วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ – ตอนที่ 142 เล่นละคร แกล้งเป็นบ้า

รถปอร์เช่ คาเยนน์ ของเย่ฉ่าวเฉินเป็นการดัดแปลงแบบพิเศษ ที่ปืนธรรมดาไม่สามารถยิงทะลุกระจกเข้ามาได้ แต่ว่านกลุ่มนี้ได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี กระสุนทุกนัดที่ยิงเข้ามาถึงแม้ว่ากระจกจะไม่แตกแต่ก็เป็นรอยร้าว

กลุ่มคนชุดดำเดินออกมาจากพุ่มไม้มายืนอยู่ตรงหน้ารถแล้วถือปิดเล็งไปที่คนในรถ คนขับรถไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น เขาไม่รอให้เย่ฉ่าวเฉินสั่งการเขาก็เหยียบคันเร่งจนมิดพุ่งชนไปข้างหน้าทันที

เพียงเท่านี้รถปอร์เช่ก็หลุดออกจากวงล้อมนั้นได้ แต่ว่าคนขับได้ขับชนคนไปกี่คนตัวเขาเองก็นับไม่ถ้วน

” เสี่ยวจาง โทรไปรายงานสถานการณ์ทางนี้ให้กับคนที่อยู่ในคฤหาสน์ บอกคุณหมอหานให้พาคุณหมอมาเพิ่มด้วย แล้วก็บอกด้วยว่าให้เตรียมเลือดสำรองไว้ให้มากพอ ” เย่ฉ่าวเฉินใช้มือปิดแผลตัวเองไว้ แล้วออกคำสั่งก่อนที่ตัวเองจะหมดสติไป

เสี่ยวจางตอบว่า ” ครับ ” แล้วกดระบบโทรในรถ ก็มีคนรับสายทันทีที่โทรติด

” ฮัลโหล ฉันคือเย่ฉ่าวเหยียน ใช่พี่ชายรึป่าว? ” ทั้งบ่ายของวันนี้เย่ฉ่าวเหยียนอยู่ที่ห้องนั่งเล่นตลอดโดยไม่ได้ไปไหนไกล เขาเกรงว่าในด้านของเย่ฉ่าวเฉินจะเกิดเหตุการณ์อันตรายขึ้นแล้วโทรมาขอความช่วยเหลือ และแล้วก็โทรมาจริงๆ

” พี่ชายได้รับบาดเจ็บสาหัสหรอ? ยังสามารถพูดได้อยู่ไหม? ” เย่ฉ่าวเหยียนถามอย่างรีบร้อน

เย่ฉ่าวเฉินพยายามพูด ” ฉันยังอดทนไหวอยู่ แกไม่ต้องเป็นห่วง ”

” ได้ ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้ แต่ว่าจากคฤหาสน์ไปยังเขตหนานซานระยะทางค่อนข้างไกล ผมเกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นระหวังทาง รถปอร์เช่คันนั้นมีจีพีเอสติดไว้ในตัวรถอยู่แล้ว เดี๋ยวผมกับคุณหมอหานจะรีบเตรียมรถพยาบาลไปรับพวกพี่นะ ”

เย่ฉ่าวเหยียนจัดการได้ดีมาก เย่ฉ่าวเฉินพยักหน้า เสี่ยวจางเห็นเขาหน้าซีดและไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพูด จึงตอบคุณชายรองไปว่า ” คุณชายรองครับ คุณชายใหญ่พยักหน้าตกลง พวกคุณรีบมาหน่อยนะครับ ”

” ได้ เสียวจาง ขัยรถระวังด้วยนะ ” พอพูดจบเย่ฉ่าวเหยียนก็ตัดสายทันที กลัวอะไรก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ที่ไม่อยากบอกมู่เวยเวยเพราะไม่อยากให้เธอไปวุ่นวาย คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนรู้ทันสะก่อน

……

บนรถ มู่เวยเวยยังคงนอนไม่ได้สติ เย่ฉ่าวเฉินก้มมองหน้ามู่เวยเวยที่ยังมีคราบน้ำตาอยู่ เขาก็รู้สึกปวดใจและเป็นทุกข์มาก

ถ้าเธอฟื้นคืนมาในตอนนี้ เขาเชื่อว่าเธอต้องใช้ปืนยิงไปที่หัวใจเขาอย่าไม่ลังเลแน่นอน

แต่ว่า ถ้าเธอรู้ว่าเย่ฉ่าวเฉินก็คือเสี่ยวจื่อล่ะ?

เธอยังจะอยากยิงเขาอยู่อีกไหม?

ถึงเธอจะไม่ยิงเขา แต่ก็คงจะเกลียดเขามากกว่าเดิม

มู่เวยเวย ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเธอมันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เอาตัวบังกระสุนให้เธออีกด้วย?

เหอะเหอะ เย่ฉ่าวเฉิน แกยังเป็นคนเดิมอยู่รึป่าว?

เดิมทีต้องใช้เวลาในการเดินทางหนึ่งชั่วโมง แต่ภายใต้การวางแผนของเย่ฉ่าวเหยียนแล้วเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงทั้งสองฝ่ายก็จะได้เจอกัน คุณหมอหานและเพื่อนร่วมงานได้นำตัวเย่ฉ่าวเฉินและคนที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถพยาบาลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เย่ฉ่าวเหยียนเห็นมู่เวยเวยที่หมดสติอยู่ ก็ถามขึ้นอย่างลังเล ” พี่ชาย พี่สะใภ้เป็นอะไร? ” เมื่อกี้ในโทรศัพท์ไม่ทันได้ถาม

” โดนฉันตบแล้วสลบไป แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ” เย่ฉ่าวเฉินกล่าว

” ถ้าอย่างนั้นจะให้เธอนั่งรถคันเดียวกับพี่กลับไปหรอ? ”

เย่ฉ่าวเฉินรีบปฏิเสธ ” ไม่ต้อง ตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดี ถ้าเห็นหน้าฉันจะยิ่งไปกันใหญ่ แกนั่งรถพาเธอกลับไป ”

” ได้ รับทราบครับ ”

รถพยาบาลทั้งสองคันได้ขับออกไป เย่ฉ่าวเหยียนจึงก้มลงไปอุ้มมู่เวยเวยออกมาจากรถ และบอกกับคนขับรถว่า ” ในรถมีกลิ่นเลือดแรงมาก กลับไปไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย ”

” ครับ คุณชายรอง ”

” ลำบากด้วยนะ รีบกลับไปเถอะ ”

เย่ฉ่าวเหยียนอุ้มมู่เวยเวยไปที่รถของตัวเอง บอกกับคนขับรถที่นั่งอยู่ด้านหน้าว่า ” กลับคฤหาสน์ ”

รถเลื่อนตัวตามรถพยาบาลไปอย่างรวดเร็ว

นอกหน้าต่าง ฝนค่อยๆตกลงมา มือเย็นๆของมู่เวยเวยสัมผัสกับมือเขาโดยที่ไม่รู้ตัว

เย่ฉ่าวเหยียนหันไปมองเธอ แล้วหยิบทิชชู่ออกมาเช็ดคราบน้ำตาให้เธอ จากนั้นก็เอามือซ้ายไปกุมมือเธอไว้เพื่อมอบความอบอุ่นให้กับเธอ

ยัยโง่ แค่ตัวปลอมยังจะเสียน้ำตามากขนาดนี้? เธอไม่น่าเรียนด้านการออกแบบ น่าจะไปเรียนด้านการแสดง จากท่าทีของพี่ชายเขาน่าจะหลงกลเธอเข้าแล้ว

มือของเธอขาวและนุ่มมาก เพราะว่าเขาใช้ดินสอเป็นเวลานานนิ้มชี้เธอจึงปูดขึ้นมาเล็กน้อย เย่ฉ่าวเหยียนจับตรงจุดนั้นในใจก็รู้สึกยุ่งเหยิงมาก

อีกด้านหนึ่งเขาก็กังวลอาการบาดเจ็บของเย่ฉ่าวเฉิน แต่อีกด้านเขาก็อยากอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เธอซบไหลของเขาอยู่เงียบ และเขาก็จับมือเธอไว้

ฝนที่ตกนอกหน้าต่างก็ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ฝนตกแบบนี้ ไม่ว่าส่วนไหนของหนานซานที่เกิดเรื่องอะไรขึ้นก็จะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้

แน่นอนว่าถ้าหนานกงเฮ่าไม่อยากให้เย่ฉ่าวเฉินกลับไปตรวจสอบทีหลัง ศพเหล่านั้นก็จะถูกชะล้างไปพร้อมกับฝนในครั้งนี้

เกือบหนึ่งชั่วโมง ทุกคนกลับมาถึงคฤหาสน์กันหมดแล้ว เย่ฉ่าวเฉินและการ์ดได้ถูกนำตัวเข้าไปยังห้องพยาบาลที่ได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เย่ฉ่าวเหยียนพยุงมู่เวยเวยแล้วส่งให้ฉินหม่าดูแล ส่วนตัวเขาก็มายืนรออยู่หน้าห้องพยาบาล

ขอแค่กระสุนไม่ได้ยิงถูกกระดูกก็แค่ผ่ากระสุนออกก็น่าจะปลอดภัยแล้ว

ผ่านไปสิบนาทีกว่า มีพยาบาลคนหนึ่งวิ่งออกมา และพูดด้วยสีหน้ากังวล ” เย่ฉ่าวเฉินเสียเลือดมาก เราต้องทำการเติมเลือดด่วน ”

เย่ฉ่าวเหยียนรีบพูดขึ้นว่า ” ใช้เลือดฉันได้ เรากรุ๊ปเลือดเดียวกัน ”

” ไม่ได้ ไม่อนุญาตให้ใช้เลือดระหว่างญาติเพราะจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในการถ่ายเลือดได้ คุณรีบตามหาด่วนว่าในนี้มีใครเลือดกรุ๊ป A อีก ” พอพยาบาลพูดจบก็หันหลังกลับเข้าไปในห้องทันที

พอพ่อบ้านหวังได้ยิน ก็รีบกดโทรออก ” ถามการ์ดและคนขับรถว่าในนี้ใครเลือดกรุ๊ป A ให้มาที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้ ”

พึ่งวางสายไปสองนาที ก็มีชายสามคนวิ่งลุยฝนเข้ามา พูดกับพ่อบ้านหวังอย่างจริงจัง ” คุณอาหวัง พวกเราทั้งสามกรุ๊ป A ใช้เลือดของพวกเราได้ ”

เย่ฉ่าวเหยียนลุกขึ้นและพูดกับทั้งสามคนอย่างซาบซึ้ง ” ขอบคุณพวกนายมาก ”

คนหนึ่งในนั้นพูดขึ้นว่า ” คุณชายรอง เกรงใจกันเกินไปแล้ว ปกติคุณชายดูแลพวกเราดีมาก แค่ให้เลือดแค่นี้ไม่เป็นไรเลย ”

พยาบาลก็เดินออกมาแล้วถามทั้งสามคนว่า ” พวกคุณกรุ๊ปเลือด A ใช่ไหม? ”

ทั้งสามคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง

พยาบาลได้ตรวจสอบเลือดของทั้งสามคนเรียบร้อยแล้วพูดว่า ” ใช่ เลือดกรุ๊ป A พวกคุณตามฉันมา ”

ในห้องพยาบาลยังคงทำการช่วยเหลือคนเจ็บอยู่ ฉินมาเดินผ่านมาด้วยสีหน้าที่กังวล

” ฉินหม่า พี่สะใภ้เป็นยังไงบ้าง? ” ตั้งแต่กลับถึงคฤหาสน์เขายังไม่ได้ไปดูเธอเลย

ฉินหม่าถอนหายใจแล้วพูดว่า ” ยังคงไม่ฟื้น ”

เย่ฉ่าวเฉินไม่มีอะไรจะพูด ตอนนั้นพี่ชายใช้แรงมากขนาดไหนกัน สลบไปสองชั่วโมงแล้วยังไม่ฟื้นอีก

” คุณชายรอง คุณชายใหญ่จะไม่เป็นไรใช่ไหม? ” ฉินหม่าถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เธออยู่คฤหาสน์หลังนี้มายี่สิบกว่าปีแล้ว เย่ฉ่าวเฉินก็เป็นเหมือนลูกชายของเธอ

เย่ฉ่าวเหยียนเดินเข้ามาตบไหลเธอแล้วบอกว่า ” ฉินหม่า พี่ฉันหนังเหนียวไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอก ”

” อือ……” ฉินหม่าเหมือนจะร้องไห้

การผ่าตัดใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่าๆ ในที่สุดก็เสร็จสิ้นลงแล้ว

กระสุนที่ไหล่ของเย่ฉ่าวเฉินถูกผ่าออกแล้ว แต่ยังอยู่ในอาการโคม่า

แผนกออกแบบบริษัทเย่ฮวาง

เฉียวซินโยวรู้สึกจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอยังกลับไปดูที่คฤหาสน์ว่าแผนการราบรื่นดีหรือไม่ เย่ฉ่าวเฉินได้รับบาดเจ็บไหม แล้วมู่เวยเวยตอนนี้จะเป็นยังไง?

แต่ว่าเธอก็ทำได้เพียงอดกลั้นไว้ เธอกลับไปไม่ได้ เธอจะทำให้ทุกคนสงสัยในตัวเธอไม่ได้

ในเวลานี้ เธอส่งข้อความหาหนานกงเฮ่าเยอะมาก แต่เขาก็ไม่ได้ตอบกลับ คงไม่มีอะไรผิดพลาาดหรอกใช่ไหม

ในที่สุดก็ห้าโมงเย็นสักที เธอหยิบกระเป๋าแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว

……

ฝนตกอย่างหนัก

คฤหาสน์ตระกูลเย่ถูกปกคลุมด้วยฝนที่ตกอย่างหนัก บรรยากาศเงียบสงบมาก

เฉียวซินโยวเพียงแค่ก้าวขาเข้าบ้านก็ได้กลิ่นยาอ่อนๆโชยมา

ใครบาดเจ็บ?

เย่ฉ่าวเฉินหรือว่ามู่เวยเวย? แน่นอนว่าเธอหวังว่าจะเป็นมู่เวยเวย

เธอรีบก้าวเท้าเดินไปที่ห้องนอนของเย่ฉ่าวเฉิน พึ่งจึงถึงหน้าประตูก็ถูกเย่ฉ่าวเหยียนที่กำลังเดินออกมาขวางไว้ ” คุณเฉียว ”

” ฉ่าวเหยียน ให้ฉันเข้าไปเถอะ ฉ่าวเฉินได้รับบาดเจ็บหรอ? “สีหน้าของเฉียวซินโยวเป็นกังวล

เย่ฉ่าวเหยียนรีบปิดประตู แสยะยิ้มแล้วมองไปที่เธอ ” คุณเฉียวคุณรู้ได้ยังไงว่าพี่ชายได้รับบาดเจ็บ? ”

เฉียวซินโยวนิ่งไปชั่วขณะ แล้วพูดอย่างช้าๆว่า ” ฉัน……ตอนที่ฉันเข้ามาฉันได้กลิ่นยา…..เป็นเย่ฉ่าวเฉินจริงๆหรอ? ”

เย่ฉ่าวเหยียนไม่ได้ปกปิดเธอ ถึงยังไงเรื่องนี้ก็เป็นฝีมือเธอและหนานกงเฮ่า ” พี่ชายได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย ตอนนี้ต้องการพักผ่อน เธออย่าไปรบกวนเขาเลย ”

” ฉันอยากเข้าไปดูให้เห็นกับตา ” เฉียวซินโยวยังคงไม่ละทิ้งความพยายาม ” ฉันเป็นห่วง”

” คุณเฉียว สิ่งที่ฉันพูดคุณฟังไม่รู้เรื่องหรอ? ” เย่ฉ่าวเหยียนทำท่าจริงจัง ” พี่ชายไม่ได้เป็นอะไร เชิญคุณออกไปจากตรงนี้ด้วย รอเขาฟื้นแล้วฉันจะเป็นคนแจ้งคุณเอง ”

เฉียวซินโยวเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า ” โอเค ” จากนั้นก็หันหลังเดินออกไป

ตาของเย่ฉ่าวเฉินมองมือของเธอที่กำหมัดแน่น

เหอะ พวกเธอทำให้พี่ชายฉันตกอยู่ในสภาพนี้ ยังจะมาแสแสร้งทำมาเป็นห่วง?

เวลาทุ่มกว่าของคืนนั้น มู่เวยเวยฟื้น

ในหูมีแต่เสียงฝนตก เธอมองไปที่เพดานแล้วค่อยๆคิดพิจารณาว่าต่อจากนี้จะเอายังไงดี?

แกล้งบ้าเพื่อจะกดดันเย่ฉ่าวเฉินให้ส่งเธอออกจากที่นี่ หรือว่าจะแก้แค้น เพื่อที่เย่ฉ่าวเฉินจะทนไม่ได้แล้วส่งเธออกจากที่นี่

เอาเถอะ เก็บไว้พิจารณาทั้งสองแบบนั้นแหละ เพื่อที่จะได้ออกจากที่นี่เร็วที่สุด

แต่ว่าถ้าจะทำเรื่องนี้ได้ต้องได้รับความเชื่อใจจากเย่ฉ่าวเหยียนก่อน

ด้านหลังศีรษะของเธอปวดมาก มู่เวยเวยนึกขึ้นได้ว่าเย่ฉ่าวเฉินเป็นคนทำให้เธอสลบไป แล้วเขาล่ะ? ไม่ได้ตายในสนามยิงปืนครั้งนั้นใช่ไหม

ประตูถูกเปิดออกเบาๆ มู่เวยเวยค่อยๆปิดตาลง เสียงฝีเท้าค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ๆ ฟังเสียงรู้สึกคุ้นๆ

” ยังไม่ฟื้น? ”

เป็นฉินหม่า เธอเอาซุปไก่ที่ทำเสร็จแล้ววางไว้ที่โต๊ะ หันกลับมาใช้มือแตะหน้าผากมู่เวยเวยแล้วพูดขึ้นว่า ” ไม่ได้เป็นไข้ก็ดีแล้ว ”

มู่เวยเวยรู้สึกซาบซึ้ง มือที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็ค่อยๆกำมือไว้แน่น

ฉินหม่าถือซุปไก้เดินออกจากห้องไป น้าตาไหลลงมา

ถ้าที่นี่ไม่มีเย่ฉ่าวเฉินเธอเต็มใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป อยู่อย่างสงบสุขกับฉินหม่า คุณอาหวัง และคนที่ใจดีอย่างเย่ฉ่าวเหยียน แน่นอนว่าต้องมีเสี่ยวจื่อที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วย

ผ่านไปสิบกว่านาที ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง มีคนเดินเข้ามาแล้วนั่งลงบนโซฟา

ฟ้ามือหมดแล้วในห้องก็ไม่ได้เปิดไฟ มีเพียงแสงไฟที่ส่องผ่านเข้ามาเล็กน้อย มู่เวยเวยนอนอยู่และควบคุมการหายใจอย่างระมัดระวัง

ผ่านไปนานมาก ฝ่ายตรงข้ามก็ยังคงนั่งเงียบ มู่เวยเวยรู้สึกว่าตัวเองฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว กำลังจะทำเป็นฟื้นขึ้นมา คนนั้นก็ค่อยๆพูดขึ้นว่า ” ในเมื่อฟื้นแล้วก็ไม่ต้องฝืน เหนื่อยเปล่าๆ ”

มู่เวยเวยเบิกตากว้าง ลุกขึ้นนั่งบนเตียง แล้วพูดบ่นขึ้นมาว่า ” คุณเองหรอ ทำไมไม่บอกแต่แรก ฉันก็นึกว่าใคร ”

เย่ฉ่าวเหยียนยิ้มแล้วพูดว่า ” ฉันก็อยากรู้ว่าเธอจะแกล้งหลับไปถึงตอนไหน ”

” เย่ฉ่าวเฉิน…..เป็นไงบ้าง? ” มู่เวยเวยถาม จริงๆแล้วเธออยากถามว่า เย่ฉ่าวเฉินตายรึยัง? แต่พอมาคิดอีกทีนั่นเป็นพี่ชายของเย่ฉ่าวเหยียน พูดจารุนแรงเกินไปก็ไม่ดี

” โดนยิงที่ไหล่ กระสุนผ่าออกไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่ฟื้น แต่ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง “เย่ฉ่าวเหยียนพูดจบก็ถามต่อว่า ” เธอไปทำพิธีไหว้พ่อแม่ของเธอไม่ใช่หรอ? ทำไมถึงไปอยู่ที่หนานซานได้?

มู่เวยเวยเปิดโทรศัพท์ยื่นให้เขาดู มีคนส่งข้อความมาหาฉัน คุณดูสิ

พอเยาฉ่าวเหยียนดูจบก็พูดว่า ” ข้อความนี้หนานกงเฮ่าเป็นคนส่งแน่ๆ เพื่อที่จะล่อเธอไปที่หนานซาน จากนั้นก็ทำให้พี่ชายฉันกับเธอเข้าใจผิดกัน แล้วไอ้ตัวปลอมนั้นล่ะ? ตายแล้วหรอ?

มู่เวยเวยพยักหน้า ” อือ ตอนที่ฉันไปถึงก็ตายแล้ว ”

เย่ฉ่าวเหยียนยื่นโทรศัพท์คืนเธอ ” แล้วตอนนี้เธอจะเอายังไงต่อไป? ”

มู่วยเวยมองหน้าเขา ครุ่นคิดสักพัก แล้วเล่าแผนการของเธอให้เขาฟัง

เย่ฉ่าวเหยียนลุกขึ้นมองอกไปนอกหน้าต่าง รู้สึกลังเลภายในใจ จะช่วยเธอดีไหม?

ช่วยเธอ ปล่อยเธอออกไปจากที่นี่ นับแต่นี้เธอก็จะเป็นอิสระ: ถ้าไม่ช่วย เธอก็ต้องเป็นพี่สะใภ้ของเขาตลอดไป……

” ฉ่าวเหยียน ฉันใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ฉันเหมือนท่อนไม้ที่ไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง ตอนที่เย่ฉ่าวเฉินอารมณ์ดีก็ยิ้มแย้มกับฉัน พออารมณ์เสียก็จะทำให้ฉันตายให้ได้……”

” เวยเวย ” เย่ฉ่าวเหยียนพูดขัดจังหวะขึ้น พูดโดยที่ยังหันหลังให้เธอว่า ” นับตั้งแต่วันนี้ ฉันไม่เคยเจอมู่เทียนเย่ตัวปลอม และไม่รู้แผนการใดๆของเฉียวซินโยวและหนานกงเฮ่า เธอ…..พักผ่อนเถอะ ”

” ขอบคุณมาก ” มู่เวยเวยพูดกับเขาที่ยังหันหลังอยู่ มีประโยคนี้ของเย่ฉ่าวเหยียนก็เพียงพอแล้ว

……

หลังจากฝนตกหนัก อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง

ช่วงเช้า เย่ฉ่าวเฉินฟื้นขึ้นมาแล้ว ร่างกายเขาแข็งแรงจึงฟื้นตัวได้เร็ว แต่ว่าสีหน้าก็ยังคงซีดอยู่บ้างเล็กน้อย

” คุณชาย ฟื้นแล้วหรอครับ! พระเจ้าคุ้มครองครับ ” คุณอาหวังพยุงเขาอย่างดีใจ

” มู่เวยเวยล่ะ? ” เย่ฉ่าวเฉินถามขึ้นพร้อมเอามือกุมหัว

สีหน้าของคุณอาหวังแปลกไป ” คุณผู้หญิงฟื้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ แต่ว่า……”

” แต่ว่าอะไร? ” เย่ฉ่าวเฉินรู้สึกสงสัย ถามขึ้นอย่างขมวดคิ้ว

” หลังจากที่คุณผู้หญิงฟื้นขึ้นมาแล้ว…….ไม่อยากทานข้าว……”

ๆม่อยากกินข้าว? เย่ฉ่าวเฉินแสยะยิ้ม ไม่ใช่เพราะไม่อยากกิน แต่ว่าไม่เต็มใจที่จะกินมากกว่า

” ฉันไปดูสักหน่อย ”

” คุณชาย ช้าๆหน่อย…..” คุณอาหวังอยากจะช่วยให้วางขาเขาลง

เย่ฉ่าวเฉินเหลือบมองพ่อบ้านหวัง และยิ้มอย่างข่มขื่น ” คุณอาหมัง ฉันได้รับบาดเจ็บที่ไหล ไม่ใช่ที่ขา ”

บ้านบ้านหวังยิ้ม ก็คนแก่แล้วก็เป็นห่วงไปสะทุกเรื่อง

” ออกไป ฉันไม่กิน! เอาออกไปให้หมด! ”

ยังไม่ทันได้เดินไปถึงห้องนอนมู่เวยเวย ก็ได้ยินเสียงด่าของเธอมาแต่ไกล หลีงจากนั้นก็ได้ยินเสียงถ้วยชามที่ตกแตก

สาวใช้คนหนึ่งเดินออกมาจากห้อง เย่ฉ่าวเฉินถามเธอว่า ” เกิดอะไรขึ้น? ”

สาวใช้ก้มหน้าแล้วตอบว่า ” ตั้งแต่เมื่อวานคุณผู้หญิงไม่ยอมกินอะไรเลย อาหารที่เอาเข้าไปให้ก็ถูกขว้างทิ้งหมด ”

เย่ฉ่าวเฉินส่งสัญญาณมือ สาวใช้ก็เดินออกไปทันที

ในห้อง มู่เวยเวยได้ยินเสียงของเขา ก็ตั้งใจทำให้ผมตัวเองยุ่งเหยิง ผ้าห่มและผ้าปูที่นอนก็ยุ่งเหยิงด้วย จากนั้นก็พิงกำแพงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้ความรู้สึก

ดังนั้น พอเย่ฉ่าวเฉินเข้ามา สิ่งที่เขาจะเห็นก็เป็นผู้หญิงบ้า รุงรัง โศกเศร้า และใบหน้าที่ซีดเซียว

แน่นอนว่ายังมีอาหารมี่ตกแตกอยู่ที่พื้น

” คุณมาทำไม? ” มู่เวยเวยมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ ” ไม่กลัวว่าฉันจะหยิบปืนขึ้นมาจากใต้ผ้าห่มแล้วฆ่าคุณหรอ? ”

พอคุฯอาหวังได้ยินประโยคนั้นก็รีบไปยืนบังหน้าเย่ฉ่าวเฉินไว้ ” คุฯผู้หญิง คุณชายได้ยินว่าคุณไม่ยอมกินข้าว เลยมาดูคุณ คุณอย่าใจร้อน ”

มู่เวยเวยเอามือทั้งสองข้างออกมา แล้วยิ้มพูดว่า ” พ่อบ้านหวัง คุณทำไมต้องกังวลมากขนาดนี้ด้วย? ฉันแต่ล้อเล่น ”

เย่ฉ่าวเฉินผลักพ่อบ้านหวังออก แล้วมองหน้าเธอบอกว่า ” มู่เวยเวย ทำไมไม่กินข้าว? ”

” คุณฆ่าพี่ชายฉัน ในมือของคุณเปื้อนเลือดพี่ชายฉันเต็มไปหมด แต่คุณกลับมาบอกใก้ฉันกินข้าวของตระกูลเย่งั้นหรอ? ” มู่เวยเวยอารมณ์อ่อนไหวมาก น้ำตาไหลท่วมแก้ม ” เย่ฉ่าวเฉิน ฉันเคยพูดไว้แล้ว ฉันต้องฆ่าคุณให้ได้เพื่อแก้แค้นให้กับพี่ชายของฉัน รู้แบบนี้แล้ว ยังจะอยากให้ฉันกินข้าวอยู่อีกไหม? ”

” ถ้าเธอไม่กินข้าง เธอจะไปเอาแรงที่ไหนมาแก้แค้นแทนพี่ชายเธอล่ะ? “เย่ฉ่าวเฉินพูดประโยคนี้อย่างเยือกเย็น และหันไปบอกพ่อบ้านหวังว่า ” ไปเอาอาหารมาให้เธอ ถ้าเธอไม่ยอมกินก็จับยัดปากเธอได้เลย ”

มู่เวยเวยสะดุ้ง เขาเป็นคนที่กล้าพูดกล้าทำ

” เย่ฉ่าวเฉิน คุณมันเป็นปีศาจร้าย ฉันไม่มีวันปล่อยคุณไปแน่ ” มู่เวยเวยตะโกนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เธอเอาการแสดงทั้งหมดในชีวิตที่มีออกมาใช้

เย่ฉ่าวเฉินมองหน้าเธอ แล้วหันหลังเดินออกไป ” บอกให้คนมาทำความสะอาห้อง แล้วเปลี่ยนพรมปูพื้นให้เรียบร้อย ”

” ครับ คุณชาย ” บ้านบ้านหวังตามหลังเขาไปอย่างติดราวกับว่ากลัวมู่เวยเวยจะใช้ปืนยิงเย่ฉ่าวเฉินจริงๆ

เฉียวซินโยวที่ยืนอยู่อึกมุมหนึ่งพอได้ยินการสนทนาของพวกเขาก็ดีใจมาก คราวนี้พวกเขามีเรื่องบาดหมางกันถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อ ถ้ายังอยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน เหอะ ฝันไปเถอะ!

…….

ครั้งนี้ฉินหม่าเอาอาหารขึ้นมาให้เธอที่ห้องด้วยตัวเอง สาวใช้คนเมื่อกี้ไม่ได้ตามมาด้วย มู่เวยเวยทนไม่ได้ที่จะทำให้ฉินหม่าลำบากใจ เธอลุกออกจากเตียงและไปนั่งบนโซฟาด้วยความโกรธ แล้วพูดขึ้นอย่าเย็นชา ” พวกคุณไม่ต้องยัดปากฉัน ที่เย่ฉ่าวเฉินพูดก็ถูก ต้องกินให้อิ่มถึงจะมีเรี่ยวแรงแก้แค้นให้พี่ชาย! ”

ฉินหม่าเอาอาหารวางไว้ตรงหน้าเธอ มู่เวยเวยไม่ได้พูดอะไรและลงมือกินข้าวทันที หิวมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ท่องโล่งมาก ถ้าไม่ใช่เพราะต้องแสดงให้สมจริง เธอก็คงไม่หาอะไรลงท้องตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

” คุณผู้หญิง กินช้าๆค่ะ ” ฉินหม่าพูดด้วยความเป็นห่วง แล้วหันหลังไปบอกให้สาวใช้ออกไปได้

” คุณผู้หญิง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณชายทำอะไรกับคุณไปบ้าง แต่ฉันขอเตือนนะว่าอย่าพยายามสู้กับคุณชายเลย สู้ไปแล้วคุณจะได้ประโยชน์อะไร? ”

คำพูดของฉินหม่าทำให้มู่เวยเวยรู้สึกเศร้า น้ำตาของเธอหยดลงบนถ้วยข้าวของเธอจากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น ” ฉินหม่า……เย่ฉ่าวเฉินเขา……เขาฆ่าพี่ชายฉัน……จะให้ฉันยิ้มให้ศัตรูของฉันอย่างนั้นหรอ?ฉินหม่า……ฉันจะต้องแก้แค้นให้พี่ชายของฉันให้ได้

ฉินหม่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่รู้ว่าเรื่องราวมันจะรุนแรงขนาดนี้ อยู่ตระกูลเย่มานานขนาดนี้ เธอรู้เรื่องที่บาดหมางกันระหว่างมู่เวยเวยและเย่ฉ่าวเฉิน แต่กลับไม่รู้ว่ามู่เทียนเย่ตายด้วยน้ำมือของเย่ฉ่าวเฉิน

” คุณ……เห็นกับตาหรอ? ”

” ใช่ มู่เวยเวยตาแดง และพูดด้วยความโกรธแค้น ” เมื่อวานตอนเย็น ฉันเห็นกับตา ”

” นี่……เฮ้อ……” ฉินหม่าไม่มีอะไรจะพูด แค่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ” ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าใครผิดใครถูก แต่ว่าคุณผู้หญิง คุณอย่าเอาร่างกายตัวเองมาล้อเล่น พ่อแม่คุณที่อยู่บนฟ้าท่านจะเสียใจเอาได้ ”

เมื่อเอ่ยถึงพ่อแม่ มู่เวยเวยร้องไห้หนักกว่าเดิม เมื่อวันเป็นวันรำลึกถึงพวกท่านแ่เธอกลับไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับท่าน

” คุณผู้หญิง คุณทานข้าวไปก่อน ฉันขอตัวก่อนนะ ” ฉินหม่าลูบผมเธอแล้วเดินออกจากห้องไป

มีตึกสามชั้นที่อยู่ห่างออกไปจากคฤหาสน์ไม่ไกลเท่าไหร่ ปกติแล้วเป็นบ้านพักของการ์ดและคนขับรถ หลังจากที่เย่ฉ่าวเฉินออกจากห้องมู่เวยเวยเขาตรงมาที่นี่

” แผลดีขึ้นรึยัง? ” เย่ฉ่าวเฉินถาม

” ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้วครับคุณชาย ” การ์ดที่บาดเจ็บพูดขึ้น

เย่ฉ่าวเฉินนั่งลงตรงข้ามเขาแล้วถามว่า ” ตอนนั้นพวกคุณตามคุณผู้หญิงไปถึงสุสานแล้วไม่ใช่หรอ? ทำไมถึงมาโผล่ที่หนานซานได้? ”

การ์ดได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่สุสานให้เขาฟังอย่างละเอียด ตอนที่เขาพูดว่า มู่เวยเวยหยิบโทรศัพท์แล้วพูดขึ้นว่า เย่ฉ่าวเฉินตกอยู่ในอันตราย อีกทั้งยังใช้มีดขู่ให้พวกเขาไปที่นั่น เย่ฉ่าวเฉินรู้สึกเหมือนว่ามีคนกุมหัวใจของเขาไว้

” เธอทำแบบนี้จริงๆหรอ? ”

” ใช่ครับ ตอนนั้นคุณผู้หญิงลุกลี้ลุกลนมาก พวกเราเลยจำเป็นต้องไปหนานซาน ”

เย่ฉ่าวเฉินลุกขึ้นตบไหล่เขาแล้วบอกว่า ” ไม่ใช่ความผิดพวกนาย พักผ่อนให้ดี ต้องการอะไรก็บอกจางเห่อ ”

” ขอบคุณครับคุณชาย ”

อากาษดีมาก เย่ฉ่าวเฉินกำลังเดินเล่นในสวน แต่ในหัวสมองเอาแต่คิดถึงเรื่องเมื่อวาน

ตอนแรกเขาก็คิดว่านี่จะเป็นแผนหารธรรมดาๆที่ต้องการให้เขาตายที่หนานซาน จนกระทั่งมู่เวยเวยได้รับข้อความลวงให้ไปทีหนานซาน นี่เป็นอีกแผนการหนึ่ง ถ้าหากว่าเขาตายเรื่องทั้งหมดก็จะจบ แต่ว่าถ้าหากเขาไม่ตายแล้วฆ่ามู่เทียนเย่ ก็จะทำให้มู่เวยเวยมาเห็นก็จะทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขาได้สำเร็จ

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ใครกันที่อยากฆ่าเขาให้ตาย? แล้วใครกันที่อยากให้มู่เวยเวยเกลียดเขา?

คนที่เขาเคยทำร้ายมันเยอะมาก เลยไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนทำเรื่องนี้ แต่เขากลับรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามรู้จักเขาเป็นอย่างดี และรู้จักมู่เวยเวยเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ถ้าแบบนี้คนที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือหนานกงเฮ่า

แต่ว่า ภายใต้ข้อจำกัดของพ่อเขา ดูเหมือนว่าหนานกงเฮ่าไม่มาให้เขาเห็นหน้านานมากแล้ว เรื่องนี้เป็นไปได้หรอที่จะเกี่ยวข้องกับเขา?

” ฉ่าวเฉิน คุณอยู่ที่นี่เองหรอ ” เฉียวซินโยวเดินมาจากข้างหลังเขา ท่าทีของเฉียวซินโยวมีชีวิตชีวาสุดๆ ” ฉันตามหาคุณนานมาก ”

” มีเรื่องอะไรงั้นหรอ? ” เย่ฉ่าวเฉินถามไปตรงๆ

เฉียวซินโยวยิ้มอย่างสดใส ” ไม่มีอะไรหรอก กลัวว่าคุณจะเบื่อเลยอยากมาอยู่เป็นเพื่อน และคุณก็บาดเจ็บอยู่ มีคนคอยดูแลอยู่ข้างๆน่าจะดีกว่า ”

” ก็ดีนะ ไปเดินเล่นด้วยกันเถอะ ” เย่ฉ่าวเฉินไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของเธอ

” อืออือ ” เฉียวซินโยวดีใจมาก และรีบเดินตามเขาไป ” ฉ่าวเฉิน แผลคุณเป็นยังไงบ้าง? จริงๆแล้วเมื่อวานฉันจะเข้าไปดูคุณด้วยนะ แต่ว่าฉ่าวเหยียนบอกว่าคุณต้องพักผ่อนเลยไม่ได้เข้าไปหาคุณ ”

” ไม่ได้เป็นอะไรมาก พักผ่อนสองสามวันก็น่าจะดีขึ้น ”

” ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ฉันเป็นห่วงคุณจนเมื่อคืนฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลย ” เฉียวซินโยวถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในตอนนี้เอง จางเห่อเดินมาแต่ไกล เย่ฉ่าวเฉินบอดเธอว่า ” เธอออกไปก่อน ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับจางเห่อ ”

” ได้ค่ะ ฉันเห็นดอกไม้ข้างหน้าเบ่งบานสวยงามมาก เดี๋ยวฉันจะไปเด็ดไปวางไว้ที่ห้องคุณให้นะ ” เฉียวซินโยวเดินตรงไปข้างหน้า ถึงยังไงเธอก็รู้ว่าเขาจะพูดอะไร ไม่จำเป็นต้องฟังหรอก

จางเห่อเดินเข้ามาแล้วพูดเบาๆว่า ” คุณชาย มันเป็นเหมือนที่คุณชายรองพูดไว้จริงๆ บนเขาหนานซานไม่มีร่องรอยอะไรเหลืออยู่เลยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ”

” รถคาเยนน์คันนั้นล่ะ? “การกระทำของฝ่ายตรงข้ามเร็วมาก พวกเขาเองก็คงไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจ

” ไม่เจอแล้วครับ น่าจะมีรถมาลากไปแล้ว ฝนตกทั้งคืนไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย ”

เย่ฉ่าวเฉินขมวดคิ้ว ” นายไปสืบดูว่าช่วงนี้หนานกงเฮ่าทำอะไรอยู่? ”

จางเห่อตกใจเล็กน้อย ” คุณชายสงสัยเขา? ”

สายตาของเย่ฉ่าวเฉินล้ำลึก ” ในเมือง A คนที่จะวางแผนได้ลึกลับขนาดนี้ อีกทั้งคนที่มีลูกน้องเยอะขนาดนี้มีไม่มาก นายลองไปสืบดูก่อน แล้วมารายงานฉันอีกที

……

บนตึก มู่เวยเวยกินข้าวเสร็จแล้ว เธออาบน้ำแล้วใส่เสื้อแขนยาว เธอจะเริ่มดำเนินแผนการการแก้แต้นของเธอแล้ว

” คุณผู้หญิง ” ฉินหม่ามองเธอด้วยความตกใจ ” นี่คุณจะไปไหน? ”

” อากาศดี ฉันจะออกไปเดินเล่นให้สบายใจสักหน่อย ” มู่เวยเวยพูดนิ่งๆ

ฉินหม่า เธอจับรู้สึกดีใจ ” ถูกแล้ว ต้องทำใจให้สบาย อย่าเอาแต่อยู่ในห้อง ”

มู่เวยเวยไม่ได้ตอบอะไร ออกไปก็เจอเข้ากับเย่ฉ่าวเหยียน เขามองเธอแวบหนึ่ง แล้เดินผ่านเธอไปที่สระว่ายน้ำ

ดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างไสว ให้ความอบอุ่นแก่คน ในสวนดอกไม้ เฉียวซินโยวเหมือนเด็กสาวที่ไร้เดียงสาที่กำลังเด็ดดอกไม้ ส่วนเย่ฉ่าวเฉินก็ยืมมองอย่างสบายๆ

เป็นบรรยากาศที่สบายตาจริงๆ แต่บรรยากาศถูกทำลายเพราะการมาของมู่เวยเวย

” พวกคุณช่างจิตใจดีจริงๆ ” มู่เวยเวยแสยะยิ้ม เธอจับมีดในมือเธอซ่อนไว้ เธอกังวลมาก ถ้าเธอแทงแม่นเกินไปแล้วฆ่าเขาขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง?

เย่ฉ่าวเฉินมองเธออย่างไร้ความรู้สึก ไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่เธอต้องการอะไร? ตอนเช้ายังบอกจะอดอาหารจะเป็นจะตายอยู่เลยไม่ใช่หรอ? ตอนนี้ทำกลับมาเป็นปกติแล้วหรอ?

มู่เวยเวยขยับเข้าไปใกล้เขาทีละก้าว พยายามทำหน้าทำตาให้ดูน่ากลัวและผิดหวัง ” เย่ฉ่าวเฉิน คุณฆ่าพี่ชายฉัน ทำไมถึงยังมีกระจิตกระใจมาเด็ดดอกไม้กับผู้หญิงคนนี้อยู่อีก? คุณไม่รู้สึกผิดสักนิดเลยหรอ? ”

เย่ฉ่าวเฉินขมวดคิ้วและอธิบายอีกครั้ง ” มู่เวยเวย ตอนนั้นฉันก็บอกเธอไปแล้ว มู่เทียนเย่คนนั้นมันเป็นตัวปลอม เขาไม่ใช่พี่ชายเธอ ”

” คุณอย่ามาโกหกฉัน ” มู่เวยเวยตะโกนบอกเขาอย่างบ้าคลั่ง ” วันนี้ ฉันจะแก้แค้นให้พี่ชายฉัน! ” พอพูดจบ เธอก็ยกมือขวาขึ้นแล้วใช้มีดเล็งไปที่เขา

” โอ๊ย — มู่เวยเวยหยุดเดี๋ยวนี้นะ! ” เฉียวซินโยวโยนดอกไม้ในมือทิ้ง พร้อมกับวิ่งเข้ามาแล้วตะโดนว่า ” ช่วยด้วย มู่เวยเวยจะฆ่าคน ”

เย่ฉ่าวเฉินเป็นใคร ถึงแม้ว่าเขาจะเจ็บแขนอยู่แต่เขาก็สามารถจัดการกับเธอได้อย่างง่ายดาย

ตอนที่มู่เวยเวยกำลังจะแทงไปที่เขา เขาใช้มืออีกข้างจับข้อมือมู่เวยเวยไว้ แล้วแย่งมีดจากมือเธอมา

” มู่เวยเวย เธออยากฆ่าฉัน? ” เย่ฉ่าวเฉินแกว่งมีดที่อยู่ในมือเล่น แล้วพูดเยาะเย้ยว่า ” ออกแรงน้อยเกินไป องศามีดก็ไม่ถูก และมีดเล่มนี้มันสั้นเกินไป ฉันขอแนะนำให้เธอไปฝึกมาให้ดีก่อนค่อยมาฆ่าฉัน ”

” เย่ฉ่าวเฉิน อย่าได้ใจไป ขอแค่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ ฉันไม่ปล่อยคุณไปแน่ ” มู่เวยเวยใช้คำพูดที่รุนแรง ก่อนที่การ์ดจะมาเธอก็เดินออกไปด้วยความโกรธ

เฉียวซินโยวเห็นว่ามู่เวยเวยเดินออกไปง่ายๆแบบนี้เธอรู้สึกไม่พอใจ แล้วพูดกับเย่ฉ่าวเฉินว่า ” ฉ่าวเฉิน คุณจะปล่อยให้เธอไปง่ายๆแบบนี้หรอ? ”

เย่ฉ่าวเฉินเหลือบไปมองเธอแวบเธอ แล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชา ” แล้วยังไงล่ะ? ”

เฉียวซินโยวกังวลมาก ” เมื่อกี้เธอจะฆ่าคุณนะ ทำไมคุณถึงปล่อยเธอไปง่ายๆแบบนี้? ถ้าเกิดว่าเธอคิดหาวิธีใหม่ขึ้นมา คุฯก็ต้องระแวงไปตลอดอย่างนั้นหรอ? ”

เย่ฉ่าวเฉินเดินไปข้างหน้าแล้วถามเธอว่า ” เธอหมายความว่าจะให้ฉันขังมู่วยเวยไว้หรอ?”

เฉียวซินโยวเห็นสีหน้าที่เคร่งขรึมของเขา ก็รู้ทันทีว่าคำพูดเมื่อกี้ทำให้เขาไม่พอใจ รีบพูดขึ้นว่า ” ไม่ใช่ๆ ฉันแค่กลัวว่าเธอจะทำร้ายคุณอีก ๐

เย่ฉ่าวเฉินแสยะยิ้ม ” ความสามารถแค่นั้นของเธอ ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ”

เรื่องที่จะให้ขังเธอไว้เย่ฉ่าวเฉินไม่มีความคิดนี้อยู่ในหัว มู่เวยเวยในตอนนี้ก็เสียใจมากพออยู่แล้ว ถ้ายังไม่ให้เธอออกมาเจอโลกภายนอก เขาเกรงว่าเธอจะเป็นบ้าขึ้นมาจริงๆ

เขาไม่อยากเห็นเธอเป็นบ้าต่อหน้าเขา

……

เวลาอาหารเย็น ฉินหม่านำอาหารมาจัดวางไว้บนโต๊ะ เย่ฉ่าวเฉินมองไปตำแหน่งตรงข้ามตรงที่ว่างอยู่ จึงถามว่า ” ฉินหม่า มู่เวยเวยล่ะ? เรียกเธอให้ลงมากินข้าว ”

ฉินหม่าพูดด้วยความลำบากใจ ” คุณชาย เมื่อกี้คุณผู้หญิงตักอาหารขึ้นไปที่ห้องของเธอแล้ว ”

เย่ฉ่าวเฉินลุกขึ้นด้วยความโกระแล้วบอกว่า ” ไปเรียกเธอลงมา ”

” คุณผู้หญิงบอกว่า……เธออยากกินคนเดียว ” ฉินหม่าไม่กล้าพูดออกไปตามความจริง ตอนนั้นมู่เวยเวยพูดว่า ฉันไม่อยากร่วมโต๊ะกับฆาตกร จะอ้วก

เย่ฉ่าวเฉินโกรธมาก แต่พอคิดถึงตาที่บวมแดงของเธอ ก็พยายามข่มความโกรธนั้นไว้ เอาเถอะๆ ครั้งนี้ก็ยอมๆเธอไปแล้วกัน

เฉียวซินโยวใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้พูดว่า ” ฉ่าวเฉิน อย่าโกรธเวยเวยเลย ตอนนี้เธอเสียใจอยู่ จะมากินข้าวได้ไงล่ะ? ในขณะที่พูด ก็ตักข้าวให้เขาไปด้วย ” นี่เป็นโจ๊กที่ฉินหม่าตั้งใจทำให้คุณ กินเยอะๆนะจะได้ช่วยบำรุงเลือด ”

เย่ฉ่าวเหยียนหัวเราะในใจ ยัยนี่ แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก

กลางดึกห้าทุ่ม มู่เวยเวยลุกออกจากเตียงหาชุดสีขาวล้วนมาใส่เธอหวีผมยาวตรงแล้วเดินตรงไปที่กระจกยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว วันนี้ เธอจะเป็นผีซาดาโกะ

เปิดประตู ค่อยๆก้าวเท้าลงบันได

เธอเดินวนรอบๆท่ามกลางคฤหาสน์หลังใหญ่นี้ นอกจากแสงสว่างที่ส่องเข้ามา ก็ไม่มีใครเจอเธอเลย ล้มเหลว

หันหลังกลับขึ้นห้อง

” อ๊า —–ใครอยู่ตรงนั้น? ”

มู่เวยเวยหยุดเดิน แล้วยิ้มออกมา ขอโทษค่ะคุณอาหวัง

หันหลังกลับไปอย่างช้าๆ แล้วจ้องมองคุณอาหวังไว้ แล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น ” พี่ชายฉันอยู่ไหน? ฉันจะหาพี่ชายฉัน ”

พ่อบ้านหวังเช็ดเหงื่อออกแล้วค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ๆแล้วถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ”คุณผู้หญิง? คุณ……คุณเป็นอะไรไป? ”

” พี่ชายฉันอยู่ไหน? ฉันจะหาพี่ชายฉัน “มู่เวยเวยพูดคำเหล่านี้ซ้ำๆด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

พ่อบ้านหวังเห็นเธอในสภาพนี้ เขาหวาดกลัวมาก คุณผู้หญิงคงไม่ได้ละเมอใช่ไหม

” คุณผู้หญิง คุณกลับไปที่ห้องก่อน พี่ชายคุณ……อยู่ที่ห้อง “พ่อบ้านหวังพูดด้วยความใจเย็น ดึกขนาดนี้ เธอสภาพแบบนี้มันช่างน่ากลัวจริงๆ หลอกให้เธอกลับไปที่ห้องก่อนน่าจะดีที่สุด

” อยู่ในห้อง ได้ ฉันกลับห้องก่อนนะ ” มู่เวยเวยรีบเดินขึ้นห้องไป พ่อล้านหวังรีบตามเธอไป แล้วเห็นว่าเธอไม่ได้เข้าห้องนอนตัวเองแต่กลับเข้าห้องนอนเย่ฉ่าวเฉิน และเคาะประตูสุดแรง

” ปั๊งปั๊งปั๊ง—–ปั๊งปั๊งปั๊ง—– ”

กลางดึก เสียงเคาะประตูทำให้คนหวาดกลัวมาก

” คุณผู้หญิง ไม่ใช่ห้องนี้ครับ คุณมาผิดห้องแล้ว ” คุณอาหวังรีบพูดขึ้น แต่ก็ไม่กล้าดึงมือเธอ

มู่เวยเวยไม่สนใจและยังคงเคาะประตูต่อไป

ประตูเปิดออก เย่ฉ่าวเฉินปรากฏตัวตรงหน้าประตู เดิมทีสีหน้าเขาเต็มไปด้วยความโกรธ แต่พอเห็นมู่เวยเวยเขาตะลึงไปเลย

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

“ผู้หญิงคนนี้ ฉันต้องการแล้ว” มู่เวยเวยซึ่งถูกแฟนหนุ่มขายตัวเธอไป จนเธอต้องกลายเป็นภรรยาของเย่ฉ่าวเฉิน ภายในห้อง ความดุของเขาทำให้เธอทรุดลง “คุณแต่งงานกับฉันด้วยเหตุผลอะไร” ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “แต่งงานกับคุณ แน่นอนว่าเพื่อที่จะได้รังแกคุณไง” หลังจากนั้น…………. “คุณห้ามคิดถึงผู้ชายคนนั้น ไม่อย่างนั้นผมจะจัดการเขา” “ผู้หญิงของผมมีแค่ผมเท่านั้นที่จะรังแกได้ ใครกล้ามาแตะต้องคุณแม้แต่ปลายผม มันต้องตาย” “ใครบอกให้คุณไม่กลับบ้านตอนค่ำ ได้บอกผมรึยัง” ความทรมานที่ฉันพูดถึงมันเปลี่ยนรสชาติไปได้อย่างไร …………. เขาช่วยเธอ และปกป้องเธอเหมือนขุมทรัพย์ จนกระทั่งเธอพบว่าสามีที่เพิ่งแต่งงานคนนี้มีความลับที่เธอไม่รู้ … ห้องที่ห้ามเข้าใกล้ … ผู้ชายที่มีม่านตาสีม่วงและดวงตาเป็นประกาย … ทั้งสองหน้าเหมือนกันมาก … ใครคือสามีที่แท้จริงของเธอ?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset