วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์ – ตอนที่ 842 การแสดงยอดเยี่ยมแห่งปี

“เมื่อสามปีก่อน ลูกสาวทั้งสองคนของผมเข้าแข่งขันในรายการประกวดร้องเพลงที่ซินเอ๋อร์ได้แสดงทักษะการร้องเพลงของเธอ เธอพลาดชัยชนะในการประกวดไปแค่นิดเดียวเพราะหลี่ชั่นขโมยสร้อยคอและเอาไปใส่ไว้ในกระเป๋าของเธอ หลี่ชั่นเลยแย่งชัยชนะที่เดิมทีเป็นของพี่สาวของเธอไปได้ครับ

 

 

“เราเป็นแค่สองสามีภรรยาแก่ๆ เราคิดมาตลอดว่าซินเอ๋อร์เป็นขโมยที่ทำให้เราต้องอับอาย เราเลยทำเฉยเมยใส่เธอมาเรื่อย แต่ไม่นานมานี้เราเพิ่งค้นพบว่าเพื่อที่จะควบคุมพี่สาว จริงๆ แล้วหลี่ชั่นจำกัดอิสรภาพของเธอและข่มขู่ไม่ให้เข้าร่วมรายการไหนอีก ไม่อย่างนั้นเธอจะแฉความลับที่เป็นขโมยกับสาธารณชน

 

 

“เธอแย่งชัยชนะของพี่สาวตัวเองไปหน้าด้านๆ และบอกให้เราทำเป็นเข้าข้างเธอ

 

 

“แต่ซินเอ๋อร์ซึ่งเป็นลูกสาวของผมเหมือนกัน เราพบว่าเธอต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกใส่ร้ายมาหลายปี แล้วเราจะทนนั่งเฉยๆ กันได้ยังไงครับ”

 

 

“หลี่ชั่น คุณนี่เป็นคนหน้าไม่อายจริงๆ!”

 

 

ทันทีที่คุณพ่อหลี่พูดจบ หลี่ชั่นก็ร้องไห้ออกมา “ต้องไม่ใช่อย่างนี้สิคะ พ่อ ต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ…”

 

 

“หลังจากเธอโด่งดังขึ้นมา เธอก็เอาแต่โกหกว่าเธอไม่มีอนาคตกับเอเจนซี่ปัจจุบันของเธอและพวกเขาติดหนี้เงินส่วนแบ่งกับเธอ ด้วยคำโกหกนี้ เธอหลอกเอาเงินเก็บของเราและยังให้เราซื้อบ้านให้เธอ เราเพิ่งมารู้ตอนนี้ว่าเธอมีที่อยู่ในชื่อของเธอหลายหลังแล้ว

 

 

“เธอหลอกเอาเงินของพ่อแม่ตัวเองมาตั้งเยอะแยะขนาดนั้น เธอไม่กลัวว่าจะโดนฟ้าผ่าบ้างหรือยังไง”

 

 

สีหน้าหลี่ชั่นกลับกลายเป็นซีดเซียว

 

 

“ถ้าพวกคุณไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูด คุณจะไปสืบก็ได้ครับ เหตุผลที่ซินเอ๋อร์ปลอมตัวเป็นเพราะเธอต้องการการหลบเลี่ยงข่มขู่จากน้องสาวตัวเอง เธอเป็นผู้บริสุทธิ์ที่สุดในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ครับ… โชคร้ายที่หลี่ชั่นไม่เคยคิดว่าซินเอ๋อร์มีความสามารถในการร้องเพลงและเธอก็จะคว้าชัยชนะในการประกวดเมื่อสามปีมาได้อยู่แล้วถ้าเหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้นเสียก่อน ทำไมเธอจะต้องขโมยสร้อยคอของคนอื่นด้วย เงินรางวัลนั้นมากพอที่เธอจะเอาไปซื้อสร้อยได้อีกเป็นสิบเส้นไม่ใช่หรือครับ

 

 

“หลี่ชั่น การเชิญเรามาที่นี่และให้ผู้จัดการที่เห็นแก่ผลประโยชน์ของเธอมาแนะนำเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้เราเป็นความผิดพลาดมหันต์เลยล่ะ…

 

 

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว เลิกหลอกลวงคนไปทั่วเสียที”

 

 

พูดจบคุณพ่อหลี่ก็ส่งไมโครโฟนให้ภรรยาของเขาและก้าวถอยหลังกลับมา

 

 

ในจังหวะนั้นเอง ผู้จัดการของหลี่ชั่นก็เข้าประชิดตัวและเอ่ยถามเขา “หลี่ชั่นพูดอย่างนั้นจริงเหรอคะ เธอบอกว่าเอเจนซี่ของเธอดูแลเธอแบบไม่มีอนาคตจริงๆ เหรอคะ”

 

 

คุณพ่อหลี่พยักหน้ารับ

 

 

ทันใดนั้นรอยยิ้มเย็นเยียบก็ปรากฏบนใบหน้าของผู้จัดการ เธอก้าวพรวดพราดเข้าไปต่อหน้ากล้องและว่าขึ้นกับทุกคน “หลี่ชั่น เธอจบเห่แล้วล่ะ”

 

 

หลี่ชั่นจบแล้วจริงๆ เธอตกจากสวรรค์ลงมาที่ขุมนรกในทันตา

 

 

หลี่ชั่นไม่คาดฝันว่าคนที่เธอเชื่อใจที่สุดจะพูดรุนแรงเช่นนี้กับเธอในเวลาแบบนี้

 

 

“ใครจะไปคิดกันล่ะ หลี่ชั่นใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดแต่เธอก็ยังถูกพ่อของตัวเองหักหลังในท้ายที่สุด…”

 

 

“นี่เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีเลย สุดท้ายแล้วหลี่ซินก็ชนะโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย”

 

 

“จริงๆ แล้วหลี่ซินเป็นผู้บริสุทธิ์สินะ ฉันว่าแล้วเชียว! จากนี้ไปต่อให้หลี่ชั่นจะยังเชิดหน้าวนเวียนในวงการอยู่ เราต่างก็รู้กันแล้วว่าของปลอมก็คือของปลอม ไม่มีหลักฐานไหนที่จะเทียบกับคำพูดของพ่อเธอเองได้”

 

 

หลี่ชั่นก้าวโซเซถอยหลังไปไม่กี่ก้าวอย่างไม่อาจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะที่คุณนายหลี่ถือไมโครโฟนไว้ในมือ เดิมทีเธอตั้งใจจะพูดบางอย่างแต่สุดท้ายก็ล้มเลิกในที่สุด

 

 

เพราะหลี่ชั่นพาตัวเองไปไกลเกินกว่าที่จะถอนตัวกลับมาได้แล้ว

 

 

“แม่คะ…แม่ พูดปกป้องฉันสักคำเถอะนะคะ”

 

 

หลี่ชั่นหันไปพึ่งความหวังสุดท้ายของเธออย่างคิดว่ายังคงมีโอกาสอยู่ ทว่าหลังจากฝืนทนมาชั่วครู่ ในที่สุดคุณนายหลี่ก็ว่าขึ้น “คืนบ้านของเรามา เธอไม่ต้องการมันหรอก”

 

 

บางทีนี่อาจเป็นการตอบโต้ที่เลือดเย็นที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้แล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะได้สูญเสียลูกสาวของเธอไปเสียแล้ว…

 

 

 

 

“อย่างที่ทุกคนได้เห็นกัน ตอนนี้สถานการณ์กลับตาลปัตรไปหมด หลี่ชั่นถูกพ่อแม่ของตัวเองแฉจนไม่เหลือชิ้นดี และดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถอยู่ในวงการต่อไปได้อีกแล้ว ที่แย่ที่สุดคือการที่แม่ของหลี่ชั่นบอกให้เธอคืนบ้านกลับมา นี่เป็นสิ่งที่เรียกว่ากรรมตามสนองที่แท้จริง

 

 

“หลังจากการสัมภาษณ์ เอเจนซี่ของหลี่ชั่นได้ประกาศว่าพวกเขาจะไม่มีส่วนรับผิดชอบในตัวของหลี่ชั่นอีกต่อไป ดังนั้นดูเหมือนว่าเส้นทางการเป็นนักร้องชื่อดังของเธอจะมาถึงจุดจบเสียแล้ว…

 

 

“ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามข่าวบันเทิงในวันนี้ด้วยค่ะ…”

 

 

ด้วยเหตุนี้ซิงหลานจึงตกเป็นฝ่ายชนะ!

 

 

ถังหนิงทำตามที่เธอลั่นวาจาไว้

 

 

“หลี่ชั่นถูกทั้งเพื่อนและครอบครัวของเธอทอดทิ้ง ไม่มีใครอยู่เคียงข้างเธอ ฉันว่านี่ถือเป็นการแก้แค้นสำหรับคุณนะคะ” หลินเฉี่ยนเอ่ยพลางตบบ่าของซิงหลานเบาๆ “ต่อไปนี้คุณจะไม่ถูกตราหน้าว่าเป็นขโมยอีกแล้วล่ะค่ะ…”

 

 

ซิงหลานปล่อยโฮในอ้อมแขนของหลินเฉี่ยน ทุกความทรมานที่ผ่านมาตลอดหลายปีนี้ ในที่สุดก็สิ้นสุดลงสักที

 

 

“เยี่ยมไปเลยนะคะ ตอนนี้คุณก็เข้าประกวดได้อย่างสง่าผ่าเผยแล้วล่ะค่ะ”

 

 

เมื่อความจริงถูกเปิดเผยแล้ว ซิงหลานไม่ต้องแบกรับตราบาปเรื่องการเป็นหัวขโมยอีกต่อไป ในตอนนี้เธอจึงกลายเป็นผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งที่สุดในการประกวดปีนี้

 

 

อย่างที่ถังหนิงคาดการณ์ไว้ คนที่เคยต่อว่าและด่าทอซิงหลาน ในตอนนี้กลับรู้สึกเห็นใจและรู้สึกผิด

 

 

ส่งผลดีกับคะแนนความนิยมในตัวซิงหลานและช่วยให้เธอได้รับความสนใจ ต่อให้เธออยากจะหลบซ่อนตัวตอนนี้ก็คงจะทำได้ยากไม่น้อย

 

 

“ฉันคิดว่าเอเจนซี่เล็กๆ คงไม่มีทางเลือกนอกจากโดนกดขี่ข่มเหงซะอีก”

 

 

“มันเป็นเรื่องของกรรมน่ะ โชคดีที่พ่อแม่ของซิงหลานรู้ความจริงซะก่อน”

 

 

“พวกเธอนี่มันไร้เดียงสาเหลือเกิน ถ้าไม่มีใครคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง คิดว่าพ่อแม่ของเธอจะรู้ความจริงไหมล่ะ ไม่ได้ยินที่คุณพ่อหลี่พูดเหรอ เขาเพิ่งค้นพบว่ามีบางอย่างผิดปกติเมื่อไม่นานมานี้ ความจริงที่ว่าหลี่ชั่นหลอกให้พวกเขาซื้อบ้านให้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเธอวางแผนเอาไว้ หมายความว่าต้องมีใครสักคนทำให้พ่อแม่ของเธอตาสว่างยังไงล่ะ”

 

 

บนโลกใบนี้ไม่ได้มีคนโง่มากนักทั้งยังไม่ได้เข้าใจคนอื่นแบบผิดๆ

 

 

ทว่ามันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าหลี่ชั่นได้สัมผัสประสบการณ์การถูกคนทั้งประเทศทอดทิ้ง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีใครสนใจเธออีกแล้ว

 

 

หลังจากการสัมภาษณ์ หลี่ชั่นกลายเป็นที่รังเกียจอย่างกับหนูท่อ เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะอยู่รอดในวงการนี้ต่อไปได้

 

 

ด้วยความหมดสิ้นหนทาง เธอไม่มีทางเลือกนอกจากติดต่อพ่อแม่ของเธอ “พ่อคะ หนูรู้ว่าตัวเองทำผิด แต่พ่อไม่เอาบ้านคืนไม่ได้เหรอคะ ฉันไม่มีที่ไปแล้วค่ะ…”

 

 

“เธอไม่ได้บอกว่ามันยังปรับปรุงอยู่เหรอ” คุณพ่อหลี่เอ่ยถาม

 

 

“หนู…”

 

 

“คนลวงโลกอย่างเธอกล้าโทรมาหาฉันได้ยังไงกัน จะบอกให้นะ ตอนนี้ฉันอยู่ในบ้านแล้ว ผู้จัดการของเธอให้กุญแจฉันมา และฉันก็โยนข้าวของเธอออกไปหมดแล้วด้วย”

 

 

พูดจบคุณพ่อหลี่ก็กดวางสาย

 

 

หลี่ชั่นซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ ในขณะที่ค่อยๆ ยอมรับความจริง

 

 

เธอกำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป!

 

 

ในเวลาเดียวกัน ข่าวที่ซิงหลานถูกแย่งชัยชนะไปโดยมิชอบก็ได้ดึงดูดความสนใจจากฝ่ายต่างๆ อย่างรวดเร็ว ในเวลานี้บริษัททำเพลงหลายแห่งต่างต้องการเซ็นสัญญากับเธอ ต่อให้เธอจะไม่ได้ชนะรายการประกวดร้องเพลงเจอร์นีย์ก็ตาม พวกเขาก็ยังต้องการปั้นเธอให้เป็นนักร้องชื่อดัง…

 

 

ในทางกลับกันต่อให้เธอจะไม่ได้ชนะการประกวด เธอก็จะยังได้รับการปฏิบัติราวกับผู้ชนะอยู่ดี

 

 

บางทีนี่อาจเป็นผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายของถังหนิง

 

 

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าสิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดยังมาไม่ถึง!

วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์

วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์

ถังหนิง ผู้กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นนางแบบแนวหน้า แต่เพราะรักจึงสละสิ้นทุกอย่าง ทว่าคืนก่อนวันวิวาห์ที่เธอกำลังจะได้ครองรักดั่งหวังนั่นเอง คู่หมั้นของเธอกลับหนีออกไปกับหญิงอื่น ด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ เธอจึงเดินจ้ำไปหาผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าสำนักงานเขต “ประธานโม่คะ ในเมื่อเจ้าสาวของคุณยังไม่มาและเจ้าบ่าวของฉันก็หนีไปแล้วอย่างนี้… ฉันว่า… เรามาแต่งงานกันเสียเลยดีไหมคะ” … ก่อนแต่งงานเธอเอ่ยว่า “แม้เราจะนอนร่วมเตียงกัน แต่จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา” หลังแต่งงานเขาเอ่ยว่า “ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้หรือ”

Options

not work with dark mode
Reset