แฟน ๆ ที่คิดถึงซูหว่านจำนวนมากปรากฏขึ้นทันทีในพื้นที่แสดงความคิดเห็น
ถึงแม้เวลาจะผ่านไปกว่ายี่สิบหกปีแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนมักหลงลืม ผู้คนและสิ่งที่พวกเขารักและชื่นชอบจะค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลา
แต่วิดีโอและรูปถ่ายเหล่านั้นเป็นของจริง ผ่านไปยี่สิบหกปีแล้ว เมื่อนำออกมาอีกครั้งก็ยังเพราะเหมือนเดิม ก็ยังคงสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้คนได้
ทุกคนได้ดูวิดีโอการแสดงเหล่านั้นแล้วรู้สึกเหมือนถูกดึงย้อนกลับไปในความทรงจำของตนเมื่อยี่สิบหกปีก่อนในทันใด
ผู้หญิงที่ดูสดใสคนนั้นยืนอยู่หน้าเวที เปล่งแสงและความร้อนของเธอออกมา แผ่ความอบอุ่นและความหวานไปทั่ว
ทันใดนั้น พื้นที่แสดงความคิดเห็นก็น้ำตาท่วมจอ และทุกคนต่างพากันตะโกน คิดถึงซูหว่านเป็นอย่างมาก
ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องราวและเป็นกลุ่มแฟนคลับใหม่ๆ เมื่อเห็นพื้นที่แสดงความเห็นนี้แล้วก็เริ่มเกิดความสงสัย
แม้จะไม่ใส่ใจ แต่ก็คิดว่ามันคือการสร้างกระแส
เป็นไปได้ว่าศิลปินคนนั้นไม่ดังแล้ว ตอนนี้อยากจะกลับเข้าวงการ ดังนั้นจึงจงใจหาเรื่องโปรโมท
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พวกเขาดูวิดีโอการแสดง อ่านชีวประวัติของซูหว่าน และค้นหาเพลงของเธอมาฟัง
เพียงชั่วพริบตากลุ่มแฟนก็ต้องยอมรับว่า ต้องบอกว่าเธอสวยและเพลงก็เพราะ
เธอเป็นนางฟ้าหรืออย่างไร
พอรู้ว่าเธอผู้เป็นดั่งนางฟ้าคนนี้มีชื่อเสียงแต่กลับมีชีวิตที่แสนสั้นเหมือนดอกไม้ที่ร่วงโรย ทันใดนั้นก็มีเสียงคร่ำครวญอีก
กระแสแรงปรากฏขึ้นในพื้นที่แสดงความคิดเห็น!
เรื่องทั้งหมดบนโลกอินเทอร์เน็ตนั้น ตัวที่ซูหว่านกำลังเป็นประเด็นอยู่นั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย
หลายปีมานี้ เธออยู่ต่างประเทศมาตลอดและคนที่อยู่ข้างเธอก็มีเพียงเวินเหวินจวิน
เธอไม่อยากรับรู้ข่าวจากในประเทศและยิ่งไม่อยากจะได้ข่าวของคนคนนั้น เพื่อไม่ให้จิตใจที่กว่าจะทำให้มันสงบนิ่งอย่างยากลำบากต้องสั่นไหวขึ้นอีกครั้ง
ดังนั้นเธอจึงไม่เล่นอินเทอร์เน็ตและอยู่อย่างสันโดษ
เธออยากจะให้ตัวเองอยู่ตรงนั้นอย่างสงบสุขและใช้ชีวิตไปเพียงวันๆ
แต่วันหนึ่งหมอบอกกับเธอว่าเธอมีชีวิตเหลืออยู่ไม่ถึงสามเดือนแล้ว
เธอรู้ว่ามีชีวิตเหลืออีกไม่นาน
ในระหว่างที่เธอเหลือเวลาอย่างจำกัด เธอจึงได้คิดว่าตนเองอยากจะทำอะไร และสิ่งที่ตนเองต้องการที่สุดคืออะไร
แต่ผลสุดท้ายกลับเป็นเธอแค่อยากจะกลับมา
เธออยากจะกลับมาไม่ใช่เพื่อต่อสู้อะไรหรือพิสูจน์อะไร
แต่เพียงเพื่อได้กลับมายังสถานที่ที่คุ้นเคย ได้สูดดมกลิ่นหอมที่คุ้นเคย และได้ดู…ได้เห็นคนที่เคยคุ้นเคยและรักสุดหัวใจ
นอกจากนี้ก็ไม่ขออะไรอีก
ดีที่เธอได้พบกับตู๋กูยิงก่อนหน้านี้แล้ว
คนที่เธอติดค้างมาตลอดชีวิต ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะมีชีวิตที่ดี
เธอควรจะต้องมีชีวิตที่เธอ คนแบบเธอ ปากร้ายใจดี ข้างนอกดูโหดร้าย แต่ความจริงในใจเธอกลับใจอ่อนเสียยิ่งกว่าอะไร
เธอสมควรจะมีความสุข
นอกจากนี้ แล้วคนคนนั้นล่ะ?
เธอเคยลังเลว่าจะไปเจอเขาดีไหม แต่สุดท้ายก็ปล่อยมันไป
ปล่อยให้เรื่องมันจากไปเหมือนควันและให้ควันนั้นลอยจางไปกับสายลม เธอคิดว่าทั้งหมดนี้ควรจะจบไปตั้งแต่บ่ายวันนั้นเมื่อยี่สิบหกปีก่อนแล้ว
การที่เธอกลับมาตามอำเภอใจก็ถือว่าผิดแล้ว ก่อนจะตายก็อย่าไปเพิ่มความยุ่งยากให้คนอื่นเลยจะดีกว่า
อย่างไรก็ตามกลับคิดไม่ถึงว่าจะมีคนเอารูปถ่ายของเธอไปโพสต์ในอินเทอร์เน็ต
ขณะนี้ที่บ้านตระกูลเฟิง
เฟิงสิงลังกับตู๋กูยิงนั่งอยู่บนเตียงและเตรียมตัวจะทำกิจกรรมก่อนเข้านอน นั่นก็คือการไถโทรศัพท์มือถือ
เมื่อก่อนเฟิงสิงลังไม่มีนิสัยแบบนี้ เมื่อก่อนเขาติดการอ่านหนังสือ
แต่ภายหลังเฟิงเหยี่ยนมักจะพูดกับเขาว่าคนเมื่ออายุมากขึ้นจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บ้าง ไม่ควรจะเอาแต่ดูหนังสือพิมพ์หรืออ่านหนังสือ แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลกออนไลน์บ้าง
อย่ามองว่าตอนนี้เขาเก่งแค่ไหน โลกปัจจุบันนี้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว หากไม่เรียนรู้ตามให้ทันโลก ก็จะถูกทิ้งให้ล้าหลังไปตามกาลเวลา
เฟิงสิงลังได้ยินแบบนั้นแล้วก็เริ่มคิดอย่างจริงจังและคิดว่าเป็นคำพูดที่สมเหตุผล
ต่อให้ไม่ชอบดูข่าวซุบซิบอะไรนั่น แต่ก็เล่นอินเทอร์เน็ตเพื่อทำความเข้าใจความคิดและการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นประโยชน์กับการดำเนินกิจการเหมือนกันนะ
ตั้งแต่นั้นมา ประธานเฟิงซื่อกรุ๊ปที่สง่างามก็เรียนรู้ที่จะทำสิ่งนี้ก่อนเข้านอน นั่นคือการไถโทรศัพท์มือถือของเขา
ยิ่งกว่านั้นตู๋กูยิงยังติดนิสัยเล่นเกมไพ่นกกระจอกในโทรศัพท์มือถือก่อนนอน
และไม่ใช่การเล่นกับผู้เล่นที่เป็นเอไอแต่เป็นการนัดกับเพื่อนๆ ของเธอมาเล่นออนไลน์ ถึงจะใช้โทรศัพท์มือถือแต่พอถึงเวลาแพ้ชนะก็ต้องจ่ายเงินจริงๆ
ทุกคืนจะต้องใช้เสียงเล่นไพ่นกกระจอกไม่ได้สักสี่ห้าเกมแล้วนอนไม่หลับ
นานๆ เข้า ก็ติดกลายเป็นนิสัยของทั้งคู่ไปแล้ว
แต่ในคืนนี้ตู๋ก็ยิงกลับไม่ได้เล่นไพ่นกกระจอกอย่างคาดไม่ถึง
เฟิงสิงลังเองก็ไม่ได้เปิดดูประเด็นข่าวฮอตอะไรนั่น ทั้งสองถือโทรศัพท์แน่นและมองไปที่โพสต์ร้อนแรงในคอลัมน์ซุบซิบบันเทิง
น่าแปลกที่มีคนโพสต์ว่าเจอซูหว่านโดยบังเอิญบนถนน
ตู๋กูยิงกลับมีสีหน้าสงบเพราะเธอเจอซูหว่านเป็นการส่วนตัวมาก่อนหน้านั้นแล้ว
เธอรู้ว่าโพสต์นั้นเป็นเรื่องจริง ซูหว่านตัวจริงยังมีชีวิตอยู่
อย่างน้อยเมื่อยี่สิบหกปีก่อนก็เป็นตัวเธอเองที่ทนไม่ได้และให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป
แต่เธอรู้ว่ามันไม่ได้หมายความว่าเฟิงสิงลังจะรู้ด้วย
เมื่อเห็นเฟิงสิงลังถือโทรศัพท์ด้วยท่าทางตกใจ ดวงตาของตู๋กูยิงหรี่ลงเล็กน้อยแล้วเธอก็เยาะเย้ย: “เป็นไง? เห็นภาพคนรักเก่าของตัวเองแล้ว ตื่นเต้นจนพูดไม่ออกเลยรึไง?”
เฟิงสิงลังได้สติในทันที เขาหันไปมองเธอและหันกลับไปดูรูปในโทรศัพท์และขมวดคิ้ว
“บัญชีพวกนี้ทำมากไปแล้ว ข่าวอะไรก็กล้าลง แม้แต่คนที่ตายไปแล้วก็ยังไม่วาย! มีอย่างที่ไหนกัน!”
เขาพูดและโมโหเล็กน้อย อยากจะโทรไปให้คนจัดการโพสต์นี้เสีย
อย่างไรก็ตามยังไม่ทันที่จะโทรออกก็ถูกตู๋กูยิงห้ามไว้ก่อน
ตู๋กูยิงมองเขาแล้วยิ้มและพูด: “ทำไมรีบล่ะ? คนเขามีรูปเป็นหลักฐานแน่นหนา ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้นะ คุณโทรไปจะถือว่าเป็นการทำลายเบาะแสเดียวที่มีรึเปล่า?”
เฟิงสิงลังได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งขมวดคิ้วหนักเข้าไปอีก
“เป็นไปไม่ได้! ตอนนั้นผมเป็นคนนำทีมออกไปค้นหาเอง ทะเลกว้างใหญ่ขนาดนั้น ไม่มีระบบช่วยชีวิตและไม่มีเกาะที่อยู่ใกล้เคียง คนที่ตกลงไปถึงวันสองวันไม่มีทางรอดได้”
ตู๋กูยิงได้ยินแล้วยิ้มเยาะแต่ไม่พูดอะไร
เฟิงสิงลังกดโทรออกและสั่งคนที่ปลายสาย “ไปดูว่าใครเป็นคนโพสต์เรื่องซูหว่านบนอินเทอร์เน็ต ให้เขาลบมันซะ! ต่อไปข่าวพวกนี้ห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่อีก!”
คนทางปลายสายรับคำสั่งอย่างรวดเร็วและทำตามทันที
หลังจากวางสายไป เขาวางโทรศัพท์ พอหันไปก็สังเกตว่าสีหน้าของตู๋กูยิงดูเฉยเมย
เขาไม่ใช่คนโง่ เขากลอกตาเล็กน้อยและเข้าใจอะไรบางอย่าง
อธิบายอย่างจริงใจ: “ยิงยิง ผมไม่ได้มีความหมายเป็นอื่นนะ เพียงแต่ว่าในเมื่อสุดท้ายแล้วซูหว่านเป็นคนที่ไม่มีใคร ผมไม่คิดว่าจะมีใครเอาชื่อของเธอมาหากินหลังจากเธอตายหรอกนะ”