เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก – ตอนที่ 359-2 ความสัมพันธ์ระหว่างพี่สะใภ้กับพี่ชายไม่ค่อยจะดีนัก

“นี่เธอ…” สิ่งที่กู้จิ้งเหยียนพูดนั้นถูกก็จริง แต่ลู่เป่ยเฉินก็ยังไม่พอใจอยู่ดีที่เธอเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของฟู่เฉินซีแบบนี้
 
 
“ก็เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ต้น ฉันทำแบบนี้มันผิดตรงไหนหรือคะ”
 
 
“ไม่มีใครขอให้เธอเป็นห่วงซักหน่อยนี่นะ ก็แค่ไปเชิดหน้าเป็นคุณหนูตระกูลกู้ของเธอต่อไปสิ ทำไมจะต้องมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นด้วย”
 
 
“ถ้าที่ฉันทำเรียกสอดรู้สอดเห็น แล้วกับคุณมันเป็นยังไงคะ” เมื่อคิดว่าตอนนี้ที่เธอเป็นภรรยาของเขาแล้ว แต่เขากลับไม่ไว้หน้าเธอซักนิดและตรงเข้าไปดูแลเอาใจใส่ฟู่เฉินซีทันทีแบบนั้น เขาเห็นเธอเป็นอะไรกันแน่
 
 
“อะไรกัน เฉินซีหนีไปก็เพราะใครบางคน เธอไม่รู้เลยเหรอว่าเป็นเพราะใคร”
 
 
“ใครคะ คุณอยากจะบอกว่าเป็นฉันใช่มั้ย ถ้าคิดแบบนั้นก็คงต้องบอกว่าคุณผิดไปมากเลยละค่ะ ลู่เป่ยเฉิน เขาหนีไปก็เพราะว่าคุณทรยศเขาต่างหาก ฉันเองก็ทรยศเขาด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะแค่ฉันคนเดียว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นตอนนั้นเป็นความรับผิดชอบของเราทั้งคู่ ทำไมคุณถึงพยายามแก้ต่างให้ตัวเองขาวสะอาดแล้วก็โยนความผิดทั้งหมดมาให้ฉันคนเดียวแบบนี้ล่ะคะ”
 
 
“เธอ…” ตอนนั้นลู่เป่ยเฉินอยู่ในช่วงจิตใจฟุ้งซ่านไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงดึงดูดเข้าหากู้จิ้งเหยียน
 
 
ในตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ
 
 
แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะความเป็นคนสวยมากของหญิงสาวก็เป็นได้
 
 
เขาคิดเสมอว่าทั้งเธอและเขาคงไม่มีทางได้ลงเอยกัน เพราะมีแต่ทะเลาะเบาะแว้งกันมาโดยตลอด แต่ในคืนนั้น…
 
 
เมื่อเขากอดเธอเอาไว้ในระหว่างที่ไปตั้งแคมป์ แล้วเขาก็ตื่นเต้นจนเลยเถิด
 
 
เมื่อฟู่เฉินซีเห็นทั้งสองเริ่มทุ่มเถียงกัน เธอจึงรีบขัดขึ้นว่า “พวกเธอหยุดทะเลาะกันเถอะจ้ะ ฉันขอโทษด้วย ฉันไม่น่ามาที่นี่เลย นี่ฉันทำให้พวกเธอต้องผิดใจกันหรือเปล่าจ๊ะ”
 
 
ในเวลาที่ทั้งสองเริ่มโต้เถียงกันนั้น ฟู่เฉินซีรู้สึกว่าเธอไม่มีทางที่จะเข้าไปขัดจังหวะพวกเขาได้เลย และทำได้เพียงมองดูการตอบโต้กันระหว่างคนสองคนที่ไม่มีใครยิ่งหย่อนกว่าใครอย่างเงียบๆ เท่านั้น
 
 
ลู่เป่ยเฉินจ้องหน้ากู้จิ้งเหยียนอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนจะหันไปหาฟู่เฉินซี แล้วสีหน้าเขาก็เริ่มอ่อนโยนลง กู้จิ้งเหยียนได้แต่ทำหน้าเหยียดหยันและหันหนีไป
 
 
กู้จิ้งเจ๋อยกแขนโอบหลินเช่อไว้ในขณะที่เดินเข้างานมา ผู้คนมากหน้าหลายตาเรียงแถวกันเข้ามาต้อนรับทักทายเขาตลอดทางไปยังห้องสวีท
 
 
ที่นี่กว้างขวางใหญ่โตเสียจนทำให้หลินเช่ออดนึกถึงเรือไททานิคไม่ได้ เรือยอร์ชลำนี้มีขนาดมหึมาจนเธอรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
 
 
หลินเช่อพูดขึ้นว่า “ว้าว ที่นี่ใหญ่จังเลยค่ะ คนก็เยอะด้วย”
 
 
กู้จิ้งเจ๋ออธิบายว่า “ใช่ นี่เป็นเรือยอร์ชส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สามารถจุคนได้ถึง 300 คน คืนนี้มีการเชิญแขกมาร่วมงานเจ็ดสิบคน เพราะฉะนั้นมันจะต้องสนุกมากแน่”
 
 
“ว้าว นี่เรามีพนักงานกว่าสองร้อยคนคอยบริการแขกเจ็ดสิบคนของคุณเนี่ยนะคะ”
 
 
“แขกบางคนก็พาครอบครัวมาด้วย นอกจากพนักงานที่คอยให้บริการแล้ว ยังมีพนักงานที่ทำหน้าที่ปฏิบัติงานในเรือด้วย”
 
 
“ก็น่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ มันก็ต้องมีคนขับเรือนี่เนอะ”
 
 
“ก็ใช่น่ะสิ ยัยบ๊อง มาเถอะ ไปดูห้องของเรากันดีกว่า”
 
 
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องพัก หลินเช่อก็ได้เห็นว่าห้องนั้นทั้งสวยแล้วก็สะอาดยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวเสียอีก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร กู้จิ้งเจ๋อจะต้องได้ห้องสวีทที่หรูหราที่สุดอยู่แล้ว ที่นี่จึงดูหรูหราฟู่ฟ่ามากสำหรับทั้งเธอและเขา หลินเช่อรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนกู้จิ้งเจ๋อเองก็เริ่มเตรียมตัวด้วยเหมือนกันโดยมีพวกสาวใช้คอยช่วย
 
 
บนเรือยอร์ชลำใหญ่แบบนี้ จึงไม่มีความโคลงเคลงเหมือนเรือลำเล็กๆ พื้นมีความนิ่งและราบเรียบเป็นอย่างมาก ไม่แตกต่างอะไรกับการเดินบนพื้นดินแม้แต่น้อย
 
 
หลินเช่อพูดขึ้นว่า “เรือยอร์ชนี่นิ่งมากเลยนะคะ”
 
 
“ใช่ มันเป็นเรือลำใหญ่นี่นา ความเสถียรย่อมดีเยี่ยมอยู่แล้ว”
 
 
“โอ้ ตายจริง ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในหนัง ‘กอน วิท เดอะ วินด์’ เลยค่ะ มันหรูน่าดู”
 
 
“นี่เลิกฝันเฟื่องซะที เราควรจะรีบออกไปได้แล้ว”
 
 
“โอ้ โอเคค่ะ งั้นก็ไปกันเถอะ…”
 
 
กู้จิ้งเจ๋อส่ายหน้า
 
 
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นที่รู้สึกว่าที่นี่หรูปราเกินกว่าที่ตัวเองจะเทียบได้ คงจะรู้สึกหวั่นใจกันไปใหญ่โต ไม่กล้าโผล่หน้าออกไปเจอบรรดามหาเศรษฐีทั้งหลาย รวมถึงรู้สึกว่าตัวเองนี้ช่างด้อยค่าเสียเหลือเกิน
 
 
แต่หลินเช่อกลับดูไม่ได้ใส่ใจอะไรแม้แต่น้อย เธอยังคงเป็นปกติสุขดี
 
 
แม้ว่าท่าทางของเธอจะชัดเจนว่าเป็นสาวบ้านนอกไม่ประสีประสา แต่เธอก็ยังดูสงบปราศจากความตื่นเต้นร้อนรน นับว่าน่าแปลกมาก ชายหนุ่มนึกสงสัยว่ามีผู้หญิงพิลึกพิลั่นแบบนี้อยู่บนโลกด้วยหรือ
 
 
ลู่ชูเซี่ยอยู่ที่ด้านนอกกับมารดาของเธอ
 
 
แม่ของลู่ชูเซี่ยถามขึ้นว่า “แล้วนี่ทำไมแกถึงไม่ไปอยู่กับเพื่อนๆ ของแกล่ะ”
 
 
ลู่ชูเซี่ยเอาแต่คอยเหลือบแลไปด้านข้าง หวังว่าจะได้เห็นกู้จิ้งเจ๋อ
 
 
เมื่อกี้เขายังอยู่ตรงนี้อยู่เลย แต่ตอนนี้เธอกลับไม่เห็นเขาแล้ว
 
 
เธออยากแต่กู้จิ้งเจ๋อเท่านั้น เธอไม่มีใจที่จะไปชอบผู้ชายคนไหนอีกแล้ว
 
 
ยิ่งเธอเปรียบเทียบผู้ชายพวกนั้นกับกู้จิ้งเจ๋อ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเขานี่แหละคือผู้ชายของเธอ ไม่มีใครจะเทียบกับเขาได้ ด้วยเหตุนี้ การต้องมองเห็นผู้ชายคนอื่นจึงกลายเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด จะให้เธอไปสังสรรค์กับผู้ชายพวกนั้นเนี่ยนะ
 
 
หญิงสาวตอบไปว่า “แม่คะ ก็หนูไม่อยากไปนี่นา ไปตามหาพี่ชายเถอะค่ะ หนูคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพี่สะใภ้ดูจะไปได้ไม่สวยเท่าไหร่นับตั้งแต่พวกเขาแต่งงานกัน”
 
 
“แล้วยังไงล่ะ เขาจะไปทำอะไรได้ พี่ชายของแกก็เหลือเกิน จิ้งเหยียนน่ะเป็นเมียที่ดีเหลือจะดี แล้วทำไมพี่แกถึงไม่มีความสุขเลยก็ไม่รู้ ขนาดเขาไม่ได้โผล่หน้าไปงานแต่งงาน จิ้งเหยียนยังไม่ว่าอะไรซักคำ แล้วนี่เขายังจะกล้าทำกับจิ้งเหยียนแบบนี้อีก”
 
 
คุณนายลู่ชื่นชมกู้จิ้งเหยียนอย่างมาก เธอคิดว่ากู้จิ้งเหยียนช่างคิด สุภาพ บุคลิกภาพดี ถึงแม้ว่าจะเป็นถึงคุณหนูตระกูลกู้ แต่ก็ไม่ได้ทำตัวเรื่องมากเจ้าอารมณ์แต่อย่างใด
 
 
ลูกชายเธอนี่สิที่ตาบอด เขาได้เมียดีขนาดนี้ แต่กลับยังทำไม่แยแส แถมยังหาเรื่องทะเลาะกับกู้จิ้งเหยียนไม่เว้นแต่ละวัน
 
 
และแล้วลู่ชูเซี่ยก็มองเห็นกู้จิ้งเจ๋อที่เดินออกมาจากด้านข้างพร้อมกับหลินเช่อ
 
 
เขามากับยัยหลินเช่ออีกแล้ว…
 
 
นี่เขาเป็นอะไรไปนะ…
 
 
เขาพาหลินเช่อติดตามไปด้วยทุกหนทุกแห่งที่เขาไปเลย
 
 
ลู่ชูเซี่ยบุ้ยปาก เธอมองชายหนุ่มและหลินเช่อเดินคุยคลอเคลียกันมาราวกับว่าไม่มีคนอื่นอยู่รอบตัวอีกแล้ว
 
 
ลู่ชูเซี่ยนึกโกรธขึ้นมาทันควัน เธอจะต้องหาโอกาสตอนที่เขาไม่ได้อยู่กับหลินเช่อให้ได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เธอและเขาสามารถใกล้ชิดกันได้แบบนี้ การได้มาค้างคืนกันบนเรือยอร์ชแบบนี้นับเป็นโอกาสงาม
 
 
หลินเช่อมองเห็นลู่ชูเซี่ย แล้วก็รู้สึกได้ว่าหล่อนกำลังมองมาที่กู้จิ้งเจ๋อ
 
 
เป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเอาเสียเลย
 
 
หลินเช่อทำปากยื่นขณะมองไปยังอีกฝ่าย และหันไปพูดกับกู้จิ้งเจ๋อว่า “ทำไมคุณไม่เดินเล่นไปก่อนล่ะคะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำหน่อย”
 
 
“โอเค อย่าหลงทางล่ะ”
 
 
กู้จิ้งเจ๋อแกล้งพูด
 
 
หลินเช่อว่า “ฉันรู้น่า ฉันไม่ใช่เด็กนะคะ เดี๋ยวฉันมาค่ะ”
 
 
อันที่จริงเธอก็ไม่ได้อะไรหรอกนะถ้าจะต้องทักทายลู่ชูเซี่ยน่ะ แต่ในเมื่อหล่อนเห็นกู้จิ้งเจ๋อแล้ว เดี๋ยวหล่อนก็จะต้องเข้ามาทักเขาแน่ๆ หลินเช่อจึงตัดสินใจหลบออกมาเสียดีกว่า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอหน้ากัน
 
 
แล้วก็จริงดังคาด
 
 
ที่ด้านนอก ลู่ชูเซี่ยมองเห็นกู้จิ้งเจ๋อ แล้วก็รีบปรี่เข้ามาหาเขาทันที “พี่จิ้งเจ๋อ มาแล้วหรือคะ”
 
 
“ใช่” ชายหนุ่มเหลือบมองเธอ ก่อนจะหันไปหาคุณนายลู่ที่ยืนอยู่ข้างกัน “คุณป้า”
 
 
“จ้ะ จ้ะ จิ้งเจ๋อ มาแล้วหรือจ๊ะ จิ้งเหยียนกับคนอื่นๆ อยู่ทางโน้นแน่ะ”
 
 
“ถ้าไม่มีอะไร ผมคงไม่เข้าไปขัดจังหวะคู่รักเขาหรอกครับ” กู้จิ้งเจ๋อตอบ
 
 
คุณนายลู่รู้ดีว่าชายหนุ่มไม่ค่อยชอบงานสังสรรค์เท่าไหร่ จึงเพียงแต่พยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก
 
 
ที่ด้านข้าง ลู่ชูเซี่ยแอบลอบมองเขาไม่วางตา ถึงแม้จะรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจที่เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยทักเธอก็ตาม แต่เธอก็ยังอดคิดไม่ได้ ว่ายิ่งได้เห็นเท่าไหร่ กู้จิ้งเจ๋อก็เป็นชายหนุ่มที่ชวนมองเหลือเกินเสียเหลือเกินมากเท่านั้น

เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก

เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก

หลินเช่อ สาวน้อยนักแสดงปลายแถวตัดสินใจวางยาลักหลับดาราชายชื่อดังอย่าง กู้จิ้งอวี่ เพื่อหาทางไต่เต้าขึ้นไปในวงการบันเทิง แต่สุดท้ายทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เมื่อเหยื่อผู้โชคร้ายของเธอดันกลายมาเป็น กู้จิ้งเจ๋อ พี่ชายของเขาแทน! ทว่าหลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนไป การแยกทางกันแต่โดยดีกลับไม่ใช่บทสรุปของคนทั้งคู่ เพราะกู้จิ้งเจ๋อมีโรคประจำตัวสุดประหลาดอย่างหนึ่ง นั่นคือเขาไม่สามารถแตะต้องผู้หญิงคนไหนได้ หากสัมผัสตัวเพศตรงข้ามเมื่อไหร่ เขาจะคลื่นไส้และมีผื่นขึ้นทันที ดังนั้นเมื่อพบว่าเขาและหลินเช่อสามารถนอนร่วมเตียงกันได้โดยไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น ครอบครัวของกู้จิ้งเจ๋อจึงใช้อำนาจบีบบังคับให้ทั้งคู่แต่งงานกัน! เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด หลินเช่อและกู้จิ้งเจ๋อจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาและเก็บข้าวของย้ายมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันในที่สุด

Options

not work with dark mode
Reset