ราชินีพลิกสวรรค์ – ตอนที่ 161 ปกป้องเข้าข้างคือธรรมเนียมตระกูลลู่

พลังวิญญาณสลายไป ภายใต้ความตกตะลึงของฝูงชนถึงแม้มู่หว่านโหรวจะพยายามรักษากิริยาสูงส่งของตนเองแต่ถึงอย่างไรก็ปกปิดความอับอายไม่มิด

 

 

นางถูกคนที่เคยดูแคลนบีบบังคับจนมุมเยี่ยงนี้

 

 

มู่หว่านโหรวมีสีหน้าเย็นชาพุ่งสายตาอย่างเย็นเยียบ “เจียงหลี เจ้าควรรู้ว่าเจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่”

 

 

โกรธแล้ว! โกรธแล้ว!

 

 

หลังจากที่มู่หว่านโหรวเอ่ยคำนี้ออกไปจึงทำให้หลายคนใจสั่นไหว

 

 

พวกเขาต่างก็มองออกว่าการต่อสู้เมื่อครู่นี้หากมู่หว่านโหรวไร้ซึ่งหงส์สองเศียรคุ้มครองตนเองเกรงว่าอาจจะช้ำในได้

 

 

ในขณะเดียวกันผู้คนในสนามแห่งนี้รู้จักเจียงหลีลึกซึ้งมากขึ้นเช่นกัน

 

 

อาจจะกล่าวได้ว่าคนที่รู้จักนางมีมุมมองต่อนางเปลี่ยนไปอีกครั้ง ส่วนคนที่ไม่รู้จักนางในที่สุดก็ได้รู้จักแล้วว่าหลิงเจี้ยงสาวอายุสิบสามผู้นี้มีนามว่าเจียงหลี

 

 

เมื่อเผชิญหน้ากับความโกรธของมู่หว่านโหรวเจียงหลีกลับยิ้มออกมา รอยยิ้มของนางแฝงไปด้วยความกำเริบเสิบสานประเภทไม่กลัวฟ้ากลัวดินท่าทางหยิ่งทะนงตน

 

 

ทันใดนั้นนางก็หุบยิ้มแล้วถามกลับเสียงก้อง “มู่หว่านโหรว ท่านก็น่าจะรู้ว่าท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่”

 

 

อารมณ์ที่เปลี่ยนไปกะทันหันด้วยท่าทีน่าเกรงขามมากขึ้นซึ่งกดดันมู่หวานโหรวไว้มั่นคงอย่างคาดไม่ถึง

 

 

บนลานล่าสัตว์เข้าสู่ความวังเวง

 

 

หรงจิ่งที่อยู่ไกลเจือรอยิ้มจ้องไปในดวงตาของเจียงหลีเพื่อค้นหา

 

 

ฉินเทียนอียิ้มกว้าดวงตาหงส์เรียววาบวับราวกับว่ากำลังเจอเรื่องสนุกก็มิปาน

 

 

จิ่งเยี่ยตกใจ ในใจกลับนึกโกรธ เขาไม่รู้ว่าระหว่างเจียงหลีและมู่หว่านโหรวมีสิ่งใดเกิดขึ้น

 

 

แต่เขารู้สึกว่าเจียงหลีถูกถามเยี่ยงนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

 

มู่หว่านโหรวรังแกน้องสาวสุดที่รักของเขา!

 

 

ไอหนาวเย็นแผ่ออกมาจากร่างกายของเขา มู่ชิงเหยียนตกตะลึงอยู่ที่แห่งไกลมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของจิ่งเยี่ยทั้งรู้สึกตกใจและเจ็บปวด เขาเป็นห่วงนางจริงๆ หรือเพราะนางต้องเอาชนะ นางถึงจะได้เข้าไปอยู่ในสายตาเขาใช่หรือไม่

 

 

ไป๋หลี่เฟิ่งยังคงยืนอยู่ที่มุมเพียงลำพัง แสงมืดมนของเขาอยู่ภายใต้เทียนเจียวที่โดดเด่นเปล่งประกายเหล่านี้ เขามองไปยังเจียงหลีด้วยสีหน้าซับซ้อน ทั้งสองต่างมาจากเมืองซูหนานเฉกเช่นกันแต่ระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนนางกลับเปล่งประกายแสงของตนเองได้

 

 

ส่วนเขา…ดวงตาของไป๋หลี่เฟิ่งหม่นลง เดิมทีคิดว่าหลังจากเข้าสู่ขั้นหลิงเจี้ยงเขาจะมีปัญญาต่อสู้กับเจียงหลีอีกครั้ง

 

 

แต่ดูท่าวันนี้การต่อสู้อีกครั้งเขาก็ยังไม่สามารถประลองกับนาง

 

 

ยังไม่แข็งแกร่งพอ ต้องฝึกฝนต่อไป เปลวไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนในดวงตาของไป๋หลี่เฟิ่ง เขาไม่อยู่ต่อแล้วหันหลังกลับออกไปจากเวทีที่โดดเด่นแห่งนี้

 

 

เขาต้องการกลับไปที่สถาบันไป๋หยวนเพื่อเก็บตัวฝึกฝน เขาต้องเข้มงวดกับตนเองเพื่อวันหนึ่งสามารถต่อกรกับเจียงหลีโดยเร็ววัน

 

 

ไม่มีใครตกใจกับการจากไปของไป๋หลี่เฟิ่ง แม้กระทั่งมู่หว่านโหรวที่เคยสนใจเขาแต่ตอนนี้กลับทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่เจียงหลี

 

 

“เจ้ากำลังแก้แค้นเรื่องตระกูลลู่ในวันนั้น” มู่หว่านโหรวมิใช่คนโง่เขลา ความขัดแย้งระหว่างนางกับเจียงหลีมีเพียงอย่างเดียวคือวันที่นางไปขอถอนหมั้น

 

 

เกิดความวุ่นวายในฝูงชนเมื่อได้ยินนางเอ่ยถึงตระกูลลู่

 

 

ลู่เสวียนขมวดคิ้วเดินออกมายืนข้างเจียงหลีแล้วเอ่ยถาม “นางทำอะไรกับตระกูลลู่หรือ”

 

 

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ถอยไป” เจียงหลีกลับพูดขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

 

 

ลู่เสวียนเบะปาก

 

 

ถ้าหากจำไม่ผิดแล้วล่ะก็เขาต่างหากที่เป็นเจ้านายอีกทั้งถูกเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าตนเองบอกให้ ‘ถอยไป’ มันน่าขายขี้หน้าจริงๆ

 

 

แต่เขาไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเจียงหลีแล้วซมซานกลับไปยืนที่เดิม

 

 

เมื่อลู่เสวียนถอยกลับไปเจียงหลีก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา สีหน้าเช่นนั้นไม่เหมาะสมกับวัยของนางเลยสักนิด “องค์หญิงความจำเป็นเลิศจริงๆ วันนั้นท่านดูหมิ่นนายน้อยของข้า วันนี้รสชาติของการที่ถูกข้าดูหมิ่นเป็นเยี่ยงไรบ้างเล่า”

 

 

ซี๊ดดด!

 

 

ฝูงชนต่างพากันสูดอากาศเข้าปาก

 

 

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้ยินเรื่องซุบซิบนินทาที่น่าเหลือเชื่อ

 

 

องค์หญิงอันผิงดูหมิ่นนายน้อยตระกูลลู่หรือ พวกเขามีสัญญาหมั้นหมายกันมิใช่หรือ

 

 

“เจ้า!” สีหน้าเรียบนิ่งของมู่หว่านโหรวถูกทลายลงในดวงตาย้อมความกรุ่นโกรธ เรื่องส่วนตัวที่นางไปตระกูลลู่เพื่อถอนหมั้นกับลู่เจี้ยแม้กระทั่งมู่ชิงเหยียนยังไม่รู้ เจียงหลีกลับคิดจะเปิดโปงในที่แห่งนี้หรือ

 

 

เจียงหลียิ้มหยัน “ข้าทำไมหรือ ท่านไม่รู้หรือว่าธรรมเนียมของตระกูลลู่ก็คือปกป้องเข้าข้างกัน นายน้อยปกป้องพวกข้า พวกข้าก็ต้องปกป้องนายน้อยเป็นธรรมดา อ้อ ใช่สิ แล้วเรื่องที่ท่านถูกนายน้อยถอนหมั้นได้กราบทูลฮ่องเต้ไปหรือยังเพคะ”

 

 

!

 

 

เงียบ! เงียบเป็นเป่าสาก!

 

 

หลังจากคำพูดของเจียงหลีได้เอ่ยออกไป สภาพแวดล้อมก็เงียบลงอย่างประหลาด

 

 

ถอนหมั้น?

 

 

นี่…นี่มันข่าวใหญ่เลยนี่นา

 

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้คนรู้ดีว่าสาวน้อยมหัศจรรย์ผู้นี้เดิมทีเป็นเพียงนางทาสของตระกูลลู่ สีหน้าพวกเขาก็ยิ่งตื่นเต้น

 

 

จนกระทั่ง…

 

 

“ถอนหมั้น แม่นางผู้นี้ไปทำอะไรให้พี่ชายข้าโกรธ” ลู่เสวียนโผล่ออกมาหลังจากตกตะลึง

 

 

เขาพึ่งได้ยินเรื่องนี้ก็วันนี้แหละ

 

 

“เจ้าถอยกลับไป ถอนหมั้นก็คือถอนหมั้น นางคู่ควรกับพี่ชายเจ้าอย่างนั้นหรือ” เจียงหลีหันไปตะคอกใส่ลู่เสวียน

 

 

แม้แต่เขาก็ยังไม่เคยได้ยินน้ำเสียงแปลกๆ เช่นนี้ของเจียงหลี

 

 

จิ่งเยี่ยขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองเจียงหลีด้วยสีหน้าซับซ้อนหลากอารมณ์

 

 

มู่ชิงเหยียนก็สังเกตเห็นสีหน้าโกรธจนพูดไม่ออกของมู่หว่านโหรว เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้นางยังปิดเงียบมาโดยตลอด

 

 

ดูท่าทางแล้วนางคงรอให้เสด็จพ่อตรัสถึงเรื่องงานแต่งงานเสียก่อนถึงจะเอ่ยออกมา หากเสด็จพ่อไม่ได้จริงจังกับงานแต่งนี้ นางมิมีเหตุจำเป็นต้องกราบทูล

 

 

“เจียงหลี เจ้าบังอาจนัก”

 

 

ตู้ม!

 

 

มู่หว่านโหรวปล่อยพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง เนตรญาณสองดวงถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกันและวิญญาณยุทธ์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

 

 

“อ้าก! คิดไม่ถึงว่าจะเป็นวิญญาณยุทธ์ชั้นหนึ่ง”

 

 

ภาพที่งดงามทำใครหลายคนตกตะลึง

 

 

หงส์สองเศียรผนวกกับผีเสื้อสายฟ้าทำเอาฝูงชนแตกตื่น

 

 

วิญญาณยุทธ์ทั้งสองประเภทนี้สร้างความแข็งแกร่งและรวดเร็วให้กับการโจมตีของมู่หว่านโหรวแม้กระทั่งนำพาซึ่งคุณสมบัติสายลมและฟ้าร้องคำราม

 

 

มู่หว่านโหรวได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ทั้งสองของนางออกมาแล้วเช่นนั้นวิญญาณยุทธ์ของเจียงหลีจะเป็นสิ่งใดกันเล่า

 

 

“บังอาจหรือ ข้าก็บังอาจมาตลอด วันนี้ ข้าเจียงหลีขอสาบานว่าใครก็ตามที่ดูหมิ่นเหยียดหยามลู่เจี้ยหรือรังแกลู่เจี้ย ข้าจะต้องเอามันมาลงโทษให้ได้” เมื่อเสียงที่ดังของเจียงหลีลดลงก็มีเสียงฟ้าผ่าในท้องฟ้าแจ่มใส

 

 

ราวกับว่าฟ้าดินบันทึกคำปฏิญาณของนางเอาไว้แล้วไม่ปล่อยให้นางคืนคำสาบาน

 

 

จิ่งเยี่ยเงยหน้ามองฟ้าด้วยความตกตะลึง ลู่เสวียนมองไปยังร่างเล็กสูงสง่าด้วยความประหลาดใจอย่างคิดไม่ถึงว่านางจะพูดเยี่ยงนี้

 

 

ฉินเทียนอีถูกคำพูดของเจียงหลีทำให้ตกใจจนลืมรอยยิ้ม

 

 

หรงจิ่งมองไปยังร่างที่หยิ่งทระนงนั้นในใจเกิดความอิจฉา ลู่เจี้ยเอ๋ยลู่เจี้ย ไม่ว่าเจ้าปิดบังอะไรอยู่บนโลกมีคนที่ทำเพื่อเจ้าเช่นนี้เจ้าก็ เจ้าไม่เสียชาติเกิดแล้ว

 

 

“เจ้าจะฆ่าให้ตายอย่างนั้นหรือ” ด้วยการเยาะเย้ยของมู่หว่านโหรว แสงของหงส์สองเศียรก็สาดเข้ามาบนร่างกายของนางทำให้นางงดงามราวกับเทพธิดา

 

 

เจียงหลีกลับยิ้มผยอง “วันนี้ฆ่าไม่ตายก็ฆ่าวันหน้า หากวันหน้าฆ่าไม่ตายมันต้องมีสักวันที่ข้าจะฆ่าให้ตายอย่างหมดจด ขอแค่ข้ายังมีชีวิตอยู่คำสาบานนี้ไม่มีวันดับสูญ”

 

 

ตู้มมม!

 

 

เสียงดังกระทบตกลงมา…

ราชินีพลิกสวรรค์

ราชินีพลิกสวรรค์

หลังศึกใหญ่กับมู่เทียนอินร่างของ เจียงหลี ก็ถูกดูดเข้าไปในมิติอื่นจนเหลือเพียงวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ในมิติเคว้งคว้างไร้ขอบเขต แม้จะมีเพียงวิญญาณอ่อนแอ แต่จิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังของนางนั้นกลับไม่อนุญาตให้ตัวเองยอมพ่ายแพ้ นางจะต้องกลับไปให้ได้ เพื่อไปหาสหายสนิทของนางผู้นั้น… ในสนามประลองยิ่งใหญ่แห่งแคว้นซูหนาน สถานที่ที่ชีวิตของทาสทั้งหลายมีค่าเท่าเศษธุลี สถานที่ที่มีไว้เพื่อให้ความบันเทิงกับบรรดาผู้สูงศักดิ์ และนาง เจียงหลี ก็ดันฟื้นขึ้นมาในร่างของนางทาสแห่งสถานที่นี้เสียได้! โลกแปลกหน้าที่ยึดถือผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ หลิงซือ เนี่ยนซือ วิญญาณยุทธ์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเจียงหลี แต่นางคือผู้ใด นางคือราชินีผู้เก่งกล้าแห่งแคว้นกู่วูเชียวนะ ก็แค่ต้องฝึกฝนเบิกเนตรญาณด้วยร่างเด็กน้อยอ่อนแอ สถานะกลับตาลปัตรจากผู้สูงศักดิ์กลายเป็นทาสในเรือนของ ลู่เจี้ย ผู้ที่ได้รับฉายาหนุ่มรูปงามขี้โรค ไหนจะยังต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคนานัปการเพื่อหาหนทางกลับไปยังโลกเดิมของตนเองอีก เพียงเท่านี้เอง นางทำได้สบายอยู่แล้ว!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset