เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!! – ตอนที่ 241

< < 154 Sec2 > >

แสงสว่างแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดเพียงแค่กระพริบตาปริบเดียว

“..ที่ไหนกันนะ”

“….”

“..สัมผัสแบบนี้ เขาแหลมๆนี่ด้วย ลิเวียธานสินะ เหมือนพวกเราจะโดนวาร์ป”

“…”

“แต่โชคดีนะที่ยังวาร์ปมาพร้อมๆกัน ..เว้นแต่ว่าทางนั้นคิดจะฉวยโอกาสนี้เชือดเรา”

“…”

“..นี่ ตอบหน่อยสิ”

“…”

“[ไฟเยอร์]”

เปลวเพลิงปรากฏขึ้นกลางที่มืด ภาพแรกที่ปรากฏคือเขาของลิเวียธานที่ตั้งอยู่ช่วงเอวของดิลุค พร้อมกับร่างกายที่สั่นอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนั้นลิเวียธานก็ใช้แขนทั้งสองข้างกอดเอวของดิลุคเอาไว้ด้วย

“เรื่องน่าอัศจรรย์สินะ? จู่ๆก็เข้ามากอดกันเช่นนี้ ทำเป็นเมลเบลตอนพึ่งฟังเรื่องผีไปได้ ไม่ใช่นิสัยเธอเลยนะ ลิเวียธาน”

“นะ หนวกหูน่า!”

ลิเวียธานรีบผละตัวออกจากร่างของดิลุค แต่พอจะหลุดออกจากเขตุที่เปลวเพลิงส่งถึงหล่อนก็เขยิบตัวเข้ามาประชิดเพื่อไม่ให้หลุดจากแสงจากเปลวเพลิง ดิลุคหรี่ตามองอย่างนึกสนุก

“จริงๆก็จับสังเกตุมาได้นานแล้วนั่นแหละ ไอ้พฤติกรรมแปลกๆที่ต้องจุดไฟตลอดเวลานอนเอย หรือจะไม่ออกไปไหนตอนกลางคืน หรือแม้แต่เรื่องที่จะไม่ยอมเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน ทั้งหมดเป็นเพราะอย่างนี้เองสินะ”

“พล่ามอะไรไม่เห็นจะรู้เรื่อง”

ลิเวียธานทำเชิดก่อนจะจุดเพลิงขึ้นมาเหมือนๆกับดิลุค

“กลัวที่มืดก็ไม่บอก”

“ไม่ได้กลัว”

ดิลุคเดินไปข้างหน้าต่อโดยไม่โต้ตอบอะไร เธอใช้เปลวเพลิงส่องดูพื้นที่โดยรอบและพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องเล็กๆที่มีห้องให้ไปต่อราวๆสี่ทาง ตัวห้องนั้นถูกสร้างโดยหินที่มีความคงทนต่อเวทมนตร์สูงมาก

“ใช้เวทมนตร์ทำลายหาทางออกคงไม่ไหว”

“แล้วที่นี่ที่ไหน”

“ความเป็นไปได้ที่จะเป็นภายในหอคอย ราวๆครึ่งต่อครึ่งเลย” ดิลุคสัมผัสผิวของผนังห้อง “วัสดุแล้วก็ดีไซน์ เหมือนกับภายนอกของหอคอยเป๊ะๆเลย”

…..

“แค่เป็นไปได้นะ ไม่มีอะไรมายืนยัน บางทีอาจจะโดนส่งมาครึ่งฉีกโลก หรือบางทีอาจจะโดนส่งมาประสาทใครสักคน ไม่ก็ ภาพหลอน แต่ถ้าดูจากสถานที่ที่เรายืนอยู่ก่อนหน้านี้ ความเป็นไปได้ที่จะเป็นหอคอยก็มีมากกว่า”

ลิเวียธานได้ยิน อารมณ์ก็เริ่มไม่คงที่ เธอเริ่มหายใจแปลกๆแล้วก็ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างโมโหร้อน

“..เรื่องบ้าอะไรกัน ..ชีวิตของดิฉัน จะมีบทสรุปแบบนี้ได้ยังไงกัน ..”

“มอนสเตอร์มากมาย ทั้งอ่อนแอและแข็งแกร่งล้วนถูกสร้างมาจากภายในหอคอย ..เราน่ะ ถึงจะมากด้วยปัญญา แต่ไม่ได้แข็งแกร่ง เวทมนตร์ที่เรียนมาก็ไม่ได้มั่นใจว่ามันจะช่วยให้เอาตัวรอดในสถานการณ์นี้ได้ เพราะอย่างนั้น–คงต้องพึ่ง เผ่าพันธ์ุที่แข็งแกร่งว่าอย่างเธอ”

ลิเวียธานยิ้มเหยาะใส่ดิลุค

“คิดว่าตัวเองจะรอดได้จริงๆรึไง?”

“ถ้าไม่คิดอย่างนั้นก็เท่ากับว่าตายไปแล้ว”

“..แทนที่จะดิ้นดนสุดชีวิตแล้วไปตายเอาดาบหน้า สู้เอาคืนกับสิ่งที่โดนแกกระทำจะดีกว่านะ” ลิเวียธานยิ้มให้อย่างน่ากลัว “เห็นด้วยมั้ย?”

….

“แบบนี้นี่เอง— ”

สายน้ำพุ่งเข้าใส่เปลวเพลิงของดิลุค เปลวเพลิงดับไป ท่ามกลางเปลวเพลิงตรงหน้าเผยให้เห็นร่างของลิเวียธานที่พุ่งใส่ตัวดิลุคอย่างสุดแรง–ร่างกายอันบอบบางของดิลุคถูกดันไปชนเข้ากับผนังกำแพง ความเจ็บปวดแล่นผ่านร่างกาย 

บริเวณแผลตรงแขนข้างขวาเองก็ฉีกขาดอย่างฉับพลันจากแรงกระแทก ความเจ็บปวดมากมายส่งผลให้มีน้ำตาเล็ดออกมาจากดวงตาของดิลุคโดยธรรมชาติ

“อึก”

แม้แต่ดิลุคก็ยังเก็บเสียงร้องไม่ไหว-ลิเวียธานใช้แขนอีกข้างบีบเข้าที่คอของดิลุค จากนั้นก็ลงแรงกดเข้าไปที่นิ้วของตัวเอง กดลำคอของดิลุคสุดแรง

คนๆนี้-ตั้งใจฆ่า

“ลิ..เวียธาน..เธอ..”

“ทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอนั่นแหละ! ถ้าเกิดว่าดิฉันไม่โดนลากไปไหนมาไหนด้วย เรื่องมันก็คงจะไม่จบที่พวกเราโดนส่งมาในหอคอย แล้วก็ต้องมารอวันตายในไม่ช้า!”

“สติแตก?”

“เออสิ! ในสถานการณ์แบบนี้ ใครมันจะไปควบคุมสติตัวเองได้กัน!”

ดิลุคพยายามใช้แรงจากแขนข้างเดียวสู้สุดชีวิต แน่นอนว่าแค่สรีระร่างกายต่างกันเกินไป จึงไม่อาจสู้อะไรได้ ผนวกกับลมหายใจที่ถูกชิงไปจากแรงบีบคอของลิเวียธาน

กำลังจะตาย–อีกนิดเดียวจะสำเร็จแล้ว ในห้วงเวลานั้น-ดิลุคใช้มือข้างซ้ายของตัวเองสัมผัสเข้าที่ปลายนิ้วของลิเวียธาน แสงจากวงจรเวทย์ส่องสว่างขึ้นมา

“[วอเธอร์]”

น้ำพุ่งใส่หัวของทั้งสองคน รวมถึงเปลวเพลิงที่ลิเวียธานสร้างขึ้นด้วย

ทันทีที่ไร้แสงสว่าง ลิเวียธานก็ผละตัวออกจากร่างของดิลุคทันที ดิลุคใช้จังหวะนั้นเตะลิเวียธานออกจากระยะจู่โจม ก่อนร่ายเวทย์เพลิงขึ้นมาและส่องไปที่ลิเวียธาน–ซึ่งกำลังนั่งคุมหัวตัวเองด้วยแขนทั้งสองข้าง ในสภาพที่เปียกน้ำและไม่น่าดูเท่าไหร่

ดิลุคคลำคอที่มีรอยบีบของตัวเองอย่างเรียบเฉย ก่อนจะหันไปมองลิเวียธานที่ตัวสั่นไม่หยุด

“สภาพดูไม่ได้เลยนะ [ไฟเยอร์]”

เปลวเพลิงอีกดวงลอยไปมอบแสงสว่างให้กับลิเวียธาน

“คิดจะฆ่ากันทั้งที่ก็ช่วยวางแผนดีๆหน่อยเถอะ ถ้าเราเป็นเธอ เราสามารถทำให้จบได้ภายในสิบวิเลยละ”

ดิลุคกล่าวเช่นนั้นก่อนจะออกเดินโดยที่ทิ้งลิเวียธานเอาไว้ พร้อมกับเปลวเพลิง ..เธอเดินไปโดยไม่เหลียวกลับมามอง

…..

ทว่า เดินมาได้สักพัก ลิเวียธานก็เดินตามมาด้วยท่าทางหงิมๆ

“มีธุระอะไรอีก”

“..เมื่อกี้ขาดสติไปหน่อย”

“ไม่หน่อยแล้วละ แขนที่ใช้งานไม่ได้ข้างนี้ ตอนนี้เจ็บสุดๆเลยละ แถมยังมีแผลขนาดใหญ่ที่ไม่น่าดูสักเท่าไหร่โผล่มาด้วย จากการกระทำอันโง่เขลาของเธอ แทนที่จะช่วยรักษากันตามข้อตกลง นี่กลับทำให้แย่ลง–คิดว่าไม่ฆ่าทิ้งก็บุญแล้วนะ ลิเวียธาน”

ดิลุคกล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น ไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย เพราะสถานการณ์ตอนนี้ แค่ดับไฟของลิเวียธานทิ้ง เธอก็เป็นผู้ชนะแล้ว

“เข้าใจตรงกันนะ”

“..ขอโทษ”

“….”

“จะให้แลกเปลี่ยนด้วยอะไรก็ได้ แต่..อย่าทิ้งกันเลยนะ”

…..ดิลุคหรี่ตามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหดหู่ของลิเวียธาน

“เราน่ะคือคนประเภทที่ถ้ามีอะไรให้ใช้ได้ก็จะใช้ ต่อให้สิ่งที่ยืมแรงมามันจะเป็นงูเห่าก็ตาม แต่ถ้าใช้งานได้ในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินกว่าก็จะทำ หาทางออกไปกับเธอ เมื่อถึงทางออกแล้วก็ค่อยฆ่ากันเองตรงปลายทางออกก็ได้ อย่างน้อยก็ไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้”

ดิลุคยิ้มให้อย่างจริงใจ

“แน่นอนว่าสุดท้าย เราจะเป็นผู้ชนะ ไม่ใช่กฏของโลก หรือว่าความสามารถพิเศษอะไร แต่เป็นความมั่นใจที่มีอยู่ในตัวเรา ฉะนั้นถ้าคิดจะฆ่ากันอีกคราวหน้า–คงรู้ดีสินะ ลิเวียธาน”

“..รู้แล้วน่า”

ท่าทางของลิเวียธานดูหงอยเอามาก ต่างกันปกติ ทำให้ดิลุครู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูกกับสถานการณ์มาคุ จึงเอ่ยขึ้นมา

“ถ้านั้นก็แผนการณ์”

“อ่า”

“เดินไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอทางออก จัดขบวนให้เธอเดินนำ เราเดินตาม เกิดอะไรขึ้นเราจะได้หนีเอาตัวรอดได้”

“…”

ดิลุคยิ้มให้ ลิเวียธานยิ้มให้เหมือนกัน แต่ดูเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวชอบกล

“เมื่อตะกี้เผลอคิดว่าหล่อนดูฉลาดเป็นครั้งแรกเลยนะรู้รึเปล่า”

“แน่นอนว่าตั้งใจกวนเล่น แต่ที่พูดนี่จริงนะ”

 

****

อีกด้านหนึ่ง ภายนอกของหอคอยนั้น–แมมม่อนล้มลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

“..ดิลุค..ไม่จริง..”

“ตั้งสติไว้ก่อนนะคะ แมมม่อน”

เมลเบลถอนหายใจ ครุ่นคิด ..เม้มปากเข้าหากัน ก่อนที่จะกัดเล็บของตัวเอง

“ทำยังไงดี?”

ทั้งสองคนหายไปไหน??? จู่ๆก็หายตัวไป จู่ๆก็ถูกวาร์ปไปไหนไม่รู้ ..ทำยังไงดี

……………

………….

“..ท่านดิลุค”

ถ้าไม่ได้เจอกันอีก จะทำยังไงดี?

 

****

ภายในส่วนลึกสุดของหอคอย

“มอนสเตอร์ชั้นต่ำก็อบลิน ทั้งหมดสามตัว ยืนยัน”

“ดีมาก [วอเธอร์]”

สายน้ำยักษ์ปรากฏขึ้น ลิเวียธานสัมผัสที่สายน้ำแปรเปลี่ยนมันเป็นหอก และเหวี่ยงเข้าใส่ลำคอของก็อบลินทั้งสามตัว

เพียงพริบตาเดียว ร่างทั้งสามก็สลายกลายเป็นผง

มอนสเตอร์ต่างกับสิ่งมีชีวิตทั่วๆไปที่เมื่อตายมันจะกลายเป็นผง บางครั้งก็จะมีของบางอย่างโผล่มาด้วยพอตายไปแล้ว

หลังจากที่ตกลงหน้าที่กับลิเวียธานเรียบร้อยแล้ว พวกเธอสองคนก็ออกเดินทางในหอคอย แน่นอนว่าระหว่างทางก็ต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์เป็นระยะๆ ไม่ว่าจะมอนสเตอร์ชั้นต่ำ หรือมอนสเตอร์ชั้นสูงอย่าง ‘มิโนทอร์’ เอง แต่เหมือนว่ามันจะไม่ได้กระจุกกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ทั้งสองพอจะรับมือได้

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการไม่ประมาท แล้วก็พลังของลิเวียธาน

วิธีที่ใช้สู้หลักๆคือยืนยันจำนวนศัตรู ดิลุคเรียกน้ำออกมาให้ลิเวียธานใช้งาน ลิเวียธานควบคุมน้ำด้วยทักษาประจำเผ่ากำจัดมอนสเตอร์

ถ้ามีไม่เยอะ ถ้าไม่ได้แกร่งจนเกินไป ทั้งสองก็คงจะไปต่อได้เรื่อยๆ

เมื่อเคลียร์ก็อบลินเสร็จแล้ว ทั้งสองก็ออกเดินทางต่อ–

“หืม?”

“อะไรละนั่น”

ทางข้างหน้ากลับเป็นประตูสีแดงขนาดยักษ์ ซึ่งไม่ว่าจะดูยังไงมันก็ไม่ใช่สถานที่ที่ควรจะเข้าไปเลยแม้แต่นิดเดียว

“ไปทางอื่นกันเถอะ”

“…”

ทว่าดิลุคกลับยืนนิ่ง จ้องไปที่ประตูสีแดงนั่นอย่างนิ่งเงียบ

“…”

“เป็นอะไรไป?”

ดิลุคก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า ตรงไปที่ประตูสีแดงบานยักษ์

“ตราบาปของทวยเทพ ..ตราบาปของสวรรค์”

“เดี่ยวสิ จู่ๆเป็นอะไรไป”

ดิลุคเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตู

“หนึ่งในความน่ารังเกียจของโลก”

ดิลุคหรี่ตามองอย่างเศร้าโศก

“ในที่สุดก็ได้พบเสียที” ดิลุคหันมาหาลิเวียธาน “ขอโทษนะ ลิเวียธาน เป้าหมายของเราตอนนี้ไม่ใช่การรอดไปจากที่แห่งนี้แล้วละ”

กล่าวจบดิลุคก็ผลักบานประตูออก–ประตูบานยักษ์นั้นมีน้ำหนักที่เบาหวิว ทันทีที่มันเปิดออก เลือดก็ไหลออกมาจากภายในห้อง

สิ่งแรกที่พบก็คือเลือดที่ท่วมทั้งห้องเอาไว้ แล้วก็–โซ่กับดาบที่กองอยู่ตามพื้น และสิ่งสุดท้ายก็คือ–เด็กสาวที่ถูกโซ่คล้องร่าง และถูกดาบเล่มยักษ์ทิ่มทะลุอก

เด็กสาวยังหายใจอยู่ ยังมีชีวิตอยู่ เธอเงยหน้ามองดิลุคที่เดินเข้ามาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

“ชื่อ?”

“…”

“ซา..” 

..

“ซาตาน”

ดิลุคยิ้มให้เด็กสาว ก่อนเอ่ยขึ้น

“มากับเราซะ ซาตาน”

 

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!
Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!! << 0 >> รู้สึกว่าโลกเราช่วงนี้จะฮิตต่างโลกกันสินะ? ถ้าจำไม่ผิดนวนิยายประเภทไลทโนเวลของญี่ปุ่นในยุค 2020 จะฮิตกันเอาเรื่องเลย ขนาดผมก็เคยอ่าน หรือเคยดูอนิเมที่ดัดแปลงจากนิยายมาอีกทีไม่น้อยเลย ใช่ มันค่อนข้างสนุกเลย อาจจะเป็นเพราะมันช่วยสนองนีทให้ผมก็ได้ เพราะปกติผมมักจะเป็นผู้แพ้เป็นประจำทั้งๆที่พยายามากแล้ว พอได้เห็นคนๆหนึ่งประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ซึ่งนั่นก็คือพระเอกมันก็ชวนให้รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขาด้วย พร้อมไปกับสาวๆในฮาเร็มของแกด้วยอะนะ แต่ด้วยความที่เป็นตลาดที่ใหญ่ ทำให้มีหลายความเห็นตามไปด้วย หลายครั้งที่นิยายแนวนี้จะถูกวิจารย์ในเชิงไม่ดี อาทิเช่น ส้ำซากจำเจ เดาทางง่าย ตัวละครผู้หญิงง่าย ทุกอย่างง่ายไปหมด บางเม้นต์ก็ร้ายแรงขนาดบอกว่า ‘นี่ไม่ใช่นิยายแต่เป็นสินค้า’ อืม ถ้าในมุมผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอก ออกไปในทางชอบด้วยซ้ำ แต่ขอติหน่อยเถอะ ตัวร้ายส่วนใหญ่ในเรื่องแนวนี้โคตรจะไม่น่าให้อภัย คนอะไรมันจะเลวได้ขนาดนั้น เลวถึงแก่นแท้เลยพวกตัวร้ายในนิยายต่างโลกเนี่ย ไม่น่าให้อภัยที่สุด โง่ก็โง่ กระจอกก็กระจอกชิบหายเลย ไร้ความคิดความอ่าน กลับตัวก็ไม่เป็น

Comment

Options

not work with dark mode
Reset