บทที่199 แฟนคลับ
เสียงตอบรับในอินเทอร์เน็ตเป็นแบบที่เธอคาดการณ์เอาไว้
แม้ว่าเมื่อวานนี้เธอจะชี้แจงในวิดีโอไปแล้วว่าเธอถูกใครบางคนใส่ร้าย อีกทั้งยังได้รายงานส่วนผสมของยาที่ตรวจพบในอาหารด้วย
แต่พวกแอคหลุมมากมายเหลือเกิน จึงทำให้มีเสียงของผู้สงสัยออกมาอย่างท่วมท้น
ชาวเน็ตจำนวนมากที่ไม่ค่อยใช้สมองในการคิดวิเคราะห์ ถูกพวกเขาจูงจมูกและก็เชื่อตามกระแสนิยม
“การสอบก่อนหน้านี้ก็ถูกคนใส่ร้าย ตอนนี้ก็บอกว่ารูปภาพถูกคนดัดแปลงอีก ทำไมคนอื่นไม่เห็นถูกใส่ร้ายบ้างล่ะ? ทำไมคุณถึงถูกใส่ร้ายอยู่คนเดียว สรุปแล้วคุณกำลังเล่นละครตบตาอยู่ใช่ไหม?”
“มีความสามารถในการตรวจสอบสารพิษที่ตกค้างในอาหาร แต่ไม่รู้จักป้องกันไม่ให้คนมาแอบถ่าย ฉันไม่เชื่อหรอก!”
“เป็นโรคหวาดระแวงคิดว่าคนอื่นจะใส่ร้ายหรือไง? ตัวเองทำอะไรผิดเอาไว้ก็โยนไปให้คนอื่นตลอด ต้องหน้าด้านขนาดไหนกันถึงจะพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างเต็มปาก!”
“บอกว่าถูกคนใส่ร้ายแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็โทษแต่คนอื่นตลอดตัวเองไม่เคยผิดเลย”
“นั่นน่ะสิ ผู้ถูกใส่ร้ายเหรอ ทำตัวน่ารังเกียจเผอิญเกินไปแล้ว”
จิ่งหนิงอ่านคอมเม้นทีละข้อเลื่อนผ่านมาเรื่อยๆ ใบหน้าของเธอยังคงนิ่งสงบ
โม่หนานที่นั่งอยู่ข้างๆตกใจแทบตายอยู่แล้ว เธอแอบเหล่มองไปที่ใบหน้าของจิ่งหนิงอย่างระมัดระวัง กลัวว่าเธอจะโมโหและทุบโทรศัพท์ทิ้ง
“จิ่งหนิง คนพวกนี้มันตาบอด กระดาษใบใหญ่โตเขียนเอาไว้ตรงนั้นมองไม่เห็นกันหรือไง มาพูดจาไร้สาระ”
โม่หนานโมโหมากและอดไม่ได้พูดออกมา
แต่จิ่งหนิงกลับยิ้มขึ้น
“แน่นอนว่ามีคนเห็น แต่พวกเขาเหล่านี้เป็นแอคหลุมมืออาชีพ ดังนั้นการที่มองไม่เห็นก็เป็นเรื่องปกติ ลองดูแล้วรอบนี้จิ่งเสี่ยวหย่าลงทุนขูดเลือดขูดเนื้อทีเดียว”
แอคหลุมมากมายขนาดนี้ต้องเสียเงินเท่าไหร่กัน?
โม่หนานตกตะลึง เธอคิดไม่ถึงว่าจะเป็นแบบนี้
“แล้วตอนนี้ทำยังไงกันต่อไปดี?”
จิ่งหนิงมองดูเธอแล้วพูดว่า “ฉันมีแผนสุดยอดอยู่แล้ว”
เมื่อพูดจบเธอก็ทำท่ากดออกจากweibo แต่ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นโพสต์หนึ่ง
ID นั้นมีชื่อว่าด.ม18
ด.ม18: พวกคุณหยุดใส่ร้ายจิ่งหนิงได้หรือยัง? ฉันขอบอกความจริงกับพวกคุณนะว่าฉันทำงานอยู่ที่ในกองถ่าย ก่อนหน้านี้ฉันเห็นกับตาว่ามีนักข่าวจำนวนมากเข้ามาสัมภาษณ์เธอ เธอไม่ได้มีท่าทางเหมือนคนทำผิดและพยายามปิดบังแม้แต่น้อย เธอให้การสัมภาษณ์อย่างเป็นมิตรและใจเย็น นิสัยส่วนตัวของเธอก็ดีมากเป็นคนดีและอ่อนโยน อีกทั้งยังมีความสามารถ เธอไม่ใช่พวกที่จะต้องพึ่งพาคนอื่นให้ก้าวหน้า!
พวกคุณหยุดพูดไร้สาระสักที ผู้หญิงที่สวยและเก่งอีกทั้งมีความสามารถขนาดนี้ เธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ทำไมพวกคุณจะต้องใส่ร้ายเธอแบบนี้ด้วยจิตใต้สำนึกของพวกคุณมีบ้างไหม?
ขนาดเธอออกมาประกาศด้วยใจจริง แต่ก็มีผู้สนับสนุนแค่ไม่กี่คน มีแต่พวกแอคหลุมออกมาและต่อว่าเธอ
ในพื้นที่แสดงความคิดเห็น ชาวเน็ตที่ออกมาเขียนโพสต์นี้ได้โต้แย้งกับพวกที่เห็นต่าง เพียงแค่ดูจากตัวหนังสือจิ่งหนิงก็สัมผัสได้ว่าถ้าเป็นเธอ เธอคงจะโมโหจนแทบร้องไห้
อย่างไรก็ตาม เจ้าของโพสต์ยังคงออกมาอธิบายอย่างไม่ย่อท้อ
ราวกับนักรบที่โดดเดี่ยว และพร้อมเผชิญไปข้างหน้าเพื่อเธอ
หัวใจของจิ่งหนิงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที เธอกดปุ่มไลค์แล้วตอบคอมเม้นกลับว่า: ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะคะ (อิโมจิขอบคุณ)
เธอคิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะตอบกลับไป ก็ได้รับข้อความกลับมาอย่างรวดเร็ว
คนตรงข้ามนั้นมีความสุขมาก แม้จะส่งผ่านหน้าจอมือถือมาแต่ก็สามารถสัมผัสได้ว่าเธอมีความสุข
ด.ม18: กรี๊ด!!!! ฉันได้รับไลค์จากพี่สาวด้วย เธอตอบโพสต์ของฉันด้วย!
จิ่งหนิงตะลึงจากนั้นเธอยิ้มขึ้น พบว่าช่องข้อความส่วนตัวมีคนส่งข้อความเข้ามา เมื่อกดเข้าไปดูจึงพบว่าเป็นชาวเน็ตคนเมื่อครู่ที่เธอเพิ่งตอบข้อความกลับไป
ด.ม18: พี่คะขอถามหน่อยว่าเป็นพี่จริงๆใช่ไหม (อิโมจิยิ้ม)
จิ่งหนิงลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปว่า: ใช่ค่ะ
ด.ม18: กรี๊ดๆๆๆ!!! ที่ฉันได้คุยกับไอดอลตัวจริงเสียงจริงแล้ว!
จิ่งหนิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ครุ่นคิดและจำได้ว่าชาวเน็ตมากมายแสดงความคิดเห็นโจมตีเธอ ดังนั้นจึงได้พิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า
จิ่งหนิง: ขอขอบคุณที่ปกป้องฉัน ฉันรู้สึกขอบคุณและประทับใจมากแต่ฉันหวังว่าคุณจะปกป้องตัวเองก่อนแล้วค่อยมาดูแลฉัน
ฉันแข็งแกร่งกว่าที่พวกคุณคิดเอาไว้มาก ดังนั้นฉันจึงไม่สนใจเรื่องของข่าวลือในโลกภายนอก และเพราะเหตุนี้คุณไม่จำเป็นที่จะต้องมาถกเถียงเพื่อฉันอีกนะคะ
ถ้าคุณชื่นชอบฉันจริงๆละก็ โปรดติดตามผลงานของฉัน พวกเราพูดกันด้วยความสามารถและพิสูจน์ด้วยผลงาน!
ผ่านไปสักครูก็ได้รับข้อความตอบกลับมา
ด.ม18: ฮือๆ…… ฉันรู้ว่าไอดอลของฉันเป็นผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก ฉันเข้าใจแล้วค่ะจะไม่ไปถกเถียงกับพวกเขาอีกแล้วฉันจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป พวกเราชาวสมาคมหนิงจุ๊บๆ จะอยู่กับคุณตลอดไป!
จิ่งหนิงตะลึงไปชั่วครู่ เธอเงยหน้าขึ้นแล้วถามโม่หนานว่า”หนิงจุ๊บๆ คืออะไร?”
โม่หนานตอบอย่างสีหน้าเฉยเมยว่า “ดูเหมือนว่าจะเป็นชื่อที่แฟนคลับสนับสนุนเธอตั้งให้น่ะ”
จิ่งหนิงตะลึง
แฟนคลับสนับสนุนอย่างนั้นเหรอ?
เธอ……มีแฟนคลับคอยสนับสนุนเร็วขนาดนี้เชียว??
จิ่งหนิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เธอไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว เธอได้ดึงดูดแฟนๆมากมายขนาดไหน
อีกทั้งควบคู่กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในสองวันที่ผ่านมา ท่าทางและทัศนคติของเธอที่รับมือได้อย่างน่าทึ่ง ดึงดูดแฟนๆไม่น้อยทีเดียว
เพียงแต่ฐานแฟนคลับเหล่านี้ยังน้อยเกินไป ไม่อาจมีบทบาทในเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ดังนั้นจึงยังไม่มีการค้นพบ
ตอนนี้จิ่งหนิงมีความสุขมากจริงๆ ไม่ว่าใครก็ตามที่รับรู้ว่ามีคนยอมรับในตัวตนของตัวเอง รับรองว่าก็ต้องมีความสุขกันทั้งนั้น
เธอคุยกับชาวเน็ตคนนั้นอีกสองสามประโยคจึงได้ออฟไลน์แล้วเก็บโทรศัพท์เดินตรงไปยังไงกองถ่าย
เมื่อเดินทางมาถึงกองถ่าย จิ่งเสี่ยวหย่ามองเห็นเธอก็รีบเดินตรงเข้ามา
สีหน้าของจิ่งเสี่ยวหย่าดูไม่ดีนัก โม่หนานเห็นดังนั้นจึงได้เดินมาหยุดตรงหน้าจิ่งหนิง ไม่ให้โอกาสเธอเข้าใกล้
จิ่งเสี่ยวหย่าเห็นดังนั้นก็ทำสีหน้าเคร่งขรึมแต่ก็หยุดฝีเท้าอยู่ตรงนั้น
“จิ่งหนิง เสี่ยวขุยล่ะ เอาเธอไปไว้ที่ไหนกัน?”
จิ่งหนิงเลิกคิ้วขึ้น
คิ้วเข้มของเธอที่เลิกขึ้น สื่อความหมายถึงการเยาะเย้ยอย่างเย็นชา
“เสี่ยวขุยเป็นผู้ช่วยของเธอไม่ใช่เหรอ ผู้ช่วยของเธอหายไปไหนเกี่ยวอะไรกับฉันกัน?”
เมื่อจิ่งเสี่ยวหย่าได้ยินดังนั้นดวงตาของเธอแทบจะลุกเป็นไฟ
“ยังมาทำเป็นเสแสร้ง ถ้าไม่ใช่พวกแกพาตัวเธอไปทำไมฉันถึงหาเธอไม่เจอล่ะ?”
จิ่งหนิงหัวเราะอย่างเยือกเย็นแล้วพูดว่า “จิ่งเสี่ยวหย่า จะพูดอะไรหาหลักฐานมาให้ได้ก่อนได้ไหม คุณบอกว่าฉันพาตัวเสี่ยวขุยไป มีหลักฐานหรือเปล่า?”
จิ่งเสี่ยวหย่าแทบกระอัก
ตอนที่โม่หนานไปพบเสี่ยวขุยนั้น เธอเลือกใช้ช่องทางที่กล้องวงจรปิดจับภาพไม่เห็น ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานใดๆทิ้งไว้
แน่นอนว่าจิ่งเสี่ยวหย่ารู้ข้อนี้ดีดังนั้นเธอจึงลุกลี้ลุกลน
เสี่ยวขุย ยัยเด็กโง่นั่นคงไม่ได้พูดอะไรที่ไม่ควรออกไปใช่ไหม?
ตามปกติแล้วเธอไม่ได้ทำดีกับผู้ช่วยตัวเล็กๆคนนี้เท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากนิสัยและจุดอ่อนของเธอจึงได้ให้เธอทำเรื่องสำคัญๆมากมาย
วิธีการตบหัวแล้วลูบหลังของจิ่งเสี่ยวหย่า ทำให้บีบเสี่ยวขุยเสียจนแทบตาย
แต่ตอนนี้เธอกลับหายตัวไป
ตั้งแต่เมื่อคืนก็หาเธอไม่พบแล้ว ตอนแรกคิดว่าออกไปทำธุระอะไรซะอีก แต่รออยู่จนดึกดื่นก็ไม่เห็นกลับมา
โทรศัพท์ไปก็ไม่รับ ถามใครต่อใครก็ไม่มีใครเห็น
เมื่อคิดได้ว่าเธอสั่งให้เสี่ยวขุยไปทำอะไร จิ่งเสี่ยวหย่าจึงได้รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นแล้วแน่ๆ