เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ / เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 191

[โอ พระเจ้า เจี่ยนอีหลิงเป็นอันดับหนึ่งจริงเหรอ ไม่มีข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลผลการสอบ พระเจ้า โลกนี้เกิดบ้าอะไรกันไปหมดแล้วนี่ พวกชั่วตอบโต้กลับหรือยังไงกัน]

 

[พวกชั่วบอกว่านับจากวันนี้เป็นต้นไป เจี่ยนอีหลิงจะเป็นขวัญใจของฉัน ฉันมีแรงบันดาลใจ ฉันมีเป้าหมาย โอววววววววว]

 

[ฉันอยากจะถามว่า เพื่อนนักเรียนคนไหนที่พูดว่าเจี่ยนอีหลิงโกงทั้งที่ไม่มีหลักฐาน รู้สึกเจ็บหน้าบ้างไหม]

 

แน่นอนว่าพวกเขารู้สึกหน้าชาดังนั้นพวกเขาจึงไม่ออกมาพูดกันในรอบนี้

 

หัวข้อการสนทนาของนักเรียนส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่ในเรื่องความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเจี่ยนอีหลิง

 

แต่ก็มีนักเรียนบางคนที่รู้สึกอึดอัด

หูเจียวเจียวเกิดความกล้าที่ยากจะมี เธอเดินไปยังที่นั่งของหวังเซี่ยวจ้งแล้วพูดว่า

 

“ดูสิ คนจากสถาบันวิจัยเคมีภัณฑ๋เยวลี่ก็ยังออกแถลงการณ์ว่าไม่มีปัญหากับผลการสอบ และผลการสอบของเจี่ยนอีหลิงก็สมเหตุผล นายมีอะไรจะพูดอีกไหม”

 

หูเจียวเจียวซึ่งหงุดหงิดกับหวังเซี่ยวจ้งไปสองครั้งแล้ว สุดท้ายเธอก็มีโอกาสได้แก้แค้น

 

หวังเซี่ยวจ้งยังคงไม่เชื่อ “แล้วแถลงการณ์ต่อสาธารณะล่ะมีหรือยัง แถลงการณ์บางอย่างก็มีไว้เพื่อหลอกคนที่ไม่มีความสามารถในการคิดเหมือนเธอ”

 

“ใครที่นายพูดว่าไม่มีความสามารถที่จะคิด” หูเจียวเจียวกระทืบเท้าของเธออย่างโกรธแค้น

 

“ยังไงก็ตาม ฉันไม่ได้เอ่ยชื่อ เธอเข้าใจได้ด้วยตัวของเธอเอง”

 

“นายผิดแต่ก็ไม่ยอมรับผิด” หูเจียวเจียวจ้องเขม็ง แต่เสียงของเธอนั้นเบาขาดน้ำหนักโดยไม่สามารถที่จะควบคุมได้

 

“นั่นก็ยังดีกว่าคนบางคนที่อาศัยอิทธิพลของครอบครัวตัวเองปิดบังข่าวฉาวของตัวเอง เข้าใจมั้ย” หวังเซี่ยวจ้งตอบโต้ เขากำลังด่าเจี่ยนอีหลิงทางอ้อม

 

“นายพูดเรื่องไร้สาระอะไรอีกแล้ว”

 

“ทำไมฉันจะต้องพูดไร้สาระ ฉันเพียงแค่ไม่ได้พูดว่าใครทำอะไรเท่านั้น”

 

หวังเซี่ยวจ้งมองตอบกลับไป

 

หูเจียวเจียวเดินกลับไปอย่างโกรธแค้นอีกครั้ง

 

ทุกครั้งที่หว้งเซี่ยวจ้งพูดถ้อยคำทำนองนั้น เธอก็จะโกรธจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

 

ช่างน่ารำคาญนัก

 

##

 

หลังจากที่โม่ชืออวิ้นเห็นแถลงการณ์ต่อสาธารณชนที่องค์กรได้ประกาศออกมา ความหวังสุดท้ายอันริบหรี่ก็ดับลง

 

องค์กรพูดว่าเจี่ยนอีหลิงไม่ได้โกง ดังนั้นอันดับของผู้ชนะก็จะไม่เปลี่ยนแปลง เธอก็ยังคงได้อันดับที่สิบเอ็ด ห่างเพียงลำดับเดียวกับอันดับที่สิบซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับรางวัล

 

เมื่อเห็นใบหน้าเศร้าของโม่ชืออวิ้น ชูชาก็ได้ปลอบโยนอยู่ด้านข้าง “ไม่ต้องเสียใจ ใครจะทำให้เจี่ยนอีหลิงเก่งขึ้นมาได้กัน จริงแล้วมันต้องเป็นการโกง ตระกูลเจี่ยนต้องไม่ปล่อยให้เหตุการณ์อื้อฉาวแบบนั้นเกิดขึ้นมาได้ เธอเลยต้องรับเคราะห์”

 

ชูชาก็มีท่าทีลำบากใจ ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาก็รู้ว่าตระกูลเจี่ยนเป็นผู้ที่จัดการเรื่องนี้อยู่เบื้องหลัง

 

โม่ชืออวิ้นพูดเสียงสะอื้น “สำหรับพวกเขา 200,000 หยวนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับฉันกับแม่ เงินรางวัล 30,000 หยวนถือว่าเป็นเงินช่วยชีวิต”

 

พวกเขาปกป้องเจี่ยนอีหลิงให้นั่งอย่างมั่นคงอยู่ในอันดับหนึ่งของการแข่งขัน แต่พวกเขาก็ทำลายหนทางเดียวที่จะช่วยเหลือเธอและแม่ไปจนสิ้น

 

“เงินช่วยชีวิตเหรอ เกิดอะไรขึ้นกับเธอเหรอ” ชูชาถาม

 

“ไม่มีอะไร” โม่ชืออวิ้นหักห้ามใจเอาไว้ เธอไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของเธอต่อหน้าชูชามากเกินไป

 

หลังจากที่โม่ชืออวิ้นกลับบ้านวันนั้นแล้ว เธอก็ยังรู้สึกเศร้าโศกเสียใจอยู่มาก

 

เห็นลูกสาวของตัวเองเป็นอย่างนี้ ป้าโม่รู้สึกเหมือนถูกมีดกรีด

 

นี่เป็นลูกสาวที่เธอมั่นใจและภาคภูมิใจ ลูกสาวที่เคยมั่นใจในตัวเองและสดใสเหมือนแสงตะวัน

 

แต่เพราะความผิดพลาดของเธอ ลูกสาวเธอจึงต้องทนระกำช้ำใจ

 

เธอล้มเหลวในฐานะแม่

 

ยิ่งป้าโม่คิดมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเสียใจ หลังจากลังเลอยู่สักพักหนึ่ง เธอก็โทรศัพท์ไปหาเหอเยี่ยนอีกครั้ง

 

ใช้เวลานานกว่าเหอเยี่ยนจะรับโทรศัพท์ “มีเรื่องอะไรเหรอ”

 

“ฉัน ฉันต้องการที่จะยืมเงินคุณ” เสียงของป้าโม่ฟังดูค่อนข้างที่จะกระสับกระส่ายและปราศจากความมั่นใจ

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส
Status: Ongoing
อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset