สามีเถื่อน ซีรีส์ชุด ชุด The Billionaire demon’s virgin mistress Erotica Vol.2 – ตอนที่ 42

บรรยากาศกลางโต๊ะอาหารค่ำช่างชวนอึดอัดเหลือเกิน ยิ่งไครี่ย์เอาอกเอาใจเควินเท่าไหร่ หล่อนก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคือส่วนเกิน

“อิ่มแล้วหรือ” เควินถามหล่อนทันทีที่เห็นรวบช้อน

“ค่ะ” หล่อนตอบถนอมเสียง “ขอตัวก่อนนะคะ” และหล่อนก็ไม่คิดจะรอให้เควินทักท้วง สองเท้ารีบก้าวหนีออกไปอย่างรวดเร็ว สองหูยังได้ยินเสียงออดอ้อนของไครี่ย์ดังตลอดเวลา

หล่อนต้องไป… ต้องไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนจะอาละวาดเพราะความหึงหวง

ความหึงหวงที่ไม่มีสิทธิ์…!

แคลอรีน่าอมยิ้มสะใจกับความบาดหมางที่เกิดขึ้นในใจของวรันธารา

“คุณป้าอิ่มแล้วเหรอคะ”

ไครี่ย์ถามเมื่อเห็นแคลอรีน่ารวบช้อน “ใช่จ้ะ หนูไครี่ย์อยู่คุยกับเควินนะ ป้าขอตัวก่อน”

เควินกระแทกลมหายใจออกมาแรงๆ

“ผมอิ่มแล้วครับ และก็ภาวนาให้คุณแม่กับยายเด็กนรกนี่กลับไปเสียที”

“ทำไมล่ะ หรือว่าลูกกลัวว่าแม่นั่นจะเข้าใจผิด”

เควินที่ลุกขึ้นยืนคอแข็ง

“ผมไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใคร มากกว่าความรู้สึกของตัวเอง และที่ผมไล่ ก็เพราะผมรำคาญ”

“พี่เคนใจร้าย ไล่ไครี่ย์อย่างกับหมูหมา ไครี่ย์เสียใจนะคะ”

“มันก็เรื่องของเธอ ไสหัวไปซะ”

เควินทิ้งท้ายอย่างโมโห ก้าวยาวๆ ออกไปนอกห้องอาหาร ตั้งใจจะไปตามหาวรันธารา แต่เมื่อออกมาที่หน้าบ้านก็เห็นหญิงสาวกำลังยืนคุยโทรศัพท์กับใครบางคน ด้วยท่าทางชื่นมื่นหน้าบาน

ความอิจฉาไอ้คนในโทรศัพท์ดังกึกก้องในอก ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้งหนึ่งทันที

“อาทิตย์หน้าฉันจะไปหาเธอที่วอชิงตัน แล้วเราเจอกันนะ อืมมม์… ได้จ้ะ ฉันก็คิดถึงเธอ ณดา…” วรันธาราวางสายจากเพื่อนรักแล้ว ก็ถอนใจเบาๆ

การได้ไปวอชิงตันคงทำให้หล่อนตัดสินใจได้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตดี จะเดินหน้าพุ่งชนกับความเสี่ยง หรือว่าจะถอยหลังหนีเพื่อจบเรื่องทุกอย่าง

“เรายังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลยนะ” เสียงแหลมเล็กที่หล่อนจำได้ขึ้นใจของไครี่ย์ดังข้างหลัง วรันธาราเม้มปากแน่น รู้สึกไม่สบายใจเลยกับการเผชิญหน้าในครั้งนี้

“สวัสดีค่ะคุณไครี่ย์”

ไครี่ย์ระบายยิ้มกว้าง มองวรันธาราตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเวทนา และนั่นก็ให้คนถูกมองหน้าร้อนจัด

“ไม่น่าเชื่อว่าพี่เคนจะลดสเป็คคู่นอนลงต่ำขนาดนี้”

หน้าของวรันธาราชาดิก รู้สึกไม่ต่างจากการถูกลากไปตบกลางสี่แยกไฟแดง

“สงสัยคงอยากลองของแปลก”

“ถ้ามีเรื่องจะพูดแค่นี้ ฉันขอตัวค่ะ”

“เดี๋ยวสิ…”

คนถูกเรียกคอแข็ง หันกลับมา “มีอะไรกับฉันอีกหรือคะ”

“เห็นคุณป้าบอกว่าเธอเป็นนักข่าว…”

“ค่ะค่ะ” วรันธารารับคำสั้นๆ

ไครี่ย์เบะปากยิ้มหยัน “แปลกนะพี่เคนเกลียดนักข่าวยังกับกิ้งกือไส้เดือน แล้วทำไมถึงนอนกับเธอ หรือว่าต้องการแก้แค้นกันนะ”

แก้แค้น? วรันธาราครางในอก หล่อนไม่เคยนึกถึงสิ่งนี้มาก่อนเลย

“แต่ถ้ามันเป็นการแก้แค้นจริง ฉันว่าพี่เคนนี่ก็ฉลาดมากเลยนะ เอานักข่าวมาเป็นคู่นอน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกเขียนข่าวฉาวๆ หรืออีกในกรณีหนึ่ง พี่เคนคงแค่อยากจะทำให้นักข่าวหน้าเงินแบบเธอรู้จักความยิ่งใหญ่ของเควิน คาสโตรเซ่นแบบใกล้ชิดล่ะมั้ง” แล้วไครี่ย์ก็หัวเราะร่วน “ความจริงเธอก็หน้าตาไม่เลวนะ ถึงหุ่นจะสวยสู้ฉันไม่ได้ แต่ก็ถือว่าหน้าตาดีในระดับหนึ่ง ทำไมไม่ไปหาผู้ชายดีๆ คนที่จริงใจกับตัวเองล่ะ มาทนอยู่กับผู้ชายที่ไม่เคยคิดจะจริงใจด้วยอย่างพี่เคนทำไมกันล่ะ เสียโอกาส เสียเวลาเปล่าๆ”

วรันธาราทั้งอับอาย ทั้งอดสู และแทบจะแทรกแผ่นดินหนี “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ หมดธุระแล้วใช่ไหมคะ ขอตัวค่ะ”

“ที่ฉันเตือนก็เพราะหวังดีนะ เพราะพี่เคนน่ะต้องแต่งงานกับฉัน ตามคำสั่งของคุณป้าอยู่แล้ว” เสียงของไครี่ย์ยังดังไล่ตามหลังมาไม่หยุด หยาดน้ำตาของหล่อนทะลักอาบแก้ม สองเท้าแทบไม่มีแรงทรงตัว

วรันธาราเดินไปทรุดนั่งหมดแรงอยู่กับกำแพงของตัวบ้าน ซ่อนตัวใต้เงาของต้นเสาใหญ่ ปลดปล่อยความเสียใจออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาอุ่นๆ

ทุกคำพูดของไครี่ย์ยังก้องอยู่ในโสตประสาท ทุกคำพูดที่หล่อนไม่ควรจะเชื่อ แต่กลับเชื่อเต็มหัวใจ

เควินไม่ได้รักหล่อน เขาก็แค่… แค่ต้องการแก้เผ็ด แก้แค้นที่หล่อนบังอาจเข้ามาล้วงคอราชสีห์เช่นเขาเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากไปกว่าสิ่งที่ไครี่ย์พูด และก็ไม่มีอะไรเกินจริงไปกว่าสิ่งที่หล่อนคิด

หล่อนรักเควิน แต่เขากลับมองเห็นหล่อนเป็นแค่ที่ระบายความใคร่เท่านั้น หยาดน้ำตาทะลักไม่หยุด หยาดโลหิตก็ท่วมท้นภายในอกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เจ็บปวดเหลือเกิน…

แต่มันก็ควรจบลงเสียที…

 

วรันธาราเปิดประตูห้องนอนเข้ามา ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เควินก้าวออกมาจากห้องน้ำพอดี ร่างกายสมบูรณ์มีเพียงผ้าขนหนูพันเอาไว้รอบสะโพกเท่านั้น และหล่อนก็อดไม่ได้ที่จะมองเขาด้วยความลุ่มหลงเกินห้ามใจเหมือนดั่งเช่นทุกครั้งที่เคยทำ

“ถ้าคุณไม่สะดวก และพยายามเมินหนี

“ผมไม่ใช่คนขี้อาย ไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว” เควินตอบกลับเสียงเย็นชา ใบหน้าระริกระรี้ตอนคุยโทรศัพท์ของวรันธารายังติดตรึงอยู่ในสมอง เขาเกลียดตัวเองที่รู้สึกหึงได้แม้กระทั่งคนปลายสาย ทั้งๆ ที่อาจจะเป็นแค่เพื่อนกันก็ได้

แต่หัวใจของเขามันสุดจะควบคุมได้แล้ว…

“ฉัน… ไม่รบกวนคุณนานหรอกค่ะ”

เควินเดินผ่านร่างเล็กไปยังตู้เสื้อผ้าแบบฝังผนังที่อยู่ห่างออกไปค่อนข้างมาก วรันธารามองตามความเย็นชานั้นไปอย่างน้อยใจ

“ฉันก็แค่จะมาบอกคุณว่า…” หล่อนหยุดพูด และรีบกะพริบไล่หยาดน้ำตาทิ้ง “ฉันจะไปวอชิงตันวันพรุ่งนี้” ความจริงนัดหมายของหล่อนกับณดาคืออาทิตย์หน้า แต่หล่อน… หล่อนทนเห็นเควินอยู่ใกล้กับไครี่ย์ไม่ได้อีกแล้ว หล่อนทนไม่ได้!

คนตัวโตหันขวับกลับมามอง “ไปหาคนที่คุณคุยด้วยเมื่อกี้นี้น่ะหรือ”

“คุณ… เห็นหรือคะ”

เควินไม่ตอบ แต่เดินกลับมาหยุดตรงหน้า มือยังคงกลัดกระดุมเสื้ออยู่ตลอดเวลา

“เอ่อ ค่ะ”

เควินแค่นยิ้มหยัน

“คงจะคิดถึงกันมากสินะ ถึงได้ตัดสินใจบินไปทันทีที่คนนั้นโทรมาชวน”

“เอ่อ… เรามีนัดกันมาก่อนหน้านี้แล้วล่ะค่ะ”

“อ๋อ นัดกันมาก่อน งั้นตลอดเวลาที่อยู่กับผม คุณก็เอาแต่คิดถึงไอ้คนนี้ใช่ไหม”

วรันธาราแปลกใจกับท่าทางหงุดหงิดของเควิน แต่ก็พยักหน้ารับ

“ใช่ค่ะ เราสองคนสนิทกันมาก ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงเพื่อนคนนี้ของฉันหรอกค่ะ”

“เพื่อน…”

เควินยิ้มหยัน

“ใช่ค่ะ เพื่อน…”

หล่อนกำลังจะบอกชื่อออกไป แต่เควินตัดบทเสียก่อน อย่างหยาบคาย

“จะเพื่อนหรือผัว ผมก็ไม่สนใจ และจะไปไหนก็เชิญเลย ไสหัวไปให้ไกลๆ เลยยิ่งดี”

“เควิน…”

หล่อนไม่คิดว่าเขาจะใช้คำพูดแบบนี้กับตัวเอง น้ำตาร่วงออกมาจนได้

“ทำไมคุณ… พูดแบบนี้คะ”

“ผมก็เถื่อนแบบนี้นี่แหละ เอาล่ะ คืนนี้ผมไม่อยู่ จะทำอะไร จะคุยโทรศัพท์กับใคร หรือจะบินไปคืนนี้เลยก็ตามสบาย บาย หวังว่าคุณจะมีความสุขกับสิ่งที่เลือกนะ วรันธารา”

เขาติดกระดุมเสร็จพอดีเมื่อตอนที่พูดจบ และไม่ยอมมองหน้าหล่อนเลย

วรันธารายืนร้องไห้ เมื่อร่างสูงใหญ่ของเควินเดินผ่านหน้าออกไปนอกห้องนอน เสียงปิดประตูแรงๆ ดังสนั่น และทำให้หล่อนสะดุ้งตัวสั่น

เควินกำลังโกรธ… ไม่สิ เขากำลังดีใจต่างหาก ที่ตัวภาระเช่นหล่อนจะหายไปจากชีวิตเสียที หญิงสาวสะอื้นไห้ด้วยความเจ็บปวด เสียงเครื่องยนต์คุ้นหูกระหึ่มขึ้น สองเท้ารีบก้าวไปหยุดที่ขอบหน้าต่าง และก็ทันได้เห็นไครี่ย์กระโดดหายเข้าไปในรถของเควิน

พวกเขาออกไปด้วยกัน… พวกเขาออกไปด้วยกันจริงๆ

แรงเรี่ยวไม่หลงเหลืออยู่อีก ร่างสั่นเทาทรุดฮวบลงจากขอบหน้าต่าง กองกับพื้นห้อง จนไม่ทันได้เห็นว่าวินาทีต่อมาไครี่ย์ก็ถูกผลักออกมานอกรถ ก่อนที่ซุปเปอร์คาร์หรูจะแล่นทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง

แอลกอฮอล์ที่ดื่มตลอดทั้งคืนยังคงร่ายฤทธิ์เดชอยู่ในกระแสโลหิตมากล้น ร่างสูงใหญ่จึงไม่อาจจะควบคุมตัวเองให้เดินตรงทางได้ เควินก้าวโซซัดโซเซกลับเข้ามาในบ้าน ด้วยสภาพที่ทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน

กลิ่นเหล้าโชยฟุ้ง เสื้อผ้ายับยู่ยี้ หน้าตาผมเผ้ายุ่งเหยิง โดยเฉพาะที่ดวงตาคมกล้ายามนี้แดงก่ำด้วยอำนาจร้ายของแอลกอฮอล์

“คุณเคน… ทำไมดื่มหนักแบบนี้ล่ะคะ”

ป้าเดซี่รีบเข้ามาช่วยคนขับรถประคองร่างของเควินที่กำลังเดินส่ายเป็นงูเลื้อยด้วยความเป็นห่วงจับใจ

“ผมสบายดี… ปล่อยผมได้แล้ว…” เควินสลัดป้าเดซี่กับคนขับรถออกไป และพยายามเดินเอง แต่แค่ก้าวเดียวก็ล้มคว่ำลงกับพื้นแทบเท้าของแคลอรีน่าผู้เป็นมารดา

ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นเป็นมารดายืนอยู่

“นึกว่าใครเสียอีก คุณแม่นั่นเอง” แล้วเขาก็ถูกคนขับรถกับป้าเดซี่พยุงให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

แคลอรีน่ามองสภาพลูกชายด้วยความไม่สบายใจ “ลูกไม่เคยดื่มจนขาดสติแบบนี้เลยนะ เควิน”

“ใคร… ใครว่าผมขาดสติ ผมสบายดี สบายใจมากต่างหาก” เควินหัวเราะร่วน ก่อนจะพยายามก้าวเดินตรงไปยังบันได

“ไม่มีคนที่สบายใจแล้วดื่มเหล้าหนักแบบนี้หรอกเควิน”

คนเป็นลูกชะงักเท้า ยืนนิ่ง “ผมไงครับ ผมไงที่ดื่มเพราะอยากดื่ม ขออยากตัวนะครับ ผมจะพักผ่อน”

แคลอรีน่ามองร่างของลูกชายที่ถูกหิ้วปีกขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเลด้วยความเป็นห่วง

“ต้นเหตุคงไม่ใช่นังนักข่าวนั้นหรอกนะ เควิน”

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะคุณป้า”

ไครี่ย์เดินเข้ามาทันได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของแคลอรีน่าพอดี

“อ้อ หนูไครี่ย์นั่นเอง”

ไครี่ย์ระบายยิ้มน้อยๆ

“ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นหรือคะ หนูได้ยินเสียงพี่เคนโวยวายออกมาจากห้องนอนน่ะค่ะ”

แคลอรีน่าถอนใจ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งในห้องรับแขกหรู “เควินเมาหนักมาก พึ่งกลับมาเมื่อกี้นี้เอง”

“ห๊า พี่เคนพึ่งกลับมาเหรอคะ ออกไปตั้งแต่หัวค่ำ กลับมาเช้าอีกวัน”

“ใช่”

ไครี่ย์รีบกระแทกตัวลงนั่งข้างๆ ว่าที่แม่ผัว ก่อนจะเบ้หน้าเพราะยังโมโหเควิน อยู่ มาก

“ความจริงหนูไม่อยากจะสนใจพี่เคนแล้วล่ะค่ะ”

“อ้าว ทำไมล่ะหนูไครี่ย์ อย่าบอกนะว่ายอมแพ้นังนักข่าวชั้นต่ำแล้วน่ะ”

คนถูกถามส่ายหน้าน้อยๆ หน้าตาบูดบึ้งเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน “ก็พี่เคนน่ะสิคะ โยนหนูออกมาจากรถอย่างไม่ไยดี ใจดำชะมัด”

แคลอรีน่าเบิกตากว้างตกใจ แต่ก็รีบปลอบ “พี่เค้าก็นิสัยห่ามๆ แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ หนูไครี่ย์อย่าไปถือสาเลยนะ ไหนว่ารักเควินไงล่ะ”

“ไอ้รักมันก็รักหรอกค่ะ แล้วก็อยากได้มาเป็นผัวด้วย แต่ดูท่าทางแล้วพี่เคนจะไม่ได้รักหนูน่ะสิคะ”

“ถ้าหนูไครี่ย์พยายามอีกนิดรับรองเควินไม่มีทางหลุดมือไปไหนแน่ และอย่าลืมสิว่าป้าอยู่ข้างหนูน่ะ”

“แต่หนู… รู้ว่าพี่เคนรักใคร”

“ไม่ต้องพูดถึงใครทั้งนั้น ยังไงซะนังนักข่าวนั้นก็ต้องระเห็จออกไปจากที่นี่ ไม่วันนี้พรุ่งนี้ก็มะรืนนี้ เชื่อป้าสิ ป้าจะทำทุกทางให้มันกระเด็นออกไปจากที่นี่”

แม้จะพยักหน้าเข้าใจ แต่ไครี่ย์ก็ยังอดกังวลใจไม่ได้ เพราะสายตาของ เควินที่มองวรันธารานั้น ใครก็มองออกว่ามันมีความหมายว่ายังไง ทั้งรัก ทั้งหวงแหน

“หนูจะลองพยายามดูอีกสักครั้งค่ะ”

แคลอรีน่ารีบกุมมือของเด็กสาวตรงหน้าเอาไว้ “มันต้องสำเร็จ ป้าจะช่วยหนูเอง”

“ขอบคุณค่ะคุณป้า”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset