ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ – ตอนที่ 159 อัดมัน มันวอนโดนอัด / ตอนที่ 160 น่ารักจนหัวใจจะวาย

ตอนที่ 159 อัดมัน มันวอนโดนอัด

 

 

ตอนนี้ลู่เสวี่ยเฉินและอวี๋กานกานถือว่าสนิทกันแล้ว เขาอยากลองเอาเท้าไปสะกิดขาของอวี๋กานกาน ลองทดสอบดูสักหน่อยก็แล้วกัน ในขณะที่กำลังคิดอยู่ ลู่เสวี่ยเฉินก็คอยๆ เลื่อนเท้าของตัวเอง ทันใดนั้นเกิดเสียงกระทบกันระหว่างตะเกียบและช้อนดังขึ้นจากด้านข้าง เขาหันไปมองตามสัญชาตญาณ พลันสบเข้ากับนัยน์ตาเย็นยะเยือกของฟังจือหัน จากนั้นมีฝ่าเท้าของคนคนหนึ่งเหยียบเข้าที่เท้าของเขาอย่างแรง!

 

 

ลู่เสวี่ยเฉินเจ็บจี๊ดจนตัวหงิกตัวงอ เขาข่มความเจ็บไว้ มองฟังจือหันด้วยสีหน้าทุกข์ทรมาน “นายเหยียบเท้าฉันทำไมเนี่ย”

 

 

ฟังจือหันจ้องมาที่เขา พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ขัดหูขัดตา”

 

 

ลู่เสวี่ยเฉินอัดอั้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าฟังจือหันมองออกว่าเขาวางแผนจะสะกิดอวี๋กานกาน หมอนั่นจึงจงใจเหยียบเท้าของเขา ก็แค่โดนนิดโดนหน่อย ไม่ได้ลวนลามสักหน่อย เอะอะ หึง เอะอะหึง หวงจนน่ากลัว อยากครอบครองจนน่ากลัว โรคจิตชัดๆ

 

 

ลู่เสวี่ยเฉินวางตะเกียบลงอย่างแรง ถลึงตาใส่ฟังจือหันด้วยความโกรธ “ขอโทษฉันมาเลย ไม่งั้นไม่จบ”

 

 

ในปากของอวี๋กานกานมีลูกชิ้นปลาคาอยู่ ยังไม่ทันได้กลืน แก้มทั้งสองด้านพองออก มองลู่เสวี่ยเฉินที่จู่ๆ ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ในตอนที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถามพวกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามายืนอยู่บริเวณด้านข้างโต๊ะของพวกเขา

 

 

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาใช้ได้ โครงหน้าคมคายแบบลูกครึ่ง รูปร่างกำยำล่ำสัน มาดแมนดั่งชายชาตรี ในมือของเขาถือดอกกุหลายอยู่หนึ่งดอก

 

 

ในตอนที่อวี๋กานกานเห็นชายหนุ่มคนนี้ เธอคิดว่าเขาน่าจะมาจีบหลินจยาอวี่ เพราะหลินจยาอวี่เป็นหญิงสาวพราวเสน่ห์ สาวสวยแบบนี้ต่อให้เย็นชาก็ยังสามารถทำให้ชายหนุ่มคลั่งไคล้ได้ กลับกันกับหลินจยาอวี่ ตอนที่เธอเห็นชายหนุ่มคนนี้ เธอคิดว่าเขาต้องเข้ามาจีบอวี๋กานกานแน่ สำหรับเธออวี๋กานกานสมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่าง ถ้าเธอเป็นผู้ชาย เธอเองก็ต้องชอบและหมายมั่นว่าจะแต่งอวี๋กานกานเข้าตระกูลอย่างแน่นอน แต่ผลปรากฏว่าเกินความคาดเดาของพวกเธอทั้งสองอย่างสิ้นเชิง

 

 

ดอกกุหลาบของชายหนุ่มไม่ได้ถูกยื่นมาให้พวกเธอคนใดคนหนึ่ง แต่กลับถูกยื่นไปตรงหน้าของลู่เสวี่ยเฉิน สายตาลึกซึ้งของชายหนุ่มจ้องมองไปยังลู่เสวี่ยเฉิน “สวัสดีครับ ผมชื่อหมาเค่อซือ เรามาทำความรู้จักกันสักหน่อยได้ไหมครับ”

 

 

พูดยังไม่ทันจบดีก็เกิดเสียงเพี้ยะ ดังขึ้น จานชามบนโต๊ะอาหารสั่นสะเทือนส่งเสียงดังโพล้งเพล้ง ลู่เสวี่ยเฉินตบโต๊ะ ถลึงตาและพูดใส่ชายหนุ่มคนนั้นอย่างโหดเ**้ยมอำมหิต “เชื่อไม่เชื่อว่าตูจะเอาเอ็งให้ตาย!”

 

 

ชายหนุ่มสะดุ้งตกใจ ถือดอกกุหลาบกุลีกุจอรีบวิ่งหนี ภาพเหตุการณ์นี่มันช่างพิลึกเสียนี่กระไร

 

 

อวี๋กานกานช็อก อ้าปากค้าง “…”

 

 

หลินจยาอวี่ช็อก ตาเบิกโต “…”

 

 

แต่ฟังจือหันกลับสงบนิ่ง สีหน้าไม่มีความประหลาดใจแม้แต่น้อย ทั้งยังมีอารมณ์มาคีบอาหารให้อวี๋กานกานอีก เห็นได้ชัดว่าภาพเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟังจือหันเคยเห็น

 

 

ลู่เสวี่ยเฉินขมวดคิ้วแน่นเป็นปม สีหน้าดูไม่ได้

 

 

อวี๋กานกานต้องการจะปลอบเขา “แหะๆ นึกไม่ถึง ว่านายจะเสน่ห์แรงขนาดนี้” เสน่ห์ของหญิงสาวสองคนรวมกันยังสู้ลู่เสวี่ยเฉินที่สวยหวานยากที่จะแยกออกว่าเป็นเพศหญิงหรือชายไม่ได้ ในฐานะที่เป็นผู้หญิงช่างรู้สึกน่าละอายแก่ใจเหลือเกิน…

 

 

คำพูดนี้ไม่เพียงแต่ไม่สามารถปลอบประโลมลู่เสวี่ยเฉิน หนำซ้ำยังทำให้ดวงตาคู่สวยของลู่เสวี่ยเฉินเกิดเพลิงโทสะลุกโชนขึ้นอย่างฉับพลัน เขาลุกพรวดขึ้น อวี๋กานกานตกใจเผลอลุกขึ้นยืนตาม

 

 

ฟังจือหันยื่นมือออกมาดึงเธอให้นั่งลง “นั่งกินข้าวดีๆ”

 

 

อวี๋กานกานมองลู่เสวี่ยเฉินด้วยความเป็นห่วง “นายจะทำอะไร”

 

 

ความโกรธเกรี้ยวของลู่เสวี่ยเฉินพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ปลอดปล่อยไอสังหาร มองไปทางที่ชายหนุ่มคนเมื่อครู่เดินออกไป พูดอย่างโหดเ**้ยม “ไปอัดมัน!”

 

 

เขาคือลู่เสวี่ยเฉินเชียวนะ ลู่เสวี่ยเฉินผู้โหดเ**้ยมไร้เหตุผล จะมาโดนคนอื่นหยามเกียรติแบบนี้ได้อย่างไร

 

 

หลินจยาอวี่เหลือบสายขึ้นมองลู่เสวี่ยเฉิน พูดหน้าตาย “เขาวอนโดนนายอัดจะแย่อยู่แล้ว”

 

 

อวี๋กานกานปิดปากตัวเองด้วยความอึ้งทึ่ง “….”  

 

 

พระเจ้าช่วย จยาอวี่ เธอนี่มันช่างกล้าพูดจริงๆ   

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 160 น่ารักจนหัวใจจะวาย

 

 

ใบหน้างดงามอันแสนชั่วร้ายของลู่เสวี่ยเฉินถมึงทึงลงทันที เขาหันไปมองหลินจยาอวี่ด้วยสายตาเย็นยะเยือก

 

 

หลินจยาอวี่เพิ่งจะตระหนักได้ว่าตนเองเลือกใช้คำผิด รีบกล่าว “ขอโทษ” จะยืดก็ได้จะหดก็ได้[1] ยอมรับผิดและกล่าวขอโทษออกมาทันที ทำให้ลู่เสวี่ยเฉินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

 

 

ลู่เสวี่ยเฉินสบเข้ากับดวงตาใสสะอาดของหญิงสาว ราวกับดาวเหนือในค่ำคืนที่มีหิมะโปรยปราย ช่างสวยสดงดงามชวนให้อยากนำเอามาครอบครอง ความคิดเช่นนี้ทำให้ลู่เสวี่ยเฉินถึงกับกระแอมออกมาเบาๆ เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ พูดด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา “เพื่อดึงความสนใจจากผม ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้วิธีนี้”

 

 

ผู้ชายคนก่อนหน้านี้ก็ใช่ หลินจยาอวี่เองก็ด้วย ต้องการดึงความสนใจจากเขาอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่วิธีเหล่านี้มันตื้นเขินเกินไป โชคดีที่เขาเป็นคนใจกว้างเลยไม่ถือสาเอาความ

 

 

อวี๋กานกานและหลินจยาอวี่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร พวกเธอนึกว่าที่ลู่เสวี่ยเฉินพูดนั้น หมายถึงชายหนุ่มคนก่อนหน้า เพื่อทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง อวี๋กานกานหลินไวน์อีกขวด ชนแก้วกับลู่เสวี่ยเฉิน เดิมทีเธอก็ไม่ได้เป็นคนคอแข็งอยู่แล้ว แค่ไวน์สองแก้วนี้ลงท้องไปก็เริ่มมีอาการมึนๆ แล้ว หลังจากนั้นยังคุยกับหลินจยาอวี่พลางดื่มไปพลาง ตอนขากลับเธอจึงอยู่ในสภาพเมาแอ๋ อาหารมื้อนี้ตั้งแต่ต้นจนจบฟังจือหันไม่ได้แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่หยดเดียว เขาจึงต้องรับหน้าที่ส่งทุกคนกลับบ้าน

 

 

หลังจากลงจากรถแล้ว อวี๋กานกานต้องเดินผ่านทางซิกแซ็ก เธอเดินเซไปฝั่งนั้นทีฝั่งนี้ที ราวกับกำลังวาดเลขแปด

 

 

“ระวัง” หลินจยาอวี่รีบเดินเข้าไปประคองอวี๋กานกาน

 

 

“ขอบคุณนะ ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว” อวี๋กานกานยืดตัวตรง ยิ้มหวานให้กับหลินจยาอวี่ ดวงตาที่หวานเยิ้มโค้งเว้าเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ราวกับพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมไว้ด้วยดวงดาราในยามราตรี

 

 

อวี๋กานกานสะอึกออกมา มองฟังจือหันที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นโบกไม้โบกมือ “ฟังจือหัน นายอย่าเซไปเซมาสิ ฉันมึนหัวไปหมดแล้ว”

 

 

ฟังจือหันยืนตัวตรงไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะฝนกระหน่ำหรือลมกระโชก ขอเพียงแค่เขาไม่ยอมโอนเอนตาม เปรียบเสมือนกับต้นสน ต่อให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ลมฝนโหมกระหน่ำก็ยังคงยืนต้นได้อย่างสูงตระหง่าน

 

 

ฟังจือหันยื่นแขนออกไปอุ้มอวี๋กานกานในท่าเจ้าสาว อวี๋กานกานทั้งไม่ส่งเสียงร้องและไม่ตกใจ ใช้ใบหน้าถูไถไปที่แขนของฟังจือหัน ทันใดนั้นคิ้วที่ขมวดอยู่ของเธอก็ค่อยๆ คลายออก จากนั้นชูแขนทั้งสองข้างออกมา พร้อมกับกระพือขึ้นลง

 

 

หลินจยาอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ มองอวี๋กานกานด้วยความตกใจ “กานกาน เป็นอะไร”

 

 

มือของอวี๋กานกานยังคงไม่หยุดกระพือ สะบัดศีรษะไปมาครู่หนึ่ง จากนั้นกระพือแขนต่อ พร้อมกับพูดว่า “ฉันเป็นนกน้อยหนึ่งตัว ฉันกำลังโบยบินโบยบิ้น~”

 

 

หลินจยาอวี่ “…”

 

 

ฟังจือหันหลุบตาลงต่ำ มองเธอด้วยสายตาเอือมระอาระคนเอ็นดู “…”

 

 

ลู่เสวี่ยเฉินทนไม่ไหว ขำพรืดออกมา “ปลาน้อย เธอทำให้ฉันขำจนท้องจะแตกตายแล้ว” เขารู้สึกว่าบรรดาคุณป้าเรียกอวี๋กานกานได้อย่างสนิทสนม ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนมาเรียกแบบนี้บ้าง อีกทั้งตอนที่เรียกยังให้ความรู้สึกว่าเป็นผู้อาวุโสกว่าด้วย

 

 

นัยน์ตาของหลินจยาอวี่ปรากฏรอยยิ้มบางๆ เธอมองอวี๋กานกานที่ถูกฟังจือหันอุ้มไว้ “น่ารักจริงๆ” เธอพูดเสียงเบามาก ฟังจือหันที่ก้าวเดินออกไปแล้วพร้อมกับอวี๋กานกานที่อยู่ในอ้อมอกจึงไม่ได้ยิน แต่ลู่เสวี่ยเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับได้ยิน เขาพูดเสริมตามสัญชาตญาณ “ใช่ น่ารักดี”

 

 

ทั้งสองหันมาสบตากันแวบหนึ่ง ในวินาทีถัดมาหมุนตัวอย่างพร้อมเพรียงกัน คนหนึ่งเดินไปทางขวา อีกคนเดินไปทางซ้าย

 

 

ฟังจือหันวางอวี๋กานกานไว้บนโซฟา จากนั้นริมนมให้เธอหนึ่งแก้ว “จะได้สร่างเมาแล้วไปอาบน้ำอาบท่า”

 

 

อวี๋กานกานเหยียดกายขึ้นมานั่งบนโซฟา มองฟังจือหันด้วยสายตาสะลึมสะลือ จากนั้นเรียกเบาๆ “อาจารย์คนสวย?”

 

 

น้ำเสียงน่ารักแฝงไว้ด้วยความออดอ้อน ชวนให้รู้สึกน่ารักจนหัวใจจะวาย ทว่าชื่อคนที่เธอเรียกออกมาจากปาก กลับไม่ใช่ชื่อของเขา…

 

 

 

 

——

 

 

[1] จะยืดก็ได้จะหดก็ได้ หมายถึง ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เร็ว

ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ

ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ

“ขอโทษนะคะ คุณคือ…” “ฟังจือหัน สามีเธอไง” นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย! นั่งในบ้านอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็มีสามีซะยังงั้น! อวี๋กานกาน เป็นแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน เมื่อครึ่งเดือนก่อน เธอประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเข้าจนหมดสติไป หลังจากฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล บาดแผลไม่ได้สาหัส แต่กลับต้องนอนพักฟื้นเป็นครึ่งค่อนเดือน หลังจากที่เธอฟื้น กลับมีผู้ชายคนหนึ่งดันมายืนตรงหน้าเธอ บอกว่าเธอความจำเสื่อม และยังบอกอีกว่าเขาเป็นสามีของเธอ! เธอคนที่ไม่เคยมีความรัก ไม่เคยมีแฟน จะไปมีสามีได้ยังไงกัน… “คุณเป็นใครกันแน่” “ฟังจือหัน สามีเธอไง!” เจ็ดพยางค์เหมือนเมื่อกี้เป๊ะ… สรุปแล้วมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นระหว่างที่เธอหมดสติไปกันเนี่ย ในเมื่อเธอไม่รู้จักเขา แล้วเพราะอะไรทำไมเขาถึงต้องอ้างว่าเป็นสามีของเธอด้วย หรือเธอจะความจำเสื่อมเข้าแล้วจริงๆ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset