บทเรียนน้ำผึ้งของอาจารย์ฮิมิยามะ
“……ผมเข้าใจละ” (ยูกิ)
แล้วผมก็ได้พับกระดาษที่อ่านเสร็จแล้วอย่างเบามือแล้วใส่มันกลับเข้าไปในซอง
ความในใจที่เขียนไว้ในจดหมายนี้ มันถูกปิดผนึกโดยไม่เคยถูกเปิดออกเป็นเวลา ปีแล้วปีเล่าถึงตอนนี้ กับความรู้สึกที่ไม่เคยได้ถูกรับรู้ถึงความในใจจากในวันนั้นมันก็ยังคงไม่จางหายไป และเธอ ฮิมิยามะซัง ก็เลยถูกจองจำกักขังเอาไว้มาตั้งแต่ในตอนนั้น
ถ้าหากพวกคุณถามผมล่ะก็ มันก็ยังคงมีรู้สึกคลุมเครืออยู่ ความทรงจำนี้ที่ผมก็ลืมมันไปตั้งนานแล้ว มันเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าเบื่อหน่ายจากในอดีต แล้วในที่สุดผมก็ได้รู้ว่ามันได้ทรมานเธอมาตลอดราวกับเป็นคำสาป ส่วนผมนั้นมันเป็นแค่เรื่องปกติ แต่ว่าสำหรับฮิมิยามะซังนั้น มันไม่ใช่
“ผมขอโทษด้วย!” (ยูกิ)
แล้วผมก็ได้ก้มหัวลงให้ และนั่นก็คือทั้งหมดที่ผมนั้นจะทำให้ได้ กับเวลามากมายที่เธอสูญเสียไป กับวันที่เธอควรจะได้ทำงานเพื่อความฝันของเธอ กับความหวังที่เธอนั้นได้เคยมี กับอุดมคติที่เธอยึดมั่น มันไม่ต้องสงสัยเลยว่าผมได้เหยียบย่ำพวกมันทั้งหมดไป ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับเรื่องนี้เลย
“หยุดนะ! ยูกิโตะคุง ฉันเองต่างหากที่จะต้องเป็นคนขอโทษ ฉันเองก็เป็นคนคิดไปเองว่ามันอาจจะดีกว่าถ้าหากฉันได้ทิ้งมันเอาไว้อยู่แค่นั้น ฉันน่ะคิดว่ามันอาจจะดีกว่าถ้าหากว่าฉันจะสามารถเป็นเพื่อนกับเธอที่ยังคงลืมมันไปแล้วอยู่ แต่ว่าฉันก็รู้ว่าตัวฉันเองก็จะไม่สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าหากยังเป็นแบบนี้……” (ฮิมิยามะ)
แล้วฮิมิยามะซังก็ได้ก้มศีรษะลงอย่างเต็มที่ กับความทรงจำที่ยังคงคลุมเครือ ในวันที่ผมนั้นไม่ยอมรับจดหมายที่เหมือนกับที่ฮิมิยามะซังส่งมาเหมือนในตอนนี้นั้น
ซึ่งมันก็ไม่ใช่เหตุผลสลักสำคัญอะไร เพราะผมนั้นไม่ได้สนในใจเนื้อหาของจดหมาย และก็ไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก เพราะว่าเธอนั้นกำลังจากออกจากโรงเรียนไปอยู่แล้ว ผมก็เลยไม่ได้สนใจเธออีกก็เท่านั้น
แต่ว่ามันก็คงแตกต่างกันไปจากนี้ อนาคตของฮิมิยามะซังคงจะเปลี่ยนไปจากนี้อย่างแน่นอน ถ้าหากว่าผมนั้นยอมรับมันเอาไว้ ผมนั้นดูจะไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า พวก DV(domestic vioience) ที่เอาแต่ผูกเธอยึดติดไว้ในอดีตและเก็บเอาเธอมาไว้เป็นทาส
“ก็ถ้าผมแค่ยอมรับสิ่งนี้ ความฝันของคุณคงจะได้เป็นจริง และตอนนี้คุณคงได้เป็นครูไปแล้ว ใช่ไหมล่ะครับ?” (ยูกิ)
“นั่นน่ะไม่จริงหรอก! เพราะฉันเองก็ได้คิดไปแล้วว่าฉันน่ะคงต้องมีการทำผิดพลาดลงไปอีกในที่ไหนสักแห่งในตอนนั้นแน่ เพราะว่าฉันน่ะยังไม่สามารถเชื่อมช่องว่างระหว่างความเป็นจริงกับอุดมคติได้เลย และแล้วฉันก็ได้ไปทำร้ายใครบางคน และเพียงคนเดียวที่ฉันได้ทำร้ายไปก็คือยูกิโตะคุง” (ฮิมิยามะ)
“แต่ถ้าคุณไม่ได้มาเจอกับผม เรื่องพวกนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น…….” (ยูกิ)
“ฉันดีใจนะที่ได้กลับมาคุยกับเธอน่ะ ฉันน่ะคิดว่าตัวเองโชคดีมากกว่าอะไรๆซะอีก……. และนี่ก็คืออนาคตที่ฉันได้เลือก ดังนั้นโปรดอย่าได้พูดแบบนั้นเลยนะ ยูกิโตะคุง ไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วงหรอกจ๊ะ” (ฮิมิยามะ)
“…… อย่างนั้นเหรอครับ?” (ยูกิ)
“ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆนะ ที่ตอนนั้นฉันน่ะไม่เชื่อเธอ ถ้าหากว่าฉันได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องจริงๆแล้วล่ะก็ ฉันก็มั่นใจเลยว่าคงจะไม่มีใครที่ได้รับผลอะไร แล้วพวกเรื่องเศร้าตอนนี้มันก็พอแล้วล่ะนะ!” (ฮิมิยามะ)
คงทำเพื่อที่จะเปลี่ยนบรรยากาศ ฮิมิยามะซังจึงได้ทำท่าร่าเริงออกมา
ที่จริงผมนั้นได้รับการติดต่อจากฮิมิยามะซัง และให้มาที่ห้องประชุมที่ได้เอาเช่าไว้ เธอนั้นได้โทรมาหาผมและบอกว่าเธอนั้นต้องการที่จะฝึกฝนก่อนจะเข้าทำงานเป็นติวเตอร์จริงๆ
“แล้วผมควรจะทำอย่างไรล่ะครับ?” (ยูกิ)
“ก็พวกบทเรียนนี้มันจะเป็นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นน่ะ ดังนั้น ฉันเองก็เข้าใจนะว่าเธอคงจะเบื่อ แต่ไม่ว่ายังไงก็ขอให้เธอต้องเล่นบทเป็นนักเรียนด้วยนะจ๊ะ” (ฮิมิยามะ)
“ฉันคิดถึงชุดนี้ของคุณ”จัง (ยูกิ)
“คือฉันทิ้งมันไปไม่ได้น่ะ……. ถึงแม้ว่ายังคงมีเรื่องที่ยังเสียใจอยู่บ้าง แต่ฉันก็รู้สึกว่า ฉันน่ะต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งน่ะจ๊ะ” (ฮิมิยามะ)
ในตอนที่เธอนั้นพูดออกมาแบบนี้ ผมก็เห็นได้ชัดเลยว่ามือของเธอนั้นสั่นอยู่เล็กน้อย ขณะที่เธอได้ไปยืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด มันคงอาจเป็นความกลัวหรือความกังวลใจ หรือบางทีอาจเป็นทั้งสองอย่าง ฮิมิยามะซังพยายามที่จะเรียกเอาความภาคภูมิใจของเธอนั้นกลับคืนมาต่อหน้าผม ผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิ่งที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นแบบนั้น และเธอก็ได้สวมชุดสูทสีสดแบบเดียวกับที่เธอได้เคยสวมในวันนั้นด้วย
เพราะแบบนั้นแล้ว ผมนั้นก็เลยไม่สามารถจะทำได้อีก……. ด้วยสิ่งที่กำลังคิดอยู่นี้ ผมเลยพูดออกไปเบาๆ ไปตามปกติเพื่อคลายความตึงเครียดและเพื่อที่จะช่วยสลัดความกลัวนั้นออกไป
“นี่คงไม่ใช่ Patsun Patsun หรอกใช่ไหมครับ?” (Yuki) [TL: หมายความว่าชุดเล็กไปและตรึงเปรี๊ยะ]
“อูฟุฟุฟุ เธอกำลังพยายามจะบอกว่าฉันอ้วนใช่ไหม? ก็มันช่วยไม่ได้นี่นะ เพราะมันก็นานมาแล้วนี่ และรูปร่างของฉันนั้นก็ดูจะแย่ลง แต่ว่าฉันก็ยังคงพยายามดึงดันตัวเองให้สวมชุดนี้น่ะ แต่ก็แค่วันนี้เท่านั้นล่ะนะ” (ฮิมิยามะ)
“งั้นผมคงจะมีปัญหาในการมองด้วยตาของผมแล้วล่ะ” (ยูกิ)
“โอ้ เธอนี่ช่างเป็นนักเรียนเจ้าปัญหาจริงนะจ๊ะ งั้นเรามาเริ่มกันเลยไหม?” (ฮิมิยามะ)
ด้วยบรรยากาศที่ดูจะผ่อนคลายแล้ว และผมก็เข้าสู่บทเรียนของฮิมิยามะซังไปอย่างเงียบๆ ในส่วนเนื้อหานั้นก็ช่างเรียบง่ายและเป็นพื้นฐาน แต่ว่าการทบทวนอะไรแบบนี้นานๆที มันก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน แล้วตอนที่ผมก็กำลังจดจ่ออยู่กับผม แต่แล้วผมก็เห็นท่าทางที่ดูหงุดหงิดที่ไม่รู้จะบรรยายยังไงบนใบหน้าของฮิมิยามะซัง
“……อืม ยูกิโตะคุงจ๊ะ?” (ฮิมิยามะ)
“ครับ?” (ยูกิ)
“เป็นก็เรื่องดีนะที่เธอจะเป็นนักเรียนที่ทำตัวจริงจัง แต่ว่ามันจะทำให้ฉันประหม่า ถ้าหากว่าเธอจะจริงจังมากจนเธอไม่แม้แต่จะพูดอะไรเลยน่ะ และถ้าหากว่ามันราบรื่นเกินไป ดูมันก็จะไม่ใช่วิธีแนวทดลองปฏิบัติที่ดีนักนะ” (ฮิมิยามะ)
“เข้าใจแล้วครับ นั่นน่ะจริงเลยทีเดียว” (ยูกิ)
มันคงจะเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อพวกคุณลองคิดมันดีๆ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนนั้นจะเงียบไปซะหมด เราจะต้องเตรียมจัดการรับมือกับนักเรียนหลายประเภทไว้ด้วย และบางคนนั้นอาจมีบุคลิกที่ดูเข้าถึงลำบาก มันก็ไม่มีทางที่ฮิมิยามะซังจะฝึกฝนอะไรแบบนั้นได้ และสิ่งที่เธอต้องการนั้นคือความสามารถในการแสดงออก
“ผมเข้าใจล่ะ งั้นผมจะลองทำ ความต่างของนักเรียน:[นักเรียนที่ทำตัวน่ารำคาญ]” (ยูกิ)
“เป็นอะไรไปน่ะ อยู่เธอก็พูดออกมาเหมือนพวกเล่นตลกเลยนะ” (ฮิมิยามะ)
“ช่าย ช่าย! นี่คุณมีแฟนแล้วรึยัง ตอนนี้คุณสะดวกไหมครับ? ถ้าเป็นแบบนั้น คุณอยากจะดื่มชาด้วยกันไหมล่ะ? สมัยนี้เขาไม่พูดกันแล้วมั้ง งั้น? เอะเหะๆๆๆๆ นี่ช่วยบอกทรีไซส์ของคุณหน่อยสิ! เอะเหะๆๆๆๆ” (ยูกิ)
“นี่เธอจะเปลี่ยนเร็วมากไปแล้วนะ” (ฮิมิยามะ)
“ก็ผมหมายถึงว่า การเรียนด้วยแบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไรน่ะ? ถ้าหากผมจะไม่แยกเป็นตัวประกอบหลายตัว เพื่อให้คุณได้เตรียมออกไปสู่โลกภายนอก แล้วผมก็คงจะได้เป็นแร็ปเปอร์ในอนาคตด้วยล่ะ” (ยูกิ)
“มันน่าเกลียดออกนะ ยูกิโตะคุง” (ฮิมิยามะ)
“โย่! โย่ว!” (ยูกิ)
แล้วผมก็ได้กลายเป็นเด็กนักเรียนมัธยมต้นที่น่ารำคาญในโลกที่อยู่ยากนี้ ซึ่งในบางครั้งคุณอาจจะต้องได้ไปพบเข้ากับนักเรียนที่น่ารำคาญแบบนี้ด้วย ถ้าหากว่าเธอนั้นไม่สามารถที่จะผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปได้ ผมก็คงจะต้องเป็นห่วงในเรื่องอนาคตของเธอน่ะ
“ฟุฟุ…ฟุฟุฟุ… มันก็ใช่นั่นละนะ ถ้าเธออยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวฉันมากซะขนาดนี้ งั้นวันนี้เรามาเรียนวิชาพละและสุขภาพ แบบชั้นเรียนพิเศษกันเถอะ ฟุฟุฟุฟุฟุ” (ฮิมิยามะ)
“ฮ๊ะ?” (ยูกิ)
“ฉันจะได้บอกเธอได้ตลอดในทุกเมื่อที่เธอนั้นอยากจะรู้น่ะ” (ฮิมิยามะ)
“ไม่ เดี๋ยว เอ๋? (ยูกิ)
“เรามาเริ่มเรียนกันแบบตัวต่อตัวกันเถอะนะ?” (ฮิมิยามะ)
“แย่แล้ว นี่มันกับดัก!” (ยูกิ)
สถาณะอัพเดท
ความฉลาดของ Yukito Kokonoe เพิ่มขึ้น▲
ความแข็งแกร่งทางกายของ Yukito Kokonoe ลดลง▼
ส่วนนูนของ Yukito Kokonoe เพิ่มขึ้น▲
“ส่วนนูนนี่มันอะไรกัน!” (ยูกิ)
“เธอหมายถึงสิ่งนี้เหรอจ๊ะ?” (ฮิมิยามะ)
“อ-อย่าแตะต้องน๊ะ!” (ยูกิ)
ฮ่าๆๆๆ …… ที่นี่มันคือนรก มันเป็นหลุมแห่งห้วงนรก แล้วผมก็ได้รับการสอนไว้ซะหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างลับๆในชั้นเรียนสุขศึกษานี้ และก็บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่ก็ช่างมหัศจรรย์นัก…….
และแล้วผมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“จะว่าไปแล้ว ผมได้ไปเจออดีตคู่หมั้นของคุณเมื่อสักพักใหญ่มาแล้วน่ะ” (ยูกิ)
“อดีตคู่หมั้น เธอหมายถึง…… มิกิยะซัง?” (ฮิมิยามะ)
“ใช่ พอดีพวกเราไปพักที่ เรียวกัง อุมิบาระ ในวันหยุดหน้าร้อนเพื่อไปพักผ่อนกับครอบครัวน่ะครับ” (ยูกิ)
“อย่างนั้นเองหรือ? ความบังเอิญนี่มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวนะ แล้วมิกิยะซังพูดอะไรกับเธอบ้างล่ะ?” (ฮิมิยามะ)
ผมน่ะรู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ใช่คนมีการคบชู้ แต่พอลองคิดดู ผมคิดว่าเขานั้นได้พูดอะไรบางอย่างเหมือนจะเกี่ยวกับการขอความร่วมมือจากผม แต่ว่าผมเองก็กลัวที่จะบอกเรื่องนี้กับฮิมิยามะซัง เพราะมันอาจจะทำให้เรื่องในตอนนี้แย่ลงได้ และถ้าหากว่าฮิมิยามะซัง รู้ว่าเขานั้นมาขอให้ผมช่วยพูดกับเธอ เธอเองก็คงจะโกรธมาก
แต่ว่า…
ถึงแม้จะมีอะไรผิดพลาด เกิดความเข้าใจผิด หรือแม้จะสื่อสารผิดพลาดไป ผมเองก็ยังคงอยากที่จะให้เธอนั้นได้ก้าวต่อไปข้างหน้า เช่นเดียวกันกับที่เธอได้ทำในวันนี้เพื่อที่จะเอาชนะอดีต
“เขาบอกว่าเขาอยากที่จะต้องการพบและพูดคุยกับคุณอีกครั้ง จากที่ผมได้ไปขัดจังหวะเขาไว้ในครั้งก่อนน่ะครับ” (ยูกิ)
“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าเขาจะเอามันไปพูดกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องแบบนี้……” (ฮิมิยามะ)
“เราก็แค่ได้คุยกันนิดหน่อยเองครับ” (ยูกิ)
“เธอยังโอเคดีไหม? แน่ใจนะว่าไม่ได้ถูกหลอกใช้งานอยู่? ฉันเองก็ไม่ค่อยอะไรรู้เกี่ยวกับเขานัก แต่รู้แค่ว่าแม่ของเขาน่ะเป็นผู้หญิงแกร่ง” (ฮิมิยามะ)
“ไม่เป็นไรครับ ผมน่ะไม่ได้พบกับเธอหรอก เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องของผมที่จะต้องเข้าไปยุ่ง แต่ว่าทำไมคุณถึงไม่ไปเผชิญหน้ากับมันให้ดีล่ะครับ” (ยูกิ)
“ไม่มีอะไรจริงๆ งั้นเหรอ? งั้นมันก็จบแล้วล่ะและฉันก็ไม่นึกไม่เสียใจเลย….” (ฮิมิยามะ)
“ได้โปรด” (ยูกิ)
เนื่องจากผมได้ไปบิดเบือนชะตากรรมของฮิมิยามะซังเอาไว้ และนี่จึงเป็นวิธีที่ดูจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยในการชดใช้บาปของผม แต่ถ้าหากว่าเธอได้มีความสุข ถ้าหากว่าจะมีอะไรที่เธอจะได้คืนมา ผมเองก็อยากที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเธอ
“ยูกิโตะคุง……. ฮ่าาา ฉันเข้าใจแล้วล่ะ แล้วฉันจะไปคุยกับเขาเองนะ” (ฮิมิยามะ)
“ขอบคุณมากครับ!” (ยูกิ)
“เธอนี่เป็นเด็กนักเรียนที่รับมือยากซะจริงนะจ๊ะ” (ฮิมิยามะ)
แล้วประตูก็ถูกเปิดออกมาด้วยเสียงดังปัง และก็เป็นอาจารย์ซันโจจิที่เป็นคนเดินเข้ามา
“มิซากิซัง นี่ก็นานพอควรเลยนะ ที่ -พวกเธอทำอะไรกันอยู่น่ะ!?” (ซันโจจิ)
“มันเป็นบทเรียนส่วนตัวที่เป็นความลับครับ เกะเหะๆๆๆๆๆๆ” (ยูกิ)
“ยูกิโตะคุง?!” (ฮิมิยามะ)
“น-นี่มันรับไม่ได้!” (ซันโจจิ)
และหลังจากนี้ อาจารย์ซันโจจิก็ได้เทศนาผมอย่างยาว แต่ก็ดูเหมือนว่าฮิมิยามะซังและอาจารย์ซันโจจินั้นเป็นเพื่อนสนิทกัน เธอบอกผมว่าพอเธอได้ยินข่าวว่าฮิมิยามะซังนั้นกำลังจะกลับไปทำงานเป็นติวเตอร์ เธอก็เลยอยากจะมาเพื่อสนับสนุนเธอ
พอผมคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง นี่ดูผมเอาแต่จะไปสร้างความทุกข์ยากอย่างหนักให้คนอื่น ไม่เพียงแต่กับฮิมิยามะซัง แต่ก็ยังรวมไปถึงอาจารย์ซันโจจิด้วย และนั่นเองก็ไม่ใช่ทั้งหมด ผมนั้นมักที่จะสร้างความเดือนร้อนให้คนที่รอบข้างอยู่เสมอ
– ดูราวกับว่าตัวตนการมีอยู่ของผมนั้น มีแต่จะนำโชคร้ายมาให้