เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!! – ตอนที่ 172

< < 124 Sec1 > >

ช่วงตกเย็น ผมว่าจะเดินไปหาแองเจลิน่าเสียหน่อย แต่ว่า

“ถ้าท่านแองเจลิน่าละก็กำลังอาบน้ำอยู่นะคะ คุณชายซิสค่อน”

“เหรอขอบใจนะ แล้วก็เงียบปากไปเลย คริสตีน่า”

“รับทราบค่ะ”

พอเห็นว่าแองเจลิน่าไม่สะดวกผมก็ตรงไปทางอื่นแทน กะจะไปหาเบลลามีซะหน่อย

“ถ้าเบลลามีเห็นว่าจะไปอาบน้ำกับหนิงนะ”

เรย์ตอบกลับ ขณะที่กำลังยืนหวดดาบบนชั้นบนสุดของเรือ เนื้อตัวท่วมไปด้วยเหงื่อที่เห็นแล้วก็รู้สึกเหนื่อยแทนเลย

“วิถีดาบดูดีขึ้นนะ”

ไม่ใช่แค่ชมตามมารยาท แต่ผมรู้สึกอย่างนี้จากใจจริง ทุกการออกดาบของเรย์ ว่าตามตรงว่าเบากว่าก่อนหน้านี้ แต่การออกดาบและจังหวะดีขึ้นมาก ซึ่งดีมากๆ มันคือจุดที่เรย์พลาดโดยไม่รู้ตัว รวมถึงผมด้วยน่ะนะ เพราะถ้าไม่ได้เห็นเรย์แสดงให้ดูผมก็คงไม่รู้ข้อผิดพลาดการใช้ดาบของตัวเองเช่นกัน

การออกดาบปกติ สำหรับนักดาบขั้นสูงมีพลังมากพอจะแยกคนออกเป็นสองส่วนในครั้งเดียว ยังไม่รวมกับเทคนิคดาบมากมายที่แฝงไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวอีก

ทว่าเพราะเอาแต่จดจ่ออยู่กับน้ำหนักการออกดาบ ทำให้คนละเลยเรื่องความรวดเร็วหรือพริ้วไหวในการใช้ดาบ ทั้งๆที่พลังในการสะบั้นก็มากพอจะสังหารอยู่แล้ว เหตุใดถึงต้องเน้นแต่จุดๆนี้ด้วยละ?

กล่าวคือพลังทำลายมันมากเกินพอดี เรย์จึงปรับวิถีดาบให้มันเบาลงเพื่อไปเสริมจุดอื่นแทน ..วิธีนี้คงจะทำให้เรย์เก่งขึ้นได้อีกมาก ยังมีวิชาดาบแปลกๆที่เรย์ไปเรียนมากับดาบมังกรเหล็กอีก

การพัฒนาของเรย์ต่อจากนี้ คงจะไม่ใช่กระสอบทรายอย่างในเนื้อเรื่องต้นฉบับอีกต่อไป

อุตส่าห์พัฒนาได้ตั้งขนาดนี้ ชมเสียหน่อยจะเป็นอะไร ต่อให้เรย์มันจะยิ้มได้ใจได้น่าหมันไส้แค่ไหนก็อย่าไปสนใจ ตามนั้น

“ยังห่างไกลกับอุดมคติอีกมาก–อาจารย์ของฉันทำได้ดีกว่านี้สิบเท่า”

“..”

คำตอบทำผมแปลกใจไม่น้อยเลย

ผมได้แต่ยิ้มพึงพอใจ และขณะที่กำลังจะปล่อยให้เรย์ฝึกต่อ

“เดี่ยวสิ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เจอกันหน่อยเป็นไง ..ถ้าเป็นตอนนี้ นายคงจะแพ้โดยที่ไม่ได้หายใจเลยแหละ”

พูดจบเรย์ก็หัวเราะได้ใจ

สุดท้ายก็อีหรอบเดิมสินะ

“อยากเห็นเหมือนกันว่าตอนนี้ไปได้ถึงไหนแล้ว จะลองสักครั้งสองครั้งก็ไม่มีปัญหา แน่นอนทางนี้ขอใช้เวทมนตร์นะ”

“จัดมาเลย!”

จากนั้นผมกับเรย์ก็สู้กันพอหอมปากหอมคอ

ผลการดวล เรเซอร์ 20 – 0 เรย์

ในสามรอบแรก ผมสู้กับเรย์อยู่กว่าห้าจังหวะถึงจะเอาลง เพราะยากที่จะคาดเดาวิชาดาบพิลึกที่เรย์ไปเรียนมา แต่หลังจากที่ชินแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดาและเอาชนะได้ หลังจากรอบสิบเป็นต้นไป ผมสามารถชนะเรย์ได้โดยไม่ต้องหลบดาบหรือใช้เวทย์ป้องกันใดๆทั้งสิ้น เพราะผมชนะเรย์ได้ก่อนจะประชิดถึงตัว

บนโลกนี้มีเวทมนตร์มากมายที่ชนะทางดาบ หากต้องชนตรงๆพลังทำลายของเวทมนตร์และความยืดยุ่นของลักษณะการโจมตีนั้นมากกว่าดาบมากโข

แน่นอนความเร็วของดาบก็ยังน่ากลัว เพราะมันสามารถชนะคู่ต่อสู้ได้ในเสี้ยววิเดียวต่างกับเวทมนตร์ละนะ ..พอคิดอย่างนี้ก็อดนึกถึงเทพดาบไม่ได้เลยแฮะ

“ว่าไง อีกรอบมั้ย?”

“จัดไปอย่าให้เสีย!”

เรย์พยายามเรียนรู้วิธีรับมือกับเวทมนตร์อยู่—แบบนี้แหละดี

 

****

ขณะเดียวกัน

“ฟู่ววววววว น้ำร้อนนี่แหละ ดีย์”

แองเจลิน่าร้องเสียงหลงทันทีที่ร่างได้หย่อมลงบ่อน้ำร้อน เธอเงยหน้ามองฟ้าด้วยแววตาที่เป็นประกายและใบหน้าที่แดงระเรืออ่อนๆ ..แองเจลิน่าชำเลืองมองทางขวาทั้งรอยยิ้ม

“ไม่รีบลงมาละทั้งสอง”

“…”

“ว่าไงดี เกรงอ่ะค่ะ”

ผลัดจากบ่อน้ำร้อนราวสิบเก้าคือเบลลามีและหนิงที่อยู่ในสภาพสวมผ้าขนหนู

หนิงรวบผมขึ้นไปบนหัวและพันด้วยผ้าขนหนู เบลลามีก็ทำตามหนิง พูดให้ถูกโดนหนิงจับมัดจับรวบเองด้วยเหตุผลที่ว่า ‘เป็นผู้หญิงต้องดูแดตัวเองหน่อยสิ’ จากนั้นหนิงก็ลงมือช่วยเบลลามีสระผมและบอกวิธีดูแลผมโดยระเอียด สุดท้ายจึงมาจบที่บ่อน้ำร้อนอันโปรดปรานของแองเจลิน่า

“เกรงใจอะไรกันจ๊ะ ชวนมาตั้งขนาดนี้แล้วนะ มาๆ ลงมาเถอะ”

“..คือพี่สาวของเรเซอร์นี่เป็นคนเปิดเผยดีนะคะ”

ต่างกับทั้งสอง แองเจลิน่าแก้ผ้าตั้งแต่ต้นยังลงบ่อน้ำเลย เพราะน้ำทำให้ไม่เห็นของลับใดๆบนร่างกาย

แองเจลิน่ายิ้มเอ็นดูคำถามของหนิฝ

“ผู้หญิงด้วยกันไม่เห็นเป็นไรนี่”

“ก็ใช่ค่ะ แต่ว่าสมมุติเป็นผู้ชายเวลาอาบน้ำด้วยกันก็รู้สึกเกร็งๆนี่คะ ฉันคิดว่าผู้หญิงก็เหมือนกัน”

“น่าๆ ช่างเถอะน่า มีอะไรให้อายด้วยเหรอ หรือว่าไม่มั่นใจในตัวเองเหรอจ๊ะ”

“..นั่นสินะคะ แบบว่า”

หนิงมองไปที่หน้าอกของแองเจลิน่า และอ้าปากค้าง เหมือนจะตะลึง 

“ใหญ่เกินไป”

เบลลามีเปิดปากพูดโดยที่ส่งสายตาไปจุดๆเดียวกับหนิง

“เดี่ยวสิ!”

“เสียมารยาทสินะ ..ขอโทษนะคะ”

“ไม่หรอกจ้า มาๆ รีบมาแช่น้ำร้อนดีกว่า พี่สาวมีเรื่องอยากคุยด้วยอีกเยอะเลยน้า”

ทั้งสองยอมทำตามที่แองเจลิน่าว่า และแช่น้ำ

ทั้งหนิงและเบลลามีต่างส่งเสียง “ฟู่ว” พร้อมๆกัน

“รู้สึกยังไงกันบ้างจ๊ะ”

“สุดยอดเลยค่ะ”

หนิงตอบพลางยืดเส้นยืดสาย

“ฟินมาก”

เบลลามีตอบโดยที่ปากกำลัง บุ๋มๆ อยู่ใต้น้ำ

แองเจลิน่ามองทั้งสองและยิ้มอีกครั้ง สำหรับเธอทั้งสองคือเพื่อนและคนรักของน้องชายที่น่ารัก จะรู้สึกเอ็นดูก็ไม่ได้แปลกอะไร

“มาพูดเรื่องที่ต้องคุยเฉพาะกับสาวๆกันเถอะจ๊ะ”

“เรื่องเฉพาะสาวๆ?” 

เบลลามีเอียงคอฉงน หนิงยิ้มเจื่อนๆเพราะเดาได้ว่าจะพูดเรื่องอะไร

“เรื่องความรักไงละจ๊ะ”

“ความรัก ..แบบนี้นี่เอง นี่คือเรื่องที่ผู้หญิงชอบคุยกันสินะ”

“ใช่จ๊ะ ลำดับแรกเชิญน้องหนิงก่อนเลยจ้า”

“ไม่ใช่ว่าเจ้าภาพต้องเริ่มก่อนเหรอคะ คุณแองเจลิน่า”

โดนสวนกลับแองเจลิน่าถึงกับหน้าซีด แต่เธอยังคงปั้นยิ้มสวยๆไว้ได้อยู่ หมายความว่าปราการของเธอยังไม่แตก

“น่าๆ เริ่มก่อนเถอะ เรื่องของพี่น่ะ ..ว่าไงดี เยอะจนไม่รู้จะเริ่มยังไงเลยละจ๊ะ”

“สมกับเป็นพี่สาวของเรเซอร์เลยนะคะ คงจะเนื้อหอมมากแน่ๆ”

“ก็เป็นพี่น้องกันนี่ค่ะ”

โกหก–เบลลามีจับโกหกแองเจลิน่าได้ง่ายๆ แต่เธอก็ไม่พูดอะไรเลือกจะเงียบ

“เรื่องความรักของฉันสินะคะ”

“จ๊ะ”

“พี่สาวเรเซอร์รู้จัก ‘ยูจิ’ รึเปล่าคะ?”

“เพื่อนของเรเซอร์เขาสินะ อืมๆ พี่จำได้อยู่แล้ว”

“คนนั้นว่าที่สามีหนูเองค่ะ”

หนิงทุบอกตอบด้วยรอยยิ้ม

….

“ดูไม่เหมือนจะเป็นอย่างนั้นเลยนะจ๊ะ”

“งะ!? ไหงนั้นละคะ!?”

“แบบว่าไร้ซึ่งรัศมีน่ะจ๊ะ ..ต่อให้ชอบกันยังไง แต่จะล่วงละเมิดเขาไม่ได้นะจ๊ะ ของแบบนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป พี่รู้ว่าหนูต้องอดทนอดกลั้นแค่ไหนกับความรู้สึกที่เกินจะควบคุมของวัยรุ่น แต่แทนที่จะทำให้เขาชอบ เขาอาจไม่ชอบเราแทนก็ได้นะจ๊ะ เป็นอันจะดีกว่าถ้าไม่ยัดเยียด”

“ประทานโทษนะคะคุณพี่สาวของเรเซอร์ ฉันไม่ได้เลวขนาดนั้นสักหน่อย—โธ่ว แล้วรัศมีที่ว่านี่ต้องแบบไหนล่ะคะ?”

“แบบไหนเหรอ ..ก็ต้องประมาณน้องสะใภ้พี่กระมัง”

ถึงตรงนี้เบลลามีก็สะดุ้ง เธอค่อยๆหันหน้าหนีแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

“นี่ๆ กับเรเซอร์ไปถึงไหนแล้วเหรอจ๊ะ”

แองเจลิน่าว่ายไปกระซิบข้างหูเบลลามี และต้อนจนมุมและมีแต่ต้องมองหน้าแองเจลิน่ากลับ

“..ไปถึงไหนนี่มัน”

“ก็แบบได้จับมือกันยัง ได้จูบกันยังเอย หรือว่า..กันยังน่ะจ๊ะ”

พูดเองก็เขินเอง เพราะเธอคือสาวจิ้น 

“..เคยกอดกันค่ะ ตอนกลางคืนเรเซอร์กอดเราและปล่อยให้เราลูบหัว”

เรื่องเมื่อคืนนั้นเบลลามีไม่มีทางลืม—ทั้งสองที่ได้ยินก็พากันเป็นบ้า กับเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ? ใช่ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเป็นสาวใสไร้ประสบการณ์จู๋จี๋ไงละ

“กอดกัน!!!?”

“มะ แม้แต่ฉันยังไม่เคยกอดกับยูจิจริงๆจังๆเลยนะ!”

สาวจิ้นx2 

“นะ นะ นี่แหละจ๊ะหนู ที่เขาเรียกว่ารัศมี สิ่งที่หนูยังขาด”

“พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงกันคะ!? เยาะเย้ยกันเหรอคะ!? พูดแบบนี้อีกครั้งโกรธจริงๆนะคะ ต่อให้เป็นพี่สาวของเรเซอร์แต่ฉันก็โกรธเป็นนะ!”

บรรยากาศอาบน้ำชิลๆได้พังโดยสมบูรณ์

“น่าๆ อย่าคิดมากเลยนะจ๊ะ วะ ว่าแต่ ..กอดกันตอนกลางคืนนี่ หวังว่าจะยัง”

“ไม่เคยหรอก”

..แองเจลิน่าถอนหายใจโล่งอก ถ้าโดนน้องชายนำไปก่อนคงเสียจุดยืนแย่

“แต่เคยกัดคอเรเซอร์”

“..เอ๊ะ”

“วันนั้นเราเมา แล้วก็ขึ้นค่อมเรเซอร์ จากนั้นก็กัดคอ ..เรเซอร์ดูไม่ได้รังเกียจด้วย เราเองก็ด้วย อยากจะทำอีกรอบแต่กลัวเรเซอร์เจ็บเลยไม่กล้าขอ เรื่องนี้ไม่เคยบอกใครเลย ..มันน่าอาย แต่คิดว่าควรบอกพี่สาวของเรเซอร์”

เพราะถ้าขอยังไงเรเซอร์คนนั้นก็จะให้อยู่แล้ว แต่เธอไม่อยากทำร้ายร่างกายของคนรัก

….

“น้องพี่มีรสนิยมอย่างนั้นเองสินะ”

“เรเซอร์นี่เข้าขั้นหมู M เลยละค่ะ พี่สาวของเรเซอร์”

หนิงซุบซิบข่าวปลอมใส่หูแองเจลิน่า แย่ยิ่งกว่าแองเจลิน่าเชื่อด้วย

“ตายแล้วน้องพี่ ..แต่ว่านะหนูเบลลามีเรื่องรสนิยมนี่ไม่ต้องบอกก็ได้นะจ๊ะ”

“ต้องบอกสิ..ถ้าเราจะขอเรเซอร์จากพี่สาว เราต้องบอกไม่ใช่เหรอ”

ทั้งสองสาวไร้ประสบการณ์กันหน้าแดงแจ๋

“กล้าเกินไปแล้วเด็กคนนี้!!”

“เบลลามีแกเป็นอย่างนี้แหละค่ะ!”

“แปลกเหรอ?”

แม้จะเป็นสาวจิ้นเหมือนกัน แต่อยู่คนละระดับกับอีกสองคน 

นี่น่ะเหรอพลังของคนมีแฟนแล้ว ช่างน่ากลัว–แองเจลิน่าหวาดกลัวเบลลามีจากใจจริง

“..ไม่แปลกหรอกจ๊ะ แต่หนูเบลลามีเป็นคนพูดตรงสินะจ๊ะ พี่ไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับหนูเท่าไหร่เลยอยากรู้น่ะว่าผู้หญิงแบบไหนนะที่น้องชายของพี่ชอบ ตอนนี้ก็เริ่มๆรู้แล้วละว่าน้องพี่คือมาโซคิสต์นี่เอง จะว่าไปอันนาก็ค่อนข้างนั่นเลยนะ อืมๆ แบบนี้นี่เอง”

แองเจลิน่าพึมพำต่อรัวๆสนุกสนาน ต่างกับเบลลามีที่..คิดมาก

“ขอโทษนะ”

“หืม? ทำไมล่ะจ๊ะ”

“ที่พูดตรงเกินไป คงจะทำให้ลำบาก”

“ว่าแต่ทำไมหนูถึงชอบเรเซอร์เข้าให้ล่ะจ๊ะ สำหรับสามัญชนถ้าพี่จำไม่ผิดเขาไม่ได้มีธรรมเนียมผัวหรือเมียที่สามารถมีคู่ได้หลายคนนะ อะไรทำให้ยอมขนาดนี้เหรอจ๊ะ”

แองเจลิน่าถามไปตรงๆเพราะเธอสงสัยจริงๆ อย่างอันนะกับเรเซลสองคนนี้เป็นสามัญชนปลอม สถานะของสองคนนี้ใกล้เคียงกับชนชั้นสูงเล็กน้อย เพราะอย่างนั้นธรรมเนียมเรื่องที่ฝ่ายหญิงรึฝ่ายชายจะมีคู่ครองหลายคนได้มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในความคิดพวกเธอ แต่เบลลามีไม่ได้โตมาแบบเดียวกับทั้งสอง

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำตอบ แม้เธอจะตามใจเรเซอร์ แต่อย่างน้อยก็เรื่องคนรักที่ต้องเลือกหน่อย จะให้แต่งงานพร้อมกับผู้หญิงหลายคนแล้วไปทะเลาะทีหลังก็ไม่ใช่เรื่อง

ว่าง่ายๆแองเจลิน่าตั้งใจจะประเมินเบลลามี

“..บางทีเราอาจจะแค่หลงก็ได้”

“เหรอจ๊ะ”

“เพราะเราหลงเราถึงยอมได้ เราคิดแบบนั้น ตอนแรกคิดอย่างนั้นนะ ..แต่พอได้พูดคุยกับเรเซลและอันนาเราก็คิดต่างไป” เบลลามีหรี่ตาลงทั้งรอยยิ้ม “คิดว่าถ้าเป็นคนๆนี้ต่อให้จะมีภรรยาหลายคน เขาก็คงให้ความสำคัญกับทุกคนเท่ากันอยู่ดี”

“รักเท่ากันนี่พี่ว่ามันแค่อุดมคตินะ ทำจริงไม่น่าไหวหรอก”

“ถึงอย่างนั้นถ้าเป็นเรเซอร์ก็จะพยายามทำให้ได้แน่ๆ แค่นั้นก็พอแล้ว”

เบลลามีตอบอย่างหนักแน่น 

….

“ถ้าพี่จำไม่ผิด ตอนแรกหนูเบลลามีคิดแค่จะลองคุยกับเรเซอร์จนกว่าจะจบการศึกษาก่อนไม่ใช่หรือจ๊ะ ไหนที่ตอบนี้มันอย่างกับตกลงแต่งกันแล้วเลยละ”

“แปลกจังเนอะ”

มีช่องว่างให้โจมตีแล้ว ทั้งสองคิดได้ใจและเริ่มแซวเบลลามี

ทว่า หาได้ทำอะไรได้ ต่อให้มัดรวมสองแต่ก็ไม่สะทกสะท้านเบลลามี

เบลลามียิ้มตอบทั้งสอง ทั้งแววตาที่แสนมีความสุข

“นั่นสิ แปลกจังนะ”

….

หนิงกลืนน้ำลายดังอึก ก่อนจะโพล่งขึ้น

“นั่นมันแววตาของคนที่กำลังมีความรัก”

“รัศมีแบบนี้ของจริงเลยละจ๊ะ”

“จะบอกว่าฉันไม่ใช่ของจริงสินะคะ”

“คิดไปเองจ๊ะ”

 

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!
Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!! << 0 >> รู้สึกว่าโลกเราช่วงนี้จะฮิตต่างโลกกันสินะ? ถ้าจำไม่ผิดนวนิยายประเภทไลทโนเวลของญี่ปุ่นในยุค 2020 จะฮิตกันเอาเรื่องเลย ขนาดผมก็เคยอ่าน หรือเคยดูอนิเมที่ดัดแปลงจากนิยายมาอีกทีไม่น้อยเลย ใช่ มันค่อนข้างสนุกเลย อาจจะเป็นเพราะมันช่วยสนองนีทให้ผมก็ได้ เพราะปกติผมมักจะเป็นผู้แพ้เป็นประจำทั้งๆที่พยายามากแล้ว พอได้เห็นคนๆหนึ่งประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ซึ่งนั่นก็คือพระเอกมันก็ชวนให้รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขาด้วย พร้อมไปกับสาวๆในฮาเร็มของแกด้วยอะนะ แต่ด้วยความที่เป็นตลาดที่ใหญ่ ทำให้มีหลายความเห็นตามไปด้วย หลายครั้งที่นิยายแนวนี้จะถูกวิจารย์ในเชิงไม่ดี อาทิเช่น ส้ำซากจำเจ เดาทางง่าย ตัวละครผู้หญิงง่าย ทุกอย่างง่ายไปหมด บางเม้นต์ก็ร้ายแรงขนาดบอกว่า ‘นี่ไม่ใช่นิยายแต่เป็นสินค้า’ อืม ถ้าในมุมผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอก ออกไปในทางชอบด้วยซ้ำ แต่ขอติหน่อยเถอะ ตัวร้ายส่วนใหญ่ในเรื่องแนวนี้โคตรจะไม่น่าให้อภัย คนอะไรมันจะเลวได้ขนาดนั้น เลวถึงแก่นแท้เลยพวกตัวร้ายในนิยายต่างโลกเนี่ย ไม่น่าให้อภัยที่สุด โง่ก็โง่ กระจอกก็กระจอกชิบหายเลย ไร้ความคิดความอ่าน กลับตัวก็ไม่เป็น

Comment

Options

not work with dark mode
Reset