สอนสวาทคุณอาที่รัก – ตอนที่ 12

เมื่อเขาไม่ยอมสนใจ แถมยังขยันควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเข้ามาเย้ยหล่อนถึงในบ้าน ราชาวดีที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำจึงเลือกที่จะประชดประชันเขาตลอดเวลาเช่นกัน

“ดึกแล้วกลับเถอะครับน้องวดี”

“ไม่ค่ะ วดียังไม่อยากกลับ”

หญิงสาวส่ายหน้า หัวใจเต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ

“แต่อาเสือจะดุเอานะครับ กลับกันเถอะ”

ท่าทางที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของอรรถพรทำให้ราชาวดียิ่งขุ่นเคือง

“ถ้าพี่อรรถเกรงใจอาเสือมากขนาดนั้นก็กลับไปคนเดียวเถอะค่ะ วดียังไม่กลับ”

แล้วหญิงสาวก็สะบัดหน้าหนี ในขณะที่อรรถพรเต็มไปด้วยความแคลงใจ สถานการณ์ตรงหน้าและความรู้สึกของคนรอบกายมันทำให้เขารู้สึกสงสัยเป็นที่สุด โดยเฉพาะชาติพยัคฆ์กับราชาวดี

“นี่น้องวดีโกรธอาเสือเหรอครับ”

เด็กสาวเชิดหน้าสูงขึ้นอีก และตอบเสียงขึ้นจมูก

“วดีจะมีสิทธิ์ไปโกรธอาเสือได้ยังไงล่ะคะ”

“แต่พี่ว่าวดีดูหึงๆ อาเสือกับผู้หญิงคนเมื่อกลางวันยังไงไม่รู้ หรือว่าพี่เข้าใจผิดไปเองนะ”

อรรถพรถามและต้องการให้หญิงสาวตอบ แต่เจ้าหล่อนกลับนั่งนิ่ง ไม่ยอมตอบคำถาม จนเขาต้องระบายลมหายใจออกมาด้วยความลำบากใจ

“พี่ก็พอจะรู้นะว่าน้องวดีกับอาเสือไม่ใช่อาหลานกันแท้ๆ แต่พี่ไม่คิดว่า…”

คนที่นั่งเชิดหน้าอยู่หันมามองเขาทันควัน

“พี่อรรถคงไม่คิดว่าวดีรักอาเสือใช่ไหมคะ”

คนถูกถามนั่งนิ่ง จ้องหน้าคู่สนทนา ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำยิ่งนัก

“พี่คิดว่าใช่… น้องวดีรักอาเสือ”

“ไม่… คือว่าวดี…”

เมื่อการคาดเดาของผู้ชายข้างกายแทงถูกใจดำอย่างจัง ราชาวดีก็เต็มไปด้วยความอดสู หล่อนพยายามปฏิเสธแต่เขาก็ยังยืนกรานคำเดิม

“อย่าปฏิเสธเลยน้องวดี พี่มองออก และพี่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรน้องวดีด้วยที่ใช้พี่เป็นเครื่องมือประชดประชันอาเสือน่ะ”

“พี่อรรถ…”

หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้มนวล

“วดีขอโทษ… วดี…”

อรรถพรฝืนยิ้มแม้จะเจ็บลึกๆ ในอกเล็กน้อยก็ตาม ดีนะที่เขายังไม่ถลำลึกรักราชาวดีมากจนเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นคงจะเจ็บแปลบมากกว่านี้

“ไม่ต้องขอโทษพี่หรอกน้องวดี พี่เข้าใจว่าความรักมันบังคับกันไม่ได้”

“พี่อรรถ… วดีพยายามจะตัดใจจากอาเสือแล้วนะ แต่…”

หญิงสาวส่ายหน้า สะอื้นไห้ทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดกัดกินเนื้อหัวใจจนเหวอะหวะ

“แต่วดีทำไม่สำเร็จ… อาเสือยังอยู่ในสมองและก็ในหัวใจของวดีตลอดเวลา วดีขอโทษ… วดีแย่มากที่หลอกใช้พี่อรรถ วดี…”

อรรถพรดึงร่างที่สั่นเทาไปทั้งตัวเข้ามากอด พลางลูบแผ่นหลังที่สะท้อนขึ้นลงเพราะแรงสะอื้นแผ่วเบา และให้กำลังใจเหมือนพระเอกรองในละครไม่มีผิด

“พี่เข้าใจ… เข้าใจความรู้สึกของน้องวดี และพี่ก็มั่นใจว่าอาเสือก็รู้สึกไม่ต่างจากน้องวดีเหมือนกัน”

คนที่ซบหน้าอยู่กับอกกว้างสะอื้นไห้แรงขึ้น ยิ่งคิดถึงเขาก็ยิ่งทุกข์ทรมานด้วยความผิดหวัง

“อาเสือไม่ได้รู้สึกอย่างที่วดีรู้สึกหรอกค่ะ มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ อาเสือทั้งรำคาญทั้งเหม็นขี้หน้าวดี และที่สำคัญพี่อรรถก็เห็นไม่ใช่เหรอคะว่าอาเสือพยายามผลักไสวดีตลอดเวลา”

อรรถพรดันร่างอรชรออกจากตัว และจ้องลึกประสานสายตา

“แม้ว่าทุกคนจะไม่เคยอ่านความรู้สึกของอาเสือออกเลย แต่พี่อ่านออก อาเสือรักน้องวดี”

“ไม่… ไม่มีทาง… อาเสือไม่ได้รักวดี”

หญิงสาวส่ายหน้าทั้งน้ำตาเพราะเชื่อไม่ลงจริงๆ

“อาเสือเกลียดวดี”

“ถ้าเกลียดอาเสือคงไม่แอบมองวดีตลอดเวลาหรอกครับ”

“แอบมอง…?”

อรรถพรพยักหน้ารับน้อยๆ เขาเห็นมาตลอด แต่ไม่ได้พูดออกมา

“ทุกครั้งที่น้องวดีกลับมาถึงบ้าน พี่ก็จะเห็นสายตาของอาเสือมองลงมาจากหน้าต่างห้องตลอดเวลา”

“ไม่จริง… มันอาจจะแค่เรื่องบังเอิญ”

“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่ทุกครั้งเลยต่างหาก”

ราชาวดียืนอึ้ง อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ให้ปีนขึ้นไปเก็บดาวบนฟ้ายังง่ายเสียกว่าการที่ชาติพยัคฆ์จะรักหล่อนเลย

“มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ ในสายตาของอาเสือ… วดีก็แค่เด็กกะโปโลที่น่ารำคาญ”

หญิงสาวตัดสินใจเดินไปข้างหน้า อรรถพรถอนใจออกมาและก้าวตามไป

“น้องวดีก็ใจแข็งพอๆ กับอาเสือเลยนะครับ”

คนที่กำลังเดินอยู่ชะงัก กายสาวหยุดนิ่ง ความรวดร้าวกำลังกัดกินหัวใจอย่างไร้ความปรานี

“วดีแค่พูดความจริงค่ะ ความจริงที่วดีเห็นมาตลอดชีวิต”

แล้วหญิงสาวก็เดินต่อไป โดยชายหนุ่มอย่างอรรถพรเดินตามไปติดๆ ด้วยความเป็นห่วง

สอนสวาทคุณอาที่รัก

สอนสวาทคุณอาที่รัก

Status: Ongoing
อ่านนิยาย สอนสวาทคุณอาที่รักเสื้อกล้ามสีขาวบนเรือนกายบึกบึนทรงพลังของชาติพยัคฆ์เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ซิกแพ็คสมบูรณ์แบบจึงมองเห็นได้อย่างง่ายดาย และนั่นก็ยิ่งทำให้ราชาวดีต้องรีบยกมือขึ้นป้ายน้ำลายที่สออยู่มุมปากอย่างรวดเร็ว แต่สายตากลับแหงะออกจากมาจากกำยำของคุณอานอกไส้ตรงหน้าไม่ได้เลยแม้แต่วินาที ตั้งแต่จำความได้ก็มีแต่ชาติพยัคฆ์คนเดียวเท่านั้นที่คอยดูแลและปกป้องหล่อน จากคำบอกเล่าของเขาก็คือพ่อกับแม่ของหล่อนเสียชีวิตไปตั้งแต่หล่อนเกิดได้มาไม่เพียงกี่เดือน และเขาก็เป็นเพียงญาติคนเดียวของหล่อนจึงต้องทำหน้าที่อุปการะหล่อนเอาไว้ ทุกอย่างมันคงดำเนินไปด้วยดีตามวิถีทางของมันถ้าหล่อนกลับไม่บังเกิดไปหลงรักชาติพยัคฆ์เข้าให้อย่างจังแบบตอนนี้ หล่อนพยายามที่จะตัดใจจากเขา พยายามที่จะไม่สนใจผู้ชายที่แก่กว่าเกือบยี่สิบปี แต่ก็ทำไม่ได้สักที หึงและหวงทุกครั้งที่มีผู้หญิงมาเข้าใกล้เขา “อาไม่ใช่ข้าวนะ ไม่ต้องมองแบบหิวอย่างนั้นหรอก” คำพูดเตือนสติของผู้ชายตรงหน้าทำให้คนฟังแก้มแดงก่ำ แต่ก็รีบกลบเกลื่อน “อาเสืออย่ามาแซววดีแต่เช้าสิคะ”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset