เจ้าสาวร้อยเล่ห์ – ตอนที่ 249 สงสัย

ในยามที่ซั่งกวนเจวี๋ยฟื้นคืนสติก็เห็นใบหน้าเป็นกังวลของโม่เซียง หน้าอกยังรู้สึกถึงความเปียกชื้น(โม่เซียงสาดน้ำใส่) แต่กลับไม่เห็นคุณหนูสุราแม้แต่เงา ม้าสีแดงเพลิงที่นางขี่เมื่อครู่ก็ไม่เห็นแล้วเช่นกัน เขาสั่นศีรษะเล็กน้อย หยดน้ำนั้นกระจายเต็มหน้าโม่เซียง ไม่รอให้เขาถาม โม่เซียงก็เล่าการกระทำที่ชั่วร้ายของ ‘ผู้หญิงน่าชังคนนั้น’ อย่างไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว หลังจากซั่งกวนเจวี๋ยฟังก็ไม่รู้สึกว่านางมีเจตนาจะทำร้ายคนแต่อย่างใด คล้ายกับถูกยั่วโทสะจนโมโหขึ้นมามากกว่า แต่ตัวเองไปยั่วโมโหคุณหนูที่อารมณ์ไม่แน่นอนผู้นั้นตรงจุดไหนกันแน่? เพราะว่าตัวเองกล่าวปฏิเสธไปอย่างนั้นหรือ? ดูเหมือนจะไม่ใช่!

“คุณชายใหญ่ ท่านสลบไปพักใหญ่แล้ว อย่างไรพวกเราไปรับสะใภ้ใหญ่ก่อนเถิดขอรับ!” โม่เซียงกังวลว่าหญิงสาวแปลกประหลาดคนนั้นจะปรากฏตัวเพื่อยื้อเวลาอีก จึงกล่าวออกความเห็นทันที

“ไปเถิด!” ซั่งกวนเจวี๋ยพยักหน้า จู่ๆ เขาเกิดเป็นห่วงภรรยาขึ้นมา หากนางลงมือจัดการกับเยี่ยนมี่เอ๋อร์ละก็…เขาสั่นสะท้านไปทั้งกาย ไม่สนใจร่างกายเปียกชื้น ก็ทะยานขึ้นม้า เร่งความเร็วไปที่อารามสัตตบุษย์โดยทันที ในยามที่มาถึงด้านหน้าอารามสัตตบุษย์ กลับพบเยี่ยนมี่เอ๋อร์กำลังก้าวเท้ายาวขึ้นรถม้าโดยมีจื่อหลัวช่วยประคองพอดี

“มี่เอ๋อร์!” ซั่งกวนเจวี๋ยรู้สึกโล่งใจ ร้องเรียกขึ้นมาทันที ด้านเยี่ยนมี่เอ๋อร์ก็ยื่นตัวออกมาจากรถม้าอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร บนร่างของนางยังมีกลิ่นสุราและดอกกุ้ยฮวาติดอยู่ คาดไม่ถึงว่านางเร็วถึงขนาดนี้แล้ว เขาก็ยังคงตามมาทันอยู่ดี

“ข้ามารับเจ้า!” หลังจากซั่งกวนเจวี๋ยเห็นภรรยา ใบหน้าจึงเผยรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติทันที กล่าวยิ้มๆ “คาดไม่ถึงว่าจะบังเอิญขนาดนี้ พวกเจ้าก็เพิ่งจะขึ้นรถพอดี!”

“ใช่แล้ว!” ใบหน้าเยี่ยนมี่เอ๋อร์ถูกซ่อนในหมวกเหวยเม่า ซั่งกวนเจวี๋ยย่อมมองไม่เห็นความผิดหวังของนาง “บังเอิญจริงๆ เช่นนั้นพวกเราก็กลับด้วยกันเถิด สามีจะขี่ม้าหรือจะนั่งรถไปกับข้าดี?”

ขี่ม้าเถิด! ขี่ม้าเถิด! เยี่ยนมี่เอ๋อร์กู่ร้องอยู่ในใจ หากเขานั่งรถไปกับตนเองย่อมต้องเป็นเรื่องยุ่งแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าฟ้ามักจะไม่เป็นใจ ซั่งกวนเจวี๋ยเพิ่งถูกนางใช้ยาสลบมา ทั้งยังโดนน้ำเย็นสาด แม้จะฟื้นสติขึ้นมา แต่ฤทธิ์ของยายังคงหลงเหลืออยู่ รู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่บ้าง เมื่อได้ยินเยี่ยนมี่เอ๋อร์พูด ก็กล่าวยิ้มๆ “เช่นนั้นข้าไปเบียดกับมี่เอ๋อร์ดีกว่า”

เยี่ยนมี่เอ๋อร์เผยสีหน้าขมขื่น กลับจำต้องหัวเราะอย่างดีใจออกไป กล่าวกับจื่อหลัวที่ลังเลสองจิตสองใจ “ยังไม่ไปนั่งเบียดกับพวกแม่นมฉิน เหลือที่ให้คุณชายใหญ่อีก?”

จื่อหลัวนั้นกระจ่างใจดี ก่อนหน้านี้เยี่ยนมี่เอ๋อร์เปลี่ยนทรงผมเปลี่ยนหน้าด้วยความรวดเร็ว ทั้งยังทำลายหลักฐานถุงหอมดอกกุ้ยฮวาที่พกติดกาย ก่อนจะใช้แป้งดอกถานฮวากลบกลิ่น และก็รู้ว่าบนร่างของนางยังหลงเหลือกลิ่นดอกกุ้ยฮวาและกลิ่นสุราอยู่ดังนั้นจึงจงใจลังเลสักพัก แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของซั่งกวนเจวี๋ย(หากดีก็แปลกแล้ว) จึงทำได้เพียงฝืนยิ้มออกไป ลอบชี้ไปที่กระถางกำยานบนรถซึ่งน้อยครั้งที่จะได้ใช้ เยี่ยนมี่เอ๋อร์ตาเป็นประกาย ผงกศีรษะเบาๆ โดยที่คนอื่นไม่ทันสังเกตเห็นก่อนจื่อหลัวจะลงไปทันที

ในยามที่ซั่งกวนเจวี๋ยลงจากม้าเพื่อขึ้นรถ เยี่ยนมี่เอ๋อร์ก็จุดจันทน์หอมบนกระถางกำยานที่แทบจะไม่เคยใช้ด้วยความรวดเร็ว ยามที่ซั่งกวนขึ้นมาบนรถ กลิ่นหอมก็กระจายออกมาพอดี กลบกลิ่นดอกกุ้ยฮวาและกลิ่นสุราที่ติดกายของมี่เอ๋อร์อย่างเลือนราง

“เหนื่อยแล้วกระมัง?” ซั่งกวนเจวี๋ยกล่าวยิ้มๆ กับภรรยา จากนั้นก็เผยยิ้มเล็กน้อย “เหตุใดยังสวมหมวกอยู่อีก นั่งในรถม้าแล้ว ก็ถอดมันออกมาเสียเถิด”

“เหนื่อยเล็กน้อยเท่านั้น” เยี่ยนมี่เอ๋อร์แอบแลบลิ้น ก่อนจะถอดหมวกเหวยเม่าออก “ปกติคุ้นชินที่จะนอนกลางวัน วันนี้ไม่มีเวลาได้นอนจึงง่วงเป็นอย่างมาก ข้านอนพิงท่านสักพักดีกว่า หากใกล้ถึงบ้านก็เรียกข้าด้วย”

“ได้!” ซั่งกวนเจวี๋ยเองก็อยากนอนสักพักเช่นกัน เขาเวียนหัวเป็นอย่างมาก ขยับนั่งชิดกับด้านข้าง ส่วนมี่เอ๋อร์ก็พิงเขาอีกที เมื่อเห็นว่าเขาคล้ายกับไม่สังเกตเห็นความผิดปกติอันใด ก็หาวออกมาเบาๆ ล่วงสู่นิทราด้วยความรวดเร็ว ด้านซั่งกวนเจวี๋ยไม่นานนักก็สะลึมสะลือหลับลงไปเช่นกัน…

ระหว่างยามที่ซั่งกวนเจวี๋ยตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าภรรยาดูเหมือนจะหลับสนิทไปแล้วจริงๆ เขาค่อยๆ ปรับท่าทางนาง ให้ตัวของนางพิงอยู่ในอ้อมอกของเขา และยามนี้จันทน์หอมในกระถางกำยานก็ได้ดับลงแล้ว (เยี่ยนมี่เอ๋อร์ใช้กระถางกำยานเป็นครั้งแรก ไม่มีประสบการณ์ ทำให้ใส่จันทน์หอมน้อยเกินไป) กระนั้นในรถม้าก็มีกลิ่นของจันทน์หอมลอยตลบอบอวลอยู่ จู่ๆ ซั่งกวนเจวี๋ยพลันนึกขึ้นมาได้ว่า เยี่ยนมี่เอ๋อร์ไม่ชอบเครื่องหอม จึงรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมา คิดว่านางตั้งใจจุดเพื่อตนเป็นพิเศษ หากเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงปล่อยไปเช่นนี้ แต่หลังจากถูกหวงฝู่เยวี่ยเอ้อสั่งสอนมาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งพบกับคุณหนูสุรา และมั่นใจแล้วว่าตนจะปฏิบัติกับภรรยาด้วยความรักใคร่ เขาก็ไม่อยากจะทำให้มี่เอ๋อร์ลำบากในการปรับตัวตามใจตน จึงเปิดหน้าต่างรถม้าออกทันที ให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่นได้ลอยเข้ามา ไม่นานนักกลิ่นหอมในรถม้าก็ลอยออกไปหมด ส่วนเขาก็โอบกอดภรรยา ดื่มด่ำกับความเงียบสงบในช่วงสั้นๆ นี้ แต่ว่า…

ซั่งกวนเจวี๋ยไม่รู้ว่าจมูกของตัวเองมีปัญหาหรือไม่ ไฉนจึงได้กลิ่นดอกกุ้ยฮวาที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณหนูสุรา ทั้งขณะเดียวกันก็ได้กลิ่นสุราจางๆ ด้วย เขารีบยื่นศีรษะออกไปนอกหน้าต่างทันที อยากดูว่านางอยู่ด้านนอกหรือไม่ โม่เซียงที่เอาแต่ตามอยู่ข้างรถม้ามาโดยตลอดจึงตะบึงม้าขึ้นมาโดยพลัน ถามเบาๆ “คุณชาย มีเรื่องอันใดหรือไม่ขอรับ?”

“คุณหนูคนเมื่อครู่ได้ตามมาหรือไม่?” ซั่งกวนเจวี๋ยกดเสียงเบา ไม่อยากทำให้มี่เอ๋อร์ที่นอนหลับสนิทสะดุ้งตื่น

โม่เซียงมองไปรอบๆ อย่างตึงเครียด จากนั้นก็ค่อยถอนหายเฮือกใหญ่ ส่ายศีรษะ “ไม่ขอรับ ไม่มีร่องรอยของผู้ใดเลยขอรับ!”

“เจ้าคอยจับตาดูด้วย!” ซั่งกวนเจวี๋ยพยักหน้า สิ่งที่เขาค่อนข้างกังวลก็คือจู่ๆ คุณหนูสุราจะปรากฏตัวต่อหน้ามี่เอ๋อร์โดยไม่ทันตั้งตัว แม้เขาจะเชื่อว่ามี่เอ๋อร์มีเหตุผลพอ แต่เขาก็เชื่อเช่นกันว่า อีกด้านหนึ่ง มี่เอ๋อร์ก็ขี้หึงไม่น้อย ไม่ว่านางจะใช้เหตุผลเผชิญหน้ากับคุณหนูสุราได้หรือไม่ แต่ย่อมไม่อาจใช้เหตุผลเผชิญหน้ากับเขาได้หรอก อย่างไรระวังเสียหน่อยย่อมดีกว่า

แต่ว่า…จมูกของเขาขยับเล็กน้อย ได้กลิ่นดอกกุ้ยฮวาแฝงมาด้วยกลิ่นสุราอีกครั้ง ทั้งกลิ่นนั้นยังล่องลอยอยู่ใต้จมูกของเขา ร่างของเขาแข็งทื่อไปเล็กน้อย ผ่านไปพักใหญ่ ก็ยื่นใบหน้าเข้าใกล้มี่เอ๋อร์ ได้กลิ่นฉุนดอกกุ้ยฮวาที่ถูกความหอมอ่อนๆ ของดอกถานฮวาปิดไม่มิด ทั้งดมลมหายใจของมี่เอ๋อร์ ก็มีกลิ่นสุราอย่างบางเบา เหตุใดมี่เอ๋อร์…

ซั่งกวนเจวี๋ยจู่ๆ ก็รู้สึกในหัวยุ่งเหยิงไปหมด นึกไปถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่ริมทะเลสาบเมื่อครู่ คุณหนูสุรามีแววตาเหมือนกับมี่เอ๋อร์ไม่ผิดเพี้ยน เสี้ยวหน้าที่ทำให้เขาคุ้นเคยเสียยิ่งกว่ากระไร ทั้งแผ่นหลับที่แทบไม่มีความแตกต่างจากมี่เอ๋อร์ หรือว่า…

เขาสั่นศีรษะอย่างไม่กล้าที่จะเชื่อ เหตุใดจึงมีความคิดเหลวไหลเช่นนี้ขึ้นมาได้? มี่เอ๋อร์ถูกเลี้ยงอยู่ในห้องหับ แทบไม่ได้ออกจากประตูไปไหน คุณหนูสุราเป็นหญิงสาวแห่งยุทธภพ มีวรยุทธที่ไม่ธรรมดา ย่อมไม่อาจเป็นคนเดียวกันได้ แต่ว่า เหตุใดคุณหนูสุราจึงปรากฏกายวันนี้ แล้วร่างมี่เอ๋อร์ที่มีกลิ่นสุราเลือนรางและกลิ่นดอกกุ้ยฮวาที่ปิดไม่มิดเล่า?

ความสงสัยในใจยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำพวกนั้นเมื่อครู่ของคุณหนูสุรา นางกล่าวว่ายามนี้นางอยู่ที่ลี่โจว นางกล่าวว่าเดือนหกปีนั้นท่านป้ามีอาการไม่ค่อยดี นางกล่าวว่ามารดาของนางเตรียมงานแต่งให้นาง…ประมาณยี่สิบวันก่อนที่มี่เอ๋อร์จะแต่งเข้าตระกูลซั่งกวน แม่บุญธรรมของนางก็ได้จากไป ดังนั้นจึงมีเรื่องที่ขอร้องให้พักการร่วมห้องชั่วคราวเกิดขึ้น เขาจำได้อย่างรางๆ แม่บุญธรรมของนางก็นอนป่วยในเดือนหกปีนั้นเช่นกัน เขาและงานแต่งงานของตัวเองก็เป็นมารดาทั้งสองคนที่เป็นผู้กำหนด อีกอย่าง…อีกอย่างเขายังจำได้อย่างแม่นยำ นางเคยพูดไว้ว่าแม่บุญธรรมของนางสกุลโม่ มี่ หนิงจิ้ง อะไรสักอย่าง หรือบางทีโม่จิ้ง ชื่อนี้ของคุณหนูสุราก็ยืมมาจากสกุลของป้าโม่ผู้นั้น มาตั้งเป็นชื่อตัวเอง…

จู่ๆ เขาก็รู้สึกสับสนวุ่นวายในหัว นึกถึงยามที่พบคุณหนูสุราที่เผยสีหน้าตกตะลึงเป็นครั้งแรก ทั้งตอนแต่งงานที่เปิดผ้าคลุมพบกับใบหน้าที่ตกใจจนนิ่งอึ้งไปของมี่เอ๋อร์ เวลานั้นเขาคิดอย่างไร…ซั่งกวนเจวี๋ยจำได้ว่ายามนั้นรู้สึกว่าตัวเองได้แต่งกับรูปปั้นนางฟ้าผู้หนึ่ง หลังจากตัวเองกระแอมไอเบาๆ เตือน ทันใดนั้นรูปปั้นนางฟ้าก็มีชีวิตและจิตใจขึ้นมา ทั้งมีรอยยิ้มหวานที่ไม่เหมือนใคร เขานึกถึงคำพูดประโยคนั้นของคุณหนูสุรา ‘ข้าตัดสินใจที่จะหนีงานแต่งงาน ทั้งเตรียมทางหนีทีไล่อย่างดีแล้ว แต่เจ้ากลับ…’ คำพูดที่ยังไม่จบนั่นคืออะไร? ใช่ ‘แต่เจ้ากลับแต่งงานกับข้าเสียแล้ว’ หรือไม่?

อีกอย่าง ฉับพลันเขาก็นึกถึงยามที่มาพบคุณหนูสุราที่ลี่หูชุน ตอนที่ตัวเองปฏิเสธนางอย่างไม่ลังเล รอยยิ้มที่นางเผยออกมาก็ยังคงมีเสน่ห์เย้ายวนถึงเพียงนั้น หรือว่าในใจของนางกำลังรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งอยู่? ใช่สิ ยามนั้นนางไม่แตะต้องสุราแม้แต่หยดเดียว ไม่เข้ากับนิสัย ‘คุณหนูสุราที่ชอบดื่มสุรา’ สักนิด หากมี่เอ๋อร์ก็คือคุณหนูสุรา เวลานั้นนางได้สงสัยว่าตัวเองกำลังจะตั้งท้องแล้วหรือเปล่า ดังนั้นจึงไม่แตะต้องสุราแม้แต่หยดเดียว?

ยังมีอีก…วันนี้คุณหนูสุราคล้ายกับมีหลายอย่างที่แตกต่างกับเมื่อก่อนอยู่เล็กน้อย หรือเป็นเพราะมี่เอ๋อร์จงใจอยากจะเปิดเผยข้อมูลบางอย่างให้กับตน? จากนั้นตัวเองกลับไม่สังเกตเห็นอันใด นางจึงโกรธหรือต้องพูดว่าหงุดหงิดจนโมโห แล้วก็ทำให้ตัวเองสลบไป?

ซั่งกวนเจวี๋ยยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสงสัย เขาลองมองใบหน้าที่ล่วงสู่นิทราของมี่เอ๋อร์แล้ว จินตนาการเป็นคุณหนูสุรา ก็พบว่าคล้ายคลึงกันจริงๆ แต่ว่า เห็นได้ชัดว่ามี่เอ๋อร์ถูกเลี้ยงอยู่แต่ในห้องหับ จู่ๆ เหตุใดจึงมีวรยุทธได้ ทั้งยังสามารถใช้วิธีเปลี่ยนหน้า ยังมียาสลบอีก ใช่แล้ว ลุงอิน! เขามีความรู้สึกดีให้กับสาวใช้ข้างกายของมี่เอ๋อร์อย่างแปลกประหลาด พูดว่าจะรับสาวใช้คนนั้นเป็นลูกสาวบุญธรรมด้วยท่าทีที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง เวลานั้นเพียงรู้สึกว่าโชคชะตาช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์จริงๆ แต่ยามนี้ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ล้วนแต่น่าสงสัย เช่นนั้นก็อาจพูดได้ว่า ยาสลบในมือมี่เอ๋อร์อาจจะเป็นของลุงอิน หากเป็นอย่างนั้นสามารถทำให้ตัวเองหมดสติโดยไม่ทันตั้งตัวได้ก็นับเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว

ยังมีเรื่องของเวลา! จากข้อมูลที่มี่เอ๋อร์พูด มี่เอ๋อร์ศรัทธาในพระพุทธศาสนา เดือนเจ็ดเดือนแปดของทุกปีล้วนจะไปสวดมนต์ปฏิบัติธรรมในอาราม เช่นนั้นสามารถเข้าใจได้ไหมว่าเวลานั้นนางก็ใช้แผนสลับตัวกับใครบางคน หนีออกไปเที่ยวเล่นที่งานประลองยุทธ์? งานประลองยุทธ์เมื่อสองปีก่อน พวกเขาอยู่ที่เรือนหิมะสุขใจ มี่เอ๋อร์ก็ใช้ข้ออ้างสวดมนต์และอยากสงบจิตสงบใจมาเป็นเหตุผลให้ตนเองปล่อยให้นางอยู่เงียบๆ หลายวัน และในวันเหล่านั้น คุณหนูสุราก็ปรากฏตัว ปีนี้ คุณหนูสุรานัดตัวเองมาพบที่รินกลิ่นปทุม นางก็มาไหว้พระที่อารามสัตตบุษย์ที่อยู่ริมสระบัวเช่นกัน ครั้งเดียวเรียกว่าบังเอิญ ครั้งที่สองก็กล่าวได้ว่าบังเอิญมากๆ แต่ครั้งที่สามครั้งที่สี่เล่า? คำตอบก็แทบจะปรากฏแล้ว!

ไม่ได้! ต้องรอบคอบเข้าไว้! ซั่งกวนเจวี๋ยพยายามควบคุมอารมณ์ตื่นตัวของตัวเองไว้ พยายามสูดลมหายใจที่ยุ่งเหยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในยามนี้เขาต้องระมัดระวังหน่อย นี่เป็นเพียงความสงสัย ไม่ใช่เรื่องจริง แม้มี่เอ๋อร์คล้ายจะจงใจเผยจุดอ่อนให้ตัวเองรอจับผิด แต่หากเป็นเขาที่กังวลเกินเหตุ คิดผิดไปเองเล่า? หากมี่เอ๋อร์เป็นคุณหนูสุราจริงๆ ภายใต้สถานการณ์ที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ตัวเองต้องค้นหาเบาะแสร่องรอยภายในให้ได้ หากไม่ใช่ แล้วตัวเองพูดเรื่องนี้ออกไปตรงๆ คงต้องเกิดสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงเป็นแน่

อีกอย่าง คุณหนูสุราเคยพูดไว้ ผู้ที่สหายของมารดานางแต่งด้วยเป็นคนที่ท่านป้าเกลียดชังเป็นอย่างมาก? บางทีอาจหมายถึงท่านพ่อ หากเป็นอย่างนั้น ก็ยิ่งควรต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เขาหรี่ตาเล็กน้อย นึกถึงคนที่อาจจะหลุดจุดอ่อนออกมาได้…อินหงหลัน ใต้หล้าแห่งนี้ไม่มีความรักและความเกลียดที่ไร้สาเหตุ อินหงหลันนั้นดีต่อเยี่ยนมี่เอ๋อร์อย่างผิดปกติ ทั้งยังรับสาวใช้ข้างกายมี่เอ๋อร์เป็นลูกสาวบุญธรรม อาจจะเป็นเพราะ ‘ท่านป้า’ แปลกประหลาดคนนั้นหรือไม่? ดูท่าแล้ว เขาคงต้องตรวจสอบเสียหน่อยว่ามีใครที่มีความสัมพันธ์อันดีกับอินหงหลัน แต่เกลียดซั่งกวนฮ่าวบ้าง…

เจ้าสาวร้อยเล่ห์

เจ้าสาวร้อยเล่ห์

เจ้าสาวร้อยเล่ห์
‘ข้าจะมีความสุขให้ได้ แม้ชีวิตนี้จะมีไฟแค้นสุมในใจมากเพียงใดก็ตาม!’ ‘เยี่ยนมี่เอ๋อร์’ คุณหนูห้าแห่งตระกูลพ่อค้าได้สาบานไว้กับท่านป้าสุดที่รัก ชีวิตของนางจะพบความสุขได้เยี่ยงไรเมื่อต้องลด ละ เลิกการแก้แค้น ทั้งยังต้องถูกคลุมถุงชนแต่งงานกับคุณชาย ‘ซั่งกวนเจวี๋ย’ ผู้ยิ่งใหญ่ในยุทธภพนี้ เช่นนี้แล้ว รักแรกพบระหว่างนางกับคุณชายขลุ่ยถึงคราวต้องจบก่อนที่ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ! งานนี้จึงต้องมีแผนการล่มวิวาห์ ทว่ากลับต้องพลิกเป็นแผนการรักมัดใจผู้เป็นว่าที่สามี เมื่อคุณชายคนนี้กับคุณชายขลุ่ยคนนั้น คือ คนเดียวกัน! แต่ไฉนข้างกายเขากลับมีผู้หญิงคอยจับจ้องอยู่มากมาย? แต่ไม่เป็นไร เจ้าสาวอย่างนางจะใช้มารยาที่มีปราบชายเจ้าชู้ให้อยู่หมัด มัดใจเขาไว้กับนางแต่เพียงผู้เดียว ส่วนหญิงสาวเหล่านั้นน่ะหรือ… ‘จงใช้เสน่ห์ที่มีอยู่ให้เต็มที่เถิด ก่อนจะต้องอกแตกตายด้วยฝีมือข้า!’

Comment

Options

not work with dark mode
Reset