Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา – บทที่ 31.3 ศาสตรามณียุทธ์และทักษะกักเก็บ – ระดับดาว (3)

“เมื่อวานที่ข้าขอให้ปิงเอ๋อร์แสดงทักษะของเธอให้ดู ข้าจะบอกระดับศาสตรามณียุทธ์และทักษะกักเก็บของเธอแบบง่ายๆ ตามนี้ ในบรรดาศาสตรามณียุทธ์ทั้ง 2 ชิ้นของปิงเอ๋อร์นั้น ศรติดตามไร้เสียงได้ 3 ดาว แต่ทว่าในฐานะศาสตรามณียุทธ์ เธอจะไม่ค่อยได้ใช้มันอีกเมื่อระดับปราณเพิ่มขึ้นมากกว่านี้”
“สำหรับรองเท้าวายุประสานนั้นน่าจะได้อย่างน้อย 6 ดาว เมื่อปิงเอ๋อร์พัฒนาปราณสวรรค์ไปถึงระดับเทวะขั้นสูงสุดและมีมณีอย่างน้อย 9 ชุด ตอนนั้นเธอก็อาจใช้ประโยชน์จากรองเท้านี้เหาะเหินบนอากาศได้ รองเท้าวายุประสานของเธอยังมีหลุมบรรจุมณีอยู่อีกด้วย ดังนั้นมันอาจเลื่อนไปอยู่ที่ระดับ 7 ดาวและเป็นศาสตรามณียุทธ์ที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับจ้าวมณีสวรรค์ธาตุลม สำหรับทักษะแรกของเธอ กงจักรวายุนั้นเป็นเพียงทักษะระดับ 2 ดาวและอัตราการวิวัฒน์ของมันค่อนข้างน้อยมาก โชคดีที่มันถูกกักเก็บในมณีดวงแรกของเธอ”
หลังฟังคำพูดของหัวเฟิง ทุกคนก็พลันหันมาจ้องโจวเหว่ยชิง เขากระพริบตาและหดตัวกลับไปที่นั่งอย่างระมัดระวัง “ทำไมพวกท่านถึงจ้องมาที่ข้าล่ะ?”
หลัวเขอตี้ยิ้มแย้มและพูดว่า “ แน่นอนว่าเพื่อตรวจดูทักษะกักเก็บและศาสตรามณียุทธ์ของเจ้าเพื่อให้คะแนนยังไงล่ะ!”
หัวเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เหว่ยน้อย แม้เจ้าจะเป็นสมาชิกของหน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์แล้ว แต่ข้าก็จะไม่บังคับให้เจ้าเปิดเผยความลับของเจ้า อย่างไรก็ตาม ข้าหวังว่าเจ้าจะบอกให้พวกเราเข้าใจถึงพลังของเจ้า สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเราประสานงานกันได้ดีขึ้นในระหว่างการต่อสู้ แม่ทัพโจวส่งเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อฝึกในหน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์ ข้าหวังว่าเจ้าจะรู้ว่าบิดาของเจ้าเชื่อใจพวกเราแค่ไหน หน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์จะเป็นผู้พิทักษ์อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์เสมอ”
โจวเหว่ยชิงมองซ่างกวนปิงเอ๋อร์ จากนั้นก็มองเลยไปยังมู่เอิน อาจารย์ของเขายักไหล่ให้เขาและพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ให้พวกเขาดูเถอะ ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวตาย ข้าหวังว่าพวกหัวใจของตาแก่พวกนั้นจะรับไหว หึ!”
หลัวเขอตี้พูดอย่างเคืองๆ “ตาแก่อันธพาล อย่าคุยโวหน่อยเลยน่า ไม่ได้อวดนิดอวดหน่อยเจ้าจะตายเหรอ? เอาล่ะ ว่ามาสิ หัวใจของบิดาของเจ้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว!”
มู่เอินไม่แม้แต่จะโต้กลับ เขาเพียงแค่ยิ้มให้หลัวเขอตี้อย่างเย็นชา
อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูหลังของรถม้าที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูงก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน ร่างหนึ่งทะยานออกมาจากรถม้า หรือหากพูดให้ถูกก็คือถูกเตะออกมา
น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวของหลัวเขอตี้ดังตามออกมาจากภายในรถม้า “เจ้าตัวน่ารังเกียจ! เจ้าเป็นคนที่น่ารังเกียจที่สุด! อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา…! หัวใจที่บอบบางของข้า! ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว อิจฉาๆๆๆๆๆ ทั้งเกลียดทั้งอิจฉาเลยว๊อยยยยยยย!!!”
แน่นอนว่าเงาร่างน่าสงสารที่ถูกเตะออกจากรถม้านั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโจวเหว่ยชิง หลังจากที่พวกเขาจัดระดับทักษะทั้งหมดของโจวเหว่ยชิง รถม้าทั้งคันก็เงียบฉี่จนได้ยินเสียงของหัวใจที่เต้นระรัวของทุกคน แม้แต่มู่เอินเองก็ยังไม่มีข้อยกเว้น สิ่งที่ตามมาคือเขาถูกเตะออกจากรถม้าด้วยข้ออ้างว่าเขาต้องเสริมสร้างร่างกาย ต้องฝึกฝนและออกกำลังให้มากขึ้น…
“เห็นได้ชัดว่านี่เป็นแค่ความอิจฉาริษยา!!!” โจวเหว่ยชิงร้องไห้ออกมาด้วยสีหน้าหดหู่เขาวิ่งตามหลังรถม้าสุดชีวิต ในขณะนั้นธนูอุษาดำที่มีน้ำหนักมากก็ถูกสะพายอยู่บนหลังของเขาด้วย
เมื่อโจวเหว่ยชิงนำไพฑูรย์ตาแมวสองสีของเขาออกมา พริบตานั้นบรรยากาศแปลกๆ ก็ปรากฏขึ้นในรถม้าทันที เกาเฉินที่กำลังดื่มน้ำอยู่ก็พลันพ่นของเหลวในปากออกมาเต็มหน้าฮั่นโม่ หัวเฟิงลืมไปชั่วขณะว่าเขาอยู่ในรถม้าและเผลอลุกพรวดขึ้นด้วยความประหลาดใจจนศีรษะของเขากระแทกกับหลังคา กรามของฮั่นโม่อ้าค้าง ทำให้เขาเผลอดื่มน้ำที่เกาเฉินพ่นใส่หน้าเขาเข้าไปเต็มๆ จากนั้นเขาก็พยายามจะสำรอกออกมาอย่างไม่ลดละ หลัวเขอตี้ตบหน้าตัวเองดังฉาดอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น ทว่าเขาควบคุมมือของของตัวเองได้ไม่ดีพอ ดังนั้นใบหน้าซีกขวาของเขาจึงบวมเป่งมาจนถึงตอนนี้
เมื่อโจวเหว่ยชิงเปิดเผยทักษะของเขาออกมาทีละอย่าง นอกเหนือจากซ่างกวนปิงเอ๋อร์แล้ว ใบหน้าของสมาชิกที่เหลือต่างก็กระตุกเป็นพักๆ หากไม่ใช่เพราะระดับพลังปราณของของพวกเขาสูงส่งอยู่แล้ว บางทีพวกเขาอาจจะเส้นเลือดแตกตายก็เป็นได้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ โจวเหว่ยชิงจะไม่ถูกเตะออกจากรถม้าได้อย่างไร…
ในท้ายที่สุด การจัดอันดับดาวของเขามีดังนี้
ธนูราชัน ถูกจัดว่าอยู่ในระดับ 7 ดาว หากเพิ่มหลุมบรรจุมณีเข้าไปแล้ว ระดับของมันก็คือ 8 ดาว
สำหรับทักษะที่กักเก็บไว้ในมณีธาตุของเขา ทักษะโซ่ตรวนวายุถูกจัดว่าอยู่ในระดับ 8 ดาว ทักษะฝ่ามืออัสนีบาต 7 ดาว ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตา 9 ดาว เนื่องจากมันเป็นทักษะที่สามารถใช้ช่วยชีวิตในยามคับขันได้ และสุดท้ายก็คือทักษะสัมผัสมืดที่ระดับ 8 ดาว ทว่าทั้งทักษะกลืนกินและทักษะหน่วงเวลาสมบูรณ์ก็ไม่ได้ถูกจัดระดับเนื่องจากแม้แต่สมาชิกของหน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์ก็ยังไม่อาจระบุระดับของพวกมันได้อย่างถูกต้อง
ตามที่หัวเฟิงกล่าว มณีดวงแรกของโจวเหว่ยชิงมีทักษะกักเก็บไว้ยอดเยี่ยมกว่าทักษะทั้งหมดของแม่ทัพโจวเสียอีก!
หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนพบเห็นสิ่งแปลกประหลาดในอาณาจักรเฟยหลี่ รถม้าที่หรูหรากำลังแล่นไปข้างหน้าขณะที่ชายหนุ่มผู้สวมเสื้อผ้าสกปรกและขาดรุ่งริ่งกำลังวิ่งไล่ตามหลังอย่างดุเดือดไม่ยอมหยุดพัก

20 วันหลังจากนั้น
ชายแดนทางเหนือของอาณาจักรเฟยหลี่
“เจ้าเห็นป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะข้างหน้าไหม? ภารกิจของเราในวันนี้ก็คือการตามล่าและสังหารอสูรสวรรค์ระดับเทวะที่เรียกว่าหมีสวรรค์วิญญาณน้ำแข็ง มันอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ หลังจากฆ่ามันแล้ว เราต้องนำแก่นพลัง ขน อุ้งมือ และถุงน้ำดีของมันออกมา”
“แก่นพลังคืออะไรหรือ?” โจวเหว่ยชิงถามด้วยสีหน้าสงสัยใคร่รู้ ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าผิวของเขามีสีแทนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทว่าเขาก็ดูมีกำลังวังชามากขึ้นด้วยเช่นกัน
ตั้งแต่เมื่อวาน ในที่สุดโจวเหว่ยชิงก็ได้รับอนุญาตให้หยุดวิ่งและสามารถเปลี่ยนไปสวมชุดใหม่ได้ ตั้งแต่พวกเขาเข้าสู่อาณาจักรเฟยหลี่ โจวเหว่ยชิงก็ต้องวิ่งตามรถม้ามาตลอดทาง ร่างกายทุกส่วนของเขาก็ดูแตกต่างออกไปมาก มันดูมีพละพลังและแข็งแกร่งขึ้น ทั้งดูสูงขึ้นอีกด้วย แม้ว่ารูปลักษณ์ของเขาจะยังคงดูเรียบง่ายและใสซื่อ แต่บางครั้งดวงตาของเขาก็ส่องประกายเจิดจ้า แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันเยี่ยมยอดของเขา
หลังจากวิ่งอย่างบ้าคลั่งเป็นเวลา 20 วัน ประโยชน์ที่เขาได้รับคือพลังปราณสวรรค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ในขณะที่หลุมดำพลังปราณทั้ง 5 ดูดกลืนพลังปราณจากชั้นบรรยากาศเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อเติมเต็มพลังปราณที่ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วขณะวิ่งไล่ตามรถม้า หลุมดำพวกนั้นถูกเร่งความเร็วจนถึงขีดสูงสุด วิชาเทพอมตะให้ผลเร็วกว่าวิชาฝึกปราณทั่วๆ ไปอยู่แล้ว และด้วยความเร็วในการดูดกลืนที่เพิ่มขึ้นในทุกขณะ โจวเหว่ยชิงจึงรู้สึกว่าพลังปราณสวรรค์ระดับที่ 5 ของเขากำลังเริ่มกระสับกระส่าย ราวกับใกล้ถึงเวลาที่เขาจะต้องทะลวงจุดตายจุดแรกของวิชาส่วนที่สองแล้ว ด้วยประสบการณ์จากวิชาเทพอมตะส่วนแรก โจวเหว่ยชิงเข้าใจได้คร่าวๆ ว่าจุดตายแรกของแต่ละส่วนนั้นง่ายที่สุดในการทะลวง ทว่าก็อันตรายมากที่สุดอีกด้วย จำไม่ได้หรือว่าเขาเกือบจะตายตอนพยายามทะลวงจุดตายแรกตรงกระดูกไหปลาร้า?
นอกจากระดับพลังปราณสวรรค์จะเพิ่มขึ้นแล้ว การทะลวงจุดตายยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก 2 ประการ ประการแรกคือช่วยให้ความสามารถมณียุทธ์ของเขาหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาได้อย่างเหมาะสม นอกเหนือจากขาขวาปีศาจที่ถูกหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว ทันทีที่เขาเพ่งสติไปที่มณียุทธ์ ร่างกายของเขาก็จะได้รับพลังจากมณียุทธ์ทันที ร่างกายแข็งแกร่งจึงขึ้นและไม่อ่อนแอเหมือนที่เคยเป็น
มู่เอินยืนอยู่ข้างๆ โจวเหว่ยชิง เขากล่าวว่า “แก่นพลังจะปรากฏขึ้นเฉพาะกับอสูรสวรรค์ระดับเทวะขึ้นไป อย่างไรก็ตาม อสูรสวรรค์ก็มีพลังปราณสวรรค์เช่นกัน ที่สำคัญคือมันไม่แตกต่างจากพลังปราณสวรรค์ของมนุษย์มากนัก เมื่ออสูรสวรรค์ไต่ขึ้นไปถึงระดับเทวะ  พวกมันจะสามารถสร้างจินถานขึ้นมาได้ นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่าแก่นพลัง จ้าวมณีสามารถนำแก่นพลังที่มีทักษะเดียวกันไปใช้ได้ มันสามารถช่วยเร่งระดับการฝึกปราณและยังช่วยจ้าวมณีทะลวงไปสู่มณีดวงใหม่ได้อีกด้วย แก่นพลังสามารถนำไปใช้กับหลุมบรรจุมณีบนศาสตรามณียุทธ์ได้เช่นกัน หลุมบรรจุมณีนั้นนอกจากจะบรรจุมณีธาตุที่มีทักษะธาตุเดียวกันแล้ว ยังสามารถบรรจุแก่นพลังที่มีทักษะธาตุเดียวกันได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น เจ้าสามารถบรรจุแก่นพลังของอสูรสวรรค์ประเภทความแข็งแกร่งไว้ในธนูราชันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธนูของเจ้า นอกจากนี้ เนื่อง จากแก่นพลังสามารถดูดซับปราณสวรรค์จากชั้นบรรยากาศภายนอกเพื่อเติมเต็มพลังของตัวเองได้ พวกมันจึงไม่อาจถูกทำลายได้ง่ายๆ และเมื่อเจ้าไม่ต้องการใช้พวกมันแล้ว เจ้าก็สามารถนำพวกมันออกจากหลุมบรรจุมณีได้”
เมื่อโจวเหว่ยชิงได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยความยินดี “นั่นมีประโยชน์มาก! อย่างนั้นพวกเราจะรออะไรกันอีกล่ะ รีบไปหาสักสองสามดวงมาไว้ใช้เถอะ!”
มู่เอินกล่าวอย่างโมโห “เจ้าโง่! หุบปากซะ อย่าทำให้ข้าขายหน้าอีก!”
นอกจากหัวเฟิง สมาชิกคนอื่นๆต่างก็จ้องมองโจวเหว่ยชิงราวกับเขาเป็นคนโง่ นับตั้งแต่พวกเขาตระหนักถึงทักษะธาตุของโจวเหว่ยชิง คนเหล่านี้ก็แสดงให้เห็นว่าความอิจฉาตาร้อนนั้นเป็นเช่นไร พวกเขาไม่ลืมจะคว้าทุกโอกาสรุมทึ้งโจวเหว่ยชิง และเยาะเย้ยเขา
หลัวเขอตี้พูดอย่างประชดประชัน “หาเพิ่มอีกสองสามดวงงั้นรึ? เจ้าคิดว่าพวกมันจะหล่นมาจากสวรรค์รึไง? พวกเราจะเก็บมันมาได้ง่ายๆ ตามใจชอบหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าอสูรสวรรค์ระดับเทวะนั้นอันตรายแค่ไหน? แม้กระทั่งบิดาของเจ้า หากต้องเผชิญหน้ากับอสูรสวรรค์ระดับเทวะ แม้เขาจะมีทักษะธาตุมืดที่สามารถสยบพวกมันได้ เขาก็แทบจะเอาชนะอสูรสวรรค์ระดับเทวะพวกชั้นล่างๆไม่ได้ด้วยซ้ำ เจ้าคิดว่าพวกเราขนกันมาเป็นโขยงเพราะอะไรล่ะ?”
หัวเฟิงกล่าวสอดขึ้นมาว่า “เอาล่ะ พอแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม ตามที่ผู้ว่าจ้างของเราให้ข้อมูลมานั้น มีหมีสวรรค์วิญญาณน้ำแข็งอย่างน้อย 20 ตัวอาศัยอยู่ในป่านี้ มู่เอิน เจ้าปกป้องเหว่ยน้อย ปิงเอ๋อร์ อยู่ข้างๆ ข้าไว้ ไปกันเถอะ”
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินไปที่ด้านข้างของรถม้าและกดปุ่มอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น ลิ้นชักที่ซ่อนอยู่ก็โผล่ออกมาจากทั้งสองฝั่งของรถม้า เสียงเสียดสีกระทบกันของโลหะดังขึ้น ข้างในนั้นเต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆ มากมาย
สมาชิกของหน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์รีบแต่งตัวและสวมใส่อุปกรณ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งหมดสวมเกราะหนังสีแดงเพิ่ม เกราะหนังไม่เพียงปกป้องร่างกายส่วนบนของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมบริเวณข้อต่อและจุดอ่อนที่สำคัญบางอย่าง รวมถึงหมวกเกราะด้วย ในเวลาเดียวกัน พวกเขาแต่ละคนก็ถือคันธนูสองคัน โดยเอาคันธนูขนาดใหญ่พาดไว้ด้านหลัง สำหรับหัวเฟิง หลัวเขอตี้และมู่เอิน แล่งธนูของพวกเขามีลูกศรบรรจุประมาณ 200 ดอก แต่สำหรับฮั่นโม่และเกาเฉิน แล่งธนูของพวกเขามีมากจนครอบคลุมไปทั่วแผ่นหลัง จากการประเมินคร่าวๆ โจวเหว่ยชิงคิดว่ามีลูกศรอย่างน้อย 500 ดอกในแล่งธนูแต่ละอันของพวกเขา ด้านล่างแล่งธนูมีถุงน้ำและอาหารแห้งแขวนเอาไว้
ทันทีที่พวกเขาเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย หน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์ที่ดูทึมทื่อก็เปลี่ยนไปเป็นพวกเอาการเอางาน ราวกับมีรัศมีความเยือกเย็นลอยออกมาจางๆ จากร่างของพวกเขา
ขณะที่โจวเหว่ยชิงยืนอยู่ข้างๆ ซ่างกวนปิงเอ๋อร์ เขาก็รู้สึกได้ถึงความกระหายเลือดที่เพิ่มขึ้นในตัวเขาขณะมองดูพวกอาวุโสกำลังสวมชุดเกราะหนัง โจวเหว่ยชิงรู้สึกได้ถึงความหยิ่งผยองบางอย่างกำลังคลืบคลานบุกรุกเข้ามาในตัวเขาเรื่อยๆ
โจวเหว่ยชิงและซ่างกวนปิงเอ๋อร์ไม่ได้รับแล่งธนูที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเหมือนคนอื่นๆ ทั้งคู่ได้รับแล่งธนูธรรมดา 4 อันที่บรรจุลูกศรรวมกันทั้งหมด 200 ดอก แน่นอนว่ามีอุปกรณ์บางอย่างเพิ่มเข้ามาด้วย
พวกเขาทั้ง 7 คนเดินเข้าไปในป่าอย่างเงียบๆ ที่นี่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชายแดนระหว่างอาณาจักรวั่นโซ่วและอาณาจักรเฟยหลี่
“อาจารย์ ชุดเกราะหนังที่ท่านใส่ทำมาจากอะไรหรือ? ทำไมข้ารู้สึกแปลกๆเช่นนี้?” โจวเหว่ยชิงถามด้วยสีหน้าสงสัยใคร่รู้
มู่เอินแสยะยิ้มและพูดว่า “ไอ้เจ้าเด็กโง่เง่า! นี่เป็นสมบัติล้ำค่า ทำมาจากหนังมังกร”
ดวงตาของโจวเหว่ยชิงเบิกกว้างขณะที่เขาอุทานว่า “หนังมังกร?? มังกรมีอยู่ในโลกนี้จริงๆ หรือ?”
…………………………………

Related

Heavenly Jewel Change

Heavenly Jewel Change

ในโลกที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้มีพลังเหยียบย่ำผู้อ่อนแอ มีเด็กผู้ชายผู้หนึ่งเกิดมาเพื่อหวังจะก้าวขึ้นเป็นราชาจ้าวมณีสวรรค์ ในอาณาจักรเล็กๆ ที่ยังต้องดิ้นรนในสงครามซึ่งรายล้อม ตัวเขาในฐานะที่เกิดในตระกูลแม่ทัพจึงจำเป็นต้องมุ่งมั่นทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ทว่าสวรรค์กลับไม่เป็นใจ เด็กชายเกิดมาพร้อมลมปราณอุดตัน ฝึกวิชาใดๆ ก็ไร้ผล ท้ายที่สุดก็กลายเป็นเศษสวะไร้ค่าในสายตาผู้อื่น!? ทำลายความภาคภูมิใจของบิดา… กลายเป็นความอัปยศอดสูของคู่หมั้น… หากแต่เขากลับใช้ชีวิตอย่างปกติสุข เที่ยวเล่นจับปลาไปวันๆ โดยไร้ความละอาย! ทว่า…เมื่อพลาดพลั้งถูกฆ่าและทิ้งให้ตาย ท้ายที่สุดสวรรค์ก็เมตตา ไข่มุกรัตติกาลจากต่างมิติถูกดึงดูดด้วยแรงดิ้นรนอยากมีชีวิตอยู่ของเขา มันมอบพลังที่เปลี่ยนให้เขากลายเป็นจ้าวมณีสวรรค์ที่หายากที่สุด! สิ่งนั้นปลุกศักยภาพของเขาขึ้นมา… แท้จริงแล้วเขาไม่ได้ไร้ค่า… แต่นั่นจะเป็นของขวัญจากสวรรค์ที่มาเปลี่ยนชะตาของเขาได้จริงหรือ? ร่วมผจญภัยไปกับ ‘โจวเหว่ยชิง’ ตัวเอกผู้ไร้ยางอายที่ใช้เล่ห์กลทุกอย่างในการเอาตัวรอดเพื่อมุ่งไปสู่จุดสูงสุดของโลกการฝึกวิชา สร้างยอดกองทัพ ปกป้องคนที่เขารักและขยายอาณาจักรเล็กๆ ให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร! นี่คือโลกใบที่ไม่คุ้นเคย พบกับระบบพลังใหม่ สุดยอดศาสตราวุธ และตัวเอกที่ไม่เหมือนใคร Every human has their Personal Jewel of power, when awakened it can either be an Elemental Jewel or Physical Jewel. They circle the right and left wrists like bracelets of power. Heavenly Jewels are like the twins born, meaning when both Elemental and Physical Jewels are Awakened for the same person, the pair is known as Heavenly Jewels. Those who have the Physical Jewels are known as Physical Jewel Masters, those with Elemental Jewels are Elemental Jewel Masters, and those who train with Heavenly Jewels are naturally called Heavenly Jewel Masters. Heavenly Jewel Masters have a highest level of 12 pairs of jewels, as such their training progress is known as Heavenly Jewels 12 Changes. Our MC here is an archer who has such a pair of Heavenly Jewels.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset