงเหยาเอ่ย เจ้าคิดว่านามหลงอ้าว
เทียน นี้เป็นอย่างไรบ้าง ? ”
จ้าวชิงเหยามีเส้นผมสีดำเงางาม เหตุใดอาจารย์ถึงเอ่ยคำถามที่ประหลาดพิสดารเช่นนี้กัน : “ฟังดูแล้วน่าเกรงขาม”
เฉินหมิงสาดแววตามองไปที่จ้าวชิงเหยา หากเด็กสาวเปลี่ยนชื่อเป็นหลงอ้าวเทียนคงจะดูไม่ค่อยเหมาะสม ช่างเถอะ ช่างเถอะ
: “ชิงเหยา ยังมีคนในครอบครัวอยู่หรือไม่? ”
จ้าวชิงเหยากล่าว : “ศิษย์ยังมีน้องชายอีกหนึ่งคน ได้ถูกเจ้าเมืองจับตัวไปเป็นทาส”
เฉินหมิงมีสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจกลับรู้สึกเบิกบาน นี่จึงถือเป็นแบบฉบับที่พึงจะเรียบเรียง
คนในครอบครัวของหญิงสาวตายกันจนหมด คงเหลือแต่เพียงน้องชายที่ถูกเจ้าเมืองจับตัวไปเป็นทาส สาวน้อยจึงต้องร่อน
เร่ข้ามพันเขาหมื่นธาร มาเพื่อฝากตัวเข้าสู่สำนักเซียน เมื่อฝึกปรือเสร็จค่อยหวนกลับไป เปิดศึกเข่นฆ่าไปทุกสารทิศ
สังหารศัตรูจนวอดวาย !
ดื่มชาไปอีกคำ เฉินหมิงก็กล่าวว่า : “เอาละ ข้าดื่มชาของเจ้าแล้ว บัดนี้ข้าก็คืออาจารย์ของเจ้า”
จ้าวชิงเหยาจึงหันไปมองเฉินหมิง แล้วกล่าว : “ท่านอาจารย์ พรสวรรค์ของข้านั้นด้อยยิ่งนัก เกรงจะ
ทำให้ท่านอาจารย์ขายหน้า”$#&$@*
เฉินหมิงยิ้มแล้วกล่าว : “ไม่ ไม่ ไม่ ในสายตาของข้า เจ้ากลับเป็นผู้มีพรสวรรค์ในระดับสัตว์ประหลาดเลยล่ะ”
จ้าวชิงเหยา : “อา ? ”
เฉินหมิงกระแอมไอในลำคออยู่สองครา พร้อมกับกล่าวว่า : “สภาวะร่างกายของทุกคนล้วนแต่แตกต่างกัน มีความเป็นไปได้ที่
เจ้ายังไม่ได้กรุยเส้นลมปราณหลักของตัวเอง ดังนั้นตอนนี้จึงยังไม่มีประกายความเป็นตัวเอกอันเจิดจรัสให้เห็นได้ชัดเจน”
จ้าวชิงเหยาแสดงเครื่องหมายสงสัยอยู่เต็มใบหน้า “กรุยเส้นลมปราณหลัก ? ประกายเจิดจรัสตัวเอก ? แต่ว่าท่านอาจารย์ ข้า
ฝึกปรือมาเจ็ดปีแล้ว ยังอยู่เพียงแค่ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่งเท่านั้น”
เฉินหมิงกล่าว : “สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องเล็กน้อย เจ้าลองฝึกปรือให้อาจารย์ดูสักรอบหน่อย”
จ้าวชิงเหยานั่งขัดสมาธิบนหินอ่อนก้อนหนึ่งภายในใจกลางสวน เริ่มต้นฝึกปรือ สิ่งที่เรียกกันว่าขอบเขตกลิ่นอายวิถี ก็
คือการดูดซับปราณบริสุทธิ์เข้าสู่เส้นโลหิตภายในร่าง เมื่อเลือดดูดซับปราณบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ภายในร่าง จะ
ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น คงมีแต่ร่างกายที่แข็งแกร่ง จึงจะแบกรับลมปราณขอบเขตสู่วิถีเข้าสู่ร่างกายได้ ถึงจะสำเร็จจนกลาย
เป็นบ่อปราณภายในร่าง
โดยทั่วไปภายในร่างกายของผู้ฝึกปรือจะมีเส้นโลหิตทั้งหมดสิบเส้น ในทุก ๆ เส้นโลหิตเมื่อได้กรุยออกมาก็จะเพิ่มพูน
ระดับขึ้นหนึ่งขั้น
จ้าวชิงเหยาเริ่มเชื่อมต่อลมปราณระหว่างฟ้าดิน ในขณะที่เฉินหมิงยังไม่ทันตั้งตัวก็มีสายลมคลั่งหอบหนึ่งพัดเข้ามา ลมปราณ
ระหว่างฟ้าดินรวมตัวกันขึ้นจนกลายเป็นเกลียวคลื่นพุ่งรวมกันที่จ้าวชิงเหยา หนังตาของเฉินหมิงกระตุกไปมา สมกับที่เป็น
ตัวเอก แค่ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่ง สภาวะการฝึกปรือยังเหนือกว่าขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่เจ็ดไปแล้ว ด้วยปริมาณ
ลมปราณเช่นนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นระดับสัตว์ประหลาดเลยก็ว่าได้
เฉินหมิงหันไปมองจ้าวชิงเหยา ยื่นมือไปวางทาบบนแผ่นหลังของจ้าวชิงเหยา สัมผัสถึงลมปราณบริสุทธิ์ที่อยู่ในเส้นโลหิตภาย
ในร่างจ้าวชิงเหยา พริบตานั้นก็เกิดคำถามขึ้น ช่างผิดปกติเกินไปแล้ว ผู้อื่นล้วนแต่มีความบริสุทธิ์อยู่ภายในเส้นโลหิต แต่เหตุ
ใดเจ้าถึงมีความบริสุทธิ์อยู่ทั้งร่างกัน!
ไม่แปลกใจเลยที่หลายปีมานี้เจ้ายังอยู่ในขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่ง ผู้อื่นที่ฝึกปรือต่างมีความบริสุทธิ์ในเส้นเลือดเพียง
สิบสาย เจ้ากลับมีความบริสุทธิ์อยู่ทั่วร่าง นี่ช่างเป็นคุณสมบัติที่มหัศจรรย์ะไรเยี่ยงนี้ หรือจะบอกได้ว่า นี่
มิใช่คุณสมบัติในตำนานที่ใช้เพื่อฝึกปรือขอบเขตกลิ่นอายวิถีทั้งหมดแปดสิบเอ็ดขั้นอย่างงั้นหรอกหรือ ?
จำได้ว่า หากคิดจะปลุกให้คุณสมบัติชนิดนี้ตื่นขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยต้องใช้ศิลาปราณจำนวนมาก
และศิลาปราณนี้ยังเสมือนดั่งสมบัติล้ำค่าในขอบเขตสู่วิถี ซึ่งเป็นสมบัติที่มีเพียงผู้อยู่ในขอบเขตสู่วิถีจึงจะสามารถใช้ได้ คงมีแต่
ตัวเอกเท่านั้น ที่เมื่อฝึกปรืออยู่ในขอบเขตกลิ่นอายวิถีก็ได้ใช้สิ่งของที่ผู้อยู่ในขอบเขตสู่วิถีใช้
เฉินหมิงปลุกจ้าวชิงเหยา พร้อมกับหยิบศิลาปราณออกมาจากภายในอกเสื้อ แล้วกล่าวว่า : “เจ้าทดลองใช้สิ่งนี้ฝึกปรือดู”
จ้าวชิงเหยาหันไปมองเฉินหมิง พร้อมกับแสดงสีหน้าหวาดกลัวขึ้นเล็กน้อย “ท่านอาจารย์ นี่ก็คือศิลาปราณที่มีเฉพาะขอบเขตสู่
วิถีเท่านั้นจึงมีคุณสมบัติที่จะใช้ได้ ในหมู่ขอบเขตกลิ่นอายวิถี มีแต่ต้องเข้าถึงขั้นที่สิบเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้ มิเช่น
นั้นร่างจะระเบิดแหลกลาญและตายไป”
เฉินหมิงส่ายหน้าอย่างไม่ถือสา แล้วกล่าว : “วางใจข้าเถอะ เจ้าใช้ได้ตามสะดวก มีท่านอาจารย์อย่างข้าคอยดูอยู่ อย่าได้เกรง
กลัวต่อสิ่งใด”
จ้าวชิงเหยาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งหยิบศิลาปราณมาก้อนหนึ่งเริ่มต้นดูดซับลมปราณ แล้วต้องตกใจเมื่อพบว่า ตัวเองกลับไม่รู้สึก
ถึงการถูกเดิมเต็มลมปราณจนมากเกินไป หรือกระทั่งไม่รู้สึกถึงร่างที่จะแตกระเบิด ท่านอาจารย์ช่างสมกับเป็น
ยอดคนอย่างแท้จริง !
ภายใต้ความยินดี จ้าวชิงเหยาทุ่มเทดูดซับศิลาปราณเหล่านี้อย่างสุดกำลัง เฉินหมิงกวาดตามองวูบหนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มี
ปัญหาแล้ว จึงเดินออกไปจากสวน บ่าวรับใช้เฒ่าผู้หนึ่งเดินเข้ามาถามว่า : “คุณชายมีเรื่องใดให้ข้ารับใช้? ”
เฉินหมิงชี้ไปยังจ้าวชิงเหยาที่อยู่ภายในสวน จากนั้นกล่าวขึ้นว่า : “เหล่าฟัง นี่เป็นลูกศิษย์ข้า เห็นแล้วหรือไม่ นางยังมี
น้องชายอยู่อีกคนที่ถูกเจ้าเมืองจับตัวไปเป็นทาส เจ้าเข้าใจแล้วหรือไม่”
เหล่าฟังเผยสีหน้ากระจ่างแจ้งแจ่มชัด แล้วกล่าว : “บ่าวเข้าใจแล้ว บ่าวจะส่งทหารสามพันนายไปทำลายจวนเจ้าเมืองผู้นั้น
รับรองได้ว่ากระทั่งหญ้าสักเส้นก็จะไม่มีชีวิตรอดไปได้ จากนั้นจะพาตัวน้องชายของคุณหนูชิงเหยากลับมา! เช่นนี้แล้ว คุณหนู
ชิงเหยาก็จะฝึกปรือได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องไปพะวงถึงเรื่องอื่นใดอีก”
เฉินหมิงตบเข้าไปที่ศีรษะของเหล่าฟังไปหนึ่งฝ่ามือ แล้วด่าทอว่า : “เจ้าเข้าใจกับผีสิ! ส่งผู้อยู่ในขอบเขตสู่วิถีสักคนออกไป”
เดิมทีเหล่าฟังยังคิดว่ากองทัพสามพันนายก็โหดร้ายพอแล้ว ผู้ใดจะไปทราบว่าเฉินหมิงจะโหดร้ายยิ่งกว่า ถึงกับให้ส่งผู้อยู่
ในขอบเขตสู่วิถีไปฆ่าเจ้าเมืองผู้นั้น
“บ่าวเข้าใจแล้ว ข้าจะให้ท่านอ๋องส่งข้ารับใช้ที่อยู่ในขอบเขตสู่วิถีไปฆ่าเจ้าเมืองผู้นั้น แล้วช่วยน้องชายของคุณหนูชิงเหยาออก
มา!”
เฉินหมิงตบบ่าของเหล่าฟัง แล้วกล่าว : “ไม่ใช่ เหล่าฟัง เจ้าก่อนหน้านี้ที่ฉลาดหลักแหลมไปหาความสุขในหอแดงแล้วไม่จ่าย
งินหายไปไหนแล้ว? หากว่าเจ้าฆ่าเจ้าเมืองผู้นั้นแล้ว เช่นนั้นด่านทดสอบของศิษย์ข้าจะไปหามาจากไหน จะไปหาบอสให้สู้จาก
ไหนอีก? หากเจ้าทำให้แผนการของข้าไม่สัมฤทธิผลขึ้นมาเล่า? ถ้าข้ามด่านนี้ไปจะไปต่อได้อย่างไร? แค่ส่งขอบเขตสู่วิถี
สักคนไปคอยจับตาดูน้องชายของศิษย์ข้า ขอเพียงไม่เกิดเรื่องที่อันตรายถึงแก่ชีวิตหรือพิการ ก็แล้วแต่พวกเขาจะจัดการ เถอะ
ทางที่ดีที่สุดจงอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพียงชิงเหยาเกิดความเจ็บปวดสักรอบ ความเจ็บปวดก็จะเป็นพลังในการบรรลุ นั่นจึง
เรียกได้ว่าเป็นความสมบูรณ์แบบสิ! จากนั้นสิ่งแรกที่ชิงเหยาจะทำคือการฆ่าบุตรชายเจ้าเมืองอะไรนั่น เจ้าเมืองผู้นั้น
ย่อมต้องสงญาติพี่น้องยอดฝีมือขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่แปดขั้นที่เก้าออกมา เพื่อทำให้ชิงเหยาได้รับบทเรียนสักรอบ
ในเวลานี้ ก็ให้พวกข้ารับใช้ผู้นั้นไปช่วยชิงเหยากับน้องชายนางออกมาก็เป็นใช้ได้แล้ว”
เหล่าฟังถึงกับต้องเกาหัวไปมา
เฉินหมิงกวาดตามอง : “เป็นไรแล้ว ?”
เหล่าฟังตอบ : “ดูวกวนชอบกล”
เฉินหมิงกล่าว : “เจ้าจะไปสนใจให้มากความทำไม แค่ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ! ”
เหล่าฟังกล่าว : “เจ้าเมืองผู้นั้นเป็นเพียงแค่แมลงตัวหนึ่ง หากเขาทราบว่าคุณหนูชิงเหยาได้กราบเป็นศิษย์
ในความดูแลของคุณชาย แล้วทำการปล่อยตัวน้องชายของคุณหนูชิงเหยาจะทำอย่างไร? ”
เฉินหมิงทอแววตาสว่างวาบ “แค๊ก เหล่าฟัง เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว เช่นนั้นก็ส่งกองทัพไปอีกหนึ่งหมื่น ปีดล้อมทั้งเมืองให้ข้า อย่าให้
มีข่าวที่ไม่พึงประสงค์เล็ดลอดเข้าไปได้! ”
เหล่าฟังถึงกับยืนสงบไว้อาลัยให้กับเจ้าเมืองผู้นั้นอยู่รอบหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “บ่าวผู้ชราจะไปจัดการทันที ! “

ระบบเซียนหมื่นวิถี

ระบบเซียนหมื่นวิถี

Score 9.5
Status: Ongoing Released: N/A
อ่านนิยายเรื่อง ระบบเซียนหมื่นวิถี เรื่องย่อ : ในมุมหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ จักมีสิ่งหนึ่งที่เป็นการดำรงอยู่ที่สามารถเติบโตแข็งแกร่งจนมีอำนาจที่จะปกครองไปทั้งสวรรค์ได้ เพียงแค่ลูกศิษย์ของพวกเขา ก็ทำให้สั่นสะเทือนไปทั้งใต้หล้าได้แล้ว และเมื่อในตอนที่เขาได้ปรากฏตัวขึ้นในสายตาของผู้คนในโลกหล้า ก็ได้กลายเป็นจอมราชันย์ของทั้งใต้หล้า “อือ……จ้าวชิงเหยาผู้นี้ แม้จะอายุสิบสามปีแต่ก็อยู่ในขอบเขตกลิ่นอายขั้นที่หนึ่ง ช่างเป็นพรสวรรค์ยอดแย่อย่างถึงที่สุดแล้ว อีกทั้งทางตระกูลเองก็ตกต่ำข้นแค้น เพื่อที่ช่วยน้องชาย จึงได้ข้ามผ่านขุนเขานับสิบหมื่นซึ่งเป็นสถานที่ก่อกำเนิดสัตว์ปีศาจเพื่อมาขอฝากตัวเป็นศิษย์ ! ” “ถึงแม้จะดูไปแล้วน่าสงสารยิ่ง แต่แม่นางน้อยผู้นี้ก็ถือได้ว่ามีบทบาทของการเป็นตัวละครเอก ! ” “รับเป็นศิษย์ ! ยังไงก็ต้องรับไว้เป็นศิษย์ ! ” “ติ่ง ! ” “ยินดีที่ได้รับศิษย์ตามเงื่อนไขจากภารกิจระบบเซียนหมื่นวิถี ท่านได้รับรางวัลคะแนนจริยธรรม 10 แต้ม……” ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ระดับพลัง >>พลังขอบเขตหลัก<< -:-จตุขอบเขตมนุษย์ปุถุชน-:- ขอบเขตกลิ่นอายวิถี/ขอบเขตกลิ่นอายเต๋า ขั้นที่ 1 - 9 ขอบเขตสู่วิถี /ขอบเขตสู่เต๋า ขั้นที่ 1 - 9 ขอบเขตบรรลุวิถี /ขอบเขตบรรลุเต๋า ประเภทวิถี>คลังเทวะ>มนตร์ตราเกื้อหนุน>ครบรอบ หลุดพ้น คำอธิบาย :ประเภทวิถี>คลังเทวะ>มนตร์ตราเกื้อหนุน แต่ละขั้นจะแบ่งออกเป็น สามระยะ : ระยะแรก > ระยะกลาง > ระยะขั้นสูง และสะสมลมปราณได้ >>จำแนกระดับชั้นเผ่าปีศาจ<< คำอธิบาย ระดับขั้น ดัชนีความเสี่ยง สัตว์ปีศาจ ปีศาจชั้นต่ำที่ยังอยู่ในรูปลักษณ์สัตว์ ขอบเขตกลิ่นอายวิถี ขั้นที่ 1 - 9 ปีศาจชั้นสูง ปีศาจที่เริ่มจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้แค่บางส่วน ขอบเขตสู่วิถี 1-6 ขุนพลปีศาจ ปีศาจที่จำแลงกายเป็นมนุษย์แต่ยังไม่สมบูรณ์ ขอบเขตสู่วิถี 7-9 200+ ราชาปีศาจ จำแลงร่างเป็นมนุษย์ได้จนสมบูรณ์ ขอบเขตบรรลุวิถี /ขอบเขตบรรลุเต๋า 300+ จ้าวราชาปีศาจ มีอำนาจปกครองอาณาเขตเหนือกว่า ขอบเขตบรรลุเต๋ามนตร์ตราเกื้อหนุน 1000+ ราชาปีศาจ ในอาณาเขตขุนเขานับสิบหมื่นจะมีอยู่ประมาณ 10กว่าตน มหากษัตริย์ มีอำนาจปกครองอาณาเขตเป็นวงกว้าง ขอบเขตบรรลุเต๋าระดับครบรอบ 1500 ระดับจ้าวมหากษัตริย์ เป็นระดับที่มีอยู่ไม่ถึง 20 คน หลุดพ้น 2000+ อมตะ 4000+ จักระ 6000+ ระดับกษัตริย์เฒ้า (ใต้แห่งเซียน) เป็นระดับที่อีกครึ่งก้าวก็จะสามารถเข้าสู่ระดับมนุษย์เซียน ใต้แห่งเซียน 8000+ "หกขอบเขตแห่งมนุษย์เซียน" มนุษย์เซียน "ระดับขั้นต้นของการเป็นเซียนมีอายุขัยอยู่ที่ 1000ปี" ระดับความเสี่ยง 8000+ เซียนพิภพ "มีอายุขัยเพิ่มขึ้นเป็น 2000ปี" ระดับความเสี่ยง 10000+ เซียนสวรรค์ "ความแตกต่างในระดับนี้ขึ้นอยู่กับประกายวงแหวนเป็นหลักอายุขัยเพิ่มขึ้นเป็น 3000ปี" ระดับความเสี่ยง 20000+ เซียนอมตะ "มีพลังในระดับที่ทำลายมิติดวงดาวแห่งหนึ่งได้" ยังไม่มีรายละเอียด เซียนนิรันดร์ ยังไม่มีรายละเอียด ราชันย์เซียน ยังไม่มีรายละเอียด เซียนสังสารวัฏ ยังไม่มีรายละเอียด

Comment

Options

not work with dark mode
Reset