เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบยาผงออกมาวางลงในอุ้งมือเป่ยกงถัง
ตอนนี้พวกเธอทั้งสองยังคงเป็นผู้บาดเจ็บอยู่ พลังการต่อสู้ลดต่ำลงไปไม่น้อย ถ้าหากพบกับคนชั่วเข้าจริงๆ ก็คงเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินเลยทีเดียว
ถ้ำที่เจ้าคำรามน้อยเสาะหามาแห่งนี้นับว่าเร้นลับอยู่พอสมควร ทว่าฝีเท้ากลับตรงมาทางถ้ำ แต่ไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของพวกโอวหยางเฟยเลย เห็นได้ชัดว่าผู้มามีพลังยุทธ์สูงส่งกว่าพวกเขามากมายนัก จึงทำให้พวกเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
ตอนนี้เพิ่งผ่านเรื่องผลอสรพิษทองคำไปแค่สองวันเท่านั้น ไม่แน่ว่าอาจยังมีคนของบางขุมอำนาจที่เตร็ดเตร่อยู่ภายในภูเขา ยังมิได้ออกไป แล้วพบเจอกับพวกเจ้าอ้วนชวีเข้าพอดี…
ในขณะที่ทั้งสองคนคาดเดากันไปต่างๆ นานาอยู่นั้นเอง คนเหล่านั้นก็เดินมาถึงถ้ำในที่สุด
“พวกเรากลับมาแล้ว” ร่างกายอ้วนกลมของเจ้าอ้วนชวีปรากฏขึ้นที่ปากถ้ำ ตามมาด้วยโอวหยางเฟยและเว่ยจือฉี
เมื่อเห็นว่าคนทั้งสามไม่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งสองคนจึงค่อยคลายใจลงแล้วถามว่า “พวกเจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
“พวกเรา…”
เจ้าอ้วนชวียังพูดไม่ทันจบก็ถูกคนที่แซงขึ้นมาจากด้านหลังผลักออกไปอีกทางหนึ่ง จากนั้นเงาร่างที่เหนือความคาดหมายหลายร่างก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์ ทำให้เธอเรียกออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ท่านพี่สาม ท่านพี่สี่ พวกท่านมาอยู่ที่นี่กันได้อย่างไร”
“น้องห้า ได้ยินว่าเจ้าบาดเจ็บหรือ มาให้พี่สามดูเร็วเข้าสิ” ซือหม่าโยวหรานมาถึงข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์อย่างรวดเร็ว คิดจะสัมผัสเธอแต่ก็กลัวทำให้เธอเจ็บ
“ท่านพี่สาม ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว!” ซือหม่าโยวเย่ว์คว้ามือซือหม่าโยวหราน ระงับความตื่นเต้นของเขาเอาไว้
“น้องห้า นี่มันเรื่องอันใดกัน เหตุใดเจ้าจึงได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ได้” ซือหม่าโยวเล่อเดินเข้ามา นัยน์ตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและเดือดดาล
“อีกประเดี๋ยวข้าค่อยเล่าเรื่องนี้ให้พวกท่านฟังก็แล้วกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกท่านยังมิได้ตอบข้าเลย เหตุใดพวกท่านจึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“พวกเราก็มาฝึกประสบการณ์ที่นี่น่ะสิ” ซือหม่าโยวเล่อพูด “สหายกลุ่มเดียวกันกับพวกเราสองคนจะมาที่เทือกเขาผู่สั่วนี่อยู่พอดี จึงมาด้วยกันเสียเลย”
ซือหม่าโยวเย่ว์จึงได้ค้นพบว่านอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ด้านนอกถ้ำยังมีคนยืนอยู่อีกหลายคน ดูท่าทางน่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นของพวกซือหม่าโยวหรานนั่นเอง
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็บอกมาได้แล้วว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร” ซือหม่าโยวหรานมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “เมื่อครู่เจ้าเด็กชวีบอกว่าเมื่อวานเจ้ากระดูกหักไปทั่วทั้งร่าง เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน”
เจ้าอ้วนชวีผู้นี้ไม่รู้หรือว่าพี่ชายบ้านนี้เป็นพวกหวงน้องชายกันหมด ยังกล้าไปบอกพวกเขาว่าตนกระดูกหักไปทั่วทั้งร่างอีก!
ซือหม่าโยวเย่ว์มองค้อนเจ้าอ้วนชวีทีหนึ่ง หลังจากนั้นจึงมองคนห้าคนที่ยังคงนอนหมดสติอยู่แล้วพูดว่า “ก็เพราะพวกเขานั่นแหละที่ล่อพวกเราเข้าไปในอาณาเขตของอสูรดุร้าย ท่านไม่รู้หรอกว่าฝูงหมาป่ามหาศาลทำเอาพวกเราตกใจกลัวกันขนาดไหน”
“เป็นเพราะคนเหล่านี้หรือ!” ซือหม่าโยวหรานมองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเยียบเย็นคล้ายกับว่าพวกเขาเป็นซากศพกองหนึ่งไปแล้ว
“อืม เป็นเพราะพวกเขานั่นแหละ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ข้าจะไปฆ่าพวกมันเสีย!” ซือหม่าโยวเล่อชะงักอยู่ครู่หนึ่งแล้วลุกขึ้นยืนพลางหยิบกระบี่ออกมาหมายจะไปสังหารคนเหล่านั้น
“ท่านพี่สี่ ท่านพี่สี่ ท่านอย่าได้หุนหันไปเลย!” ซือหม่าโยวเย่ว์คว้าตัวซือหม่าโยวเล่อเอาไว้แล้วเอ่ยว่า “จะให้ห้าคนนี้มาตายด้วยฝีมือพวกเราไม่ได้”
“เพราะเหตุใด” ทุกคนไม่เข้าใจ
“เพราะพวกเขาเป็นคนของวิทยาลัยน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์อธิบายถึงที่ไปที่มา แต่เธอไม่ได้พูดเรื่องงูเหอฮวาน แต่กลับนำเรื่องฝูงหมาป่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้ามาพูดเหมือนเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในคราวนี้
“น่าชิงชังนัก!” ซือหม่าโยวเล่อโมโหจนขึ้นไปกระทืบคนเหล่านั้นอย่างรุนแรงหลายครั้ง
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำเช่นไร” ซือหม่าโยวหรานย่อมสังเกตสิ่งที่หลุดออกมาจากคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ได้ อย่างเช่นเพราะเหตุใดจึงจับคนมาตั้งหลายคน หรือเพราะเหตุใดจึงมีเพียงแค่เธอกับเป่ยกงถังเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นต้น แต่ตอนนี้มีคนนอกอยู่ด้วย เขาจึงมิได้เปิดโปงเธอ หากแต่ถามไปตามคำพูดของเธอเท่านั้น
“ก็ย่อมต้องเป็นวิธีหนามยอกเอาหนามบ่งน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเขาปล่อยพวกเราไว้กลางฝูงหมาป่า พวกเราก็ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับเรื่องเดียวกันได้ พวกเรารอดชีวิตมาได้เพราะโชคชะตา ส่วนพวกเขานั้นจะมีชีวิตรอดไปได้หรือไม่ก็ต้องดูความสามารถของพวกเขาแล้ว พี่ชายพี่สาวทุกท่านคงจะไม่ แพร่เรื่องนี้ออกไปกระมัง”
“เดิมทีเทือกเขาผู่สั่วมีสัตว์อสูรวิเศษอาละวาดไปทั่วอยู่แล้ว จะพบเจอสัตว์อสูรวิเศษบ้างนั้นย่อมเป็นเรื่องปกติยิ่งนัก” หญิงสาวในชุดแดงรัดกุมคนหนึ่งพูดขึ้น
“ถูกต้อง”
ทุกคนต่างก็เห็นด้วย มองเห็นความโกรธแค้นในดวงตาของพวกเขา คล้ายว่ารู้สึกรังเกียจในการกระทำอันไร้ยางอายของคนเหล่านี้เช่นเดียวกัน
“ในเมื่อเจ้าอยากทำเช่นนี้ก็ทำไปเถิด” ซือหม่าโยวหรานขยี้ผมซือหม่าโยวเย่ว์จนทำให้ผมของเธอยุ่งเหยิงไปหมด
ซือหม่าโยวเย่ว์ปัดมือเขาทิ้งแล้วพูดว่า “ท่านพี่สาม ท่านพี่สี่ พวกท่านมาปฏิบัติภารกิจใช่หรือไม่ ภารกิจของพวกเราสำเร็จเรียบร้อย พรุ่งนี้ก็จะกลับกันแล้ว พวกท่านไปทำภารกิจของพวกท่านให้สำเร็จเถิด”
“อย่าคิดจะไล่พวกเราไปเชียวนะ” ซือหม่าโยวหรานพูด “พวกเราจัดการธุระเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว กำลังเตรียมตัวกลับเช่นกัน พวกเรารอให้เจ้าหายดีก่อนค่อยกลับพร้อมกันก็ได้”
“โอ้ เช่นนี้ไม่ดีกระมัง จะให้พี่ชายพี่สาวท่านอื่นๆ มารอมิได้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ไม่เป็นไร อยู่นานอีกสักวันสองวันไม่ได้เป็นปัญหาเลย” คนเหล่านั้นพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองออกแล้วว่าพี่ชายทั้งสองของตนคือบุคคลผู้เป็นจุดศูนย์กลางของสหายทั้งสองกลุ่ม พอพวกเขาบอกว่าไม่ไป คนอื่นๆ ล้วนมิอาจพูดอะไรได้
“เอาละ” เธอฝังศีรษะลงในหมอน ดูท่าทางพวกเขาคงไม่มีทางกลับกันเองแน่แล้ว
คนเหล่านั้นรู้ว่าพวกซือหม่าโยวเย่ว์สามพี่น้องเพิ่งได้พบหน้ากัน จะต้องมีเรื่องที่อยากพูดคุยกัแน่นอน จึงพากันออกไป แม้กระทั่งเป่ยกงถังก็ยังหาเหตุผลให้พวกโอวหยางเฟยพานางออกไปด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าในถ้ำไม่มีใครอยู่อีกแล้ว ซือหม่าโยวหรานจึงเอ่ยปากถามว่า “บอกมาสิ ที่แท้อาการบาดเจ็บของเจ้านี่มันเรื่องอันใดกัน”
“รู้อยู่แล้วว่าปิดบังท่านไม่ได้ ท่านดูสิ ท่านพี่สี่ยังไม่เห็นอะไรผิดปกติเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปากพูด
“เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก!” ซือหม่าโยวหรานตบศีรษะซือหม่าโยวเย่ว์ “เมื่อครู่หากมิใช่เพราะมีพวกเขาอยู่ ข้าคงฟาดเจ้าไปสองฝ่ามือแล้ว หลอกได้แม้กระทั่งพี่ชายตัวเอง!”
“ไอ้หยา ข้ามิได้จงใจจะหลอกพวกท่านเสียหน่อย!” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซือหม่าโยวเล่ออย่างน้อยใจ คาดหวังว่าเขาจะช่วยตัวเองพูดได้ แต่คราวนี้ซือหม่าโยวเล่อกลับมิได้อยู่ข้างเดียวกับเธอ หันไปอีกทางโดยไม่เหลียวแลเธอเลย!
“เอาล่ะ พูดอย่างสัตย์จริงเลยนะ เจ้าบาดเจ็บเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!” ซือหม่าโยวหรานพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ก็ได้…” ซือหม่าโยวเย่ว์เล่าเรื่องฝูงหมาป่าและเรื่องที่พบกับงูเหอฮวาน หลังจากนั้นจึงมองพวกซือหม่าโยวหรานอย่างน้อยใจ “เมื่อครู่เพื่อนร่วมกลุ่มของท่านอยู่ด้วย ข้าย่อมมิอาจให้พวกเขารู้ได้ว่าข้าเป็นสตรีจึงได้แต่หลอกลวงไปอย่างนั้น! นอกจากนี้นี่ยังไม่นับว่าเป็นการหลอกลวงด้วย เพราะแท้ที่จริงแล้วเรื่องฝูงหมาป่าก็เป็นฝีมือพวกเขาด้วยเช่นกัน”
“คนเหล่านี้!” ซือหม่าโยวเล่อกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาว จึงระงับตัวเองไม่ให้พุ่งเข้าไปสังหารพวกเขาได้
“หากพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าสหายร่วมกลุ่มของเจ้าล้วนรู้กันหมดแล้วว่าเจ้าเป็นสตรีอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวหรานมุ่งความสนใจไปที่เรื่องนี้ ถ้าหากพวกเขาพูดออกไปแล้ว เกรงว่าจะต้องยุ่งยากแน่
“ท่านพี่สาม ท่านวางใจได้ พวกเขาบอกแล้วว่าจะไม่มีวันแพร่งพราย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าเชื่อมั่นในตัวพวกเขา”
“อืม ข้าเชื่อว่าตอนนี้เจ้าคงไม่มีทางทำอะไรมุทะลุแน่” ซือหม่าโยวหรานพูด “วันนี้เจ้าพักฟื้นไปก่อน พรุ่งนี้พวกเราค่อยออกเดินทางไปเมืองเหยียนกัน ท่านปู่ยังรอพวกเราอยู่ที่นั่นด้วย”
“ท่านปู่ยังไม่กลับไปอีกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
พอคำพูดนี้หลุดออกจากปากเธอก็ตระหนักได้ทันทีว่าได้พูดเรื่องที่ไม่ควรพูดไปเสียแล้ว แต่ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว เห็นเพียงแค่ซือหม่าโยวหรานที่สีหน้าเพิ่งจะอ่อนโยนลงขมวดคิ้วนิ่วหน้าอีกครั้ง
“แย่แล้ว คราวนี้หนีไม่รอดแล้วสิ…” ซือหม่าโยวเย่ว์ร้องคร่ำครวญอยู่ในใจ
………………