Super God Gene – ตอนที่ 1977

มังกรเสวียนเยวี๋ยนหันมาหาหานเซิ่นและพ่นควันออกมา หานเซิ่นกระโดดถอยไปด้านหลัง พร้อมกับฟันมีดเขี้ยวผีสิงไปด้านหน้าเพื่อทำลายลมหายใจของมังกร

 

มังกรเสวียนเยวี๋ยนหันความสนใจกลับไปที่ยวิ๋นซู่ซาง กระเรียนพันขนพยายามวิ่งเข้ามา แต่เขาไม่ได้รวดเร็วเหมือนอย่างกับมังกร

 

เฟิร์สเดย์ใช้แสงแห่งสัจธรรมของเขา แต่การโจมตีของเขาไปไม่ถึงตัวของมังกร เขาตะโกนออกมา “มันรวดเร็วเกินไป!”

 

สิ่งที่เฟิร์สเดย์พูดทำให้หานเซิ่นคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเพิ่งจะคิดค้นวิชาเต่าขึ้นมา ซึ่งเขาเกือบจะลืมไปเลยว่ามันมีพลังในการลดความเร็วของเป้าหมายลง

 

มังกรเสวียนเยวี๋ยนเกือบจะเข้าไปถึงตัวของยวิ๋นซู่ซาง ขณะที่หานเซิ่นกระโดดออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง เขารวบรวมพลังเอาไว้ในมือและตบใส่มังกรสีดำ

 

ความเร็วของรองเท้าเขี้ยวกระต่ายนั้นเทียบได้กับความเร็วของมังกรเสวียนเยวี๋ยน และในชั่วพริบตาฝ่ามือสีขาวก็กดลงไปที่หัวของมังกร

 

กระเรียนพันขนและคนอื่นๆไม่ได้คิดว่าลูกตบของหานเซิ่นจะทำอะไรได้มาก พวกเขารู้ว่ามีดที่หานเซิ่นใช้เป็นมีดระดับราชัน และพวกเขาก็ยังรู้ว่าหานเซิ่นฝึกวิชามีดเขี้ยวดาบ ถ้าวิชานั้นยังไม่สามารถสร้างความเสียหายต่อมังกรเสวียนเยวี๋ยนได้ แล้วลูกตบนั้นจะทำอะไรได้?

 

กระเรียนพันขนและเฟิร์สเดย์อยู่ไกลเกินกว่าจะทำอะไรได้ และปืนของมนตราที่ยิงใส่มังกรเสวียนเยวี๋ยนก็ไม่ได้ผล ยวิ๋นซู่ซางคิดว่าพวกเธอกำลังจะตาย ดังนั้นเธอจึงผลักยวิ๋นซู่อีออกไป หลังจากนั้นร่างกายของเธอก็ระเบิดเมฆออกมา เธอตั้งใจจะต่อสู้กับมังกรด้วยทุกอย่างที่เหลืออยู่

 

ปัง!

 

แต่เมื่อหานเซิ่นตบใส่หัวของมังกรเสวียนเยวี๋ยน มันก็ร่วงลงไปบนพื้น

 

กระเรียนพันขนและคนอื่นๆตกตะลึง พวกเขามองไปยังมังกรเสวียนเยวี๋ยนที่ตอนนี้นอนอยู่บนพื้น ซึ่งในจุดที่หานเซิ่นตบใส่มันนั้นมีรูปของมนตร์เต่าอยู่

 

มังกรเสวียนเยวี๋ยนส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ มันพยายามกระพือปีกของมันเพื่อกลับขึ้นไปบนอากาศอีกครั้ง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่คนอื่นประหลาดใจมากที่สุด

แต่ไม่ว่ามังกรเสวียนเยวี๋ยนจะกระพือปีกมากแค่ไหน มันก็ไม่สามารถบินขึ้นบนอากาศอีกครั้งได้ มันเป็นเหมือนกับเป็ดที่พยายามจะบินขึ้นฟ้า แต่ไม่ว่ามันจะกระพือปีกมากสักแค่ไหน มันก็ไม่สามารถขึ้นจากพื้นได้

 

ยวิ๋นซู่ซางอ้าปากค้างขณะที่จ้องไปที่มังกร นี่มันทรงพลังเกินไปแล้ว และมันก็ทำให้พวกเขาทุกคนตกตะลึง

 

“มัวยืนมองอะไรอยู่? รีบหนีไปเร็วเข้า!” หานเซิ่นตะโกน

 

ยวิ๋นซู่ซางรีบพายวิ๋นซู่อีหนีไป ขณะที่เฟิร์สเดย์เข้ามาจากด้านหลังและใช้แสงแห่งสัจธรรมจู่โจมใส่มังกร กระเรียนพันขนก็โจมตีเข้ามาพร้อมๆกัน

 

แต่ตอนนี้พวกเขาใช้พลังจนเกือบหมดแล้ว ดังนั้นการโจมตีของพวกเขาจึงขาดความรุนแรงเหมือนกับก่อนหน้านี้

 

มังกรเสวียนเยวี๋ยนดูจะโกรธมาก มันเมินเฉยต่อการโจมตีของเฟิร์สเดย์และกระเรียนพันขน มันพยายามที่จะเข้าไปหาหานเซิ่น แต่มันไม่สามารถบินขึ้นได้ ดังนั้นมันพยายามจะคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ

 

เมื่อหานเซิ่นเห็นความเร็วของมังกรเสวียนเยวี๋ยน เขาก็ดีใจอย่างมาก ด้วยความเชื่องช้าของมังกรเสวียนเยวี๋ยนในตอนนี้ มันก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องกลัวอีกต่อไป

 

กระเรียนพันขนและเฟิร์สเดย์โจมตีใส่มังกรเสวียนเยวี๋ยนจากด้านหลัง ขณะที่มันพยายามคลานเข้าหาหานเซิ่น พร้อมกับปล่อยควันออกจากปากของมัน

หานเซิ่นเคลื่อนตัวหลบควันที่ถูกปล่อยออกมา หลังจากนั้นเขาก็เคลื่อนที่เข้าไปอยู่ด้านข้างของมังกรและตบเข้าไปที่ใบหน้าของมัน

 

มนตร์เต่าอีกอันปรากฏที่ใบหน้าของมังกรเสวียนเยวี๋ยนและลดความเร็วของมันลงอีกครั้ง

 

หานเซิ่นเก็บมีดเขี้ยวผีสิงกลับไปและใช้มือทั้ง 2 ข้างตบหน้าของมังกรเสวียนเยวี๋ยนซ้ำหลายต่อหลายครั้ง

 

มังกรเสวียนเยวี๋ยนที่เชื่องช้านั้นไม่สามารถตามความเร็วของหานเซิ่นได้ทัน ดังนั้นมันจึงไม่สามารถหยุดหานเซิ่นได้

 

กระเรียนพันขนและเฟิร์สเดย์มองดูหานเซิ่นตบใส่หน้าของมังกรอย่างไม่ยั้ง ขณะที่พี่น้องทั้ง 2 อ้าปากค้างต่อสิ่งที่พวกเธอกำลังมองเห็น

 

มังกรเสวียนเยวี๋ยนนอนอยู่นิ่งๆและปล่อยให้หานเซิ่นตบใส่หน้าของมันอย่างไม่หยุด

 

เฟิร์สเดย์และคนอื่นๆสามารถคาดเดาว่าลูกตบของหานเซิ่นเป็นวิชาจีโนบางอย่างที่ลดความเร็วของคู่ต่อสู้ เฟิร์สเดย์ก็มีวิชาจีโนแบบนั้นเหมือนกัน แต่มันไม่ได้ผลกับมังกรเสวียนเยวี๋ยน

 

พวกเขาทั้งคู่เป็นเอิร์ลเหมือนกัน แต่วิชาจีโนของหานเซิ่นกับมีประสิทธิภาพกับมังกรเสวียนเยวี๋ยนมากกว่าของเขา ซึ่งมันทำให้เฟิร์สเดย์สับสน

 

หานเซิ่นเองก็ไม่คิดว่าวิชาเต่าของเขาจะยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้ มันสามารถหยุดศัตรูจากการบิน และทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวช้าลงอย่างมาก ซึ่งมันน่าประหลาดใจที่มันได้ผลกับมังกรเสวียนเยวี๋ยนที่เป็นซีโน่เจเนอิคกลายพันธุ์ระดับมาร์ควิส

 

วิชาเต่าของหานเซิ่นนั้นมาจากการรวมพลังเหรียญเข้ากับเวทย์มนตร์เต่าหยกที่มาจากไพ่ระดับเทพเจ้า และหานเซิ่นก็ใช้ประสบการณ์ภายใต้แรงกดดันของปราสาทนภาที่เป็นระดับเทพเจ้าเหมือนกัน ซึ่งด้วยพลังของหานเซิ่นในตอนนี้ วิชาเต่าของเขาอาจจะไม่สามารถกำราบศัตรูระดับราชันได้ แต่มันก็ได้ผลกับศัตรูระดับมาร์ควิสหรือดยุก

 

หานเซิ่นยังคงตบใส่มังกรเสวียนเยวี๋ยนต่อไป และในที่สุดมังกรก็เชื่องช้าราวกับหอยทาก

 

มังกรเสวียนเยวี๋ยนโกรธมากจนลูกตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า สายตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ถ้าสายตาของมันสามารถฆ่าคนได้ หานเซิ่นก็คงจะตายไปนานแล้ว

 

แต่ถึงมังกรเสวียนเยวี๋ยนจะเชื่องช้า แต่พลังของมันก็ไม่ได้ลดลงไป มันยังสามารถปล่อยลมหายใจพิษออกมา แต่มันไม่สามารถโจมตีถูกตัวของหานเซิ่นที่พลิ้วไหวได้

 

หานเซิ่นใช้มีดเขี้ยวผีสิงฟันใส่คอของมังกรซ้ำๆ เขาฟันใส่คอของมันเป็นร้อยครั้งจนกระทั่งเริ่มจะมีเลือดไหลออกมา

 

กระเรียนพันขนและคนอื่นๆสามารถบอกได้ว่ามังกรเสวียนเยวี๋ยนกำลังจะสิ้นใจ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้เข้าไปช่วย พวกเขาหันไปกำจัดอสูรกรงเล็บภูติหยกที่อยู่รอบๆแทน

 

ในที่สุดเสียงกรีดร้องของมังกรเสวียนเยวี๋ยนก็เงียบไปพร้อมกับหัวของมันที่ถูกตัดจนขาด

 

“ซีโน่เจเนอิคมังกรเสวียนเยวี๋ยนกลายพันธุ์ระดับมาร์ควิสถูกฆ่า คุณได้ริบวิญญาณอสูรมังกรเสวียนเยวี๋ยนกลายพันธุ์ ยีนซีโน่เจเนอิคถูกค้นพบ”

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset