ตอนที่ 445 หน้าเหมือนพ่อหรือว่าเหมือนแม่ 2
ธัชชัยมองไปยังกรดลที่แววตาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมอย่างนิ่งๆ แล้วก็ยกมุมปากขึ้นเป็นเชิงหัวเราะ “นี่เป็นสิ่งที่นายต้องการให้ฉันแสดงไม่ใช่เหรอ? มันจะนำทางนายเอง! ถ้าหากแบบนี้ทำให้อำเภอพัดรักหนีไปได้ งั้นฉันก็คงจะเป็นผีที่ตามหลอนเขาแล้วกัน!”
หลังจากพูดประโยคนั้นจบ ธัชชัยก็เดินออกมาจากห้องพระอาทิตย์ชั้นสาม
กรดลมองร่างหล่อเหลาที่จากไปพลางครุ่นคิด
“พี่ชาย พี่เหนื่อยไหม? ฉันประคองพี่ขึ้นเตียงนอนพักเอง!”
ในห้องปิดกั้น วัจสาต้องการจะพยุงวรพลไปยังเตียง ทันใดนั้น ทั้งห้องปิดกั้นก็เหมือนกับถูกยกขึ้น แล้วขยับไม่กี่ครั้งก็หยุดลง
วรพลรับรู้ได้ทันทีว่าตัวเองและวัจสาถูกขังอยู่ในสิ่งที่เล่นได้ตามใจ เหมือนกับอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์รถ หรือโกดังอย่างนั้น
และปฏิกิริยาแรกของวัจสาคือ เธอรีบวิ่งไปกอดวรพลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้วีลแชร์ ไม่ให้มันไหลไปไหน
วัจสาตกใจเล็กน้อย “พี่คะ… คงจะไม่ใช่แผ่นดินไหวหรอกใช่ไหมคะ?”
“ไม่มีทาง!” วรพลหลับตาลง แล้วรับรู้ในการสั่นนั้นลึกๆ “พวกเราน่าจะถูกคนยกขึ้น เหมือนกับลอยขึ้นจากพื้น”
หังจากนั้นก็ตกลงพื้นดัง “ตึ้ง” ในห้องยังสั่นอยู่เล็กน้อย วรพลเบิกตาโพรงแล้วรีบพูดขึ้น “วัจสา รีบดันฉันไปริมกำแพง!”
“ค่ะ!” วัจสารีบทำตามที่วรพลสั่ง ดันเขาไปยังกำแพงด้านตะวันออก
วรพลเคาะผนังกำแพงเบาๆ เสียงทุ้มมาก เป็นการยืนยันสิ่งที่วรพลคิด“ตอนนี้พวกเราถูกจับขึ้นมาบนเรือสำราญ กำลังจะพาออกไปทะเล!”เพราะว่าวรพลไม่ได้ขยับสองขาได้ปกติ เขาจึงมีสัมผัสที่เร็วกว่าปกติ บวกกับที่เขาเป็นคนหัวดีอยู่แล้ว เก่งเรื่องทิศทาง ดังนั้นจึงสามารถตัดสินสิ่งเหล่านี้ได้“บนทะเล?” วัจสาลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย “พวกเราต้องการจะพาพวกเราไปจากเมืองเอส?”“ไม่ พวกเขายังต้องใช้พวกเราเป็นตัวเลือก จะให้พวกเราไปได้ยังไง เพียงแค่ย้ายไปที่ปลอดภัยกว่านี้ แล้วค่อยทำการแลกเปลี่ยนกับธัชชัย”ความเคลื่อนไหวในห้องปิดกั้นสงบลงภายในห้านาทีจากนั้น เรือสำราญก็เริ่มออกตัว แล่นออกจากฝั่งไปเพราะมีวรพลอีกคนอยู่ตรงนี้ วัจสาจึงกลัวและลนมากขนาดนี้ลูกของเธอที่อยู่ในท้องโดยที่ไม่รู้ชะตากรรม ยังมีวรพลอยู่เป็นเพื่อนตรงนี้อีกคน วัจสาจึงไม่รู้สึกกลัวและรู้สึกแย่ขนาดนั้น“พี่ จะเข้าห้องน้ำเหรอ? ฉันเข็นไปเอง!” เข้ามาตั้งนาน คาดว่าวรพลคงต้องการแก้ปัญหาทางชีวภาพแล้ว วัจสาจึงเป็นฝ่ายถามขึ้นที่จริงวรพลก็ต้องการที่จะแก้ปัญหานี้เหมือนกัน แต่ว่าต่อหน้าน้องสะใภ้ตัวเอง เขาก็มีความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย“ไม่เป็นไร”เสียงของเขาไม่เป็นปกติ มีความเกร็งเล็กน้อย ยังไงซะวัจสาก็ไม่ใช่หญิงสาวทั่วไป เอเป็นน้องสะใภ้ตัวเอง“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ปวดก็ไปขับออกเสียหน่อย อีกเดี๋ยวไม่รู้จะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกรึเปล่า”คนละเอียดลอออย่างวัจสาทำไมฟังเสียงที่ไม่เป็นปกติของวรพลไม่ออกนะ?“ฉันไม่ต้องการ…จริงๆ วัจสาไม่ต้องทำแบบนี้!” วรพลเริ่มไม่อยู่นิ่ง อยากจะห้ามสิ่งที่วัจสาทำ มีความรู้สึกขัดขืนแต่ในที่สุดวัจสาก็เข็นเขามาจนถึงห้องน้ำในเมื่อมาถึงแล้ว วรพลก็ไม่อาจปฏิเสธได้แล้ว เพียงแต่…“วัจสา ฉัน…ฉันทำเองได้ เธอ…ออกไปเถอะ” เห็นวัจสาก้มลงทำท่าจะถอดเข็มขัดให้ตัวเอง วรพลจึงรีบปฏิเสธ“พี่ ไม่เป็นไรจริงๆ อายอะไรกัน ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยอาบน้ำให้ผู้ชายในบ้านอนาถามาก่อน! เขาเป็นปอลิโอสมองบวม จำใครไม่ได้ แต่เลือกมากอยู่เหมือนกัน วันนั้นคุณน้าคนที่อาบน้ำให้เขาไม่มา แล้วฉันทำผมเหมือนคุณน้าแกพอดี…”ขณะที่วัจสาพูดก็ได้ปลดกระดุมกางเกงของเขาออกแล้ว“วัจสา… ให้ฉันทำเองดีกว่า ได้ไหม?” วรพลขอร้อง จนวัจสาไม่อาจลงมือทำต่อไปเธอไม่ต้องการที่จะบังคับเขาจนอึดอัดใจ“ค่ะ ฉันจะรอที่หน้าประตู มีเรื่องอะไรรีบเรียกฉันนะ” วัจสาเข็นเก้าอี้ไปตรงที่สะดวกกว่าเดิม แล้วเดินออกจากห้องน้ำอย่างไม่ค่อยวางใจหลังจากนั้นสามนาที วัจสาได้ยินเสียงกดชักโครกจากด้านใน ตอนที่เธอเข้าไป วรพลก็นั่งบนเก้าอี้วีลแชร์เรียบร้อยแล้ว……แสงอาทิตย์สาดเข้ามาจากด้านนอก วรพลลืมตาขึ้น ก็รู้ได้ว่าฟ้าสางแล้วด้านนอกมีคนนำอาหารเข้ามาให้ เป็นแซนด์วิชกับนมสดพวกเขาคงไม่รู้ และคงไม่ได้นึกถึงการเคี้ยวอาหารของวรพล จึงไม่ได้เอาอาหารเหลวมาให้วัจสาทำได้เพียงใช้ขนมจากแซนด์วิช แช่นมจนนิ่มแล้วป้อนวรพลครั้งนี้วรพลไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของวัจสา สิ่งที่เธอมอบให้เขาทานมันจนหมดวัจสา พี่ขอร้องเธอหนึ่งเรื่อง…”“พี่ มีอะไรก็บอกมาตรงๆก็ได้ คำว่า ขอร้อง ฉันรับมันไม่ไหว ฟังแล้วรู้สึกแย่”
