ตอนที่ 119 ใบหน้าของปีศาจ
จะให้นวดด้วยกันเหรอ?
เธอไม่เอาหรอกนะ!
“ที่บ้านยังมีลูกอีกสองคนรอฉันอยู่ พอคุยธุระเรื่องงานเสร็จแล้วฉันก็จะกลับบ้าน ส่วนเรื่องนวดอะไรนั่น ประธานจิ่งดูท่าจะเป็นคนที่เข้าใจมันมากที่สุดแล้ว” เธอพูดด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ไม่ได้แสดงอาการหน้าแดงแต่อย่างใด
“เลขาหลินดูแลพวกเขาได้”
“ฉันรับปากกับสามีแล้วว่าต้องไปวิดีโอคอล ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นประธานจิ่ง ทุกวันเขาต้องโทรมาตรวจสอบ เพราะงั้นแล้วประธานจิ่งคุณไปคนเดียวเถอะค่ะ!” ทันทีที่เธอพูดจบ ลิฟต์ที่อยู่ข้างหน้าก็เปิดออก เธอจึงก้าวเดินไปข้างหน้า
หึ สามี……
จิ่งเป่ยเฉินเดินตามหลังเธอไปอย่างไม่ได้เร่งรีบ พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “ไปอยู่กับคนรักก่อนก็แล้วกัน ค่อยไปอยู่กับสามี”
อันโหรวแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของเขา ก่อนจะเดินด้วยความเร็วจนเกือบจะแซงหน้าพนักงานไป
หัวใจของพนักงานแทบแตกสลายในทันที จิ่งเป่ยเฉินกับหญิงแก่ขี้เหร่คนนี้เป็นคนรักกันยังงั้นเหรอ?
ถ้าหากจิ่งเป่ยเฉินมองผู้หญิงอีกหน่อยแล้วละก็ ตัวเธอเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนนี้เท่าไรเลยนะ ความเป็นไปได้ที่จะถูกจิ่งเป่ยเฉินชื่นชมเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อประตูเปิดออก พนักงานจึงกดกระดิ่ง ไม่นานคนที่อยู่ข้างในก็เอ่ยขึ้นว่า “เชิญ” เมื่อพนักงานเปิดประตูออก อันโหรวก็พยายามจะเข้าไปเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
เมื่อจิ่งเป่ยเฉินเห็นเธอเข้าไปข้างใน พนักงานก็ยิ้มกรุ่มกริ่ม พลางจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขา แต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงจากจิ่งเป่ยเฉินพูดเบา ๆ ว่า “ออกไป!”
“ค่ะ” เธอถูกประตูปิดใส่หน้าทันที ราวกับตัดสายสัมพันธ์ ชีวิตน้อย ๆ ของเธอนั้นเกือบจะสูญสิ้นไปซะแล้ว
อันโหรวเดินเข้าไปก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังเปลือยเปล่า โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเหยียบไปที่หลังของเขา เมื่อเห็นเธอเข้ามา หญิงสาวก็ลงมาออกจากร่างของเขาทันที
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นเขาก็ได้ลุกขึ้นยืนทันที
“อะ…….” อันโหรวอุทานออกมาก่อนจะหันหน้าไปอีกด้านหนึ่งทันที
จิ่งเป่ยเฉินเข้ามายืนบังตัวเธอไว้ พลางกอดเธอไว้นิ่ง ๆ ภายใต้อ้อมแขน และพูดขึ้น “คุณชายใหญ่เห่อดูท่าจะอารมณ์ดีจริง ๆ”
เอาเถอะ เมื่ออยู่สถานที่อาบอบนวดแบบนี้ เธอก็ไม่คาดหวังว่าที่นี่จะเป็นที่ที่สะอาดบริสุทธิ์ขนาดนั้น เป็นแบบนี้ก็ยังนับว่าพอใช้ได้อยู่บ้าง
มือใหญ่ ๆ ที่โอบตัวเธออยู่นั้นค่อนข้างร้อน ก่อนเธอจะได้ยินเสียงกระซิบอย่างแผ่วเบา “คุณควรที่จะแต่งตัว”
“ประธานจิ่งพูดแบบนี้ แต่กลับพาผู้หญิงมาด้วย แบบนี้ผมคงไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกใช่ไหม” เห่อฮวาฮุยลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะพันตัวด้วยผ้าขนหนูสีขาว เมื่อเขาเดินผ่านหน้าพวกเขาไปก็เหลือบมองแผ่นหลังสวย ๆ ของอันโหรวและพูดขึ้นว่า “ประธานจิ่งเชิญ”
เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว เธอจึงถอยออกจากอ้อมแขนของเขาทันที “ขอบคุณค่ะประธานจิ่ง”
“ขอบคุณอะไรนั่นไม่จำเป็นหรอก ตอบแทนด้วยร่างกายจะดีกว่า” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินนำไป
อันโหรวถึงกับอึ้งทันทีที่ได้ยินแบบนั้น!
เห่อฮวาฮุยจิบกาแฟที่พนักงานนำมาเสิร์ฟ ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจะจับจ้องไปยังอันโหรวที่กำลังเดินเข้ามาโดยไม่กะพริบตา “น่าเสียดายเรือนร่างปีศาจ ใบหน้าก็ปีศาจ”
“แบบนี้ไม่ดีเหรอคะ? ดูเข้ากันดีออก” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเสียจนทำให้เขารู้สึกไม่สนใจแต่อย่างใด
“แม้แต่เสียงก็ยังปีศาจ” เห่อฮวาฮุยจิบกาแฟไปหนึ่งอึก ก่อนที่รสขม ๆ จะทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว แต่ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าดีไม่น้อย เขาจับจ้องไปที่ตัวเธอและเอ่ยด้วยเสียงอันเบาว่า “จากประสบการณ์ที่ฉันเล่นกับผู้หญิงมามากมาย รูปร่างของคุณนั้นคงได้ประมาณห้าคะแนน ส่วนการแต่งหน้าของคุณเองก็นับว่าไม่เลว เป็นพวกเรียนสเปเชียลเอฟเฟกต์เหรอ?”
อันโหรวถอนหายใจด้วยความอึดอัด นี่พวกเขาไม่คิดจะพูดคุยเรื่องธุรกิจเลยหรือไง? มาคุยเรื่องรูปร่างของเธอทำไม?
“คุณชายใหญ่เห่อเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันมีลูกสองคนแล้ว เป็นแม่คนแล้ว ใบหน้าเองก็ต้องมีจุดด่างดำอยู่มาก กระบนใบหน้าก็ค่อนข้างเยอะ!” ใบหน้าเธอยังคงสงบนิ่ง แต่จริง ๆ แล้วหัวใจเธอรู้สึกหดหู่ไม่น้อยเลย
นั่นก็เพราะว่าเธอรับรู้ได้ว่าจิ่งเป่ยเฉินกำลังพิจารณาเธอไปทั่วร่างเช่นเดียวกัน ราวกับว่าต้องการมองให้ทะลุปรุโปร่งไปเลย
“พวกเรามาคุยธุระกันก่อนเถอะค่ะ” เธอรีบเอ่ยขึ้นทันที
“ไม่ต้องรีบร้อนไป ผมสนใจคำพูดของคุณชายใหญ่เห่อมากกว่า” จิ่งเป่ยเฉินหันหน้าไปมองเห่อฮวาฮุย “คุณดูออกยังงั้นเหรอว่าภายใต้การแต่งหน้าของเธอนั้นเป็นยังไง?”
เห่อฮวาฮุยมองเธออย่างจริงจังอีกครั้ง เธอจึงก้มหัวลงและเอ่ยว่า “ขอโทษนะคะที่ฉันน่าเกลียด หวังว่าคงไม่เปลืองสายตาของคุณชายเห่อนะคะ”
“ที่ไหนกัน ถ้าหากไม่มีจุดละก็ รับรองว่าคุณเป็นผู้หญิงที่สวยแน่นอน!” เห่อฮวาฮุยยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง พลางมองอันโหรวด้วยรอยยิ้ม
………………………………
ตอนที่ 120 ประธานจิ่งมีของดีอยู่กับมือแล้ว
คำพูดของเห่อฮวาฮุยยังดังกึกก้องอยู่ในหูของจิ่งเป่ยเฉินอย่างหนักแน่น ถ้าหากไม่จุดด่างพร้อยบนใบหน้าก็ต้องยอมรับว่าเป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง
“เธอเคยเรียนเรื่องการพากย์เสียงมาก่อนเหรอ ก่อนหน้านั้นฉันเคยอยู่กับพวกนักพากย์มืออาชีพมาก่อน เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนหนึ่งสามารถเลียนแบบเสียงและเปลี่ยนเสียงได้เกือบร้อยเสียง แต่ละเสียงก็ล้วนไม่เหมือนกัน ช่างน่าปลื้มใจจริงๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าประธานจิ่งจะเอ่ยปากแนะนำให้รู้จักเช่นนี้ด้วย!” เห่อฮวาฮุยเลิกคิ้วและมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินด้วยการแสดงออกราวกับว่า ‘คุณเองก็รู้’
เสียงของเธอนั้นก็ดูไม่ใช่ของจริง จิ่งเป่ยเฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชาวาบขึ้นมา เมื่อนึกถึงเสียงที่เธอเคยเปลี่ยนเมื่อตอนนั้น
ผู้หญิงคนนี้ซุกซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่?
“ขอบคุณจริง ๆ” จิ่งเป่ยเฉินพูดเบา ๆ
“น่าเสียดาย! เพียงแต่ว่า………” เห่อฮวาฮุยยังคงจับจ้องไปยังอันโหรว พลางจิบกาแฟไปเรื่อย ๆ “ประธานจิ่งมีของดีอยู่ในมือ เพียงแต่ว่าผู้หญิงคนอื่นก็ไม่ได้หายากขนาดนั้นนะ!”
อันโหรวอยากจะเดินเข้าไปฉีกปากของเห่อฮวาฮุยเสียจริง ๆ คำพูดของเขาแต่ละคำนั้น ไม่ต้องพูดมากก็ได้ ไม่มีใครว่าเขาเป็นใบ้หรอก!
“ของดีจริง ๆ” จิ่งเป่ยเฉินมองไปยังอันโหรว ก่อนจะส่งสัญญาณให้เธอเอาเอกสารมาวางบนโต๊ะกระจกใสตรงหน้า “สัญญาการร่วมมือ”
เห่อฮวาฮุยได้ยินก็จิบกาแฟหนึ่งอึก ก่อนจะวางแก้วลงและหยิบเอกสารสัญญาขึ้นมาดูอย่างจริงจัง
อันโหรวไม่เคยเห็นสัญญามาก่อน แต่เมื่อดูจากสีหน้าของเห่อฮวาฮุยก็คาดเดาได้ว่าคงเป็นที่น่าพอใจอยู่ไม่น้อย ดูแล้วสกุลเห่อถ้าหากไม่ใช่ ใครจะเป็นนาย?
“ประธานจิ่งช่างเป็นคนใจกว้างจริง ๆ นะ!” เห่อฮวาฮุยวางสัญญาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้ “ของพวกนี้ยกให้ผมสินะ!”
“สกุลจิ่งไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ ทั้งยังมีเงินมากมายจริง ๆ” จิ่งเป่ยเฉินลุกขึ้นจากที่นั่ง ก่อนจะจัดชุดสีดำของเขาด้วยสองมือ
“แน่นอน! ถ้าหากทำให้ประธานจิ่งต้องผิดหวัง ผมจะทำอะไรได้!” เห่อฮวาฮุยยิ้มออกมา ก่อนจะมองดูพวกเขาเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม พลางพูดขึ้น “คนสวย ลาก่อน!”
อันโหรวไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้าเดิน เพียงเพราะคำพูดพวกนี้
เมื่อออกมาจากห้อง เธอก็รีบออกไปข้างนอกอย่างร้อนรน เธอไม่สนใจคำพูดของจิ่งเป่ยเฉินที่พูดก่อนหน้านั้นแม้แต่น้อย และเมื่อเห่อฮวาฮุยกล่าวพูดกับเขาอีกครั้ง จิ่งเป่ยเฉินก็ดูเฉยเมยและไม่แยแส แค่มองเป็นครั้งคราวเท่านั้น
ถ้าหากถูกเปิดเผยด้วยวิธีแบบนี้ละก็ เธอคงต้องฉีกปากของเห่อฮวาฮุยสักครั้งแล้ว!
จิ่งเป่ยเฉินเฝ้ามองดูอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในลิฟต์ด้านหลังของเธอ ประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลง มือขวาของเธอยื่นออกไปที่ด้านหน้า ราวกับรอลิฟต์ให้ถึงเร็ว ๆ มือซ้ายของเธอก็ยกขึ้นมาถูคางเบาๆ “แต่งหน้า…..”
“ประธานจิ่งไม่ใช่ว่ารู้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอคะ? เพราะว่าขี้เหร่เลยต้องแต่งหน้า” เธอรีบเอ่ยขึ้น
“หึ….” จิ่งเป่ยเฉินใช้แรงเช็ดไปที่คางของเธออย่างรุนแรง พลางเหลือบมองนิ้วที่เปื้อนตรงปลายนิ้ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “อันอีหาน?”
“ถึงแล้วค่ะ” เธอหันหน้าไปพูดอย่างใจเย็น
โชคดีที่นี่เป็นเพียงแค่ชั้นห้า ลิฟต์จึงถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว
จิ่งเป่ยเฉินจึงปล่อยปลายคางของเธอ ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก มือซ้ายลูบนิ้วหัวแม่มือของตนเองเบา ๆ
แม้ว่าจะไม่ใช่สเปเชียลเอฟเฟกต์ แต่การแต่งหน้าของเธอนั้นก็ไม่ใช่ของจริง
เสียงเป็นของปลอมและหน้าก็ปลอม ชื่อก็คงต้องปลอมด้วย
เขาเดินออกไปข้างหน้า ชักอยากจะรู้แล้วสิเธอจะมีหน้าตาเป็นยังไง?
จิ่งเป่ยเฉินจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ก่อนจะหยุดเดิน เสี่ยวหยางเดินมาข้างหน้าและเปิดประตูรถที่ด้านเบาะหลังและยืนให้ความเคารพเขา
เขาหันกลับไปด้านหลัง แต่ที่ด้านหลังกลับไร้วี่แววของเธอ
มันเหมือนกับว่าเธอนั้นได้หนีไปเสียแล้ว…..
อันอีหาน เธอกล้าออกทางประตูหลังไปยังงั้นเหรอ!
เสี่ยวหยางเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่หนักอึ้ง ประธานจิ่งรู้สึกโกรธและดูน่ากลัวมาก เขาคิดอยากจะกลับบ้านไปหาแม่แล้วเนี่ย!!
จิ่งเป่ยเฉินจู่ ๆ ก็ยกมือขึ้นก่อนจะทุบไปที่ประตูรถ ก่อนจะเข้าไปนั่งและพูดว่า “ไปนั่วเทียน”
“ครับ!” เสี่ยวหยางปิดประตูรถทันที ก่อนจะกลืนน้ำลายและเดินไปรอบ ๆ สักพักค่อยเข้าไปในรถ
อันโหรวนับตั้งแต่ออกจากที่แห่งนั้นเธอก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะเดินไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อกับข้าวและไปที่บ้านของหลินจื่อเซี๋ยว
ทันทีที่เดินเข้าไปในบ้าน อันหน่วนก็วิ่งเข้ามาหาพลางกอดเธอแน่น “แม่จ๋า คิดถึงแม่จังเลย!”
“แม่จ๋าเองก็คิดถึงลูกนะ” ทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านในด้วยกัน “พี่ชายล่ะ?”
“พี่ชายเล่นคอมอยู่” อันหน่วนยิ้มพลางหัวเราะเอิ้กอ้าก ก่อนจะเดินตามเธอเข้าไปในห้องครัวและเงยหน้าขึ้นมอง “แม่จ๋า พรุ่งนี้พวกเราไปโรงเรียนอนุบาลได้ไหม?”