ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 1123 ความลับส่วนตัว

หนุ่มวัยกลัดมันทั้งสามคนกำลังถกกันด้วยความกระตือรือร้นว่าจะจัดการให้เรือฟลาวเวอร์ฟอกซ์ปรากฏตัวอย่างไรถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นีลเซ็นหวังว่าเรือผีจะไม่ทำให้แพรีสตกใจกลัว ขอแค่มันช่วยสร้างบรรยากาศลี้ลับออกมานิดหน่อยก็พอ พอถึงตอนนั้นถ้าแพรีสไม่กล้านอนคนเดียว ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะได้โอกาสแล้ว
ฉินสือโอวคิดว่าทางที่ดีที่สุดควรจะทำให้แพรีสรู้สึกกลัวบ้างเล็กน้อย ไม่อย่างนั้นนีลเซ็นจะมีโอกาสกับผีอะไร แพรีสมาค้างที่อพาร์ตเมนต์ของเขาตั้งกี่คืนต่อกี่คืนแล้ว แต่ทั้งสองคนกลับไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งใดๆ ต่อกัน ขนาดคนจีนหัวโบราณอย่างเขายังคิดว่าน่าเหลือเชื่อ
ถกกันไปถกกันมา ยังไม่ทันได้ผลสรุป วินนี่ก็พาหู่จือกับเป้าจือเข้ามาเสียก่อน
เมื่อเห็นแบบนี้เบิร์ดกับนีลเซ็นก็พากันสลายตัวทันที วินนี่สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเข้ามาช่วยบีบนวดไหล่ให้ฉินสือโอวพร้อมกับแย้มรอยยิ้มน้อยๆ แล้วพูดว่า “อะไรกันคะ เมื่อกี้พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ ทำไมพอเห็นฉันมา เบิร์ดกับนีลเซ็นก็เดินหนีไปทันทีเลยล่ะ?”
เรื่องทำนองนี้ไม่เหมาะที่จะพูดให้ผู้หญิงฟัง ฉินสือโอวจึงหัวเราะฮ่าๆ แล้วบอกเธอว่า “ไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไร วันนี้อากาศไม่เลวเลย”
วินนี่เป็นผู้หญิงฉลาด เธอรู้ว่าไม่ควรบีบบังคับคนรักของตัวเองเกินไป ดังนั้นเธอจึงบอกกับเขาว่า “นี่เป็นความลับส่วนตัวของคุณหรือเปล่าคะ? ฉันเข้าใจนะ ที่รัก สามีภรรยาต้องยอมให้ต่างฝ่ายต่างมีอิสระกับความลับส่วนตัวอีกเล็กน้อย แบบนี้ถึงจะรักษาพื้นฐานความกลมเกลียวของครอบครัวได้ ดังนั้น ถ้าคุณไม่อยากพูดก็ไม่ต้องเครียดหรอกนะคะ”
ฉินสือโอวรู้สึกซาบซึ้งขนานหนัก เขาหันกลับไปจูบภรรยาที่รักหนึ่งครั้ง แล้วพูดด้วยความพึงพอใจว่า “มีภรรยาอย่างคุณเป็นโชคดีของผมแล้วจริงๆ คุณคือทรัพย์สมบัติที่พระเจ้ามอบให้ผม ที่รักครับ ผมจะรักคุณไปชั่วชีวิต!”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” วินนี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่เธอพูดไว้ทั้งหมด เธอไม่ได้บีบบังคับฉินสือโอว แต่ไปหานีลเซ็นแทน นีลเซ็นไม่ใช่สามีของเธอสักหน่อย จะทรมานให้สารภาพออกมาก็ยังได้
ฉินสือโอวรู้เรื่องนี้ รอจนวินนี่แยกตัวออกจากนีลเซ็น เขาก็รีบเข้าไปถามทันที “นายคงไม่ได้พูดความจริงออกไปหรอกใช่ไหม?”
นีลเซ็นยิ้มและบอกกับเขาด้วยความมั่นใจว่า “วางใจเถอะครับ บอส ผมเคยได้รับการฝึกให้ต่อต้านการสอบสวนมาอย่างเข้มข้น มีทักษะต่อต้านการสอบสวนที่แข็งแกร่งมาก แต่มันกลับไม่มีประโยชน์อะไร เพราะนายผู้หญิงฉลาดเกินไป…”
พอพูดจบเขาก็ถอนหายใจด้วยใบหน้าที่โศกเศร้าราวกับจะร้องไห้ ฉินสือโอวไม่รู้จะพูดอะไรดี นี่เหมือนที่ว่ากันว่าคนน่าสงสารย่อมมีบางอย่างที่น่าชิงชังจริงๆ
หลังจากนั้นวินนี่กลับไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพียงแต่ตอนท้ายเมื่อมาถึงท่าเรือ เธออุ้มเสี่ยวเถียนกวาแล้วพูดกับฉินสือโอวว่า “ที่รักคะ เรื่องไร้มนุษยธรรมบางเรื่อง คุณอย่าทำเลยจะดีที่สุดนะคะ คุณต้องเข้าใจสิ คุณเองก็มีลูกสาวเหมือนกัน ถ้าหลังจากนี้อีกหลายๆ ปีมีผู้ชายมาทำอย่างนั้นกับลูกสาวของคุณ…”
ฉินสือโอวจึงพูดอย่างเด็ดขาดว่า “ผมจะตีเขาตายแน่ คุณวางใจเถอะ ผมจะตีเขาให้ตายจริงๆ!”
“เพียงแต่” เขาเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แล้วพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ผมคิดว่ามันจำเป็นที่จะให้เรือผีไปวนอยู่ใกล้ๆ แพรีส ช่วงนี้มีข่าวเรือฟลาวเวอร์ฟอกซ์น้อยเกินไปแล้ว ซึ่งมันก็ช่วยเรื่องคดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้พอดี ถ้ากระพือข่าวเรื่องเรือผีอีกสักหน่อย ผมว่าถ้าเป็นแบบนั้นคนที่กล้ามาขโมยปลาก็จะยิ่งลดน้อยลงไปอีก”
แพรีสเป็นทั้งนักข่าวและผู้จัดรายการของสำนักหนังสือพิมพ์ ถ้าเธอได้เห็นเรือผีด้วยตาของตัวเองแล้วเก็บข้อมูลไว้สักเล็กน้อย แบบนั้นจะยิ่งมีอิทธิพลต่อสาธารณชนมากขึ้น
วินนี่ลองคิดๆ ดูแล้วพูดว่า “ใช่ค่ะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน แค่อย่าทำให้เธอกลัวก็พอ พวกเราไม่ควรใช้เรือผีไปทำร้ายคนบริสุทธิ์นะคะ”
เวลาต่อมา ในใจของฉินสือโอวก็เหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่โดยตลอด เขาลองคิดๆ ดูอยู่หลายรอบหลังจากนั้นก็เลือกที่จะดึงหนามแหลมพวกนั้นออกมา “ที่รัก คุณพูดเองไม่ใช่เหรอครับว่าจะให้ผมรักษาความลับ”
วินนี่พยักหน้ารับแล้วพูดว่า “ก็ใช่ไงคะ ฉันจะรักษาความลับให้คุณ ฉันจะไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดกับใคร”
ฉินสือโอวพูดอย่างไม่พอใจ “คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้”
วินนี่จึงกอดแขน แล้วพูดกับเขาอย่างอ่อนโยนว่า “ฉันเข้าใจความหมายที่คุณพูดค่ะ ฉันยอมให้คุณมีความลับได้จริงๆ แต่การตัดสินใจว่าเรื่องไหนเป็นความลับหรือไม่ใช่ความลับ ก็ต้องให้ฉันเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่เหรอคะ?”
ฉินสือโอว “…”
ช่วงที่นีลเซ็นขอลาหยุดเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม ก่อนหน้านั้นสองวันเขาจึงยุ่งอยู่กับการทำงาน ต้องตรวจเช็กสภาพการทำงานของอุปกรณ์ของเรือยอชต์ทรอลเลอร์นกนางนวลก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมและเครื่องมือกำหนดตำแหน่งจีพีเอส ถ้าของทั้งสองอย่างนี้เกิดปัญหาขึ้น แบบนั้นคงได้แต่ร้องไห้ไม่มีน้ำตาอยู่ในสนามรบบนมหาสมุทรที่กว้างใหญ่
ตรวจเช็กดูแล้วว่าอุปกรณ์ไม่มีปัญหา นีลเซ็นจึงเริ่มเติมน้ำมันพืช น้ำจืดและอาหารเข้าไปไว้ในเรือ วันที่สิบเดือนพฤษภาคมแพรีสมาถึงฟาร์มปลา ของที่เธอนำติดตัวมาด้วยนอกจากกระเป๋าเดินทาง ก็ยังมีกล่องขนาดเท่าตู้เย็นเครื่องใหญ่อีกสองใบ
มองเห็นกล่องพัสดุพวกนี้ นีลเซ็นจึงถามเธอด้วยความประหลาดใจว่า “นี่คืออะไรครับ?”
แพรีสไหวไหล่บอกกับเขาว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
นีลเซ็นถลึงตา “คุณไม่รู้? ของของคุณแต่คุณไม่รู้เนี่ยนะ?”
แพรีสกลอกตาใส่เขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แล้วพูดว่า “ใครบอกคุณว่านี่คือของของฉัน? นี่คือพัสดุที่คนอื่นส่งมาให้ฉินกับวินนี่ต่างหาก ตอนนั้นบริษัทขนส่งอยู่ที่ท่าเรือพอดี พวกเราได้เจอกัน ฉันเลยช่วยเซ็นรับแทน”
เกาะแฟร์เวลอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ โดยทั่วไปแล้วพัสดุจะถูกส่งมาเก็บไว้ที่ท่าเรือเหมือนกันหมด หลังจากนั้นก็จะหาคนมาเซ็นรับท้ายที่สุดก็จะส่งเข้ามาพร้อมกัน
ได้ยินว่ามีพัสดุของตัวเอง ฉินสือโอวจึงเดินออกมาอย่างงงๆ เขากำลังจะแกะกล่อง ทว่าลูกสมุนไวส์กลับยื่นมือออกมาด้วยท่าทีเคร่งขรึม “อาจารย์ ให้อานีลเซ็นมาเปิดเถอะครับ”
“ทำไมล่ะ?” ฉินสือโอวถามเขาด้วยความประหลาดใจ
ไวส์พูดด้วยท่าทีจริงจัง “ตอนนี้คุณเป็นผู้นำของสมาคมอิสระของพวกเรา ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย ดูสิ กล่องใบนี้มันดูแปลกๆ ประหลาดๆ ถ้าข้างคือระเบิดล่ะ?”
นีลเซ็นรู้สึกหงุดหงิดแล้ว “ถ้าเป็นระเบิดก็ระเบิดพวกเราตายไงเล่า?”
ไวส์พูดเอาอกเอาใจเขา “ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะจดจำการเสียสละของคุณไว้ คุณวางใจเถอะ ส่งแพรีสมาให้ผมกับอาจารย์ พวกเราจะดูแลเธอให้ดีเอง”
นีลเซ็นบิดหูไวส์ด้วยความโมโหจนเจ้าเด็กน้อยร้องเสียงดังออกมา กอร์ดอนที่อยู่ห่างออกไปไกลๆ ก็หัวเราะเสียงดังฮ่าๆ ออกมา “แล้วลมปราณของนายล่ะ? ไวส์ ไหนลมปราณของนาย? รีบใช้ดรรชนีกระบี่หกชีพจรจิ้มเขาให้ตายเลยสิ”
ฉินสือโอวตะโกนเรียกกอร์ดอนให้เขาเข้ามาแกะกล่อง ขณะที่กำลังแกะกล่องกอร์ดอนก็ถามเขาด้วยความประหลาดใจว่า “นี่มันง่ายมากเลยนะ ทำไมต้องให้ผมมาทำด้วยล่ะ? เป็นการฝึกทักษะการใช้มือของผมเหรอ?”
ฉินสือโอวส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่ใช่ ฉันคิดว่าไวส์พูดถูก ถ้าข้างในเป็นระเบิดล่ะจะทำอย่างไร?”
กอร์ดอน “ฉิน คุณเป็นผู้ปกครองที่ดีจริงๆ เลยนะครับ!”
หลังจากเปิดกล่องออก ข้างในเป็นของจำพวกฟิล์มพลาสติกหนาๆ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนก้อนใหญ่กับโครงค้ำยันพลาสติกแข็ง
ฉินสือโอวไม่รู้ว่ามันคืออะไร กอร์ดอนเห็นคู่มือจึงลองอ่านๆ ดู หลังจากนั้นก็พูดด้วยความงงงวยว่า “นี่คือกระท่อมแคปซูลพลังงานต่ำ ผลิตจากสโลวาเกีย อะไรคือกระท่อมแคปซูล? ใช่แคปซูลอเนกประสงค์ในดราก้อนบอลหรือเปล่า?”
ฉินสือโอวก็ไม่รู้เหมือนกัน เขากำลังจะลองศึกษาดู แต่ก็มีสายของบิลลี่โทรเข้ามาเสียก่อน พอกดรับสาย บิลลี่ก็ใช้น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นพูดกับเขาว่า “เฮ้ เพื่อน บริษัทขนส่งแจ้งกับฉันว่านายได้รับพัสดุแล้ว? เป็นอย่างไรบ้าง ของขวัญที่พวกเราส่งให้นายไม่เลวเลยใช่ไหม?”
ลองมองดูของเศษเล็กเศษน้อยที่อยู่ในกล่องสองใบตรงหน้า เขาก็ถึงบางอ้อในทันที “กระท่อมแคปซูลอันนี้คือของขวัญที่พวกนายส่งมาให้ฉันเหรอ?”
บิลลี่กล่าวว่า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว ฉันกล้าพนันเลยว่า นายกับวินนี่จะต้องชอบของชิ้นนี้แน่ๆ นี่เป็นกระท่อมวิเศษที่พวกเราหามาได้อย่างยากลำบาก! นายลองประกอบมันดู ถ้าประกอบไม่ได้ข้างในหนังสือคู่มือมีเบอร์ศูนย์ให้บริการลูกค้าอยู่ โทรให้เขามาสอนนายได้”
……………………………………………….

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset