บทที่ 381 : ความคล้าย
พรีม่าวางอุปกรณ์สื่อสาร พ่นลมหายใจอย่างโล่งอกแล้วตีหน้าตัวเองอย่างแรงเพื่อเรียกสติหลังอ่านหนังสือกับฉลากยาต่าง ๆ อยู่นาน
เธอเหลือบมองขวดยาข้างมือ หยิบหนังสือตำราโอสถบรรพกาลที่วางอยู่บนโต๊ะห้องแล็บไร้ตำหนิขึ้นมาลูบบนหน้าปกอย่างหลงใหล อักษรเคลือบดูเหมือนจะวูบไหวส่องประกาย
สำหรับพรีม่า นี่คือแสงแห่งสัจธรรม
หนังสือเล่มนี้แทบจะบันทึกความรู้ด้านเภสัชกรรมทั้งหมดซึ่งเหนือล้ำกว่าการวิจัยปัจจุบันไว้ เป็นสิ่งที่เภสัชกรทุกคนตามหามาชั่วชีวิต
เธอกอดหนังสือเล่มหนาไว้แน่น หัวใจเต้นรัวอย่างคุมไม่ได้ ความตื่นเต้นของเธอทวีคูณ
ความต้องการของเจ้าของร้านหลิน…ก็คือความต้องการของท่านวัลเพอร์กิส
ช่วงเวลาที่เธอใช้ในร้านหนังสือทำให้เธอเข้าใจแจ่มแจ้งว่ามูเอน ผู้ครองสิทธิ์เหนือรัตติกาลคนต่อไปมีฐานะเป็นผู้ช่วยร้านหนังสือผู้จริงใจและขันแข็งของเขา เพราะมูเอนมองว่าหลินเจี๋ย เจ้าของร้านหนังสือคือ ‘พ่อ’ ผู้มอบชีวิตใหม่ให้เธอ
ทุกความคิดของมูเอนมีพื้นฐานมาจากหลินเจี๋ย
ในระหว่างนั้น พรีม่าซึ่งอาศัยกับมูเอน ฟังคำพูดยกย่องเจ้าของร้านหลินมาทุกวัน ย่อมสลักมันไว้ในใจ
นี่ต้องเป็นบททดสอบ!
เจ้าของร้านหลินหวังว่าเราจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยกำลังตัวเอง และพิสูจน์คุณค่าของเราแก่เขา
หลังจากออกมาจากร้านหนังสือ ชีวิตของเธอก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ตัวตนยิ่งใหญ่ที่เรียกได้ว่ารอบรู้ไร้เทียมทานทุกด้านนี้เปลี่ยนชะตาของเธออย่างสมบูรณ์ด้วยจิตกุศลเพียงผิวเผิน
ในกรณีนี้ เธอก็ควรพยายามตอบแทนอย่างสุดฝีมือ
หลังจากได้รับความรู้จากเจ้าของร้านหลิน พรีม่าไม่ได้หยุดเรียนรู้เลยสักวันเดียว
รอให้วันนี้มาถึง!
พรีม่าหายใจเข้าออกลึก ๆ สองสามครั้ง คิดว่านี่คืองานแรกของเธอในฐานะหัวหน้าแผนกเภสัชกรรม และเธอจะนำคนอื่น ๆ ไปปฏิบัติการ แล้วก็อดรู้สึกประหม่าน้อย ๆ ไม่ได้
พอเรียบเรียงในใจอยู่หลายครั้งว่าจะทำอะไรบ้าง เด็กสาวขี้อายก็รวบรวมความกล้า จัดเสื้อผ้าเดินออกไปจากห้องแล็บ มองเหล่านักวิชาการที่ต่างหันมามองเธอ
เธอยั้งความอยากหนีไปซ่อนหลังประตูจากจิตใต้สำนึกเอาไว้ ทำท่าทางเลียนแบบพี่สาวผู้ฉับไวและเยือกเย็นของเธอจากความทรงจำ “งานฉุกเฉิน ผู้มีระดับผิดปกติหรือสูงกว่าที่ไม่ได้อยู่ในงานวิจัยติดตามฉันมา สวมชุดเกราะกระดองแล้วมุ่งหน้าไปซอยหกสิบเจ็ดซะ”
นี่คือการออกคำสั่งครั้งแรกของพรีม่า เธอมองบุคคลตรงหน้าเงียบ ๆ กระทั่งอยากจะหลับตาเสีย
ว่าแล้วเชียว เรายัง…
“ครับหัวหน้า!”
เหล่านักวิชาการแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ กลุ่มที่ระดับต่ำกว่าผิดปกติกลับไปทำงานต่อ ในขณะที่กลุ่มที่มีระดับผิดปกติเป็นต้นไปลุกขึ้นเดินเข้าห้องเก็บอุปกรณ์ป้องกันทันที
นักวิชาการทั่วไปที่ไม่มีระดับพลังมีความคิดเรียบง่ายและบริสุทธิ์ก็คือ นี่คือคำสั่งจากเบื้องบน ต้องทำตาม
เมื่อสวมชุดป้องกัน อย่างน้อยก็รับประกันความปลอดภัยชีวิตได้ มลภาวะและการกลายพันธุ์เป็นเรื่องเล็ก ๆ
ส่วนซอยหกสิบเจ็ดคือซากที่หาได้ยากหลังสงครามสุดกำลังของระดับเหนือนภาสองคน…ต้องมีอีกหลายจุดที่ควรค่าให้ศึกษาแน่นอน!
ตราบใดที่มีความสำเร็จเพียงเล็กน้อย เขาก็จะสามารถทิ้งร่องรอยสำคัญไว้ในสายงานวิชาการได้ ต่อให้ตายก็คุ้ม!
นักวิชาการบางคนกระทั่งเดินเข้าไปจับมือพรีม่าเขย่าอย่างตื่นเต้น “ขอบคุณครับหัวหน้าที่ให้โอกาสนี้กับผม! ผมจะทำตามคำสั่งของคุณครับ!”
พรีม่ามองนักวิชาการตรงหน้าเธอแล้วพยักหน้าอย่างแข็งขัน ความประหม่าของเธอค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น
กลายเป็นว่า ที่แท้…พี่สาวของเราก็เคยรู้สึกแบบนี้
—
ซอยหกสิบเจ็ด
เขม่าดินปืนกระจัดกระจายปนไปกับอีเธอร์และกฎเกณฑ์ที่ยุ่งเหยิง กลายเป็นเหมือนหมอกพิษที่ถูกสูดเข้าปอด เข่นฆ่าชีวิตผู้คนที่มีจำกัดอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง
วินสตันมองอุปกรณ์สื่อสารในมืออย่างกระวนกระวายใจ จากนั้นก็หันไปมองแคโรไลน์ที่พักผ่อนอยู่ การตรวจสอบสองสามครั้งเมื่อครู่ทำให้เธอถึงขีดจำกัดจนหมดสติไปแล้ว จึงไม่สามารถรวบรวมอีเธอร์ได้อีก
แต่…ก็ยังไร้ผล
สายตาของแคโรไลน์สัมผัสได้เพียงคลื่นพลังเผาไหม้อันสม่ำเสมอของโจเซฟที่รอดอยู่ในสนามรบที่น่าหดหู่นี่ราวกับผีดิบ รบกวนการปรากฏของข้อมูลทั้งหมด
เรื่องนี้ทำให้แคโรไลน์ทำตัวไม่ถูก
และพลังที่หลงเหลือนี้ก็ทำให้วินสตันไม่สามารถเหยียบย่างเข้าไปในพื้นที่นี้แม้แต่ครึ่งก้าวด้วยเช่นกัน
ตอนนี้ ความหวังเดียวของพวกเขาคือ ใครที่สมาคมแห่งสัจธรรมจะส่งมา
จึ้ก!
มือข้างหนึ่งโผล่มาสะกิดไหล่วินสตัน
วินสตันสะดุ้งจนเกือบชักดาบ แต่เมื่อเขาคิดว่าที่นี่ไม่มีคนอื่นนอกจากเขากับแคโรไลน์ คนที่มาต้องเป็นหน่วยกู้ชีพที่พวกเขารอ เขาก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที
เขาหันไปมอง แล้ว…ก็ไม่เห็นอะไรเลย
“ช่วยก้มลงมาทีค่ะ”
ได้ยินดังนี้ วินสตันก็ก้มลงมองตามเสียงโดยไม่รู้ตัว และเห็นคนแคระตัวจ้อยที่ถูกห่อผ้าไว้มิดมองขึ้นมาที่เขา
“คุณคือ…”
“พรีม่า ซานดร้า หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมของสมาคมแห่งสัจธรรมค่ะ”
เสียงที่ดูอู้อี้ของพรีม่าดังออกมาจากชุดป้องกันอีเธอร์ “รองประธานแอนดรูว์ส่งฉันมาที่นี่ค่ะ”
“โอ้ คุณนี่เอง”
วินสตันอึ้งไปครู่หนึ่ง จากข้อมูลของหอพิธีกรรมต้องห้าม พรีม่าก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่เคยอยู่ในร้านหนังสือพักหนึ่ง หลังจากนั้น แอนดรูว์ก็เลื่อนขั้นเธอเป็นหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม
ว่าแล้วเชียว ขอแค่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าของร้านหลิน แอนดรูว์ก็ไม่กล้าเพิกเฉยเขา
ส่งคนที่มีความเกี่ยวพันกับร้านหนังสือใกล้ชิดมาทันทีเชียวนะ…
แต่ในลักษณะนี้ ก็ยังสื่อโดยนัยด้วยว่าคำพูดที่เจ้าของร้านหลินพูดก่อนหน้านี้เป็นความจริง
‘โจเซฟจะชนะ แต่สถานการณ์จะพลิกผันขึ้นลงอย่างทรมานใจ’ …มั้ง
เพราะถึงอย่างไร หากคน ๆ นั้นแค่อยากเล่นสนุกกับพวกเขาจริง ๆ เขาก็แค่หยุดไม่ให้พรีม่ามาก็พอแล้ว
ครึ่งหนึ่งของหินก้อนใหญ่ในใจวินสตันร่วงลงพื้น ถ้าเป็นแบบนี้ ความเป็นไปได้ที่โจเซฟจะยังมีชีวิตอยู่ก็สูงขึ้นจากแต่ก่อนยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งดีมากแล้ว…
แต่…เด็กสาวตรงหน้าเขาจะไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?
วินสตันซ่อนความกังวลของเขาไว้ไม่มิด แม้ว่าพรีม่าตรงหน้าเขาจะเป็นคนที่ร้านหนังสือช่วยเหลือจริง ๆ แต่เธอก็ยังอายุน้อยเกินไป…และกระทั่งจากข้อมูลของหอพิธีกรรมต้องห้าม เด็กสาวคนนี้ยังไม่ได้รับการบันทึกความสำเร็จในด้านเภสัชกรรมใด ๆ เลยด้วย
ต่อให้โจเซฟจะยังไม่ตายในตอนนี้ ก็เกรงว่าสถานการณ์คงแย่มากแล้ว เธอจะทำมันได้จริง ๆ เหรอ?
หมอและเภสัชกรที่ตามมาก็มีไม่พอ
แม้ว่าจะเห็นความเคลือบแคลงในสายตาของอัศวินตรงหน้า แต่พรีม่าไม่สงสัยตัวเองเลย เธอทำเพียงกระซิบอย่างหนักแน่นและเยือกเย็น “ถึงรองประธานแอนดรูว์จะไม่ได้พูด แต่ฉันคิดว่าคุณน่าจะพยายามช่วยคุณโจเซฟอยู่ใช่ไหมคะ? เชื่อฉันเถอะ ฉันจะพาเขาออกมา! สาบานในนามรัตติกาลเลยค่ะ!”
วินสตันอึ้งไปครู่หนึ่ง นึกไม่ถึงว่าเธอจะเป็นสาวกของแม่มดบรรพกาล
แต่…ไม่ถูกสิ ในเมื่อเธอเชื่อในวัลเพอร์กิส เธอก็ควรมองเจ้าของร้านหนังสือเหมือนเป็นคนหรือ…เทพนอกรีต
เพราะถึงอย่างไร ที่มาของนิกายกลืนศพก็คงเป็นหมอนี่แหละ
ทำไมพรีม่าถึงยอมรับของขวัญจากร้านหนังสือ แถมยังอยู่ฝ่ายแอนดรูว์โดยตรงด้วยล่ะ?
หรือเธอจะทรยศความเชื่อ…ไม่ ไม่ถูก แววตาของเธอดูจริงใจ กระทั่งใกล้จะเป็นสาวกผู้งมงายด้วยซ้ำ
วินสตันมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่หันหลังกลับ ความงุนงงในใจไม่ได้รับคำตอบ แต่การคาดเดาที่ร้ายกาจปรากฏขึ้นในใจของเขาอย่างคลุมเครือ บางทีสถานการณ์แบบนี้อาจจะมีเพียงความเป็นไปได้เดียว…
ร้านหนังสือมีที่มาเดียวกับแม่มดบรรพกาล…?
ในขณะที่วินสตันมัวแต่ช็อคกับการคาดเดาของตัวเอง พรีม่าก็นำคนเข้าไปในสนามรบที่เหมือนขุมนรกอย่างไม่ลังเลแล้ว
สนามพลังอีเธอร์ที่กระจายอยู่ทั่วขบกัดชุดป้องกันอีเธอร์ราวสัตว์ร้าย พรีม่ากระชับตำราโอสถบรรพกาลในอ้อมแขนของเธอแน่นขึ้น สูดหายใจลึก ๆ หลังจากแจกแจงงานให้คนอื่น เธอก็ค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปในใจกลางสนามรบ