เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!! – ตอนที่ 200

< < 136 Sec1 > >

ขณะนี้มีบุคคลระดับสูงกำลังนั่งรอบกองไฟอย่างใจจดใจจ่ออยู่ ใครจะคิดละว่าจะมีวันที่คนใหญ่คนโตของสี่อาณาจักรมหาอำนาจและจักรวรรดิที่เลื่องชื่อจะมีโอกาสได้มานั่งรอบกองไฟประหนึ่งงานลูกเสือเช่นนี้

ผม เรเซอร์ ดราแคล์ กำลังนั่งอยู่กับ ‘ราเมียร์’ บุตรเพียงหนึ่งเดียวของราชันมังกร ทั้งร่างที่ใหญ่ยักษ์ทั้งเอกลักษณ์ของมังกรผู้ยิ่งใหญ่ที่ส่งออกมาจากตัวเธอ ทำให้ทุกคนต่างเข้าใจกันดีว่าเธอคือลูกสาวของคนๆนั้นจริงๆ

‘มิร่า’ เจ้าหญิงลำดับที่สองแห่งอาณาจักรฟัฟนิร์ อย่างที่รู้กันดีว่าหล่อนเป็นเจ้าหญิงติดพ่อปากไม่ค่อยจะดี

‘โทมิเรีย’ เจ้าหญิงตระกูลอามาเทราสึแห่งเนลยอน ไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับเธอเลยนอกจากที่ราชาจอมเวทย์บอก และในนิยายต้นฉบับบทก็แสนจะน้อยนิด รู้เพียงแค่ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดบนโลกเหมือนกับหนิงและเจ้าหญิงอาเบลแห่งแซร์อิซ 

แล้วสุดท้าย ราชาจอมเวทย์ ‘วินดาฟ’ เครื่องยืนยันที่บอกว่าเขาคือราชาจอมเวทย์ก็คือคทาเวทย์ในตำนาน ‘เซปเตอร์เดธ’ แล้วก็ ‘มณีอัคคี’ ที่ติดอยู่ในเครื่องแต่งกายทางการของเขา

อย่างที่ว่าไว้ ทุกคนคือตัวตนที่มีอิทธิพลต่อขั้นอำนาจโลกเป็นอย่างมาก ..ปัญหาของคนๆเดียวอาจก่อให้เกิดสงครามขนาดย่อมได้ เพราะฉะนั้นผมในฐานะคนไร้ชื่อเสียงจึงต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใดๆขึ้นได้

ถ้ามีสงครามขึ้นมา พวกลีน่าจะลำบากเอาน่ะนะ

“มาทวนปัญหาที่เจอกันก่อนดีกว่านะ”

วินดาฟเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง

“นั่นสินะครับ–เหมือนว่าพวกเราจะโดนวาร์ปไปที่ไหนสักแห่ง แต่ไม่ได้โดนส่งไปไหนไกล พวกเรายังอยู่แค่ภายในงานประชุมโลกที่มีรูปทรงแปลกไป แล้วก็พวกรากไม้ประหลาดก็เกาะเต็มไปหมดด้วย”

ทุกคนหันไปมองพื้นที่โดยรอบเมื่อผมอธิบาย

“ทางฝั่งของผมที่อยู่นอกงานประชุม ขณะที่กำลังเดินตรวจตาเพราะสัมผัสได้ถึงอะไรแปลกๆบางอย่าง จู่ๆรู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่ที่นี่แล้วครับ”

“เรื่องนั้นข้ายืนยันได้ เพราะจนถึงเมื่อครู่ข้าก็เดินตามเรเซอร์คนนี้มาตลอดด้วย”

เมื่อราเมียร์เสริมแล้วทุกคนก็เชื่อตามที่ผมบอก

“ทางด้านของงานประชุมนั้น ..อืม เจ้าคนที่กำลังเป็นหัวข้อใหญ่โตในตอนนี้—วินจะบุกมาภายในงานน่ะนะ”

..อีกแล้วเหรอเนี่ย

แทนที่จะตกใจ ผมกลับรู้สึกเอือมระอาแทน เจ้าหมอนี่มันต้องป่วนชาวบ้านเขาอีกแค่ไหนกันนะถึงจะพอใจ ไม่ไหว แค่นึกถึงหน้าของมันก็อยากจะบีบคอให้มันตายๆไปซะให้จบเลย

พอดีเลย ในเมื่อกล้าพอจะบุกมางานแล้วทางนี้ก็จะตามไปเก็บให้ได้เลยคอยดูเถอะ ทางนี้เองตลอดสองเดือนก็ไม่ได้อยู่เฉยๆด้วย กะอีแค่เรนกับเลขามันรวมแล้วสองตัวไม่ใช่ปัญหาอะไร …

เพราะจู่ๆผมก็อารมณ์เสียกระมัง ทำให้วินดาฟแปลกใจเล็กน้อย

“เป็นอะไรไป”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ ว่าแต่ช่วยอธิบายเพิ่มหน่อยได้รึเปล่า”

“ได้สิ ตั้งใจอย่างนั้นอยู่แล้ว”

กล่าวจบวินดาฟก็เล่าทุกอย่างภายในงานประชุมให้ผมฟังโดยละเอียด

สรุปคือหลังจากที่สรุปเรื่องของเรนจบแล้ว เจ้าตัวก็บุกเข้ามาในงานและใช้ของประหลาดบางอย่างเปลี่ยนให้สถานการณ์กลายเป็นดังตอนนี้

ฟังดูแล้วสถานการณ์ค่อนข้างวุ่นวายทีเดียว ต่างคนต่างไม่รู้อะไรเลย ชีวิตนับร้อยในงานประชุมโลกถูกส่งกระจายกันไปหมด

ถึงจะเป็นแค่ไอ้กระจอก แต่ก็พยายามมาตลอดเป็นพันปีสินะ ถึงได้มีของเล่นให้ใช้เยอะขนาดนี้

“พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้วครับ..”

มันไม่ใช่แค่ว่าเรนบุกเข้ามาอาละวาดได้ แต่ว่าที่สำคัญกว่านั้นคือ ..ทำไมเรนถึงเข้ามาภายในงานได้กันล่ะ?

คำตอบนั้นง่ายนิดเดียว ทางเข้าออกในงาน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ และจะต้องเป็นตัวตนระดับผู้นำของโลกเท่านั้นด้วย

“..มีคนทรยศในหมู่อาณาจักรมหาอำนาจสินะครับ”

แถมยังเป็นระดับผู้นำอีก ถ้าถามว่าระดับผู้นำต้องมียศประมาณไหนก็ต้องประมาณราชาหรือว่าแม่ทัพสูงสุด ไม่ก็ตำแหน่งที่สำคัญมากๆต่ออาณาจักรถึงขนาดที่ราชาไว้วางใจเรื่องข้อมูลให้เลยนั่นแหละ อย่างฟัฟนิร์ก็ราชาจอมเวทย์ อย่างเนลยอนก็เจ้าหญิงอามาเทราสึ ประมาณนี้เลย

ถ้าหากมีคนระดับสูงขนาดนั้นเข้าฝ่ายเรนก็มีแนวโน้มที่อาณาจักรมหาอำนาจจะไม่ได้ร่วมมือกันทุกอาณาจักรก็เป็นได้ เลวร้ายที่สุด อาจเกิดสงครามระหว่างมหาอำนาจด้วยกันอีกครั้งก็ได้ หลังจากที่ห่างหายไปเป็นสิบปี

ทุกคนในที่นี้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงพากันนั่งเงียบส่งบรรยากาศมาคุออกมา …แหงละ

โทมิเรียจากเนลยอน ราเมียร์จากจักรวรรดิราชามังกร ทั้งสองคนไว้ใจไม่ได้ หรือไม่ก็คนทรยศอาจจะเป็นคนจากฟัฟนิร์ของผมเองก็เป็นได้

เรื่องคนทรยศสำคัญก็จริง ..แต่ตอนนี้ควรคิดเรื่องอื่นมากกว่า

“เป็นไปได้ก็อยากรีบไปรวมตัวกับราชาอัลเบโด้ก่อน แต่ว่า” วินดาฟมองไปทางกำแพงที่มีรากไม้เกาะอยู่ “สิ่งนี้เป็นปัญหาทีเดียว”

ปัญหาเหรอ?

วินดาฟลองยื่นมือออกไป

“[ไฟเยอร์บอล]”

บอลเพลิวพุ่งเข้าชนใส่กำแพง ตามปกติกำแพงจะต้องพังจากแรงทำลายของเวทมนตร์นี้แล้ว ทว่ารากไม้กับพุ่งตัวมาดูดกลืนเปลวเพลิงทั้งหมดไป

“ดูๆแล้วรากไม้นี่น่าจะดูดกลืนเวทมนตร์ได้ในปริมาณมหาศาลทีเดียว ลำพังมานาที่ฉันมีไม่พอจะทำลายกำแพงทะลุผ่านไปได้”

มานาของผมกับวินดาฟมีพอๆกัน ถือว่าอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเลย

ว่าก็ว่าเถอะ สมกับเป็นราชาจอมเวทย์ สามารถรับรู้คุณสมบัติของรากไม้ปริศนานี่ได้เพียงแค่ชายตามองแค่นั้น ในแง่ของนักเวทย์ผมยังห่างไกลกับเขาเล็กน้อย เพราะถ้าไม่ได้ลองทดสอบกับตัวรากไม้ก่อน ไม่มีทางที่ผมจะเข้าใจสถานการณ์ส่วนนี้ได้

ราเมียร์ลุกขึ้นยืนและหักนิ้วตัวเองดังแกร๊กๆ

“ถ้าเวทมนตร์ไม่ได้ผลก็ลองด้วยพลังกายหน่อยละ—-กัน!!!!!!”

แรวเหวี่ยงหมัดสุดจะมหาศาล ระดับที่ซัดคนให้ตายพร้อมกันได้ในคราเดียวพุ่งเข้าใส่กำแพง แรงลมของหมัดทำให้มิร่ากับโทมิเรียแทบจะปลิว โชคดีที่ผมกับวินดาฟช่วยกันจับแขนทั้งสองไว้ไม่ให้กระเด็นไปตามแรงหมัดสุดบ้าพลังนี่ได้ก่อน

เมื่อลมกระโชกหมดไปก็พบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ไม่สิ

“..อะไรเนี่ย”

รากไม้กำลังเกาะปลายนิ้วของราเมียร์

“เอาจริงเหรอเนี่ย..พลังกายของข้ากำลังถูกดูดเนี่ยนะ”

“ถอยออกมาก่อน ราเมียร์”

ราเมียร์ดึงนิ้วตัวเองหลุดจากรากไม้ได้ไม่ยาก แต่เจ้าตัวดูจะเหวอๆนิดหน่อย

“รู้สึกเพลียร์นิดหน่อยแล้วสิ”

“แปลว่าดูดได้ในปริมาณที่มหาศาลเลยสินะ”

ระดับที่มังกรสายเลือดชั้นยอดอย่างราเมียร์ยังได้รับผลกระทบภายในไม่กี่วินาที ถ้ามนุษย์อย่างผมรึวินดาฟโดนดูดเข้าสักพัก อาจจะเสียศูนย์ไปเลยก็เป็นได้

อันตรายแฮะ

ผมหันไปหามิร่า

“ลองโดนดูดหน่อยดีมั้ย?”

“ไม่ย่ะ! อยากรู้ก็ลองเองสิ”

นั่นสิเนอะ

ผมหรี่ตามองโทมิเรียที่เงียบมาตลอด เจ้าตัวส่ายหัวให้ผมรัวๆ

“ถ้านั้นฉันเอง”

วินดาฟเสนอตัวซะแล้ว แต่ไม่ดีมั้ง

“อย่าเลยครับ ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ด้วย พวกเราจำเป็นต้องพึ่งพลังของคุณนะ”

อย่างที่ว่า วินดาฟแข็งแกร่ง อย่างน้อยก็เป็นคนที่ใช้เวทมนตร์ได้ชำนาญที่สุดคนหนึ่งบนโลก ในด้านการต่อสู้ วินดาฟถือว่าเป็นกำลังสำคัญกับสถานการณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ตอนนี้ ผมควรจะพึ่งวินดาฟให้มากที่สุด

พูดง่ายๆ ผมอยากออมแรงตัวเองให้มากที่สุดนั่นแหละนะ

“ได้ยินแบบนี้แล้วลุงรู้สึกดีใจเลยนะ”

“เป็นเกียรติครับ”

ผมกับวินดาฟยิ้มให้กัน ต่างคนต่างให้ความเคราพแก่กัน ..ไม่รู้เหตุใด มิร่าถึงมองแรงใส่ผม

“ทีกับฉันไม่เห็นคุยดีๆแบบนี้เลย”

เรื่องแค่นั้นเองเรอะ

“..อ่า เอาเป็นว่า ลำดับแรกเราควรจะเดินสำรวจก่อนรึเปล่าครับ”

ผมพูดถามความเห็นจากวินดาฟ

“เอาแบบนั้นน่าจะดีที่สุด ตอนนี้ควรรีบไปรวมตัวให้เร็วที่สุดด้วย ..อืม เดี่ยวลุงนำทางเอง ตามมาเลยนะ”

จากนั้นปาร์ตี้กองไฟก็ได้ถูกยุบ พวกเรารีบเดินตามวินดาฟไปโดยที่ระวังตัวตลอดทาง

 

****

นอกจากเรเซอร์แล้ว รอบๆงานประชุมโลกที่ถูกบิดเบือนนั้นก็กำลังเกิดเหตุการณ์สุดโกลาหลอยู่ เพราะไม่ใช่แค่ฝั่งเรเซอร์ที่สรุปได้ว่ามีคนทรยศอยู่ในหมู่พวกเรา

‘จูเลียส’ ราชาแห่งเกรล 

‘ลีออน’ เจ้าชายแห่งเกรล

‘อัลเบโด้’ ราชาแห่งฟัฟนิร์

‘ฮิโรชิ’ รัฐมนตรีของเนลยอน 

‘เรลันต้า’ ราชาแห่งแซร์อิซ 

‘เอเธอร์’ ผู้แข็งแกร่งที่สุด

ผู้ใช้วิญญาณระดับเทพ นักดาบอมตะ ‘เวฟ’ และสุดท้าย เด็กในชุดผ้าคลุมปริศนาที่มากับลีออน

ทั้งหมดกำลืงยืนดูเชิงกันอยู่โดยที่แบ่งออกเป็นสี่ฝ่าย เพราะทุกคนล้วนเป็นคนแต่ละอาณาจักรมหาอำนาจ

“แล้วใครกันล่ะ ที่เป็นคนทรยศ”

เรลันต้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง—เรนลันต้าส่งสายตาใส่จูเลียส เพียงแค่นั้นจูเลียสก็แทบจะฉี่ราด

“มะ ไม่ใช่ฉันนะ!”

“แหงอยู่แล้ว อย่างแกไม่กล้าพอหันดาบเข้าใส่ข้าหรอก ..”

เรลันต้ามองไปทางลีออน จังหวะเดียวกันเด็กในชุดคลุมก็พุ่งมาบังลีออนไว้

“..อัลเบโด้”

“ไม่ใช่ฉัน”

“มีหลักฐานหรือไง”

“ทางนายต่างหาก มีหลักฐานอะไรถึงมากล่าวหากันได้”

ทั้งสองจ้องเขม็งใส่กัน แม้ความแข็งแกร่งจะต่างกัน แต่ความสามารถของราชานั้นทัดเทียมกัน ทั้งสองสามารถประฝีปากกันได้โดยไม่มีใครด้อยกว่าใคร ต่างกับจูเลียส

ฮิโรชิมองการทะเลาะของสองราชาอย่างหน่ายใจ

“ต่อให้ถามไปก็คงไม่มีใครตอบหรอกครับ ยังไงเสียผู้ทรยศก็คงไม่เปิดเผยตัวอย่างโง่เขลาหรอกครับ”

“คงจะอย่างนั้น บอกตามตรง ข้าเกลียดวิธีสกปรกที่สุด การทรยศเช่นนี้หากรู้ว่าใครเป็นคนทำข้าไม่เอาไว้แน่–จะฆ่าทิ้งในทันทีเลย”

จิตสังหารของเรลันต้าทำให้อัลเบโด้และฮิโรชิถึงกับเหงื่อตก

“..ให้ตายสิ”

อัลเบโด้ถอนหายใจเฮือกโต—ทางด้านเอเธอร์กำลังมองไปทางรากไม้อย่างสนอกสนใจ

“..น่าสนใจทีเดียว”

 

****

อีกฝากหนึ่งของงานประชุมโลก

‘กลอเลียส’ ราชันมังกร กำลังยืนเผชิญหน้ากับ ‘มาเจล ปัญญาพระเจ้า’ ผู้ใช้วิญญาณระดับเทพของเกรลในห้องขนาดเล็กที่ถูกปกคลุมด้วยรากไม้

“..ราชันมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ตำนานเล่าว่าปากต่อปากว่าเป็นมังกรสามหัวผู้ทรงพลัง พ่อเองก็เคยเล่าให้ฉันฟังบ่อยๆเหมือนกันว่าราชันมังกรมีความแข็งแกร่งที่เหนือซะยิ่งกว่ามหามังกร” มาเจลแสยะยิ้มใส่ “เรื่องนั้นฉันอยากพิสูจน์เหลือเกิน”

กลอเลียสหรี่ตามองมาเจลแบบเอือมระอา

“หมายความว่าอยากจะประลองกับข้าสินะ”

“เข้าใจง่ายดีนี่ นึกว่าพวกมังกรจะมีแต่พวกไร้สติปัญญาเสียอีก”

“..ชื่อมาเจลสินะ ก่อนหน้านี้ข้าเห็นว่าวิเคราะห์สถานการณ์ได้ดีทีเดียว เผลอนึกไปว่าเป็นเด็กที่น่าสนใจไม่น้อย แต่ดูเหมือนจะคิดผิด”

“ไม่ได้คิดผิดหรอก ฉันเป็นคนที่น่าสนใจเสมอ อย่างไรซะ ฉันก็เป็นถึง มาเจลปัญญาพระเจ้า”

มาเจลยืนกอดอกโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว ต่อหน้าราชันมังกร มาเจลก็ยังอวดดีได้เสมอต้นเสมอปลาย ..หรือว่ามาเจลมีฝีมือจริงๆกัน

“ก็ได้”

“หืม?”

“ถ้าอยากวัดฝีมือนักก็เข้ามาซะสิ ข้าจะเป็นคู่มือให้เอง”

กลอเลียสตั้งท่าต่อสู้ มาเจลเห็นก็—พุ่งเข้าใส่ทันที

มาเจลกวาดมือแหวกอากาศ—-หมายจะขยี้หน้าของกลอเลียสให้แหลก ทว่ามือนั้นก็ไม่มีโอกาสมาถึง

“ตายซ—-อร้วกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!”

เพียงพริบตาเดียว มาเจลก็ถูกหมัดของกลอเลียสอัดเข้าที่กลางเบ้าหน้า—-ตู้ม!!!!!!!!!! ร่างของมาเจลกระแทกลงพื้นจนเกิดแรงสะเทือนมหาศาล

“เป็นไปไม่ได้ ..หมัดนั่นไม่มีทางมาถึงสิ..แกไม่ได้ขยับตัวเลยสักนิดนี่”

“มาท้าดวลกับข้าโดยไม่ได้ศึกษาวิชาของข้ามาก่อน นับว่าโง่ใช่เล่น”

“..บัด..ซบ”

มาเจลนอนนิ่งติดพื้นภายในฉากๆเดียว ..กลอเลียสยืนมองอยู่สักพัก แต่สุดท้ายก็ไม่พบการเคลื่อนไหวใดๆอีกเลย

“เฮ้อ”

กลอเลียสถอนหายใจเฮือกโตจบแล้วก็แบกร่างไร้สติของมาเจลไว้บนบ่า และเริ่มเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบ

 

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!
Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!! << 0 >> รู้สึกว่าโลกเราช่วงนี้จะฮิตต่างโลกกันสินะ? ถ้าจำไม่ผิดนวนิยายประเภทไลทโนเวลของญี่ปุ่นในยุค 2020 จะฮิตกันเอาเรื่องเลย ขนาดผมก็เคยอ่าน หรือเคยดูอนิเมที่ดัดแปลงจากนิยายมาอีกทีไม่น้อยเลย ใช่ มันค่อนข้างสนุกเลย อาจจะเป็นเพราะมันช่วยสนองนีทให้ผมก็ได้ เพราะปกติผมมักจะเป็นผู้แพ้เป็นประจำทั้งๆที่พยายามากแล้ว พอได้เห็นคนๆหนึ่งประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ซึ่งนั่นก็คือพระเอกมันก็ชวนให้รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขาด้วย พร้อมไปกับสาวๆในฮาเร็มของแกด้วยอะนะ แต่ด้วยความที่เป็นตลาดที่ใหญ่ ทำให้มีหลายความเห็นตามไปด้วย หลายครั้งที่นิยายแนวนี้จะถูกวิจารย์ในเชิงไม่ดี อาทิเช่น ส้ำซากจำเจ เดาทางง่าย ตัวละครผู้หญิงง่าย ทุกอย่างง่ายไปหมด บางเม้นต์ก็ร้ายแรงขนาดบอกว่า ‘นี่ไม่ใช่นิยายแต่เป็นสินค้า’ อืม ถ้าในมุมผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอก ออกไปในทางชอบด้วยซ้ำ แต่ขอติหน่อยเถอะ ตัวร้ายส่วนใหญ่ในเรื่องแนวนี้โคตรจะไม่น่าให้อภัย คนอะไรมันจะเลวได้ขนาดนั้น เลวถึงแก่นแท้เลยพวกตัวร้ายในนิยายต่างโลกเนี่ย ไม่น่าให้อภัยที่สุด โง่ก็โง่ กระจอกก็กระจอกชิบหายเลย ไร้ความคิดความอ่าน กลับตัวก็ไม่เป็น

Comment

Options

not work with dark mode
Reset