ท่านเทพมาแล้ว – ตอนที่ 87

หลักฐานความผิดชัดแจ้ง

คำถามครั้งนี้ราวกับเตือนสติเหล่าแม่ลูกตระกูลจีที่กำลังหมอบร้องไห้อย่างเจ็บปวดอยู่ข้างเตียง จีหมิ่นจวินเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จีหย่งฟางเร็วกว่า สาวเท้าชี้ตรงไปยังหลินเจี้ยนหรูในกลุ่มคน “เป็นเขา! เป็นหลินเจี้ยนหรู! เขาเป็นคนเฝ้ายาม! ให้เขาทำหน้าที่กลับปล่อยให้ท่านพ่ออยู่ในห้องไม่เข้าไปดู! เป็นเขาที่ทำให้ท่านพ่อตาย!”

ดวงตาของจีหย่งฟางแดงก่ำแต่ไม่มีน้ำตา ไม่รู้ว่าเพราะเจ็บปวดหรือขยี้ตาจนแดง

ถึงแม้หลินเซี่ยจะเป็นนายของยอดเขาคุ้มมรกต แต่แท้จริงแล้วยอดเขากลับอยู่ภายใต้การควบคุมของจีหมิ่นจวิน ตั้งแต่เด็กจนโตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มารดาเป็นใหญ่บิดาเป็นรอง จีหย่งฟางและเหล่าพี่น้องชายหญิงเพียงรับฟังคำสั่งของจีหมิ่นจวินเท่านั้น สำหรับพ่ออย่างหลินเซี่ยก็ไม่ต่างกับของประดับ

หลิเจี้ยนหรูยิ้มเยาะเย้ยในใจ

ยังใช้วิธีการเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย ให้เขาเฝ้ายาม เท่ากับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขาเป็นผู้รับผิดชอบ

แต่เรื่องคราวนี้ให้เขารับผิดแทนกลับไม่ผิดนัก

เขาคุกเข่าลงพูด “เรียนอาจารย์ลุงเจ้าสำนัก เมื่อคืนเป็นศิษย์กับศิษย์พี่หลี่ ศิษย์พี่เฮ่อ ศิษย์พี่ซุน สามท่านเฝ้ายามด้วยกัน แต่เมื่อคืนพวกเราไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใดจากในห้องเลย บวกกับก่อนหน้านี้อาจารย์แม่มีคำสั่งไม่ให้พวกเราเข้าห้อง ยิ่งไม่อนุญาตให้แตะต้องยาของอาจารย์ ดังนั้นตั้งแต่ต้นจนจบเราจึงอยู่ที่ระเบียงทางเดินนี่”

หลี่ เฮ่อ ซุน ทั้งสามคนก็รู้ว่าแบกรับความรับผิดชอบนี้ไม่ไหว ได้ยินคำพูดนี้ไหนเลยจะไม่เห็นด้วย? ต่างรีบคุกเข่าลง ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้ยินการเคลื่อนไหวในห้อง

หัวชิงเต้าเหรินราวกับรู้สึกว่าจีหย่งฟางบุ่มบ่ามเช่นกัน ดังนั้นจึงขมวดคิ้วจ้องไป

ยามนี้ไม่ใช่เวลาตามหาแพะรับบาประบายความโกรธแค้น! สำนักแรกพยับสูญเสียซ่านเซียนไปถึงสองท่าน นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน! ก่อนหน้านี้ชัดเจนว่าเขารักษาชีพจรของหลินเซี่ยไว้ได้แล้ว และเมื่อคืนวานยังให้มหาโอสถทองไป สภาพมีแต่จะดีขึ้นเท่านั้น ไม่มีทางแย่ลง ยิ่งไม่มีทางตายอย่างกะทันหันได้ แท้จริงแล้วเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่?

เขาเดินไปหน้าเตียง จับชีพจรของหลินเซี่ย ตรวจสอบจนถึงจุดตันเถียน…แหลกสลายแล้ว?

มือของเขาสั่นเทา พลันลุกกลับขึ้นมา “เมื่อคืนมีใครเข้ามา!”

คนทั้งห้องตกใจเสียงเขาจนสะดุ้ง

จีหมิ่นจวินขมวดคิ้วมองพวกหลินเจี้ยนหรูทั้งสี่

หลินเจี้ยนหรูสั่นเล็กน้อย พลันเงยหน้าขึ้นมา “เมื่อคืนตอนหอเก็บคัมภีร์ไฟไหม้ ศิษย์ขอศิษย์พี่ทั้งสามไปห้องน้ำ ภายหลังตอนกลับมาศิษย์พี่ทั้งสามก็กลับมาจากลานด้านหลังพอดี เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีคนอาศัยช่วงไม่มีคนเข้าไปข้างใน?”

สีหน้าของผู้คนยิ่งตึงเครียดขึ้น

หัวชิงพูด “จิตต้นกำเนิดของศิษย์น้องสี่ถูกทำลายไปแล้ว มหาโอสถก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน! ต้องมีคนแอบลงมือลับหลัง! แท้จริงแล้วเป็นใครทำกันแน่!”

“มหาโอสถหายไปแล้ว?” ตอนนี้เหลียงชิวฉานก็อดยืนขึ้นไม่ได้ “แต่เมื่อคืนวานหลังจากที่ไฟไหม้ศิษย์เข้าไปตรวจสอบดู ในห้องไม่มีอะไรผิดปกติ สามารถทำลายจุดตันเถียนของอาจารย์อาได้พลังจะต้องไม่ต่ำ เขามาเพราะมหาโอสถหรือมาเพราะท่านกัน?”

ดวงตาของหลินเจี้ยนหรูมองพื้น มือทั้งสองที่วางอยู่บนเข่าหลั่งเหงื่อออกมาราวกับน้ำพุ

“ไม่จำเป็นว่าต้องมีฝีมือแก่กล้าถึงจะสังหารเขาได้” หัวชิงพูด “เขาอยู่ในสภาพที่จิตต้นกำเนิดกระจัดกระจาย พลังปราณสลาย บวกกับสูญเสียมหาโอสถ เพียงมีฝีมือสักเจ็ดแปดร้อยปีก็เพียงพอทำให้เขาตายได้ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมข้าต้องการคนเฝ้ายาม”

เหลียงชิวฉานเงียบไป

หลินเจี้ยนหรูผ่อนคลายมือลง ตอนนี้กลับไม่มีคนคิดถึงเขา

“นี่คืออะไร!”

ขณะนี้เอง เหลียงชิวฉานที่เดินไปข้างหัวชิงพลันหยิบขนสีแดงขึ้นมาจากริมหมอนหลินเซี่ย

ผู้คนรีบล้อมวงเข้าไป หัวชิงหยิบขนนั้นมาพินิจพิเคราะห์ สีหน้าพลันขาวซีด “เป็นขนจิ้งจอก! จิ้งจอกจากที่ไหน?!”

จิ้งจอก!

สองคำนี้ช่างอ่อนไหวนัก!

หลินเซี่ยและจื่อหยางเต้าเหรินพ่ายแพ้ภายใต้เงื้อมมือของจิ้งจอกไฟเก้าหาง ตอนนี้หลินเซี่ยไม่เพียงแต่ตายแล้ว ริมหมอนของเขายังมีขนจิ้งจอก และยังเป็นขนของจิ้งจอกแดงด้วย!

“ช่วงนี้ชิงชิวสังหารคนไปทั่ว หรือว่าพวกมันไม่ละเว้นท่านพี่ ยังตั้งใจตามมาที่สำนักแรกพยับโดยเฉพาะ?!” เลือดบนใบหน้าของจีหมิ่นจวินเหือดหายหมด แต่สมแล้วที่นางเป็นหญิงแกร่ง ตอนนี้ยังคงไม่สูญเสียการไตร่ตรองไป “ทว่าท่านพี่กับนางไม่มีความแค้นต่อกัน นางต้องการฆ่าศิษย์ลัทธิฉ่าน ทำไมถึงสังหารเขาคนเดียว? แต่ศิษย์ทั้งหมดของสำนักแรกพยับกลับไร้รอยขีดข่วน?”

ใจของหลินเจี้ยนหรูเต้นเร็วขึ้น

เขาอดพูดไม่ได้ “ช่วงนี้หน่วยลาดตระเวนได้รับคดี เพราะจิ้งจอกตนหนึ่งของชิงชิวถูกสังหาร สงสัยว่าลัทธิฉ่านเป็นผู้กระทำ ดังนั้นจึงไล่ล่าสังหารศิษย์ลัทธิฉ่าน”

“วันก่อนตอนข้ากับสหายออกจากสวรรค์ไปเจอองค์หญิงแห่งชิงชิวเข้า เป็นจิ้งจอกแดงเก้าหางเสียด้วย นางจ้องมองข้าอยู่นาน พูดว่าต้องการสังหารซ่านเซียนที่หลุดรอดมือนางไปได้ นางเอ่ยว่าภายใต้เงื้อมมือนางไม่มีใครเคยหนีรอดไปได้ ดังนั้นต้องสังหารเขา หรือคนที่นางต้องการสังหารจะเป็นอาจารย์?”

เหล่าผู้อาวุโสในห้องรวมถึงจีหมิ่นจวินสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าไป

เหตุผลการบาดเจ็บของหลินเซี่ยพวกเขายังไม่เปิดเผยออกไป หลินเจี้ยนหรูไม่มีทางรู้ว่าผู้ลงมือเป็นจิ้งจอกแห่งชิงชิว แสดงว่าเขาไม่สามารถหลอกลวงได้ หรือว่าหลินเซี่ยจะถูกจิ้งจอกแดงตามฆ่าล้างแค้นจริง? ว่ากันตามความโหดเหี้ยมและความยโสโอหังตลอดมาของของจิ้งจอกแห่งชิงชิวก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้…

“ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ขนจิ้งจอกนี้ก็ไม่ใช่ของปลอม” ผู้อาวุโสด้านข้างเดินเข้ามา “ข้าเคยพูดไว้นานแล้ว ชิงชิวไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตามากไป พวกมันเห็นว่าตนเป็นเผ่าพันธุ์เทพ จึงเปิดฉากการสังหารครั้งใหญ่กับลัทธิฉ่าน คราวนี้พวกเราไม่อาจเก็บกลั้นความโกรธนี้ไว้ได้ เหล่าจวินไม่สน พวกเราก็จะไปจัดการชิงชิวโดยตรงเอง!”

“เหล่าจวินทำไมจะไม่สน?” หัวชิงพูดเสียงหนักแน่น “ศิษย์น้องห้าทำไมเอ่ยไม่มีมารยาท”

จีหมิ่นจวินยืนขึ้นมา “ในเมื่อหลักฐานยืนยันว่าจิ้งจอกเก้าหางเป็นผู้ลงมือ เช่นนั้นทำไมเราจะไปคิดบัญชีกับพวกมันไม่ได้? จิ้งจอกของพวกมันตายก็ไล่สังหารเราไปทั่ว หรือว่าเราต้องอดกลั้นอารมณ์เงียบปากไว้? ก่อนหน้านี้ทำร้ายให้บาดเจ็บข้าก็ทนแล้ว แต่ตอนนี้นางยังมาสังหารคนถึงภูเขา จะอดกลั้นได้อย่างไร!”

จีหมิ่นจวินใกล้จะเปลี่ยนสถานะ ขาดอีกก้าวก็สามารถผ่านด่านเคราะห์ขึ้นเป็นเซียน นางใช้ชีวิตอย่างดีที่สำนักแรกพยับ ตำแหน่งได้รับการยกย่องนับถือ ตระกูลจีในอาณาจักรจื่อจิวก็เป็นอันดับหนึ่ง เมื่อนางที่เต็มไปด้วยความโกรธพูดขึ้นมา ทั้งร่างก็เต็มไปด้วยไอสังหาร!

“ข้าก็คิดว่าศิษย์น้องจีพูดมีเหตุผลอย่างมาก!” ไป๋จิ้งเจินเหรินก็เดินเข้ามาเอ่ย “หากไม่มีหลักฐานข้ายังพออดกลั้นได้ แต่ตอนนี้มีหลักฐานอยู่ในมือแล้ว พวกนั้นยังคิดจะติดค้างบัญชีนี้ไว้หรือ? ถึงแม้จะสูญเสียจิ้งจอกไป คนของสำนักแรกพยับก็ไม่ใช่คนสังหาร พวกชิงชิวเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ส่งเดชแบบนี้ ผิดกฎสวรรค์แล้ว!”

“ถึงแม้พวกเราจะสู้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็นำขนจิ้งจอกนี้ไปให้พวกมันดู หากเป็นขนจิ้งจอกแดงของฝ่ายนั้นจริง บัญชีแค้นนี้เราก็ต้องคิดกับพวกมันให้ดีๆ!”

“ไม่ผิด!” ผู้อาวุโสทั้งสี่ท่านเดินเข้ามาพร้อมกัน “พวกเราต้องไปขอคำอธิบายที่ชิงชิว!”

เดิมทีหัวชิงยังคงไม่ออกความเห็น แต่ในเมื่อเหล่าผู้อาวุโสต่างมีท่าทีเช่นนี้ คงไม่เหมาะที่เขาจะขวางทางไว้ คิดแล้วก็โบกมือพูด “ในเมื่อเป็นแบบนี้ เช่นนั้นทุกคนก็กลับไปเก็บของ พรุ่งนี้เช้าไปขอคำอธิบายที่ชิงชิว!”

หลังจากพูดจบเขามองหลินเซี่ยบนเตียง จากนั้นก็หมุนตัวออกจากประตูไป

“อาจารย์ลุงเจ้าสำนัก…”

หลินเจี้ยนหรูตามเขาไปที่ประตู คิดจะพูดอะไรเสียหน่อย แต่เห็นเหลียงชิวฉานที่เดินตามไป ก็เก็บคำพูดกลืนกลับลงคอ

ท่านเทพมาแล้ว

ท่านเทพมาแล้ว

เส้นทางการบำเพ็ญเป็นเซียนของมู่จิ่วราบรื่นนัก แต่พอถึงจุดสำคัญกลับไม่สามารถเลื่อนขั้นเป็นเซียนได้ อาจารย์ชี้ทางสว่างให้นาง เดิมทีสามารถปะปนอยู่ในแดนสวรรค์รอเวลาที่จะสำเร็จสมหวัง ไหนเลยจะรู้ว่าไปได้ครึ่งทางกลับเก็บเจ้าตัวปัญหาได้คนหนึ่ง…

Comment

Options

not work with dark mode
Reset