ตอนที่ 341 คนนอกตระกูล
ความง่วงของหยางโปหายไปแล้ว เขาก็โมโหขึ้นมา ไม่รู้ว่าใครที่แกล้งแผลงๆ น่าเบื่อแบบนี้ !
เขาจ้องโทรศัพท์ มองอยู่เป็นเวลานาน ตอนที่กำลังจะหลับตานอน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามก็วางสายไปเหมือนเดิม
หยางโปทนไม่ไหว โทรกลับไปแล้วถามว่า ” แกเป็นใคร ? “
สายยังไม่ได้วาง ฝ่ายตรงข้ามเงียบงันไปครู่หนึ่งแล้วถึงค่อยเอ่ยปาก ” คุณหยางได้ยินฉันไหม ? “
หยางโปพลันตกตะลึง ในน้ำเสียงนุ่มนวลของอีกฝ่ายแฝงไว้ด้วยความแข็งทื่อ นั่นคืออู่อี สาวญี่ปุ่นคนนั้น !
” เธอโทรมาหาฉันได้ยังไง ? ” หยางโปประหลาดใจมาก เขาคาดไม่ถึงว่าหลังจากที่ทะเลาะกับอีกฝ่ายไปแล้วอีกฝ่ายจะยังโทรศัพท์มาหาเขาได้ อู่อีกลับหัวเราะขึ้นมา น้ำเสียงแฝงเสน่ห์เบาบาง ” อย่าบอกนะว่าฉันโทรไปหานายไม่ได้ ? “
หยางโปขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาอะไรกันแน่ แต่คิดถึงติ่งใบนั้น หยางโปก็เอ่ยถาม ” พวกเธอเอาติ่งใหญ่นั้นไปแล้ว ? “
” ใช่แล้ว ตอนนี้เกือบใกล้จะใช้เรือส่งกลับไปในประเทศแล้ว ต้องขอบคุณคุณชายมากเลยนะ ! ” อู่อีหัวเราะ
” เธอโทรมามีเรื่องอะไร ? ” หยางโปเอ่ยถามอีกครั้ง
” ไม่มีอะไร เพียงแต่อยากมั่นใจความปลอดภัยของคุณหยางก็เท่านั้น ในเมื่อคุณชายหยางปลอดภัยดี ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว “
กล่าวจบ อู่อีก็วางสายไป
หยางโปถือโทรศัพท์พลางขมวดคิ้วแน่น เขามักรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าจะมีอะไรปิดบังตนเองเอาไว้ แต่ว่าเขาทำให้อีกฝ่ายพูดออกมาไม่ได้
วันต่อมา หยางโปถือวัตถุดิบหยกฝึกฝีมืออยู่ เมื่อเขาเห็นผลงานในท้ายที่สุดแล้วก็ไม่กล้าไปหาหลิ่วมีดเดียว การแกะสลักของเขาถดถอยไปไม่น้อย
หยางโปทำได้แค่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในพานเจียหยวน ผู้คนในพานเจียหยวนคึกคักกันทีเดียว หยางโปเดินอยู่รอบหนึ่ง ซื้อลูกประคำไม้จันทน์แดงเม็ดเล็กมาสายหนึ่ง ไม่ได้เก็บเกี่ยวอะไรมากนัก
” หยางโป ! “
ตอนที่หยางโปกำลังคิดจะออกไป จู่ๆ ก็ถูกเรียกให้หยุด เขาหันไปมองก็เห็นคนเดินมาหา คือหลี่หมิ่น !
หยางโปเคยเจอกับ หลี่หมิ่นครั้งหนึ่งแล้ว แต่ตอนนั้นเขาไม่รู้ฐานะของอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็น่าจะไม่รู้จักเขา ทั้งสองฝ่ายรีบร้อนเดินไป เขาคิดไม่ถึงว่าข้างนอกจะมีคนมากขนาดนี้ หลี่หมิ่นถึงกับยังจำตนได้
หยางโปเงยหน้าขึ้นมอง พยักหน้าแล้วเอ่ยอย่างแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก ” สวัสดีครับ คุณคือ ? “
” ฉันคือภรรยาของชุยซื่อหยวน ” หลี่หมิ่นมองหยางโปด้วยท่าทีเฉยชา ” เธอต้องมากับฉัน “
กล่าวจบ หลี่หมิ่นก็หันหลังเดินไป ราวกับมั่นใจว่าหยางโปจะต้องเดินตามเธอมาแน่ !
หยางโปไม่พอใจการกระทำของอีกฝ่าย โดยเฉพาะซ่งห้าวซวนที่มาเปิดร้ายขายของโบราณตรงข้ามสืออี๋ถาง เรื่องแบบนี้อย่าบอกนะว่าหลี่หมิ่นไม่รู้ ? ถ้าหากอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องนี้ก็แล้วไปเถอะ ถ้าหากอีกฝ่ายรู้เรื่องนี้ดี ถ้างั้นการกระทำของหลี่หมิ่นก็ควรต้องพิจารณาแล้ว !
หยางโปมองไปทางหลี่หมิ่นที่จากไป ทางนั้นมีร้านกาแฟร้านหนึ่ง บรรยากาศภายในร้านไม่เลว แล้วมีคนนั่งพักอยู่ด้านในไม่น้อย เขายิ้มบางแล้วก็เดินตามเข้าไป
บรรยากาศภายในร้านกาแฟเงียบสงบ แว่วเสียงเปียโนละเมียดข้างหู ระหว่างที่นั่งมีพนักกั้นสูงแยกออกจากกัน หน้าโต๊ะประดับด้วยดอกไม้แดงใบเขียว เป็นสถานที่ที่ดีในการพูดคุยเรื่องส่วนตัวที่ดีทีเดียว
หลี่หมิ่นนั่งลงเบาๆ ท่วงท่าสง่างาม เธอหันไปกล่าวกับพนักงานว่า ” มัคคิอาโต้แก้วหนึ่ง “
กล่าวจบหลี่หมิ่นก็เงยหน้ามองหยางโป ” เธอจะดื่มอะไร ? “
หยางโปมองแม่เลี้ยงของตนที่หันมาก็เอ่ยตอบ ” น้ำอุ่นแก้วหนึ่งก็แล้วกัน “
หลี่หมิ่นไม่ได้พูดมาก ส่งสัญญาณให้พนักงานจากไปได้
ไม่นานกาแฟและน้ำดื่มก็มาเสิร์ฟ ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน ไม่มีใครเปิดปากพูดก่อน
ห้าหกโมงเย็นแล้ว ภายในร้านกาแฟมีคนไม่มาก คู่รักสองสามคู่นั่งกระซิบกระซาบกัน ผู้คนนอกหน้าต่างกระจกเดินไปอย่างเร่งรีบ รถบนถนนไม่ติดขัด ผ่านไปอีกพักหนึ่งรถน่าจะติดแล้ว
หลี่หมิ่นดึงสายตากลับมาจากด้านนอก และดึงกระแสความคิดสับสนกลับมา มองใบหน้าของหยางโปที่คล้ายคลึงกับชุยซื่อหยวน ในใจก็ขมขื่น แต่ว่าเธอยังฝืนใจเอาไว้ มองไปทางหยางโป ” ทำไมถึงมีเวลามาถึงเมืองหลวง ? ธุรกิจที่ร้านยังดีอยู่ไหม ? “
หยางโปมองอีกฝ่าย ” ธุรกิจก็ยังดีอยู่ แค่ช่วงก่อนหน้ามีคู่แข่งเล็กน้อย แต่ว่าก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆ แต่ก็จัดการเรียบร้อยแล้วล่ะ “
หยางโปจ้องสีหน้าของหลี่หมิ่น เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจก็ยิ่งหัวเราะ
หลี่หมิ่นทนความโกรธในใจไม่ไหว เรื่องแบบนี้เธอคิดว่าตนเองอดทนความไม่ยุติธรรมใหญ่หลวง ที่สามีของเธอมีลูกคนหนึ่งอยู่ข้างนอกมาตลอด แต่เธอแต่งงานมาหลายปีกลับไม่มีลูกชายก็เพราะสามี เธอกอดความหวังเอาไว้หลายส่วน อยากให้หลานชายบ้านตนสืบทอดกิจการ หรือว่าเธอยังพลาดอะไรไปอีก ?
เธอกอดความคิดที่จะประนีประนอมจนต้องมาติดต่อกับหยางโป คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายพูดประโยคแรกก็ทิ่มแทงบาดแผลของตนแล้ว หลานของตนไม่มีผลงาน นั่นก็เป็นหลานของตน ! หยางโปมีความสามารถ นั่นก็ไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับตนเลยแม้แต่น้อย !
” อ้อ อย่างนั้นเหรอ ดูเหมือนกิจการของเธอที่จินหลิงน่าจะดีมากเลยนะ ” หลี่หมิ่นจ้องมองหยางโป
” สุขภาพของแม่เธอเป็นยังไงบ้างล่ะ ? “
หยางโปจ้องเขม็ง สองตาถมึงทึงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้เรื่องราวของเขา แต่เวลานี้อีกฝ่ายพูดประโยคนี้ คิดจะยั่วยุเขาใช่ไหม ?
” อ้อ ขอโทษที ฉันพูดถึงแม่เลี้ยงของเธอน่ะ ” หลี่หมิ่นโบกมือเบาๆ ทำท่าทีเอ่ยถึงอย่างไม่ใส่ใจ
หยางโปจ้องอีกฝ่าย ใบหน้าไม่น่ามองเล็กน้อย ” คุณนายหลี่ พวกเรามีเรื่องจะพูดก็พูดกันตรงๆ ไม่จำเป็นต้องวกวนอ้อมค้อมขนาดนั้นหรอก ! “
หลี่หมิ่นหัวเราะเสียงเบา ดื่มกาแฟอึกหนึ่ง สองตาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังดื่มดำรสชาติของกาแฟ ทันใดนั้นเธอก็ลืมตามองไปที่หยางโป ” ฉันอยากให้เธอออกจากบ้านตระกูลชุยสักหน่อย จะให้ดีก็อย่ามาโผล่ที่เมืองหลวงอีก ! “
หยางโปมองอีกฝ่าย ไม่ว่าเธอจะเสแสร้งจอมปลอมมากแค่ไหน เป้าหมายในท้ายที่สุดก็เพียงแค่ต้องการ
ป้องกันการนับญาติของเขา ถึงแม้อีกฝ่ายมาพูดกับหยางโป เขาก็ไม่ยินดีที่จะนับญาติอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ยินยอมถูกคนอื่นมาบงการด้วยเรื่องนี้เหมือนกัน !
” คุณนายหลี่ คุณแซ่อะไร ? ” หยางโปจ้องหลี่หมิ่นพลางเอ่ยปาก
หลี่หมิ่นชะงัก ไม่ได้ตอบกลับมา
หยางโปกลับลุกขึ้นยืนแล้ว เขามองอีกฝ่าย ” คุณแซ่หลี่ ไม่ได้แซ่ชุย นี่คือเรื่องของตระกูลชุย คนนอกตระกูลคนหนึ่งเกรงว่าจะไม่ควรมายุ่ง ! “
หยางโปเหลือบมองหลี่หมิ่นแวบหนึ่ง แค่นเสียงหึแล้วหันหลังเดินออกไป
หลี่หมิ่นโกรธจนตัวสั่นไปทั้งตัว เธอมองไปทางที่หยางโปจากไป สองตาแดงก่ำ ประโยคท้ายสุดของหยางโปนั้นทิ่มแทงเธอมากทีเดียว ” คนนอกตระกูลคนหนึ่ง ” ! เธอแต่งเข้าตระกูลชุยมาเกือบยี่สิบปี ท้ายที่สุดแล้วกลับถูกเด็กคนหนึ่งเรียกว่าคนนอกตระกูล !
เธอเคยเอาเรื่องนี้ไปคุยกับตาเฒ่า ท้ายสุดแล้วก็ถูกถ้อยคำอ่อนโยนของอีกฝ่ายทำลายลง เหตุผลสุดท้ายเพียงแต่ตรงนี้ เธอคือคนนอกตระกูลคนหนึ่ง !
หรือว่าเธอคลอดลูกไม่ได้ ความผิดถึงอยู่ที่เธอ ? หรือว่าเธอแต่งเข้าตระกูลชุยมาหลายปี ไม่ได้มีคุณงามความดีเลยแม้แต่น้อย ?
อย่าบอกนะว่าที่เธอยอมเป็นวัวเป็นม้าให้ชุยซื่อหยวน แต่ก็กลับถูกเรียกแบบนี้ ?
ไม่ เธอจะไม่ยอมรับมัน !