หวานรักจับหัวใจท่านประธาน – ตอนที่ 259 รอประโยคนี้แหละ! / ตอนที่ 260 ใครตายกันแน่

ตอนที่ 259 รอประโยคนี้แหละ!  

 

 

ดูท่าทางเหมือนจะกินอิ่มแล้ว  

 

 

บนใบหน้ายังคงรักษาสีหน้าของความมีมารยาทเอาไว้อยู่  

 

 

ถ้าเป็นคนที่ฟังภาษาอิตาลีไม่ออก ก็ไม่มีทางดูออกว่ามิสเตอร์ลอมบาร์ดีและคนอื่นๆ กำลังโกรธ  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวมองเหนียนเสี่ยวมู่ที่กำลังมีสีหน้างุนงง ในใจแอบไชโยแล้ว  

 

 

แต่ปากยังพูดต่อ “มิสเตอร์ลอมบาร์ดี พวกเราให้ความสำคัญกับงานครั้งนี้มากจริงๆ ค่ะ ถ้าคุณยอมร่วมงานกับพวกเรา ต่อไปก็จะได้ไปกินอาหารอร่อยๆ กับซูเปอร์ไวเซอร์เหนียนอีกมากมาย…”  

 

 

“ขอโทษที” มิสเตอร์ลอมบาร์ดีขัดขังหวะคำพูดของล่ามสาวอย่างอดไม่อยู่ ก่อนจะมองไปยังเหนียนเสี่ยวมู่ด้วยสายตาไม่พอใจนัก  

 

 

สายตานั้นมีความผิดหวังด้วย  

 

 

เขาโยนผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะ แล้วพูดอย่างเย็นชา “ถ้านี่เป็นจุดประสงค์ที่พวกคุณมาล่ะก็ ผมก็จะยืนยันว่า ผมกับทีมของผมจะไม่ร่วมงานกับพวกคุณอีก!”  

 

 

“…”  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวรอประโยคนี้อยู่!  

 

 

เมื่อได้ยินมิสเตอร์ลอมบาร์ดีปฏิเสธการร่วมงานของพวกเธออย่างชัดเจน มุมปากก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่  

 

 

ขณะที่หันไปแปลให้เหนียนเสี่ยวมู่ฟัง เธอกลับพูดว่า “มิสเตอร์ลอมบาร์ดีบอกว่าพวกเขาอิ่มแล้วค่ะ อยากจะกลับไปพักผ่อนที่ห้อง”   

 

 

หลังจากมื้ออาหารนี้จบลง ไม่ว่าเหนียนเสี่ยวมู่มีความสามารถอะไร มิสเตอร์ลอมบาร์ดีก็มองเธอแย่อย่างถึงที่สุดแล้ว  

 

 

คงไม่ใด้โอกาสได้คุยเรื่องงานกับเธออีกเด็ดขาด…  

 

 

“อิ่มแล้วเหรอ แต่ยังมีของหวาน…” เหนียนเสี่ยวมู่ตะลึง พลางมองมิสเตอร์ลอมบาร์ดีที่กำลังจะลุกขึ้น จึงรีบขวางพวกเขาไว้ และให้หวางเมี่ยวเมี่ยวพูดกับพวกเขา ว่ายังมีของหวานหลังมื้ออาหารอีก  

 

 

หวังว่าพวกเขาจะไปหลังจากกินเสร็จ  

 

 

ตอนนี้อย่าว่าแต่ของหวานเลย ต่อให้เธอขนอาหารทั้งโลกมาให้ ก็ไม่ทันแล้ว  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวแน่ใจแล้วว่างานครั้งนี้ล้มเหลวแน่ จึงแสดงสีหน้าร้อนใจออกมา แล้วแปลให้เธอ หวังว่าจะรั้งให้มิสเตอร์ลอมบาร์ดีและทีมของเขากินของหวานให้เสร็จก่อน  

 

 

พนักงานยกของหวานมาในเวลานี้พอดี…  

 

 

เหนียนเสี่ยวมู่รีบยืนขึ้น ยิ้มพลางแนะนำของหวานให้มิสเตอร์ลอมบาร์ดี  

 

 

รอยยิ้มบริสุทธิ์จริงใจ รวมถึงอาหารที่ทำให้อยากอาหาร คลายความโกรธของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย  

 

 

แม้สีหน้าของมิเตอร์ลอมบาร์ดีจะไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ยืนกรานจะไปในทันที  

 

 

เขานั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง  

 

 

ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินของหวาน บรรยากาศไม่ได้ครึกครื้นเหมือนเมื่อครู่นี้  

 

 

พนักงานเดินมาอีกครั้ง  

 

 

“คุณเหนียนครับ อาหารที่คุณสั่งใส่กล่องเรียบร้อยแล้วครับ จะให้นำมาให้พวกคุณเลยไหมครับ”  

 

 

เมื่อได้ยินดังนั้น เหนียนเสี่ยวมู่ก็หันไปมองบนโต๊ะอาหาร มองไปยังมิสเตอร์ลอมบาร์ดีและทีมที่กำลังกินอาหารอยู่  

 

 

จากนั้นถึงจะมองไปทางหวางเมี่ยวเมี่ยวที่อยู่ข้างๆ “ตอนนี้ไม่ต้องแปลแล้วค่ะ คุณพาพนักงานไปส่งอาหารให้พวกเขาได้เลย แล้วรีบกลับมานะคะ”  

 

 

“…ให้ฉันไป?”  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวได้ยินเธอพูดอย่างนั้น ก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา  

 

 

เหนียนเสี่ยวมู่ไม่เข้าใจภาษาอิตาลี ถ้าตนเองไปแล้ว เธอจะต่างอะไรกับคนใบ้ล่ะ  

 

 

นี่ทำให้เธอมีข้ออ้างไปส่งอาหาร และกลับมาช้าหน่อย ไม่แน่ว่าเมื่อเธอกลับมาแล้ว มิสเตอร์ลอมบาร์ดีคงจะกินของหวานเสร็จ และสะบัดมือจากไปแล้ว…   

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวคิดถึงตรงนี้ เธอก็พลันออกไปกับพนักงานโดยไม่พูดอะไรอีก  

 

 

ตอนที่เดินออกจากร้านอาหาร เธอยังตั้งใจมองครั้งหนึ่ง  

 

 

ล่ามของมิสเตอร์ลอมบาร์ดีหายไปแล้ว น่าจะมีเรื่องด่วนรีบออกไปหลังคุยโทรศัพท์เสร็จ เธอจึงหลุดหัวเราะออกมาอีก  

 

 

“แม้แต่เง็กเซียนก็ไม่ช่วยเธอหรอก เหนียนเสี่ยวมู่ เธอซวยแน่!”  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวหยิบโทรศัพท์มือถืออกมา ให้พนักงานถืออาหารตามเธอไปพลาง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแจ้งเรื่องดีกับเหวินหย่าไต้ไปพลาง  

 

 

เมื่อเรื่องนี้สำเร็จ มีเหวินหย่าไต้คอยชมเชย เธอต้องได้เลื่อนตำแหน่งแน่!  

 

 

แต่เธอมองไม่เห็นว่าเหนียนเสี่ยวมู่ยกแก้วไวน์แดงมองไปทางมิสเตอร์ลอมบาร์ หลังจากที่เธอออกจากห้องอาหาร…  

 

 

 

 

 

ตอนที่ 260 ใครตายกันแน่  

 

 

ไม่มีใครรู้ ว่าเหนียนเสี่ยวมู่พูดอะไรกับมิสเตอร์ลอมบาร์ดี  

 

 

หลังจากหวางเมี่ยวเมี่ยวนวยนาดกลับมา เธอเห็นเพียงมิสเตอร์ลอมบาร์ดีและคนอื่นๆ ลุกขึ้น กำลังจะเดินออกไปข้างนอก  

 

 

สีหน้าของแต่ละคนไม่ค่อยจะดีนัก  

 

 

แต่น่าจะแย่กว่าตอนที่เธอออกมาอีก…  

 

 

ดูท่าทางเหนียนเสี่ยวมู่จะจบเห่แล้วจริงๆ!  

 

 

บนใบหน้าของหวางเมี่ยวเมี่ยวมีความดีใจพาดผ่านไป เธอเดินไปข้างหน้า ก่อนจะถามด้วยสีหน้างุนง “มิสเตอร์ลอมบาร์ดี ให้ฉันไปส่งคุณไหมคะ”  

 

 

“ไม่ต้อง! วันนี้พอแค่นี้ พวกคุณอย่ามาวอแวกับผมอีก!” มิสเตอร์ลอมบาร์ดีทิ้งท้ายไว้ด้วยความโมโห ก่อนจะสะบัดมือก้าวอาดๆ จากไป  

 

 

คนที่อยู่ข้างหลังเขาก็พากันเดินตามไปด้วย  

 

 

บรรยากาศเยียบเย็นจนถึงจุดเยือกแข็ง  

 

 

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเจรจาร่วมมือไม่สำเร็จ  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวโห่ร้องอยู่ในใจ แต่บนใบหน้ากลับแสดงความร้อนรนออกมา “ซูเปอร์ไวเซอร์เหนียน ตอนนี้ทำยังไงดีคะ มิสเตอร์ลอมบาร์ดีพูดชัดเจนแล้ว ว่าจะไม่ร่วมงานกับพวกเราอีก!”  

 

 

สองมือของเหนียนเสี่ยวมู่ล้วงกระเป๋าอยู่ เธอมองไปยังทางที่มิสเตอร์ลอมบาร์ดีจากไป ก่อนจะเผยรอยยิ้ม  

 

 

“ทำเต็มที่แล้ว เขาไม่ตกลงก็ช่วยไม่ได้”  

 

 

“…”  

 

 

“คุณให้คนอื่นๆ กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว คงจะกลับไปที่บริษัทช้าหน่อย” เหนียนเสี่ยวมู่พูด พลางเดินผ่านเธอเข้าไปในโรงแรม  

 

 

ดูท่าทางจะอยากกลับไปพักผ่อน  

 

 

ตอนนี้เธอยังมีกะใจนอนหลับอีก  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูก ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป  

 

 

ตอนนี้เธออารมณ์ดีมาก แต่จะเสียเวลากับเหนียนเสี่ยวมู่อยู่ที่โรงแรมไม่ได้ มีเรื่องสำคัญกว่ารอให้เธอทำไปอีก!  

 

 

 

 

 

บริษัทตระกูลอวี๋  

 

 

“…ผู้จัดการเหวิน เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ เหนียนเสี่ยวมู่ทำเกินไปแล้วจริงๆ มาสายไม่พอ ยังไปเปิดห้องที่โรงแรมอีก บอกว่าง่วงมากเลยอยากนอนสักตื่น แล้วค่อยคิดว่าจะโน้มน้าวมิสเตอร์ลอมบาร์ดีอย่างไร!”  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อนร่วมงานทุกคนในแผนกประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งพูดเสียงด้วย  

 

 

เมื่อเห็นสีหน้าของทุกคนไม่ค่อยจะดี เธอก็แขวะต่อ  

 

 

“ทีแรกฉันคิดว่าเธอคิดไว้เรียบร้อยแล้ว ว่าจะพูดโน้มน้าวมิสเตอร์ลอมบาร์ดียังไง ถึงได้สบายใจอย่างนี้ แต่คิดไม่ถึงเลย ว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่ไปหามิสเตอร์ลอมบาร์ดี แต่ไปกินข้าวที่ร้านอาหาร บอกว่ากินอิ่มแล้วถึงจะมีแรงทำงาน”  

 

 

“…”  

 

 

“พวกเราโชคดีมาก ได้เจอมิสเตอร์ลอมบาร์ดีที่ร้านอาหาร แต่เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ก็คือมิสเตอร์ลอมบาร์ดีโกรธมาก บอกซ้ำๆ ว่าไม่อยากร่วมงานกับพวกเรา แล้วก็สะบัดมือจากไป ส่วนเหนียนเสี่ยวมู่กลับทำอะไรไม่ได้เลย!”  

 

 

“…”  

 

 

เพื่อนร่วมงานคนอื่นในแผนกประชาสัมพันธ์ต่างก็มองหน้ากัน ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี  

 

 

มองเห็นแต่เหวินหย่าไต้มีสีหน้าย่ำแย่ลงเรื่อยๆ พลางต่อว่าเหนียนเสี่ยวมู่อยู่ในใจ  

 

 

“แล้วเธออยู่ไหน” เหวินหย่าไต้ขมวดคิ้วตาม  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวเห็นดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มเยอะเย้ย และแบมือทั้งสองข้าง  

 

 

“หลังจากถูกมิสเตอร์ลอมบาร์ดีปฏิเสธอย่างชัดเจน เธอก็ให้ฉันกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ กลับมา ส่วนเธอนอนอยู่ที่โรงแรมค่ะ”  

 

 

ทำงานเสียเรื่อง เหนียนเสี่ยวมู่กลับไม่มารายงานที่บริษัททันที แต่นอนหลับอยู่ที่โรงแรม  

 

 

เธอตายแน่!  

 

 

“ผู้จัดการเหวิน พูดตามตรงนะคะ ไม่ได้มีแค่ฉันที่เห็นพฤติกรรมของเหนียนเสี่ยวมู่ ตอนนั้นเพื่อนร่วมงานที่ไปด้วยกันก็เป็นพยานให้ได้ เธอไม่พยายามเจรจาร่วมงานเลยค่ะ เธอเห็นเห็นเรื่องล้อเล่น ต้องได้รับการลงโทษอย่างหนัก!”  

 

 

หลังจากล่ามสาวพูดจบ ทุกคนก็ร้องด้วยความตกใจออกมาเสียงหนึ่ง  

 

 

“ซูเปอร์ไวเซอร์เหนียน!”  

 

 

หวางเมี่ยวเมี่ยวเพิ่งจะสังเกตตามเสียงร้องตกใจ ว่าเหนียนเสี่ยวมู่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอแล้ว  

 

 

แถมในมือยังถือสัญญาฉบับหนึ่งด้วย!  

หวานรักจับหัวใจท่านประธาน

หวานรักจับหัวใจท่านประธาน

อวี๋เยว่หาน หนุ่มหล่อดีกรีประธานบริษัทอนาคตไกลที่จู่ๆ ก็ค้นพบว่าตัวเองมีลูกโดยไม่รู้ตัวแถมไม่รู้ว่าใครเป็นแม่เด็ก ทั้งผลตรวจดีเอ็นเอก็ดันตรงกับเขาเสียด้วย นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย แม้ว่าจะไม่รู้ที่มาของเด็กน้อยแต่อาจเป็นเพราะสายสัมพันธ์อะไรบางอย่างทำให้เขาตัดสินใจเลี้ยงดูเด็กคนนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ลูกสาวของเขาบาดเจ็บจนบังเอิญได้รับความช่วยเหลือจาก เหนียนเสี่ยวมู่ หลังจากนั้น เสี่ยวลิ่วลิ่ว ก็ติดเธอแจ หญิงสาวอ้างตัวว่าเป็นพยาบาลรับจ้างเขาจึงจ้างเธอไว้ แต่เบื้องหลังของเธอกลับลึกลับและมีความสามารถเกินกว่าพยาบาลทั่วๆ ไป เรื่องนี้เขาจะต้องหาทางพิสูจน์ความจริงให้ได้

Comment

Options

not work with dark mode
Reset