กู้จวินกินอาหารกล่องอย่างเงียบ ๆ แต่หัวใจของเขากลับมีลางสังหรณ์ที่คลุมเครือ เขาสงสัยว่าตอนนี้มีการระบาดของโรคบางอย่างที่ประชาชนไม่รู้จริงหรือไม่?
***
สามวันถัดมา เรื่องเล่าตำนานเมืองของ “ ทาส” ทางการแพทย์ที่กำลังนอนหลับอุตุอยู่ในอาคารผ่าศพได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง
กู้จวินแสดงให้นักศึกษาหัวกะทิอีกห้าคนเห็นถึงคำจำกัดความที่แท้จริงของคำว่า “กล้า”
นอกเหนือจากการนอนหลับห้าชั่วโมงในตอนกลางคืนเเล้ว เขามักจะหมกมุ่นอยู่กับการฝึกผ่าศพสามชั่วโมง ส่วนนักศึกษาคนอื่นอย่างหวังรั่วเซียงเเละไช่ฉีซวนต่างก็ผลัดกันผ่าศพ ในขณะที่กู้จวินนั้นจะเป็นคนที่อยู่ข้างเตียงผ่าศพเสมอ…เเละเขาก็ไม่เคยที่จะหยุด!
เป็นไปไม่ได้ที่จะคุยโม้บนโต๊ะผ่าศพ ไม่ว่าจะมีทักษะที่แท้จริงหรือไม่ก็ตาม ทั้งหมดจะถูกเปิดเผยทันทีที่ลงมีด!
ตอนนี้กู้จวินได้รับตำแหน่งในบัญชีรายชื่อของทีมอย่างแน่นหนาในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่เเม้เเต่ศาสตราจารย์กู้ยังกล่าวชื่นชมเขาอย่างสูง อันที่จริงเมื่อนักวิชาการด้านการผ่าศพกลับมาหลังจากหยุดพักไปเที่ยวมาสามวัน พวกเขาก็รู้สึกว่ากู้จวินได้เเซงหน้าพวกเขาไปเเล้ว!
หวังรั่วเซียงรู้สึกว่าเธอกลายเป็นหวังเฉินเซียงไปเเล้ว [ที่เเปลว่าหวังรั่วเซียงตัวปลอมสื่อถึงคำว่าไร้ประโยชน์]
นั่นเป็นเพราะเมื่อเธอลงสนามเเละเข้าร่วมการผ่าศพพร้อมกับกู้จวิน ความสำคัญของเธอจากสุดยอดนักศึกษาอันดับหนึ่งก็ถูกลดค่าเเละมีความสำคัญไม่มากไปกว่าหนูทดลองกากๆหนึ่งตัว
ไม่ใช่ว่ากู้จวินไม่รู้สึกเหนื่อย แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดได้…เขาหยุดไม่ได้อย่างเด็ดขาด!! เเม้จะต้องเหนื่อยตายเเต่เขาต้องได้รับรางวัลชิ้นส่วนแผนผังนั่นให้ได้! เขาไม่มีทางเลือกอื่นเเล้ว!
ดูว่าอัตราการสำเร็จของภารกิจคืบหน้าทีละนิดจาก 10% เป็น 20% เป็น 50% และจากนั้นเป็น 80% แม้ว่าสภาพจิตใจและประสิทธิภาพของเขาจะลดลงจนเเทบจะเเห้งเหือด แต่เขาก็ยังกัดฟัน…เขายังคงอดทนและย้ำกับตัวเองเหมือนท่องมนต์ว่า “ ฉันยอมแพ้ไม่ได้”
การผ่าแบบมาราธอนนี้ดูเหมือนจะเป็นการล้างบาปของกู้จวินในอดีตด้วยฟอร์มาลีนซึ่งทำให้เขาดูเปลี่ยนไปอย่างยิ่งในสายตาของคนอื่นๆ
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของกู้จวินที่พยายามอย่างเต็มที่ในฐานะนักศึกษาแพทย์ เขารู้สิ้นหวังกับตนเองมาก เขาเหนื่อยมากจนไม่มีแรงแม้แต่จะหลับ
อย่างไรก็ตามรางวัลของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสามารถของมือเเห่งความชำนาญที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ความเข้าใจของเขาเองเกี่ยวกับเทคนิคทางกายวิภาคและการผ่าตัดต่างๆก็ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน ยิ่งเขาผ่าศพเหล่านี้มากเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกสับสนกับเรื่องที่ทะเลลองกานมากขึ้นเท่านั้น
นี่มันไม่เหมือนกับว่ามีความผิดปกติในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเลย ตรงกันข้ามส่วนอื่น ๆ นั้นธรรมดามากและเห็นได้ชัดว่าศพก่อนเสียชีวิตนั้นมีสุขภาพที่ดี เอาจริงๆ เเม้กระทั่งจะระบุการตายของศพ กู้จวินเองก็เดาไม่ได้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันเเน่ ทำไมถึงตายได้!
ยิ่งความคืบหน้าในการผ่ามือซ้ายที่มีความผิดปกติมากเท่าไหร่ คำตอบก่อนหน้านี้ของกู้จวินก็ยิ่งได้รับการยืนยันว่าถูกต้องมากขึ้นเท่านั้น
มันทำให้พวกเขาสับสนอย่างมาก! สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจที่สุดก็คือ กระดูกต้นแขนและปลายเเขนไม่เพียงแค่บิดเข้าหากันเท่านั้น แต่กระดูกอ่อนยังได้ตัดทะลุผ่านกลางกระดูกต้นแขน ทว่ากระดูกต้นขากลับไม่มีอาการแตกหัก
สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ในทางการแพทย์ แม้ว่าจะมีการพิจารณาเรื่องเหตุผลทางรังสีนิวเคลียร์ก็ตาม
หอคอยแห่งความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ของพวกเขาเริ่มสั่นคลอนเเละใกล้จะถล่มเต็มที เหมือนความว่าความรู้จะใช้กับเหตุผลเเละปัญหาข้อนี้ไม่ได้
พวกเขาต้องการคำตอบ แต่บางทีพวกเขาอาจได้รับคำตอบนี้ในอนาคต ซึ่งตอนนั้นอาจจะไม่มีใครรู้ว่าเเท้จริงเเล้วมันสายเกินไปหรือไม่!
***
ในที่สุดก็ถึงบ่ายสามของวันที่สาม ภายใต้การแนะนำของศาสตราจารย์กู้ กลุ่มนักศึกษาทั้ง 6 คนก็ทำการผ่าเนื้อบริเวณหน้าท้องของร่างกายศพจนเสร็จสิ้น
เวลาที่เหลือของภารกิจคือ 00:14:38 น. หรือก็คือเหลือเวลาอีกไม่ถึง 15 นาที เมื่อกู้จวินเอาตับออกจากศพจนหมด …
เขาก็ได้ยินเสียงของพระเจ้าขึ้นมาในหัว
ติ๊งต่อง! ในหัวของเขาปรากฎกล่องข้อความขึ้นอย่างต่อเนื่อง
[ความสำเร็จทางกายวิภาคในปัจจุบัน: 100% ภารกิจระดับยาก – ภารกิจเสร็จสมบูรณ์!]
[ระดับของมือเเห่งความชำนาญเพิ่มขึ้น! ระดับปัจจุบันคือระดับที่สอง (ความชำนาญ 0/30000 คะเเนน)]
[รางวัลภารกิจกำลังรอจัดส่ง: แผนที่โครงสร้างที่ไม่สมบูรณ์ 1 เเผ่นคลิกเพื่อรับรางวัลของคุณ]
ในที่สุด…ก็เสร็จแล้ว! กู้จวินขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แต่ด้วยการหายใจออกยาวๆรวดเดียวนี้ เขารู้สึกว่าสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเขาหมุนวนจนรู้สึกเคว้ง ร่างกายของเขาสั่นคลอนอย่างไม่หยุดยั้งและแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ตับของศพแทบจะหลุดออกจากมือ เขารวบรวมเศษพลังก้นหีบเฮือกสุดท้ายเพื่อวางตับลงบนแผ่นกายวิภาคและผงกหัวขึ้นจนหมวกคลุมศรีษะเเทบหล่น
“ กู้จวิน?” หวั่งรั่วเซียงเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความยากลำบากของเขา ตับของศพ ทำไมวางเเบบนั้น? หลังจากนั้นทุกคนก็ค้นพบสภาพของกู้จวินที่ใกล้สิ้นลมไปทุกทีๆเเล้ว
ดวงตาของซูไห่ดูบ้าคลั่งเล็กน้อย เขาหัวเราะร่าในใจอย่างร่าเริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดมันก็อดืนไม่ได้อีกต่อไป? ดูเหมือนว่านายจะเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น! ฮ่า ๆ ๆ ๆ
เมื่อเห็นเครื่องจักรชำเเหละมนุษย์พัง! ซูไห่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
“ ฉันผ่าเสร็จแล้ว” กู้จวินอ้าปากค้างขณะที่เขาพูดกับคนที่เหลืออย่างเหนื่อยอ่อน “ ฉันจะกลับไปพักในหอพัก ไม่งั้นพรุ่งนี้พวกนายจะได้ผ่าศพฉันแน่”
“ รีบกลับไปเถอะ! พักผ่อนซะ!” ศาสตราจารย์กู้โบกมือและยกย่องกู้จวินเงียบ
เมื่อมองไปที่ดวงตาที่แดงและบวมของกู้จวิน ใบหน้าของเขาอ่อนล้าและร่างกายก็เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นโชย ศาสตราจารย์กู้กลัวจริงๆว่าเด็กชายจะตายไปเสียก่อน
ด้วยการถอนตัวของกู้จวิน ไช่ฉีซวนรองหัวหน้าของกลุ่มก็สูญเสียเสาหลักทางจิตวิญญาณไป และจากนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มโยกเยก
ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเส้นขนที่บางแล้วบางอีกของไช่ฉีซวนเริ่มลดลงอีกเเล้ว และรอยคล้ำเดิมใต้ตาก็ได้วิวัฒนาการขึ้น กลายเป็นเวอร์ชั่นพิเศษ ชนิดดำมันทีเดียวทั้งหน้า! เเละตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรจากผีดิบ!
ฝั่งเฮ่ออี้หานก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก ทุกอย่างในสายตาของเธอกลายเป็นสีเขียว กระทั่งใบมีดยังเป็นสีเขียวสด
ทั้งที่จริงเเล้วเธอเป็นว่าที่เภสัชกรที่เเสนจะอ่อนเเอ แต่เธอได้ผ่าศพมากกว่านักศึกษาศัลยเเพทย์เเละนักศึกษาคลินิคในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าการติดตามกู้จวินไม่เหมาะกับเธออย่างเเรง เธอติดตามเขาเเค่ไม่กี่วัน เเละตอนนี้เธอเหนื่อยแทบตายเเล้ว!
“ ถ้าอย่างนั้นทุกคน ฉันขอตัวกลับก่อน” กู้จวินถอดถุงมือ หน้ากากและเสื้อคลุมสีขาวออกทันที เขาล้างมือที่เคาน์เตอร์อ่างล้างมือแล้วรีบวิ่งออกจากห้องทดลอง เขาออกจากตึกผ่าศพและขี่จักรยานกลับหอพัก
รางวัลภารกิจ! ฮ่า ฮ่า ฉันต้องการรับรางวัลภารกิจ!