ตอนที่ 141 หาคู่โดยตั้งใจ
อันโหรวรู้สึกเสียใจ เสียใจเป็นอย่างมาก!
เพราะตอนนี้เธอกำลังถูกมัดขาคู่ ทำไมเด็กน้อยหยางหยางถึงต้องการให้พวกเขาเล่นเกมแบบนี้นะ เกมสามขามันทำให้เธอต้องถอดแว่นกันแดดที่ดูสะดุดตา บวกกับผมหางม้าที่ถูกมัดยาว เผยให้เห็นความบอบบางของแก้มเธอ
เธอเป็นแบบนี้มาโดยตลอด แต่ในเมื่อเข้าร่วมแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ว่ายังไงก็ตามเธอจะไม่ยอมให้ลูกน้อยของเธอต้องเสียหน้าอย่างแน่นอน และเธอก็จะไม่ยอมให้ถังซั่วลากเธอไปอย่างแน่นอน
ในตอนนี้พวกเขากำลังยืนรอเสียงนกหวีด ถังซั่วหันไปด้านข้าง มองดูเธอยกมือขึ้นจับเส้นผมทัดหู ผมที่ยาวและโค้งงอ บวกกับดวงตาสีน้ำตาล รอยยิ้มบาง ๆ ริมฝีปากนั้นเม้มเข้าหากันและโค้งงอขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นความสุขของเธอในตอนนี้
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าคิ้วละเอียดเยี่ยงไหมฟ้า ผิวเต่งตึงดั่งไขเทียน[1] คำพูดพวกนี้ก็น่าจะอธิบายความงดงามของเธอได้ผิวเผินแล้ว
ที่ด้านข้างอันหยางเห็นสีหน้าของถังซั่วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา สมแล้วที่เป็นผู้ชายที่เขาให้ความสำคัญ เพราะในสายตาของเขาแล้วแม่จ๋าเท่านั้นที่เขาคิดว่านี่เป็นการหาคู่โดยตั้งใจ
เมื่อเห็นแบบนี้แล้วทุกอย่างมันจะต้องพัฒนาขึ้นไปแน่ ๆ คุณลุงถังไม่ช้าก็เร็วต้องชื่นชอบแม่จ๋าอย่างแน่นอน พอถึงตอนนั้นคุณลุงไม่ดีคนนั้นจะต้องถอยห่างออกไปไกล ๆ แน่
“เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง? ฉันไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไรหรอกนะ” อันโหรวยิ้มอย่างเขินอาย โดยปกติแล้วเธอมักจะขี้เกียจออกกำลังกาย ด้วยเหตุนี้เธอจึงมักจะปฏิเสธการแข่งกีฬาสีเป็นประจำ
เพียงแต่ว่าหยางหยางกับหน่วนหน่วนชื่นชอบ ซึ่งเธอก็ต้องทำตามความตั้งใจของพวกเขา
แต่ว่าเมื่อครู่เพิ่งเห็นดวงตาที่ละสายตาออกจากเธอกับถังซั่วไปก็ล้วนกลับมาอีกครั้ง เธอยอมรับมันอยู่ในใจ ขอแค่เรื่องพวกนี้ไม่แพร่งพรายออกไปก็ไม่น่าจะเป็นอะไร
แน่นอนว่าผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เธอ ก่อนหน้านั้นพวกเขาไม่ได้รู้จักกันเท่าไร คงไม่ใช่จะไปบอกจิ่งเป่ยเฉินหรอกนะ?
“ไม่เป็นไร แค่เข้าร่วมก็พอแล้ว” ถังซั่วรู้สึกประหลาดใจ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
“แน่นอน ทางที่ดีก็ต้องได้รางวัลนะ” เธอมองไปที่เด็กน้อยทั้งสองคน เธอจะปล่อยให้ความคาดหวังของเด็กน้อยหายไปได้ยังไงกัน!
“แบบนั้นก็ไม่น่ามีปัญหา” ถังซั่วยกแขนขึ้นโอบไปที่เอวของเธออย่างนุ่มนวล แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกหายใจอย่างลำบาก ราวกับว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่วร่าง ก่อนที่จะรู้สึกตัวและฟื้นสติกลับมาทันที
ถึงแม้ว่าอันโหรวจะไม่คุ้นเคยกับการสัมผัสของถังซั่ว แต่เธอก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ในสถานการณ์แบบนี้ จึงทำได้แค่เผยรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้า ก่อนจะตั้งใจฟังเสียงนกหวีด
ถังซั่วเดินตามรอยเท้าของเธอ เท่าที่เธอจำได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจริงจังกับการแข่งกีฬาที่มีเสียงโห่ร้องเชียร์อยู่รอบ ๆ เต็มไปหมดแบบนี้ แต่เธอก็ยังได้ยินเสียงของหยางหยางและหน่วนหน่วนท่ามกลางคนเหล่านั้นอย่างชัดเจน จึงอดไม่ได้ที่จะจริงจังขึ้นมา
ถังซั่วเริ่มปลุกพลังของนักกีฬาที่อยู่ในตัวขึ้นมา ซึ่งมันทำให้เขาทุ่มพลังทั้งหมดและสามารถคว้าเอาชัยชนะมาครอบครองได้สำเร็จ
“แม่จ๋า! สุดยอดเลย!” หยางหยางส่งแก้วน้ำให้เธอทันที “ลุงถังเองก็ร้ายกาจไม่เบา ถ้าหากไม่มีคุณลุงอยู่ แม่จ๋าคงได้เข้าเป็นที่สุดท้ายแน่ ๆ”
“หนูคิดผิดแล้ว ถ้าหากไม่มีเขา แม่จ๋าต่างหากที่จะไม่เข้าร่วมแข่ง” เธอเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำในมือ ใบหน้าที่บอบบางของเธอแดงขึ้นเล็กน้อย มันทำให้เธอดูเหมือนลูกตำลึงที่สวยงามและดูน่าอร่อยไม่เบา
ถังซั่วอดไม่ได้ที่จับจ้องไปที่เธอ ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถดื่มน้ำได้สวยและมีเสน่ห์กระชากใจด้วยท่าทางง่าย ๆ ขนาดนี้เลยเหรอ
“พี่ พี่คิดว่าสายตาของคุณลุงถังที่มองแม่จ๋านี่มัน….แปลก ๆ ไหม?” หน่วนหน่วนกระซิบไปที่ข้างหูของหยางหยาง เพราะตรงหน้ามีผู้ใหญ่สองคน พวกเขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี
“หยางหยาง แม่จ๋าเหนื่อยแล้วนะ ขอไม่เข้าร่วมการแข่งอื่น ๆ นะ!” จริง ๆ แล้วอันโหรวไม่ได้เหนื่อยมากหรอก เธอแค่อยากเข้าร่วมงานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ไม่ได้อยากแข่ง!
แค่นี้ก็ถือว่าเขามีส่วนร่วมแล้ว!
หยางหยางเฝ้าดูแม่จ๋าถอดแว่นกันแดดออก และตอนนี้ก็กลับมาสวมมันอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยผมกระเซอะกระเซิง ทำให้รู้ว่าเธอไม่อยากให้คนมาจับจ้องมอง
“งั้นพวกเราไปกินข้าวกัน!” ถังซั่วจู่ ๆ ก็อุ้มหน่วนหน่วนขึ้นมา “พวกหนูอยากกินอะไรไหม?”
“ไม่เอา KFC พวกเราไปกินอาหารจีนกันเถอะ วันนี้คุณถุงช่วยพวกเราไว้ได้มาก ให้ฉันเลี้ยงข้าวเป็นการขอบคุณดีไหมคะ” เธอเอ่ยเบา ๆ เพื่อแสดงความขอบคุณ ก่อนจะพาหยางหยางออกไป ลืมกระทั่งเรื่องรางวัลไปเสียสนิท
เมื่อมองไปยังภาพทั้งสี่คน ต้องบอกได้เลยว่าพวกเขากลมกลืนกันมาก ถ้าหากบอกว่าไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันคงไม่มีใครเชื่อแน่ ๆ ผู้ชายผู้หญิงที่งดงามขนาดนั้น ทั้งชีวิตยากที่จะได้พบ
“คุณเกรงใจเกินไปแล้ว” ในสายตาของเขากับผู้หญิงคนหนึ่งที่จะไปกินข้าวด้วยกัน จะไม่ให้เขาจ่ายค่าอาหารได้ยังไง
เขายังจำได้อย่างแม่นยำ เมื่อครั้งที่แล้วเธอทิ้งสองร้อยหยวนไว้ให้ ถ้าครั้งนี้เธอต้องมาจ่ายอีกละก็ เขาก็ไม่อยากเรียกชื่อตัวเองว่าถังซั่วอีกแล้ว
[1] หมายถึงผิวพรรณสดใส ขาวสะอาด เนียนละเอียด
………………………….
ตอนที่ 142 ผมคิดว่าคุณลุงถังน่าจะชอบแม่
ถังซั่วจงใจเลือกร้านอาหารจีนที่เงียบสงบ หน้าต่างของห้องอาหารนั้นถูกเปิดออก มีมุมสีเขียวของต้นไม้ที่วางไว้บนขอบหน้าต่าง ลมอุ่น ๆ พัดเข้ามาเอื่อย ๆ เพราะต้นไม้ใหญ่นอกหน้าต่าง นั่นทำให้รู้สึกไม่แห้งจนเกินไป ในขณะที่บริเวณรอบ ๆ นั้นเงียบเชียบ
ในขณะที่รออาหารมาเสิร์ฟ ถังซั่วกำลังคุยกับเด็กน้อยทั้งสองคน อยู่ ๆ ก็เห็นรอยยิ้มราวกับดอกไม้ของพวกเขา อันโหรวก็พลอยรู้สึกดีใจไปด้วย
ดูเหมือนว่าถังซั่วจะชื่นชอบพวกเขาจริง ๆ พวกเขาเองก็ดูเหมือนจะชื่นชอบถังซั่วเช่นกัน โดยเฉพาะหยางหยาง ไม่รู้เลยว่าพวกเขาสองคน ‘สนิทสนม’ กันตั้งแต่เมื่อไหร่ เพียงใช้เวลาแค่สั้น ๆ เองด้วยซ้ำ
เด็กคนนี้ดูท่าจะมีความลับซุกซ่อนไว้เยอะสินะ
“คุณอันดูเหมือนมีอะไรอยากจะพูดนะ” ทันใดนั้นถังซั่วก็ได้เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่คมกริบของเขาจับจ้องไปที่เธอ ทำให้เธอรู้สึกขนลุกเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
ถ้าหากเขาบอกเรื่องนี้กับจิ่งเป่ยเฉิน เธอจะทำยังไงดี?
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้บอกถังซั่วตั้งแต่แรก แต่วันนี้เห็นได้ชัดว่าเขาเรียกชื่อเธอออกมาอย่างชัดเจน
“แม่จ๋าของผมอาจจะหึงก็ได้!” หยางหยางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดว่า “แม่จ๋าไม่ต้องห่วง ผมยังคงชอบแม่จ๋ามากที่สุด!”
“หน่วนหน่วนก็เหมือนกัน หน่วนหน่วนชอบแม่จ๋าที่สุดเลย ตามมาด้วยพี่ชาย ตามมาด้วยคุณลุงจิ่ง และก็คุณลุงถัง…..” อันหน่วนนับนิ้วไปมา ก่อนจะพูดว่า “โอ๊ะ แล้วก็น้าจือเซี๋ยวด้วย!”
ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าอยู่ไกลละก็ อันโหรวคงเอามือปิดปากเธอไปแล้ว
แต่ทว่าตอนนี้เหมือนจะสายไปแล้ว
แม้ว่าถังซั่วจะรู้แซ่ของเธอว่าแซ่อัน แต่ไม่รู้ว่าเธอนั้นคืออันโหรว และก็ไม่รู้ว่าเธอคืออันอีหาน
ถึงแม้ว่าเธอกับเขาจะเคยเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวก็ตาม
“คุณลุงจิ่ง?” ถังซั่วมองไปที่เธอ ขณะที่เอ่ยชื่อจิ่งเป่ยเฉิน แต่จู่ ๆ ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออก ไม่ช้าบริกรก็ได้นำอาหารเข้ามาเสิร์ฟ
“หน่วนหน่วนมานี่สิ” อันโหรวยิ้มพลางกวักมือเรียกเธอ อันโหรวไม่ได้กังวลเรื่องที่เธอจะพูดชื่อของจิ่งเป่ยเฉิน เพราะรู้ดีว่าหน่วนหน่วนน้อยคนนี้ชื่นชอบจิ่งเป่ยเฉินอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็ได้พบเจอกันหลายครั้ง ความประทับใจก็ย่อมฝึกลึกลงไป
อันหน่วนเดินไปนั่งข้างเธอ ถังซั่วยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาของเขาจะหรี่ลง ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่าที่หน่วนหน่วนเอ่ยถึงนั้นคือคุณลุงจิ่ง จิ่งเป่ยเฉินที่ว่า
อย่างไรหยางหยางเองก็หน้าเหมือนจิ่งเป่ยเฉินค่อนข้างมาก ถ้าหากว่าหยางหยางเป็นลูกชายของจิ่งเป่ยเฉินจริง ตัวตนของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าก็ต้องถูกเปิดเผย
คนเดียวที่ได้ใกล้ชิดกับจิ่งเป่ยเฉินมานานหลายปีก็คือลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลอัน ‘อันโหรว’
อันหยาง อันหน่วน ทั้งสองคนนี้เขาไม่เคยได้ยินชื่อแซ่นี้ในตระกูลอันมาก่อนเลยสักครั้ง
ช่วงเวลารับประทานอาหารผ่านไปอย่างราบรื่น ถังซั่วแม้จะมีคำถามในใจนับร้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามถึงคุณลุงจิ่งที่ว่าเลยสักครั้ง
เขารู้ดีว่าต่อให้ถามไป เธอก็ย่อมไม่พูดแน่ ด้วยเหตุนี้เขาเองก็ไม่รู้จะถามไปทำไมเหมือนกัน
อันโหรวแอบตกใจกลัวอยู่มาก กลัวว่าถังซั่วจะเอ่ยถามว่า ‘คุณลุงจิ่ง’ คนนี้เป็นใคร แต่โชคดีที่เขานั้นไม่เอ่ยถามอะไรสักคำจนถึงตอนท้ายของมื้ออาหาร
เขาดึงหยางหยางและหน่วนหน่วนออกมาก่อนจะจ่ายเงิน เธออดไม่ได้ที่จะหันหน้ามองไปยังถังซั่วที่ตอนนี้ยืนดูอยู่ด้วยท่าทางนิ่งเฉย เธอยกมือขึ้นเผยให้เห็นถึงความสง่างามของเธอที่ดูราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ดูผ่อนคลายและสดชื่น
“คุณถัง ไม่ใช่ว่าฉันบอกขอเลี้ยงเหรอคะ?” เธอพยายามคงไว้ซึ่งรอยยิ้ม เธอไม่ต้องการติดหนี้เขา
“ไว้ครั้งหน้าคุณเลี้ยงละกัน” ถังซั่วยิ้มอย่างตรงไปตรงมา ท่าทางราวกับคุณชายผู้สูงส่ง
เธอคิดจะหนีทันทีเมื่อเห็นดังนั้น รู้สึกว่าตัวเองต้องเก็บตัวตนไว้เป็นความลับอีกแล้วสินะในครั้งต่อไป
อันโหรวรู้สึกหดหู่มาก แต่กลับกันถังซั่วนั้นกลับมีความสุข เมื่อมองดูสภาพอากาศที่มืดครึ้มแล้วก็รู้สึกว่าความเป็นจริงพวกนี้ก็ดูไม่เลวเลย
ดังนั้นในใจแม้ว่าจะหดหู่เรื่องอันโหรว แต่หลังออกมาจากร้านอาหารแล้วเขาก็ไม่รั้งรอดึงหยางหยางและหน่วนหน่วนให้จากลา ก่อนจะขับรถออกไป
ระหว่างทางกลับบ้าน หยางหยางเดินเข้ามาหาที่ด้านหน้าด้วยใบหน้าที่แฝงไว้ด้วยความครุ่นคิด และพูดขึ้น “แม่จ๋า ผมคิดว่าคุณลุงถังน่าจะชอบแม่…….”
“หนูคิดผิดแล้ว” เธอเกือบจะตอบรับโดยง่าย ๆ ดวงตาของเธอมองไปยังสภาพถนนที่เปลี่ยนแปลงไป ในใจล้วนคิดหาทางออกอยู่เสมอ
“ถึงจะไม่ใช่ แต่คุณลุงถังก็ดูสุภาพ ทั้งยังมีน้ำใจ หน้าตาก็หล่อเท่ พื้นฐานครอบครัวก็ดี แม่จ๋าไม่ชอบเขาบ้างเหรอครับ?” หยางหยางยังคงขายถังซั่วให้อันโหรว ดูท่าในใจเขาคงคิดว่าถังซั่วอาจจะได้เป็นพ่อของพวกเขาในอนาคตแล้วแน่ ๆ