เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 5: พอใจแล้วละสิตอนนี้

ในตอนนี้เจี่ยนหยุ่นเฉิงซึ่งอยู่ในห้องก็ได้สังเกตเห็นเจี่ยนอีหลิงที่ประตูหอผู้ป่วย เขาลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว
เจี่ยนหยุ่นเฉิงสูงมากกว่า 180 เซ็นติเมตร เจี่ยนอีหลิงที่อายุเพียงสิบห้าปีมองดูแล้วตัวเล็กเป็นพิเศษต่อหน้าเขา หัวของเธอสูงเพียงแค่อกของเขาเท่านั้น
เจี่ยนอีหลินสวมเสื้อสเวตเตอร์สีขาวเรียบๆ และใบหน้าขาว ดูเหมือนกระต่ายขาวขนปุย แต่โชคร้ายนั่นเป็นเพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอก หัวใจภายในนั้นบางทีอาจจะเป็นสีดำ
“เข้าไปขอโทษ” น้ำเสียงเชิงออกคำสั่งเรียบง่าย เด็ดขาดไม่ยอมให้ต่อต้าน
“เขาจะโกรธและฉุนเฉียว”
เสียงของเจี่ยนอีหลิงฟังดูเด็กอยู่บ้าง และถึงแม้ว่าเจี่ยนอีหลิงไม่ต้องการที่จะพูดให้เสียงเธออ่อนเยาว์ แต่ในเมื่อร่างนี้อายุเพียงสิบห้าปีเสียงก็ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น
ในเวลาเดียวกัน เจี่ยนอีหลิงก็พูดได้อย่างเชื่องช้า ราวกับว่าพูดออกมาเป็นคำคำไป นั่นก็เป็นเพราะว่าการพูดคุยระหว่างพี่น้องนั้นเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยอย่างมากสำหรับเจี่ยนอีหลิง
“พี่รู้ว่าเขาจะต้องโกรธในตอนนี้ แต่น้องเคยได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนที่จะทำอย่างนี้หรือไม่ ความโกรธและฉุนเฉียวเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย” ดวงตาของเจี่ยนหยุ่นเฉิงแดงและร่างกายของแผ่กลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา
“ไม่กลัวเขาจะโกรธและกล่าวโทษ” เจี่ยนอีหลิงอธิบาย “น้องคิดว่าความโกรธจะไม่ดีต่อมือของเขา”
เธอมีเจตนาที่จะรักษามือของเขา แต่ก่อนหน้านั้นเธอไม่อาจจะทำให้มันแย่ไปมากกว่านี้ และหากทำลายความเป็นไปได้นี้อีกครั้ง มันก็จะไม่สามารถช่วยได้อีก
“เมื่อไหร่ที่น้องกลายเป็นพูดตะกุกตะกักแบบนี้ กลัวรึ” เจี่ยนหยุ่นเฉิงถาม
สนับสนุนต้นฉบับที่ mynovel.co หรือ www.thai-novel.com นะคะ
เสียงตามธรรมชาติของเจี่ยนอีหลิงนั้นบวกกับวิธีการพูดแบบช้าๆเป็นคำๆ ทำให้เจี่ยนหยุ่นเฉิงเข้าใจผิดคิดว่าเจี่ยนอีหลิงกลัว
เจี่ยนอีหลิงไม่ได้อธิบาย เธอไม่ได้กลัว เธอเพียงแค่ไม่เก่งในการสื่อสารกับ “ครอบครัว” ของเธอ ในชีวิตก่อนเธอเห็นพ่อแม่เพียงครั้งเดียวต่อปีและเธอก็ไม่ได้พูดถึงสิบคำหลังจากการพบปะกันแต่ละครั้ง
นับตั้งแต่เธอเรียนรู้ที่จะคิด เธอก็ได้อาศัยอยู่ในสถาบันวิจัยและใช้เวลาแทบทั้งหมดของเธออยู่ในห้องแลป ส่วนใหญ่แล้วเธอได้แต่ปรึกษาหารือเรื่องงานและยากที่จะพูดคุยเรื่องส่วนตัวกับคนอื่น
เจี่ยนหยุ่นเฉิงเตือนเจี่ยนอีหลิงอย่างเย็นชาว่า “พี่ไม่สนว่าน้องจะกลัวหรือว่าแท้จริงแล้วกังวลเกี่ยวกับอารมณ์ของเซียวน่าว น้องต้องทำงานหนักเพื่อที่จะให้เซียวน่าวยกโทษให้ในเรื่องนี้ ถ้าเซียวน่าวไม่ยกโทษให้ เช่นนั้นพี่ก็จะไม่ยกโทษให้เหมือนกัน”
เจี่ยนหยุ่นเฉิงเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเขาพูดอย่างนั้นแน่นอนว่าเขาจะทำอย่างนั้น ถึงจะเป็นเจี่ยนชูฉิงหรือเวินน่วนก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของเขาได้
เจี่ยนอีหลิงพยักหน้า
“ตอนนี้เข้าไปขอโทษซะ” เจี่ยนหยุ่นเฉิงยังคงยืนยันให้เจี่ยนอีหลิงเข้าไปขอโทษเจี่ยนหยุ่นน่าว “พี่จะคอยระวังอาการบาดเจ็บที่มือขวาของเขา”
เจี่ยนอีหลิงเดินเข้าไปในหอผู้ป่วย
เมื่อเจี่ยนหยุ่นน่าวบนเตียงผู้ป่วยเห็นเจี่ยนอีหลิง เขาก็เกิดความโกรธแค้นขึ้นมาอย่างเต็มที่ ถ้าเจี่ยนหยุ่นเฉิงที่อยู่ถัดจากเขาไม่รั้งตัวเขาไว้ เขาคงจะกระโดดขึ้นไปแล้ว
“เจี่ยนอีหลิง เธอพอใจแล้วละสิตอนนี้ ฉันกลายเป็นคนพิการแล้ว ฉันจะเล่นเปียนโนไม่ได้อีกตลอดชีวิต ชีวิตของฉันพังพินาศหมดแล้ว ดีใจไหม” เจี่ยนหยุ่นน่าวตะโกนเสียงดัง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
เจี่ยนอีหลิงไม่ได้หลีกหนี เธอยืนนิ่ง ยอมรับความโกรธของเขา
เมื่อเห็นสายตาเรียบเฉยของเจี่ยนอีหลิง ความโกรธของเจี่ยนหยุนน่าวก็ไม่ได้ลดทอนลงไปเลยแม้แต่น้อย
เมื่อสูญเสียมือที่สำคัญที่สุดของตนเอง หัวใจของเจี่ยนหยุ่นน่าวก็ปกคลุมไปด้วยหมอกมืด
ชีวิตของเขา ความภาคภูมิใจของเขา ความฝันของเขาล้วนพังพินาศสิ้น
และสาเหตุทั้งหมดนี้เริ่มมาจากเจี่ยนอีหลิงเริ่มโต้เถียงกับเขา
เขาโกรธ เขาเสียใจ เขาเกลียดเธอ
เจี่ยนหยุ่นน่าวใช้มือซ้ายที่ไม่ได้รับบาดเจ็บหยิบกล่องใส่อาหารที่อยู่ข้างตัวและเขวี้ยงมันไปยังหัวของเจี่ยนอีหลิง

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset