ยัยจอมกวนป่วนหัวใจนายไอดอล – ตอนที่ 38 ไล่ออก (3)

อันซย่าซย่ายังไม่ฟื้นตัวจากไข้หวัดดี และเธอก็กินอะไรไม่ค่อยลงช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ใบหน้าเล็กๆ นั้นซีดเซียวและคางก็ซูบลงไปอย่างเห็นได้ชัด   

 

 

กระทั่งตอนนี้ เธอก็ยังรู้สึกเจ็บในกระดูกมือซ้ายเช่นเดียวกับอาการบาดเจ็บที่อื่นๆ ทั่วทั้งตัว ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้รุนแรงน้อยไปกว่าบาดแผลจิ๋วๆ ของเจี่ยนซินเอ๋อร์เลย  

 

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครอยากจะถามเธอบ้างหรือว่าเธอถูกกลั่นแกล้งหรือเปล่า ซ้ำยังไม่มีใครต้องการสืบสวนหาความจริงและค้นหาว่าอะไรที่ทำให้เจี่ยนซินเอ๋อร์เกิดมีบาดแผล  

 

 

นัยน์ตาสองข้างของเธอเอ่อไปด้วยน้ำตา แต่ก็กลั้นเอาไว้อย่างสุดใจเพื่อไม่ให้มันไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว  

 

 

อันซย่าซย่าสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ หนึ่งเฮือกก่อนจะเอ่ย “เยี่ยมเลย เพราะอันที่จริงแล้วหนูก็ไม่อยากจะอยู่ในโรงเรียนแบบนี้อีกต่อไปแล้ว คำก็ทายาท สองคำก็ทายาท… มีอาจารย์และผู้นำตั้งมากมายแต่กลับไม่มีใครคิดแก้ไขจากความผิดพลาดเลย… อาจารย์ไม่ต้องไล่หนูออกหรอก เพราะหนูจะขออาสาลาออกเอง!”   

 

 

“เชอะ!” คุณนายเจี่ยนกลอกตาขณะที่เจี่ยนซินเอ๋อร์ยิ้มอย่างสาแก่ใจ ติงอีอีดึงชายเสื้อเพื่อนอย่างกระวนกระวายใจ  

 

 

สีหน้าอาจารย์ใหญ่ยิ่งทวีความน่ากลัวยิ่งขึ้นขณะที่เขาชี้นิ้วไปที่อันซย่าซย่า “วันนี้เธอไม่ต้องกลับไปเข้าเรียนแล้ว ไปจัดการเอกสารลาออกให้เสร็จ! เดี๋ยวนี้เลย!”  

 

 

อันซย่าซย่าไม่อาจสะกดกลั้นตัวเองได้อีกต่อไป เธอเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อ ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมพูดอะไรอย่างอื่นอีกก่อนที่จะเดินไปที่ประตู  

 

 

เด็กสาวเปิดประตูและปะทะเข้ากับวงแขนของชายร่างสูงคนหนึ่งเข้าพอดี  

 

 

อันซย่าซย่าร้องไห้หนักขึ้นจากความเจ็บใจ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นและมองเข้าไปยังดวงตาของชายสวมแว่นตาท่าทางภูมิฐาน เขามีสีหน้าเย็นเยียบราวกับภูเขาหิมะ อันซย่าซย่าพูดอะไรไม่ออก  

 

 

ทำไมเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่…  

 

 

ชายคนนั้นขยับแว่นตาไร้กรอบ เขาสวมชุดสูทสีดำ เน็กไทผูกอย่างดีงามรอบคอเสื้อ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งความรู้สึก เขาขยับแว่นตาอีกครั้งและยิ้มเย้ยหยัน “แหม มัธยมฉีซย่านี่ช่างเป็นโรงเรียนที่น่าเคลือบแคลงเหลือเกิน ดูเหมือนว่าระบบการศึกษาที่นี่จะล้มเหลวในด้านการกำกับดูแลนะครับ”  

 

 

“คุณเป็นใคร ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในห้องทำงานอาจาร์ใหญ่?!” ผู้อำนวยการคาดคั้นอย่างไม่พอใจ  

 

 

ชายคนนั้นไม่ใส่ใจคำถาม เหลือบมองลงมาที่อันซย่าซย่าขณะที่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มแผ่วต่ำ “เจ็บตรงไหนบ้าง”  

 

 

รังสีออร่าที่เขาแผ่ออกมาช่างเปี่ยมไปด้วยพลังจนอันซย่าซย่ายอมสยบให้อย่างง่ายดายก่อนที่จะรู้ตัว “มือ… แล้วก็ที่อื่นๆ อีก หนูมีแผลมากกว่าหล่อนแน่นอน!” เธอพูดพร้อมกับชี้ไปที่บาดแผลเล็กๆ บนแขนของเจี่ยนซินเอ๋อร์  

 

 

ชายคนนั้นขยับแว่นอีกครั้งพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณได้ละเมิดมาตราสองสามสี่ของประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยการทำร้ายร่างกายโดยเจตนา มาตราสองสี่หก การหมิ่นประมาท มาตราสองสามเก้า การต่อต้าน รวมไปถึงกฎหมายความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยสาธารณะกฎหมายแพ่งและพระราชบัญญัติการศึกษา คุณเจี่ยน…ใช่ไหม คุณทราบหรือไม่กว่าการกระทำของคุณนั้นมากพอที่จะคุณเข้าคุกได้เป็นเวลานานเชียวละ”  

 

 

คุณนายเจี่ยนแสดงอาการเหยียดหยาม “ไอ้โรคจิตนี่มาจากไหนกันนี่ เขาคิดว่าเขาเป็นใคร อีกอย่างซินเอ๋อร์ของฉันก็ยังเป็นผู้เยาว์อยู่ จะติดคุกได้ยังไงกัน!”  

 

 

ชายคนนั้นหัวเราะขรึมๆ “ความไม่รู้เป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ ตามบทบัญญัติในกฎหมายจีน บุคคลซึ่งมีอายุสิบหกปีถือว่าโตพอที่จะถูกตัดสินลงโทษในคดีอาญาได้แล้ว! การทำร้ายผู้อื่นในวัยดังกล่าว ศาลสามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้ตามที่เห็นสมควร การดำเนินคดีทางด้านอาญานั้นจะอ้างอิงจากกฎหมายของรัฐ และอัยการรัฐจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลในนามของรัฐ”  

 

 

เมื่อเขาพูดจบ ทั้งห้องอยู่ตกอยู่ในความเงียบสงัด  

 

 

อาจารย์ใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “คุณเป็นใครกัน”  

 

 

“ส่วนคุณคืออาจารย์ใหญ่สินะ” ชายผู้นั้นหรี่ตามอง จากนั้นรอยยิ้มของเขาก็เย็นยะเยือกยิ่งขึ้นไปอีก “ผมอยากจะถาม เมื่อเกิดเหตุใช้ความรุนแรงขึ้นภายในโรงเรียน ทางโรงเรียนได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมและได้ในคำแนะนำหรือไม่ ทางโรงเรียนได้ดำเนินการตามภาระหน้าที่ในการกำกับดูและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่”  

 

 

อาจารย์ใหญ่เก็บปากเก็บคำนิ่งสนิท  

 

 

“พวกคุณทุกคนอยากให้ซย่าซย่าของผมลาออกใช่ไหม ก็ได้ ไว้เราเจอกันในศาล! ผมอาจจะมีความสามารถเล็กๆ น้อยๆ แต่สิ่งที่ผมมีก็คือเวลา และผมยินดีที่จะเสียเวลาตามล้างผลาญพวกทุกคน!” แล้วเขาก็ดึงสีหน้าเครียดเคร่งกลับมา “อ้อ ผมลืมแนะนำตัว ผมอันอี้เป่ยจากสำนักงานกฎหมายเชียนเต่า”  

 

ยัยจอมกวนป่วนหัวใจนายไอดอล

ยัยจอมกวนป่วนหัวใจนายไอดอล

อันซย่าซย่า แอนตี้แฟนของกลุ่มไอดอลวงสตาร์รี่ไนต์ชอบหาเรื่องมาฉะด่าว่าร้าย เซิ่งอี่เจ๋อ นักร้องนำของวงไม่เว้นวัน นี่จะนับว่าเป็นงานอดิเรกสุดโปรดของเธอเลยก็ว่าได้ ทว่าเหมือนโชคชะตาเล่นตลก พอเธอเข้าเรียนมัธยมวันแรก สามหนุ่มวงสตาร์รี่ไนต์ก็กลับกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเธอเสียได้ ซ้ำร้ายยังมาเช่าบ้านเธออยู่อีก! ถ้าเธอไม่เผลอไปเฉี่ยวชนรถคันหรูราคาแพงของเซิ่งอี่เจ๋อเข้าจนเป็นหนี้หัวโตก็คงจะมีข้อแม้มาไล่เขาออกจากบ้านได้ สุดท้ายก็ได้แต่ยอมจำนน แถมยังตกปากรับคำเป็นผู้ช่วยศิลปินจำเป็น ทำงานใช้หนี้ทั้งที่เธอยังอยู่แค่มัธยมปลายแท้ๆ จะว่าไปแล้ว เจ้าหน้าหล่อนั่นดูท่าทางจะสนใจเธอเป็นพิเศษด้วยสิ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset