ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 631 ประเพณีที่แตกต่าง

ขณะขับรถ หลัวจื้อเวยก็เริ่มพูดจาฉะฉานอย่างมีหลักการ “ถ้าชอบทำฟาร์ม แคนาดาก็ค่อนข้างเหมาะสมจริงๆ ข้อนี่ต้องขอยอมรับเลย นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรของที่นี่ดีกว่าที่จีนเยอะ การลงทุนกับฟาร์มก็เป็นการลงทุนที่ดีมากๆ เหมือนคำพังเพยที่ว่าเงินมีแต่จะเสื่อมมูลค่า ที่ดินมีแต่มูลค่าเพิ่ม”
ฉินสือโอวรู้สึกว่านี่ก็สมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน เมื่อก่อนตอนที่เขาสำรวจข้อมูลของฟาร์ม ตามราคาธัญพืชและราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น รัฐวิสาหกิจต่างๆ อย่าง COFCO จึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การพัฒนาไปสู่การเปิดดำเนินการทำฟาร์มในประเทศที่ยังไม่พัฒนาและออกไปลงทุนทำฟาร์มในต่างประเทศ
แน่นอนว่าพวกเขาต้องเลือกทวีปแอฟริกา เนื่องจากราคาที่ดินและแรงงานในทวีปแอฟริกาถูกกว่าที่แคนาดามาก
แต่สำหรับเอกชนแล้ว ถ้าจะลงทุนทำฟาร์มปลาที่ต่างประเทศ เลือกแคนาดาก็คงจะดีกว่า
แอฟริกามีราคาที่ดินกับแรงงานถูกก็จริง ทว่าสังคมในพื้นที่ผันผวนไม่แน่นอน กฎหมายยังไม่สมบูรณ์พร้อม คนในท้องที่มีความรู้สึกต่อต้านต่างชาติอย่างรุนแรง ไม่มีการสนับสนุนจากรัฐ ภาคเอกชนที่เข้าไปก็รู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา
ฉินสือโอวเล่าสถานการณ์ที่เขาพอจะเข้าใจให้เหมาเหว่ยหลงฟังแล้วยุให้เขาอยู่ที่แฮมิลตัน ถ้าปล่อยให้เขาไปมอนตานา แบบนั้นถ้าอยากเจอกันอีกก็คงจะยากแล้ว
หลัวจื้อเวยได้ยินว่าเหมาเหว่ยหลงค่อนข้างสนใจอเมริกาจึงเปรียบเทียบให้ฟัง “ทำฟาร์มอยู่ที่แคนาดาดีกว่าที่อเมริกานะ เพราะแคนาดาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้ว การเกษตรเลยครอบครองสัดส่วนน้อยมาก เพื่อที่จะส่งเสริมการพัฒนาการเกษตร รัฐบาลแคนาดาเลยกำหนดนโยบายช่วยเหลือเจ้าของฟาร์มขึ้นมาหนึ่งชุด ข้อนี้อเมริกาเทียบกันไม่ติดเลย เนื่องจากตอนนี้อเมริกามีฟาร์มขนาดใหญ่เยอะเกินไป การผนวกที่ดินก็รุนแรงไปด้วย”
ฟาร์มมาเธอร์เอิร์ธวางแผนได้ไม่เลวเลย พื้นที่เกษตรกรรมถูกแบ่งเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมหลายๆ บล็อก มีบางส่วนปลูกข้าวโพด ปลูกข้าวบาร์เลย์ ปลูกบักวีต ปลูกถั่วเหลืองกับบางส่วนที่ปลูกดอกเรพซีด
ระยะเวลาในการปลูกผลิตผลทางการเกษตรไม่ได้ตรงกันทั้งหมด ดังนั้นจึงมีบางส่วนที่มีสภาพการเจริญเติบโตงอกงามแล้ว บางส่วนก็เพิ่งจะแตกหน่อ และบางส่วนที่ยังไม่มีเค้าลางของการเจริญเติบโตปรากฏขึ้นเลยด้วยซ้ำ หลัวจื้อเวยไม่ได้อธิบายทั้งสามคนจึงไม่มีใครรู้ว่าเขาปลูกอะไรไป
ทว่าไม่ว่าจะเพิ่งโตขึ้นมาหรืองอกงามแล้ว สภาพการเจริญเติบโตทั้งหมดก็ไม่เลวเลย เห็นได้ชัดว่าดินของฟาร์มมีความอุดมสมบูรณ์มาก
สำหรับข้อนี้ เหมาเหว่ยหลงพึงพอใจมาก เขาเล่าให้ฉินสือโอวฟัง “ฟาร์มของที่นี่เป็นฟาร์มที่ดีที่สุดในบรรดาฟาร์มทั้งหมดที่ฉันเคยไปดูมาเลย ก่อนหน้านี้มีฟาร์มหญ้าสำหรับให้อาหารสัตว์ที่หนึ่งที่เหมือนจะเติบโตได้ดี แต่พอฉันสังเกตดูละเอียดๆ ก็เห็นว่าชั้นดินของทุ่งหญ้าตื้นเกินไป เหมาะสำหรับปลูกหญ้าอย่างเดียวเท่านั้นไม่เหมาะกับการปลูกผักกับธัญพืช”
“แล้วก็มีฟาร์มอีกที่หนึ่ง เจ้าของฟาร์มตรงนั้นโลภเกินไป เขาสนใจแต่การเพาะปลูกแต่ไม่ถนอมที่ดิน สิบกว่าปีต่อมา ดินของฟาร์มก็เสียหายหมดแล้ว พอฝนตกก็กลายเป็นหนองเลน พอหน้าแล้งก็เวิ้งว้างว่างเปล่า ถ้าซื้อฟาร์มนั้นมาสร้างใหม่แล้วไม่ได้ใช้เวลาสี่ห้าปี ไม่ได้ลงทุนหลายแสนก็อย่าหวังเลยว่าจะมีประโยชน์”
พอได้ยินที่เหมาเหว่ยหลงพูด หลัวจื้อเวยก็หัวเราะเสียงดังแล้วพูดออกมา “น้องชาย ฟาร์มของเราไม่ได้โม้นะ ถึงพื้นที่อาจจะไม่ใหญ่ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องคุณภาพดิน เราก็ต้องเป็นแนวหน้าของหามาถุน[1]แน่นอน”
พอหลัวจื้อเวยพูดแบบนี้ เหมาเหว่ยหลง ฉินสือโอวและโอวหยางไห่ต่างก็พากันชะงักงัน ทั้งสามคนหันมาสบตากันอย่างทึ่มๆ แล้วพากันถามด้วยความงงงวยว่า “หามาถุน? หามาถุนคือที่ไหนครับ? ใช่เมืองนี้ไหม?”
เห็นทั้งสามคนไม่เข้าใจ ไช่หมิงเจวียนจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “หามาถุนก็คือแฮมิลตันนั่นแหละ พวกเราคนจีนที่อยู่ที่นี่ตั้งชื่อเล่นให้มัน ถ้าพวกเธออ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของชื่อแฮมิลตันแยกกันก็จะรู้ว่าทำไมคนบ้านเดียวกันกับพวกเราถึงเรียกมันว่าอย่างนี้”
ฉินสือโอวลองอ่านคำนี้เงียบๆ ภาษาอังกฤษของคำว่าแฮมิลตันก็คือ Hamilton ถ้าอ่านแยกกัน ก็จะเป็น Ha-mil-ton ถ้าอ่านช้าๆ หน่อยก็จะออกเสียงว่าหามาถุนจริงๆ
“ไม่ใช่แค่การทับเสียงนะ ถ้าพวกนายเห็นแผนที่อันเก่าก็จะเข้าใจ แฮมิลตันเมื่อหลายปีก่อนเพิ่งจะกลืนเมืองเล็กรอบๆ จนกลายมาเป็นเมืองนี้ บนแผนที่เมื่อก่อนเมืองนี้เป็นเหมือนแค่ตีนกบที่ยื่นออกมาเท่านั้นเอง” หลัวจื้อเวยพูดเสริม
เหมาเหว่ยหลงฟังทั้งที่สองคนพูดจาหยอกล้อก็รู้สึกว่าน่าสนใจจริงๆ เขาใช้แขนกระทุ้งฉินสือโอวพร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม “แกมาอยู่แคนาดาตั้งปีหนึ่งแล้ว กระทั่งชื่อเล่นของแฮมิลตันก็ไม่รู้จักเหรอ?”
ถึงฉินสือโอวจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบที่ไม่ได้หามาเอง แต่ถึงยังไงข้างๆ ตัวเขาก็มีแต่คนพื้นเมือง เรื่องเกี่ยวกับเมืองหลายเมืองในประเทศนี้เขาก็นับว่ามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เขาจึงยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “ใครบอกแกว่าฉันไม่รู้จักชื่อเล่นของมัน? ฉันแค่คิดไม่ถึงว่าคนบ้านเดียวกันกับเราจะมีความสามารถขนาดนี้ ถึงได้คิดชื่อหามาถุนขึ้นมาได้”
“ถ้าอย่างนั้นยังมีชื่อเล่นอย่างอื่นอีกเหรอ?” เหมาเหว่ยหลงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฉินสือโอวพยักหน้ารับ เขากล่าว “คนพื้นเมืองของแฮมิลตันน่ะจะชอบเรียกเมืองนี้ว่า ‘เมืองรักแร้’ ”
ชื่อเล่นชื่อนี้เกี่ยวข้องกับรูปร่างลักษณะของโกลเด้น ฮอร์สชู เมืองใหญ่แห่งนี้เป็นเส้นโค้งบนแผนที่ ว่ากันว่าชื่อโกลเด้น ฮอร์สชูเป็นชื่อเรียกจากศิลปะวรรณคดี ชื่อเรียกทั่วไปก็คือแฮมิลตัน ส่วนชื่อเรียกเพี้ยนๆ ก็คือเมืองรักแร้ เนื่องจากบนแผนที่พื้นที่บริเวณนี้ดูเหมือนรักแร้ที่โค้งงอจริงๆ
หลัวจื้อเวยกับภรรยาย่อมรู้จักชื่อนี้อยู่แล้วจึงพากันฟังฉินสือโอวอธิบายให้เหมาเหว่ยหลงฟังด้วยรอยยิ้ม
พอฟังจบแล้วเหมาเหว่ยหลงก็ส่ายหัว เขาพูดอย่างทอดถอนใจ “ถ้าพูดถึงชื่อเล่น พวกเราคนจีนยังเก่งกว่าอีก เมืองรักแร้จะนับว่าเป็นอะไรได้? นี่ไม่ได้อธิบายความหมายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เทียบกันกับหามาถุนของพวกเราแล้วยังห่างชั้นกันตั้งไกล”
ทุกๆ คนนั่งอยู่บนรถทั้งฟังหลัวจื้อเวยกับภรรยาแนะนำฟาร์มไป แล้วก็พูดคุยกันตามใจชอบไปด้วย ที่นี่ไม่ได้ความกว้างขวางเป็นอิสระเหมือนที่ฟาร์มปลา แต่ก็มีความน่าสนใจอีกแบบเช่นกัน
ตอนที่รถยนต์ไฟฟ้าขับมาถึงริมขอบทางทิศใต้ของฟาร์ม สวนแปลงหนึ่งก็เผยโฉมขึ้นมา พื้นที่ของสวนมีขนาดประมาณยี่สิบสามสิบเมตร ด้านในมีไม้กางเขนที่ทำจากหินอยู่หลายๆ อัน
เหมาเหว่ยหลงเคยเห็นภาพสถานที่แบบนี้จากหนังฮอลลีวูดมาเยอะแล้วจึงเผลอตัวถามออกไป “พระเจ้า นี่ไม่ใช่สุสานหรอกเหรอ?”
หลัวจื้อเวยก็ตอบเขาอย่างเบิกบานใจ “ใช่แล้ว ที่นี่ก็คือสุสานนั่นแหละ”
เหมาเหว่ยหลงมองสีหน้ามีความสุขของเหมาเหว่ยหลงด้วยความไม่เข้าใจจึงแอบดึงฉินสือโอวแล้วพูดเสียงเบา “เวร เพื่อน พี่ชายคนนี้คงไม่ได้มีอาการป่วยทางจิตหรอกใช่ไหม? สร้างฟาร์มไว้ข้างๆ สุสานแถมยังดูมีความสุขขนาดนี้อีกน่ะเหรอ?”
ฉินสือโอวพูดยิ้มๆ “ถึงเวลาที่ฉันต้องทำเป็นอวดรู้อีกแล้ว แกคงไม่เข้าใจ นี่คือประเพณีของแคนาดา คนในท้องที่ส่วนมากนับถือศาสนาคริสต์ แถมศาสนาคริสต์ยังเชื่อว่าสุสานคือสถานที่ที่อยู่ใกล้กับสวรรค์ที่สุด ดังนั้นสุสานหลายแห่งในแคนาดาเลยสร้างไว้กับสวนสาธารณะ แล้วก็มีบางส่วนที่สร้างอยู่ข้างๆ ที่อยู่อาศัยด้วย”
เหมาเหว่ยหลงแอบตกใจจนพูดไม่ออก เขาถามด้วยความประหลาดใจว่า “สร้างที่อยู่อาศัยข้างๆ สุสานเนี่ยนะ? ไม่น่ากลัวเหรอ”
“มันจะมีอะไร หลายคนก็ชอบอาศัยอยู่ข้างๆ สุสาน ว่ากันว่าพอเปิดหน้าต่างตอนดึกดื่นเงียบสงัดจะสามารถมองเห็นสวรรค์ได้เลยนะ” โอวหยางไห่พูดแทรกพร้อมรอยยิ้ม
นี่คือความแปลกประหลาดของวัฒนธรรม ถึงแม้ว่าแคนาดากับอเมริกาจะเป็นประเทศใหม่ที่มีอายุไม่มาก แต่ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการนับถือศาสนาคริสต์ของผู้คนทั้งสองประเทศกลับลึกซึ้งและยาวนาน สิ่งนี้มีความสัมพันธ์กันกับชีวิตของผู้ที่มีความศรัทธาอย่างแน่บแนบ
ต้องมาถึงประเทศเหล่านี้ถึงจะสามารถสัมผัสได้ถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมศาสนาคริสต์กับชีวิตประจำวันได้อย่างเด่นชัด วัฒนธรรมหลักคำสอนศาสนามีอิทธิพลแทรกซึมเข้าไปในทุกแง่มุมของชีวิตผู้ที่นับถือศรัทธาและระดับชั้นทางสังคม
บางครั้งเวลาที่ฉินสือโอวเดินเล่นไปในเมืองเรื่อยๆ เขาก็พบกับผู้คนบางส่วน คำทักทายปราศรัยที่พวกเขาพูดจนติดปากก็มาจากคัมภีร์ไบเบิล ฉินสือโอวเคยได้ยินคำว่าท่ามกลางเมฆหมอก ที่จริงแล้วประโยคนั้นอาจจะเป็นการอวยพร แสดงถึงความโชคดี ความสงบสุข และแน่นอนว่ามีบางส่วนที่แฝงความสุภาพเอาไว้ด้วย
แต่ถึงอย่างไรมันก็สลับซับซ้อนมากๆ อยู่ดี!
………………………………………………..
[1] หามาถุน (蛤蟆屯) คำว่า หามา (蛤蟆) มีความหมายภาษาจีนแปลว่ากบ ส่วนคำว่า ถุน (屯) ในภาษาจีนแปลว่าหมู่บ้าน

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset