ตอนที่ 341 ขอบคุณที่เธอไม่ขุด2
ช่วงเวลาแบบนี้ เธอไม่รู้ว่าควระจทำอย่างไร แต่เธอไม่ต้องการไปจากธัชชัยจริงๆ ต่อให้ถูกเขาทรมาน ก็ไม่อยากไปไหน
เธอเป็นเนื้อร้ายของวรพล ธัชชัยกลับเป็นเนื้อร้ายของเธอ ที่ดึงเอาความรัก ความคิดถึง จากเธอไปจนหมด ถ้าตัดออกไป เธอก็คงตาย
เธอไม่กลัวตาย เพียงแค่กลัวตายอย่างไร้ค่า ไม่ได้อยู่เคียงข้างชายหนุ่ม!
ธัชชัยเดินออกมาจากลิฟท์ด้วยความโกรธ เดินไปยังล็อบบี้ของโรงพยาบาลเขตทหาร ความโกรธที่ยังไม่จางหายไป ทำให้เขาดูน่ากลัว
ร่างเล็กที่แทบจะไม่เป็นที่สนใจล้มลงมาตรงธัชชัย จากความเร็วของธัชชัย เขาสามารถหลบได้พ้น แต่ร่างเล้กนั้นกลัวจะล้มลงบนพื้น
จึงเลือกที่จะชนกับเข่าของธัชชัยแทน เด็กน้อยคนนี้ อายุเพียง 5-6 ขวบเท่านั้น
คิดว่าน่าจะชนถูกกระดูก น่าจะเจ็บ น้ำตาของเธอค่อยๆซึมออกมา
“คุณอา ชนมิ้นเจ็บค่ะ!” หนูน้อยพูดพลางน้ำตาเครือ เหมือนกำลังรอให้ธัชชัยขอโทษ
เด็กคนนี้จริงๆเลย ทั้งๆที่วิ่งมาชนเองแท้ๆ ถ้าเขาไม่ได้จับไว้ คงล้มลงพื้นไปแล้ว
ทำดีแล้วไม่ได้ดี แย่จริง!
แต่ธัชชัยไม่อาจโกรธหนูน้อยคนนี้ได้ลงคอ แถมยังมีความอดทนที่จะคุยกับเธออีก
“งั้นโอเค คุณอาขอโทษนะคะ คุณอาไม่ควรยืนตรงนี้ ควรจะปล่อยให้หนูล้มลงบนพื้นมากกว่า หรือชนกับเสาด้านหลังคุณอาดีกว่า หนูคิดว่าชนเข่าคุณอาเจ็บ แล้วถ้าเป็นเสาต้นนั้นจะเจ็บไหม?”ธัชชัยไม่รู้ว่าตัวเองเอาอะไรมาพูดกับหนูน้อยเยอะแยะหนูน้อยตอบ “ก็ต้องชนเสาเจ็บกว่าสิคะ!”“ฉลาดมาก!” ธัชชัยยื่นมือไปนวดหัวเล็กที่มีผมสีบลอนด์ของเธอไม่รอให้ธัชชัยได้อธิบายให้หนูน้อยได้เข้าใจ เธอก็ถูกคุณย่าอุ้มไปเสียก่อน ท่าทางตกตะลึงนั้น เหมือนกับธัชชัยอย่างกับแกะหนูน้อยเบิกดวงตากลมโต มองดูธัชชัยที่ค่อยๆห่างออกไป เหมือนกับไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายสุดหล่อถามว่าชนอันไหนเจ็บกว่ากันธัชชัยมองหนูน้อยที่ห่างออกไป เขายืนเหม่อลอยอยู่กับที่ พลันนึกถึงพี่ชายของตัวเองถ้าหากตอนที่จะตัดเนื้อร้ายอย่างกนิษฐาออกจากเขา หาสิ่งยึดเหนี่ยวใจใหม่ให้เขาก็น่าจะได้แล้ว?เขาเลิกคิ้วขึ้น เหมือนกับความคิดนี้ทำให้เขาอารมณ์์ดีขึ้นไม่น้อยตอนที่วัจสาลืมตาขึ้นมา เธอก็พบว่าตอนนี้สี่โมงเย็นแล้ว!ให้ตายสิ เธออดไม่ได้ที่จะบอกว่าตัวเองนอนเก่งจริงๆ เขานอนมาทั้งครึ่งเช้าและเกือบจะหมดครึ่งบ่ายแล้ว มีเพียงตอนกลางวันที่แอบลงไปกินซุปข้างล่าง แล้วก็ขึ้นมานอนต่อพอตื่นขึ้นมา ก็เป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้วไม่เกลียดที่ใช้ชีวิตไปวันๆ และไม่อายที่ไม่ประสบความสำเร็จวัจสานึกถึงคำเหล่านี้ขึ้นมา เธอพบว่าตัวเองมาไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้ว และไม่ได้มีความปรารถณาแรงกล้าเฉกเช่นตอนแรกมีหลายเรื่องราวและสังคมที่เลวร้ายเธอไม่อาจประสบความสำเร็จได้ขนาดนั้นแล้ว!ในบ้านศรีทองเงียบสงัด วรพลไปรักษาตัว ตอนนี้ยังคงไม่กลับมามีเพียงป้าอ้อยที่ยังคงยุ่งกับการทำอาหารค่ำ วัจสาไม่ได้เข้าไปรบกวน เธอแค่ไปนั่งในห้องรับแขก แล้วหยิบแอปเปิ้ลขึ้นมา แล้วก็กล้วย จากนั้นค่อยๆเดินขึ้นไปห้องนอนหลักอย่างเงียบๆหลังจากที่เปิดคอมพบว่ามีข้อความตอบกลับจากที่เธอไปหาบ้านเช่ามาแล้ว!เธอเลือกหมู่บ้านหนึ่งที่ภาคใต้ ที่นั่นมีทั้งแม่น้ำและภูเขา บรรยากาศดี เหมาะแก่การใช้ชีวิตบนถนนเต็มไปด้วยกลิ่นอายความโบราณ ในบ้านหลังนั้นมีคนอาศัยอยู่เพียงสามคน เจ้าของเป็นคุณยายสูงวัยคนหนึ่ง ลูกชายเรียนอยู่ต่างประเทศ แล้วก็มีนักเรียนมอปลายที่เช่าอยู่ชั่วคราว และคู่สามีภรรยาวัยรุ่นคู่หนึ่งวัจสารู้สึกว่าตรงนี้เป็นที่ที่ดี ไม่ใกล้และไม่ไกลจากเมืองเอสมากเพียงแต่ค่าเช่าก็ไม่ได้ถูกมาก ตกเดือนละสามพันห้า และมีสัญญาครึ่งปีขึ้นไป แพงกว่าหอพักธรรมดาทั่วไปหลายเท่า แต่วัจสาชอบบ้านที่ดูสบายนี้ บ้านที่มีบริเวณกว้างขวางเป็นสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดสามพันห้ายังพอได้อยู่ บ้านใหญ่ขนาดนี้ อยู่กันแค่สามคนเท่านั้น เจ้าของบ้านที่พาขึ้นไปดูก็ดูใจดี แต่ประเด็นคือของทุกอย่างต้องใช้เงิน!วัจสาไม่อยากให้ลูกในท้องลำบากเธอคำนวณค่าใช้จ่าย แล้วก็ต้องก้มหัว เดือนละสามพันห้า หนึ่งปีก็สี่หมื่นสอง เจ้าของห้องลดให้เธอ เหลือเป็นสี่หมื่นบวกกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของสองแม่ลูก ค่าเลี้ยงดู ค่าใช้ชีวิต หลังจากคลอดออกมายังต้องหาแม่นมอีก มีอะไรบ้างที่ไม่ใช้เงิน? คำนวณดูคร่าวๆ น่าจะประมาณหนึ่งแสนได้ ต่อให้เธอประหยัดมากๆแล้ว ก็ต้องมีถึงเจ็ดถึงแปดหมื่นถึงจะอยู่ได้! แล้วเธอจะหาเงินมาจากไหนขนาดนั้นกัน?ลูกน้อย หนูว่าหม่ามี๊ควรทำยังไงดี?จะไม่ขอเงินพ่อหนูซักบาทอย่างมีศักดิ์ศรี หรือจะขอเขาซักนิดแล้วยอมทิ้งศักดิ์ศรีไป?ต่อให้ธัชชัยไม่ยอมรับก็ได้ ยังไงซะเด็กคนนี้ก็เป็นเลืดเนื้อเชื้อไขของเขาแท้ๆ ขอแค่เขาให้ค่าเลี้ยงดูก็พอ แล้วอีกอย่างเด็กคนนี้เป็นสมบัติในสมรสของพวกเขา ให้เงินก็คงเป็นเรื่องปกติแต่เขาไม่รู้การมีอยู่ของลูก วัจสาก็ไม่เคยคิดจะบอก แล้วจะทำยังไง? วัจสาแทบจะร้องไห้แปดหมื่นบาท!
