“รอบที่แล้วมีเรื่องติดขัดนิดหน่อยฉันต้องขอโทษด้วยจริง ๆ แต่รอบนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว ถ้านายว่างนายสามารถมาหาฉันได้เลยที่โรงแรมแคมปินสกี้ ห้องส่วนตัวหมายเลข 12!”
หลินป๋อทั้งขอโทษและถือโอกาสชวนในเวลาเดียวกัน ทั้งสองคุยกันอีกเล็กน้อยจากนั้นก็วางสายกันไป
ในทันทีหลังจากวางสาย อวี้ฮ่าวหรานก็ขับรถออกจากบริษัทของเขาทันที และครึ่งชั่วโมงถัดมา ชายหนุ่มก็ขับรถไปถึงโรงแรม
ด้วยการนำของพนักงาน อวี้ฮ่าวหรานจึงเข้าไปในห้องส่วนตัวหมายเลข 12 อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าไปด้านใน อวี้ฮ่าวหรานประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าที่ด้านในมีเพียงแค่ หลินป๋อและซูหว่านเอ๋อร์ นั่งกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น
“ฮ่า ๆ! เห็นไหม หว่านเอ๋อร์ ลุงบอกแล้วว่าถ้าหากน้องอวี้รับปากแล้วเขาจะต้องมาแน่นอน เขาไม่มีทางผิดนัดแน่!”
เมื่อเห็นว่าอวี้ฮ่าวหรานมาถึงแล้ว หลินป๋อก็เอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยสีหน้าเบิกบาน
“น้องอวี้ ดูเหมือนว่าช่วงนี้นายจะยุ่งมากสินะ ฉันได้ยินมาว่านายช่วยบริษัทชิวเฮิงเอาชนะบริษัทไป๋เชาได้อย่างงดงาม นายรู้หรือเปล่าว่าชื่อของนายตอนนี้โด่งดังมากในหมู่นักธุรกิจในเมือง”
“มันแค่เรื่องเล็ก ๆ น่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก” อวี้ฮ่าวหรานตอบกลับ
“ฮ่า ๆ นายนี่มั่นใจดีจริง ๆ ฉันชอบ! ขนาดตัวอันตรายอย่างหวังเจายังแพ้ให้กับนาย นายนี่มันสุดยอดจริง ๆ!”
หลังจากพูดจบ หลินป๋อก็ผายมือแสดงท่าทางให้อวี้ฮ่าวหรานนั่งลงจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มคุยกัน
แต่สิ่งที่ทำให้อวี้ฮ่าวหรานรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย คือซูหว่านเอ๋อร์ที่มองเขาอย่างไม่กะพริบตาด้วยสายตาเป็นประกายโดยตลอดในระหว่างที่พวกเขาสนทนากัน
แววตาของซูหว่านเอ๋อร์ดูเหมือนซ่อนความรู้สึกอะไรบางอย่างเอาไว้
หลังจากคุยทักทายกันไปได้สักพัก หลินป๋อก็พูดเข้าประเด็น
“แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักที่เรามาเจอกันในวันนี้คือการดูวัตถุโบราณของฉันร่วมกัน แต่วัตถุโบราณชิ้นที่ฉันกำลังจะนำออกมานั้นมันล้ำค่าเป็นอย่างมากจนฉันไม่กล้าเชิญใครมาดูอีกนอกจากพวกเรากันเอง”
หลินป๋อเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมซึ่งแสดงให้เห็นได้ชัดว่าของสิ่งนี้สำคัญต่อเขามากจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม อวี้ฮ่าวหรานเหลือบมองไปที่ซูหว่านเอ๋อร์ เพราะเขารู้สึกประหลาดใจ ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมหลินป๋อถึงชวนอีกฝ่ายมาด้วย
หลินป๋อเห็นสายตาของอวี้ฮ่าวหรานเช่นกัน
“ฮ่าฮ่า น้องอวี้ ไม่ต้องงงไปหรอก สาเหตุที่หว่านเอ๋อร์อยู่ที่นี่เป็นเพราะฉันได้ยินสาวน้อยคนนี้บ่นมาหลายรอบแล้วว่าอยากเจอนายอีก ดังนั้นฉันเลยชวนมาด้วย”
“ลุงหลิน!”
ซูหว่านเอ๋อร์หน้าแดงทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้
“อะแฮ่ม ๆ พวกเรามาดูวัตถุโบราณชิ้นนี้กันก่อนดีกว่า”
อวี้ฮ่าวหรานไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้ที่เจอกันไม่กี่ครั้งจะมีความรู้สึกพิเศษและอยากเจอเขาอีกรอบ ชายหนุ่มค่อนข้างทำตัวไม่ถูก
อย่างไรก็ตามบรรยากาศกระอักกระอ่วนถูกขจัดไปอย่างรวดเร็วเมื่อ หลินป๋อหยิบกล่องไม้ยาวที่สลักลวดลายสวยงามขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“เอาล่ะ นี่คือของที่ฉันอยากจะให้นายดู น้องอวี้ นายช่วยดูให้ทีว่ามันเป็นยังไงบ้าง มันคือกระบี่โบราณที่ฉันเพิ่งได้มาล่าสุด!”
หลินป๋อพูดขึ้นพลางค่อย ๆ เปิดกล่องอย่างระมัดระวังซึ่งด้านในคือกระบี่สั้นเล่มหนึ่ง
กระบี่สั้นเล่มนี้มีรูปร่างที่งดงาม และถึงแม้ว่ามันจะเก่ามากแต่คมทั้งสองด้านของใบกระบี่ยังคงคมกริบอย่างน่าเหลือเชื่อ
อวี้ฮ่าวหรานหยิบกระบี่สั้นขึ้นมาจากกล่องและเพ่งมองดูมันด้วยความตั้งใจ
กระบี่ดูโบราณเป็นอย่างมากและที่ด้านจับก็มีตัวอักษรโบราณสลักไว้สองตัว
“นี่เป็นของที่ดีมาก!”
หลังจากเพ่งมองอย่างละเอียดแล้ว อวี้ฮ่าวหรานก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมา
กระบี่เล่มนี้ถือได้ว่าเป็นกระบี่ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่มนุษย์ในโลกจะสามารถสรรค์สร้างได้
หลังจากเวลาผ่านไปนาน มันยังคงคมกริบ
“นายหมายความว่ากระบี่นี้เป็นของจริงใช่ไหม?”
หลินป๋อเอ่ยถามกลับด้วยแววตาเป็นประกาย กระบี่เล่มนี้เขาแข่งขันกับคนหลายคนเพื่อให้ได้มันมา แต่ก็กลัวเหมือนกันว่ามันจะเป็นของปลอมเหมือนคราวที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม อวี้ฮ่าวหรานไม่ตอบคำถามของหลินป๋อทันที เขาถามกลับแทน
“คุณไปได้มันมาจากไหน?”
“ฉันได้มันมาจากงานประมูลที่บ้านประมูล แต่พูดตามตรงตอนประมูลมันฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามันเป็นของจริงหรือเปล่า แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนของที่นั่นก็ไม่แน่ใจเช่นกัน” หลินป๋อตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“บ้านประมูล”
อวี้ฮ่าวหรานพึมพำกับตัวเอง เป็นเวลานานแล้วเหมือนกันที่เขาไม่ได้ไปที่นั่นเลย
“ไม่นึกเลยว่าที่นั่นจะมีของดีแบบนี้ด้วย”
อวี้ฮ่าวหรานเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่กระบี่สั้นในมือ
หลินป๋อยิ่งรู้สึกยินดีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายชมกระบี่เล่มนี้หลายรอบ
“ใช่! ฉันเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าที่บ้านประมูลจะมีของดี ๆ แบบนี้ และยิ่งไปกว่านั้นคนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยเห็นค่ามันเท่าไหร่ฉันก็เลยได้มันมาอย่างไม่ยากเย็นนัก!”
จากนั้น อวี้ฮ่าวหรานก็เพ่งมองดูมันอีกรอบอย่างละเอียดก่อนที่จะยืนยันมันได้เต็มปากในคราวนี้
“ยินดีด้วย ผมมั่นใจเต็มสิบส่วนว่ากระบี่เล่มนี้เป็นของแท้ มันคือกระบี่หยูฉาง หรือก็คือกระบี่ไส้ปลาในตำนานซึ่งมูลค่าของมันนั้นไม่อาจประเมินได้!”
อวี้ฮ่าวหรานเอ่ยขึ้นก่อนที่จะค่อย ๆ วางกระบี่สั้นลงไปในกล่อง
“หา? นี่คือกระบี่หยูฉางงั้นเหรอ?”
หลินป๋อตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำพูดยืนยันจากอวี้ฮ่าวหราน
ในตอนแรกเขาแค่มั่นใจว่ากระบี่นี้จะต้องล้ำค่ามาก ซึ่งตัวเขาก็คาดเดาว่ามันน่าจะล้ำค่ามากกว่าที่คิดหลายเท่า…
“น้องอวี้ นายช่วยยืนยันอีกทีได้ไหมว่ามันเป็นกระบี่หยูฉางในตำนานจริง ๆ!”
อวี้ฮ่าวหรานพยักหน้าตอบพร้อมกับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ผมยืนยันว่ามันเป็นของจริงแน่นอน มันคือกระบี่หยูฉางของแท้”
เมื่อครู่ชายหนุ่มได้ใช้เนตรเทวะส่องดูแล้ว ซึ่งเมื่อรวมกับความรู้ในเรื่องวัตถุโบราณที่เขาเคยหาข้อมูลมา ดังนั้นจึงมั่นใจว่ามันเป็นของจริงร้อยเปอร์เซ็นต์
หลินป๋อแทบจะกระโดดขึ้นด้วยความดีใจเมื่อได้ยินเช่นนี้ ส่วนซูหว่านเอ๋อร์ที่นั่งข้าง ๆ ก็ตกลงตะลึงเช่นกัน
“ฮ่า ๆๆ! ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมที่สุด! ไม่นึกเลยว่าฉันจะได้ครอบครองของที่ล้ำค่าขนาดนี้ ฮ่า ๆ!”
คำยืนยันที่หนักแน่นจากอวี้ฮ่าวหรานทำให้หลินป๋อไม่กังขาเลย มันจะต้องเป็นของจริงแน่นอน!
เมื่อเห็นอาการดีใจของอีกฝ่าย อวี้ฮ่าวหรานก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นแนะนำ
“ครั้งนี้คุณโชคดีจริง ๆ เมื่อไหร่ที่คุณนำกระบี่เล่มนี้ไปตรวจสอบโดยพวกผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดอีกรอบ ผมมั่นใจว่ามันจะต้องเป็นข่าวใหญ่อย่างแน่นอนกับการค้นพบครั้งนี้”
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบประวัติของกระบี่เล่มนี้สักเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระบี่เล่มนี้ล้ำค่าเป็นอย่างมาก