มหาวิบัติสงครามการกลายพันธุ์ (Mutagen) – ตอนที่ 17 : ทำไมเขาถึงยอมปล่อยพวกมันหนีไป

ตอนที่ 17 : ทำไมเขาถึงยอมปล่อยพวกมันหนีไป

 

ในโรงหนังที่มีแสงไฟอันสลัว มาร์คคุกเข่าลงกับพื้น ตรงหน้าของเขามีเด็กสาวร่างกึ่งเปลือยนอนอยู่บนพื้นกำลังร้องไห้อยู่ ซึ่งร่างกายของเธอนั้นถูกปิดคลุมด้วยเสื้อแจ็คเก็ต มาร์คผู้ซึ่งมีสีหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา เขาค่อนข้างทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นเด็กสาวนั้นร้องไห้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง น้ำตาที่ไหลออกมาของเด็กสาวไม่ได้ออกมาเฉพาะเรื่องราวเหตุการณ์ร้ายๆที่ได้เกิดขึ้นมาเมื่อสักครู่นี้ มันเหมือนกับรู้สึกว่ามันมีเหตุผลลึกๆหลายๆอย่างที่ทำให้เธอนั้นร้องไห้ออกมา

 

เขารู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องแบกรับการร้องไห้ของเด็กสาวคนนี้ แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ เขาทำได้แค่เพียงลูบศรีษะของเธอเบาๆอย่างอ่อนโยนเพื่อเป็นการให้ความอบอุ่นปลอดภัยแก่เธอ

 

ในขณะที่มาร์คนั้นลูบหัวของเธอ เขาก็กำลังคิดไปด้วยว่าควรทำอย่างไรต่อไป เด็กสาวคนนี้จำเป็นที่จะต้องชำระล้างร่างกายของเธอเอง แต่เธอไม่สามารถอยู่ในสถานการณ์ที่จะทำได้ เขาคิดว่าเรียกผู้หญิงที่อยู่ข้างนอกให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เขาก็รู้สึกฝืนใจที่จะทำ ร่างกายของเด็กสาวคนนี้เลอะไปด้วยคลาบของเหลวของไอชายชั่วนั่น ถ้าเป็นแบบนั้นผู้หญิงคนอื่นๆอาจจะรังเกียจได้ และมันก็คงเป็นการโกหกว่าเขานั้นไม่อยากทำให้ แต่มันก็ดูจะไม่เหมาะสมจริงๆ

 

ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจเรียกเด็กสาวที่อยู่ข้างนอกเข้ามา

 

ในขณะที่เขากำลังยืนขึ้น เด็กสาวคนนี้ก็รีบคว้ามือขวาของเขาเอาไว้อย่างไว

“เธอจำเป็นต้องทำความสะอาดให้เร็วที่สุด เพราะอย่างงั้นเดี้ยวผมเรียกให้คนอื่นมาช่วย ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พวกเขาเป็นผู้หญิง”

 

‘แต่ก็นะ ข้างนอกนั่นยังมีผู้ชายอยู่ แต่… ผมจะให้เขาไปอยู่อีกทางหนึ่ง ผมว่านะ?’ เขาคิด

 

มันคงไม่แปลกใจเท่าไหร่ถ้าหากว่าเด็กสาวคนนี้จะหวั่นกลัวกับเพศชายไปแล้วหลังจากที่เธอได้เจอสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนั้น

 

มาร์คลูบหัวเธออีกครั้ง หลังจากนั้นก็ปล่อยมือของเธอออก แต่ก่อนที่เขาจะได้เรียกคนที่อยู่ข้างนอกเข้ามา เขามองไปรอบๆตัวเขา ชายที่เขาเตะจนสลบไปยังนอนไม่มีสติอยู่ และหัวหน้าของมันก็เงียบไปแล้ว ไม่นะ หรือว่าหัวหน้าของมัน…

 

‘มันตายไปแล้วงั้นหรอ หึ’

 

การที่เลือดไหลออกมาเยอะขนาดนั้น หัวหน้าของมันก็คงหยุดหายใจไปแล้ว

 

‘แบะอีกแผนนึงก็ถูกเปลี่ยนแปลง’ เขาถอนหายใจออกมา

 

มาร์คไม่สามารถทิ้งเธอไว้ได้ หากสถานที่รอบๆยังเป็นแบบนี้ เขาเข้าไปหาร่างซึ่งไร้สติอยู่ และถอดเข็มขัดของมันออกมาและนำมารัดไว้ที่ข้อมือของมันทั้งสองข้างเอาไว้ข้างหลัง แก๊งอันธพารพวกนี้ก็คงไม่สามารถทำอะไรได้เลยในตอนนี้

 

จากนั้นเขาก็ล้วงเอาอาวุธของมันเก็บไว้ในกระเป๋าของเขา อาวุธของมันมีท่อเหล็กยาว มีดเล่มยาว และที่แทงน้ำแข็ง อาวุธพวกนี้ล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น

 

เขามองกลับไปร่างศพที่ไร้ซึ่งแขนที่ใช้การไม่ได้

 

‘ฉัน จะ ไม่ จับ มัน เด็ด ขาด’

 

มาร์คเข้าไปเด็กสาวอีกครั้งและพบว่าเธอกำลังมองมาที่เขา อีกทั้งเธอก็ได้หยุดร้องไห้ไปแล้ว และเธอก็พยายามที่จะเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าด้วยมือของเธอเองทำให้ใบหน้าของเธอนั้นมีรอยเปื้อนสกปรก ใบหน้าของเธอที่เปอะเปลื้อนด้วยคราบน้ำตา น้ำอสุจิ และเลือด มันทำให้เธอดูน่าสงสารมากกว่าเดิม

 

เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาอีกครั้งและเช็ดไปที่ใบหน้าของเธออีกครั้ง

 

“ลุกไหวมั้ย?”

 

เด็กสาวผู้อ่อนแอได้พยักหน้า เธอพยายามที่จะลุกขึ้นมาแต่ก็เกือบล้มลงไปทันที โชคดี มาร์คนั้นรับตัวเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะได้ล้มลง เขาช่วยพยุงตัวเธอให้เธอยืนขึ้น

 

ด้วยความช่วยเหลือของเขา เธอพยายามที่จะเดินแต่การก้าวเท้าในแต่ละก้าวของเธอก็ไม่มั่นคงเท่าไหร่ เธอขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ก้าวเดิน น้ำตาเริ่มเอ่อออกมาจากดวงตาของเธออีกครั้ง แต่เธอก็พยายามที่จะเก็บมันเอาไว้

 

“สะ..เสี่ยวเหมย”

 

อยู่ๆเธอก็ได้พูดออกมา มาร์คมองไปที่เธอด้วยท่าทางสับสน แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรออกมา

 

“ชะะ ชื่ออคุณ?”

 

“มาร์ค”

 

มาร์คไม่ปล่อยให้เธอพูดจนจบ

 

“เอาล่ะ ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มแนะนำตัวยังไงดี แต่เรียกว่าผมว่ามาร์คละกัน แค่มาร์คก็พอแล้ว แล้วก็อย่าเพิ่งพยายามเปิดปากพูดอะไรตอนนี้ ถ้าเธอยังเจ็บอยู่ แก้มของเธอนั้นฟกช้ำและปากของเธอก็แตก”

 

เขาพาเธอไปที่อีกฝั่งหนึ่งของโรงหนังและช่วยเธอนั่งลงบนเก้าอี้ในแถวตรงกลาง

 

“รอที่นี่แปปนึงนะ”

 

จากนั้นเขาก็เดินออกไปตรงประตูบานใหญ้สองบาน ประตูมันถูกล็อคอยู่ แต่ก็เปิดออกได้ง่ายเมื่อถูกเปิดจากฝั่งนี้ หลังจากปลดล็อคประตู เขาก็เปิดมันอย่างช้าๆ

 

ตุบ!

 

เลือดได้ท่วมเต็มกับคนตรงหน้า ไม่สิ มันไม่ใช่คนแล้ว

แองเจได้อยู่ข้างนอกหน้าประตู และถีบซอมบี้ล้มลงด้วยเท้าของเธอในตอนที่มาร์คได้เปิดประตูกว้างออกมา

 

เขาเห็นแองเจกำลังใช้ไม้เบสบอลตีไปที่เขา แต่เธอก็ลดไม้ลงทันทีเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนที่เปิดประตูออกมา

 

มาร์คมองไปรอบๆก็เห็นว่ามีซากศพนอนเกลื่อนอยู่บนพื้นหลายศพ และพวกซอมบี้ก็ได้เข้ามาใกล้ในพื้นที่โรงหนัง เขาเมินเฉยกับร่างพวกนั้นไปก่อน และมองไปที่แองเจ

 

“เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

 

ในขณะนั้นแองเจยังคงหายใจแรงถี่ พร้อมกับยกนิ้วโป้งแสดงให้มาร์คเห็นว่าไม่เป็นอะไร

 

‘ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้ดูสบายดีเท่าไหร่นะ’

 

หลังจากเห็นมาร์คออกมา คนอื่นๆก็ได้ออกมาจากที่หลบซ่อนเช่นกัน และพอลล่าก็ได้เล่าเหตุการณ์ให้เขาฟัง

 

“ซอมบี้หลายตัววิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงปืนนั่น”

 

“นั่นมันความผิดฉันเอง ฉันทำเอง” เขาพูดไปพลางเกาหัว

 

ปัง!

 

ไม่ใช่แค่ทุกคนในกลุ่มของมาร์ค แต่รวมถึงพวกซอมบี้ด้วยเช่นกันได้หันไปทางที่มีเสียงยิงปืนออกมา พวกซอมบี้หันหัวไปทางเสียงยิงปืนที่อยู่ในโซนใจกลางห้างซึ่งเป็นทางที่เกิดต้นเสียงยิงปืน

 

ปัง! ปัง!

 

เสียงปืนลั่นดังเข้ามาเรื่อยๆ

 

ซอมบี้ที่แสนเชื่องช้าข้างนอนั่นก็ได้หันและเดินไปตามที่มีเสียงปืนดังเกิดขึ้น

 

“มีคนเปิดฉากไว้ให้โดยไม่มีพวกเราสินะ หึ ก็ดี มันช่วยซื้อเวลาให้เรามากกว่าเดิมแหละ”

 

มาร์คพูดใส่กลุ่มของเขา

 

“ยังไงก็ตาม ไปเถอะ ผมต้องการความช่วยเหลือ”

 

เขาหันหลังไปโดยที่ไม่รอการตอบกลับจากคนอื่นๆ และหยิบกล่องอาหารที่อยู่ตรงเคาเตอร์และเดินเข้าไปในโรงหนังอีกครั้ง คนอื่นๆก็รีบตามไปโดยทันที พวกเขาเริ่มชินกับนิสัยแบบนี้ของมาร์คไปแล้ว

 

ดูเหมือนว่าเสี่ยวเหมยนั้นยังคงกระสับกระส่ายเป็นทุกข์อยู่ เมื่อมาร์คเข้าไปใกล้เธอ เธอก็ได้ดึงชายเสื้อของมาร์คเอาไว้ทันที เขาลูบหัวเธอเพื่อให้เธอสบายใจว่าปลอดภัยแล้ว และให้เธอมีจิตใจที่สงบลงอีกหน่อย สิ่งที่เขาทำดูเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับเด็กสาวที่ตามมาด้วยกับมาร์คแล้ว พวกเธอก็มีอารมณ์หลากหลายที่พูดไม่ออก เช่น ‘เขาช่างเป็นคนดีเหลือเกิน’ ‘เราเพิ่งได้เห็นด้านดีๆของเขา’ หรือ ‘เขาดูไม่ใช่เดิมเลยนะ’

 

จากนั้นเด็กสาวทั้งสองคนก็ถูกมาร์คจ้องเขม็ง

 

มาร์คเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ฟังและขอความช่วยเหลือเพื่อช่วยเสี่ยวเหมยชำระทำความสะอาดร่างกายของเธอเอง และยื่นกล่องที่เขาเพิ่งจะเอามาจากเคาเตอร์ข้างนอกซึ่งกล่องนั้นเต็มไปด้วยทิชชู่ เขาได้หยิบสเปรย์แอลกอฮอล์เล็กๆเพื่อให้พวกเธอเอามาใช้มาด้วยเช่นกัน

 

มาร์ครู้สึกประหลาดใจมาก คนที่ดูหัวโบราณไม่เปิดใจแบบพอลลาก็ไม่ได้แสดงความรังเกียจใดๆในขณะที่เธอได้ช่วยเสี่ยวเหมยทำความสะอาดร่างกาย แม่เด็กก็เช่นกัน เธอปล่อยลูกให้นั่งอยู่เก้าอี้ใกล้ๆนี้ และทำความสะอาดผมของเสี่ยวเหมย มาร์ครู้สึกงุนงงกับความจริงที่ว่าเด็กอย่างแองเจผู้ซึ่งไม่กลัวเลือด แต่จริงๆเธอค่อนข้างฝืนทำความสะอาดคลาบของเหลวสีขาวนี้อย่างรังเกียจ แต่อย่างไรเธอก็ช่วยอยู่ดีหลังจากที่โดนเพื่อนของเธอดุ

 

เสี่ยวเหมยก็ได้มีสติมากขึ้นในขณะที่ทำความสะอาดร่างกายเธออยู่ แต่อย่างไรเธอก็ยังรู้สึกอ่อนแอ และมือสองข้างของเธอก็สั่น เธอไม่มีทางช่วยให้ดีขึ้นได้เลย

 

ในขณะที่มาร์คนั้นปล่อยให้พวกผู้หญิงได้ทำหน้าที่ไปด้วยกัน เพราะมันก็ดูไม่สมควรที่เขาจะมองพวกเธอทำ และเขาได้เดินไปอยู่ตรงที่ใกล้ป้ายทางหนีไฟ เขาแง้มประตูเปิดออกไปและมองไปภายนอก มันไม่มีซอมบี้สักตัวปรากฏอยู่และแถมยังมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ตามทาง

 

“ดูเหมือนว่าแผนนี้ใช้ได้สินะ”

 

ใช่แล้วล่ะ เขาวางแผนไว้แล้ว นี่คือเหตุผลที่เขาปล่อยให้สมาชิกในแก๊งอีกสองคนหนีไป เขาคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่พวกมันจะโดนซอมบี้ข้างในตามทางเดินรุมกระโจน ซึ่งเขาคิดได้ถูกต้องเมื่อเห็นคราบเลือดที่เปื้อนอยู่ตามทาง เขาปล่อยให้สองคนนั้นเป็นตัวล่อเพื่อที่จะไล่ให้ซอมบี้ออกไปตามทางเดิน

 

อย่างไรก็ตาม เขาก็คาดหวังเอาไว้บ้างว่าแผนนี้อาจจะจะไม่สำเร็จ เพราะสองคนนั้นจะวิ่งล่อซอมบี้กลับเข้ามาข้างใน และเขาก็ได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้อยู่แล้ว แต่แผนสำรองนั้นก็คงจะเสียไปในทางที่ดีแล้วล่ะ

มหาวิบัติสงครามการกลายพันธุ์

มหาวิบัติสงครามการกลายพันธุ์

เรื่องย่อ เป็นเช้าอีกวันที่คล้ายจะปกติธรรมดาเหมือนในทุกๆวัน แต่ใครจะรู้ล่ะ วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ จุดกำเนิดเริ่มต้นของหายนะนั้นไม่ได้ถูกกำหนดเอาไว้ แต่หารู้ไม่ เชื้อหายนะนั้นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดจักรวาลแห่งนี้ แต่นั่นก็แค่เกิดขึ้นบริเวณนอกบรรยากาศของโลกเพียงเท่านั้นเอง ผู้คนและสัตว์ต่างๆกลับฆ่าฟันและกินกันเอง จากนั้นค่อยๆกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดที่ใครๆต่างก็รู้จักชื่อนี้ดี ‘ซอมบี้’ ในขณะที่บางคนนั้นโชคดีได้รับพลังและทักษะความสามารถที่จะต่อสู้กับมัน ทุกๆชีวิตในตอนนี้ที่ไม่ได้ ‘กลายร่าง’ ก็เริ่มพัฒนาหาวิธีทำลายล้างและหยุดเรื่องราวทั้งหมดนี้ในขณะที่โลกทั้งใบนี้กำลังติดเชื้อโดยสารก่อการกลายพันธุ์บางอย่าง มาร์ค ชายผู้เป็นโอตาคุ เกมเมอร์ และไม่ชอบออกไปสู่โลกภายนอก กลับติดแหงกอยู่ใจกลางแห่งความหายนะซึ่งดูเหนือธรรมชาติ การใช้ความคิด ความรู้ และความสามารถที่ไม่เหมือนใครและไม่เป็นไปตามแบบแผนของสังคมของเขานั้น จะทำให้เขามีชีวิตรอดไปอีกนานแค่ไหนกับหายนะที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดซอมบี้ การเปลี่ยนแปลงต่างๆ และผู้คนชั่วร้ายสารเลวในฐานะผู้ที่ยังรอดชีวิตอยู่ในประเทศบ้านเมืองที่มีประชากรล้นเหลือแบบนี้

Comment

Options

not work with dark mode
Reset