เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ / เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 159

 

เจี่ยนอีหลิงพูดเพียงแค่ตัวเลข

 

เหอเยี่ยนรีบให้คำสัญญา “ตกลง ได้ ได้ อายอมรับ อายอมรับทุกอย่าง อาสัญญา”

 

เหอเยี่ยนไม่ต้องการที่จะยอมรับคำขอของเจี่ยนอีหลิงแม้แต่เพียงข้อเดียว

 

แต่เธอไม่มีทางเลือกในตอนนี้

 

“อาสัญญาเธอแล้วตอนนี้ เธอให้ของกับอาได้หรือยัง”

 

“ถ้าไม่รักษาสัญญา ของจะถูกประกาศได้ทุกเมื่อ”

 

“เธอ…”

 

“อีกอย่าง” เจี่ยนอีหลิงมองไปยังพื้นราบเรียบของบ้านของเหอเยี่ยนด้วยสายตาจริงจัง ราวกับคิดถึงอะไรบางอย่าง “พื้นลื่น คุณหกล้ม”

 

“เธอพูดถึงเรื่องอะไรกัน”

 

“พื้นลื่น คุณหกล้ม”

 

เจี่ยนอีหลิงพูดย้ำ จากนั้นก็ตรงเข้าไปหยิบไม้กอล์ฟที่อยู่ข้างโซฟา

 

นี่เป็นของของอารองผู้ชายของเจี่ยนอีหลิง อารองของเธอมีนิสัยชอบเล่นกอล์ฟยามเมื่อเขาว่าง

 

เมื่อเห็นเจี่ยนอีหลิงเดินมาหาเธอพร้อมกับไม้กอล์ฟ แก้วตาเหอเยี่ยนก็พลันขยายขึ้น

 

เด็กหญิงที่มีภาพลักษณ์ผอมและอ่อนแอ กลับดูแข็งแกร่งขณะที่ถือไม้ตีกอล์ฟ

 

“เจี่ยนอีหลิง อย่าเข้ามานะ”

 

ไม่กอล์ฟสามารถฆ่าคนได้

 

“ยืนนิ่ง อย่าขยับ”

 

เจี่ยนอีหลิงสั่งเหอเยี่ยน

 

ถ้าเธอขยับ เธอต้องรับผลที่ตามมาด้วยตนเอง

 

“เจี่ยนอีหลิง เธอบ้าไปแล้วเหรอ”

 

“อย่าขยับ ฉันจะตีไม่แม่น” เจี่ยนอีหลิงเตือนเหอเยี่ยนอย่างจริงจัง

 

มีหลายส่วนของร่างกายที่เปราะบางมาก และหากเหอเยี่ยนไม่เชื่อฟังอาจจะเป็นเหตุให้เจี่ยนอีหลิงตีพลาดได้

 

“เจี่ยนอีหลิง อย่าเข้ามานะ เจี่ยนอีหลิง…”

 

สุดท้ายดวงตาของเหอเยี่ยนก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก…

 

“อา….”

 

เสียงกรีดร้องดังออกมาจากบ้านของเหอเยี่ยน…

 

แต่บ้านเดี่ยวหลังนี้มีระบบเก็บเสียงที่มีประสิทธิภาพดีมาก เสียงที่เล็ดลอดออกมาจนถึงสนามหน้าบ้านก็แทบจะไม่เหลือแล้ว

 

ไม่มีใครรู้ว่านายหญิงผู้สูงศักดิ์ในบ้านหลังนี้กำลังทุกข์ทรมาน

 

###

 

ที่ประตูบ้านของเหอเยี่ยน หยูซียืนพิงรถรอคอยอย่างกระวนกระวาย

 

วันนี้เขาพลันได้รับโทรศัพท์จากเจี่ยนอีหลิง ขอให้เขาช่วยรับเธอไปยังที่แห่งหนึ่ง

 

หยูซีออกมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ

 

เมื่อเขาออกมานายท่านเซิ่งก็นั่งติดรถมาด้วย

 

หยูซีไม่กล้ากล่าวมากความ

 

เขารับเจี่ยนอีหลิงที่ข้างถนน

 

เจี่ยนอีหลิงขอเขาให้พาเธอมาที่นี่ เขาก็ไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร

 

เขาต้องการที่จะเข้าไปข้างในกับเธอ

 

แต่เธอนั้นพูดด้วยยากและปฏิเสธข้อเสนอของเขาไม่ยอมให้ใครติดตามเธอไป ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือจ๋ายหวินเชิ่ง

 

หยูซีคิดว่าเจี่ยนอีหลิงนั้นไปที่บ้านของอารอง ตามหลักการแล้วไม่น่ามีอะไรที่ต้องเป็นห่วง

 

แต่ไม่รู้ว่าทำไมหยูซีเกิดความรู้สึกว่าสถานการณ์ในวันนี้นั้นไม่ค่อยถูกต้อง

 

การรอคอยนั้นเป็นเรื่องที่น่ากระวนกระวาย และหยูซีก็อดไม่ได้ที่จะเดินวนไปเวียนมา

 

หลังจากที่ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เจี่ยนอีหลิงก็กลับออกมาจากบ้านเหอเยี่ยน

 

เธอเข้าไปนั่งที่เบาะหลังอย่างใจเย็น

 

จ๋ายหวินเชิ่งนั้นนั่งอยู่ถัดจากเธอ เขาเอนกายอยู่บนที่นั่ง หลับตาพริ้ม ดูผ่อนคลายมากกว่าหยูซีมากนัก

 

หลังจากที่เจี่ยนอีหลิงขึ้นไปบนรถ ตาของจ๋ายหวินเชิ่งที่หลับพริ้มอยู่ก็เผยช่องว่างและเหลือบมองไปยังเจี่ยนอีหลิง

 

หยูซีนั่งอยู่ที่นั่งคนขับ เขายิ้มและถามจ๋ายหวินเชิ่งกับเจี่ยนอีหลิงที่นั่งอยู่เบาะหลัง

 

“พวกเราจะไปไหนกันในตอนนี้”

 

จ๋ายหวินเชิ่งไม่ได้พูดแต่รอให้เจี่ยนอีหลิงเป็นคนให้คำตอบ

 

เจี่ยนอีหลิงยังไม่ทันได้พูด ทันใดนั้นดวงตาเธอก็มืดลง และทั้งตัวของเธอก็ล้มลง

 

จ๋ายหวินเชิ่งคว้าตัวเจี่ยนอีหลิงไว้

 

เมื่อสัมผัสหน้าผากของเจี่ยนอีหลิง ก็พบว่ามันร้อนผ่าว

 

เจี่ยนอีหลิงวิ่งออกจากโรงพยาบาลก่อนที่ลำไส้อักเสบจะทันได้รักษาหายขาด หลังจากที่วิ่งไปวิ่งมาตลอดเส้นทาง อาการอักเสบก็ทำให้เธอมีไข้สูง

 

“เกิดอะไรขึ้น” หยูซีดูกระวนกระวาย

 

“ขับรถเร็ว ไปโรงพยาบาล” จ๋ายหวินเชิ่งสั่งหยูซี

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส
Status: Ongoing
อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset