Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1530 สังหารไปตลอดทางแล้วอย่างไร

ผึ้งมารลายดำตัวหนึ่งที่ขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือและไม่สะดุดตาเลยสักนิดคลานอยู่บนยอดกิ่ง เห็นภาพที่พวกหลินสวินปรากฎตัวพอดี

โดยเฉพาะตอนเห็นเหตุการณ์ที่เหล่าผู้แข็งแกร่งดินแดนโบราณมารโลหิตถูกฆ่าตายอย่างไร้สุ้มเสียง ผึ้งมารลายดำตัวนี้ตกใจจนแทบจะกรีดร้องออกมา

‘เจ้าสวะดินแดนรกร้างโบราณคนนี้มีชีวิตอยู่ ไม่ใช่หมายความว่าเสียงครวญอริยะร่วงหล่นที่ดังขึ้นเมื่อครู่นี้ เป็นเสียงที่ดังขึ้นยามพวกใต้เท้าเล่อเซวี่ยซิวประสบเคราะห์หรอกหรือ’

‘หากเป็นเช่นนี้จริง…’

‘ไม่ได้การแล้ว ต้องกระจายข่าวนี้ออกไป!’

ผึ้งมารลายดำตัวนี้ตระหนักได้ทันทีว่าสถานการณ์ร้ายแรง

เพียงแต่ตอนที่มันเพิ่งกระพือปีกบินขึ้น พลันเห็นคนจิ๋วรูปลักษณ์หล่อเหลาที่สูงสามชุ่นไม่รู้ยืนอยู่ตรงหน้ามันตั้งแต่เมื่อไหร่

“เผ่าพวกเจ้าช่างต่ำช้าเหมือนพวกเผ่าสุนัขสวรรค์อาชาทมิฬแห่งดินแดนรกร้างโบราณ น่ารังเกียจ”

ชิ้ง!

เสี่ยวอิ๋นชักกระบี่ออกมา ประกายกระบี่กะพริบวาบ ผึ้งมารลายดำถูกฟันจนแหลกละเอียดคาที่

……

“ป่าหลอมจิตแห่งนี้แปลกประหลาดเกินไปแล้ว ตอนแรกพวกเล่อมู่จิ้นกับอริยะอย่างเสอเฟิงมาที่นี่ ไม่นานต่างก็ประสบเคราะห์สิ้นชีพไป”

“ตอนนี้มีเสียงอริยะร่วงหล่นดังขึ้นไม่ขาดสาย พวกใต้เท้าเล่อเซวี่ยซิว… จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่”

“แปลกเกินไปแล้วจริงๆ เพียงเพื่อตามฆ่าแพะสองขาดินแดนรกร้างโบราณคนหนึ่ง แต่ดันเกิดการสิ้นชีพมากมายขนาดนี้ ผิดปกติจริงๆ”

ผู้แข็งแกร่งดินแดนโบราณมารโลหิตกลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยกันเสียงเบา สีหน้าของทุกคนล้วนมีความประหลาดใจไม่สามารถสงบได้

พวกเขามักรู้สึกว่าในส่วนลึกของผืนป่ามืดดำนี้ มีกลิ่นอายที่น่ากลัวและแปลกประหลาดแพร่กระจายอยู่ ทำเอาพวกเขาหนาวสั่นขึ้นมา

“หรือว่า… พวกเราออกจากที่นี่ก่อน?”

มีคนเสนอ และได้รับเสียงตอบรับจากคนทั้งกลุ่ม

แต่ตอนที่พวกเขาเตรียมจะเคลื่อนไหว จู่ๆ สายตาก็ถูกผีเสื้อที่ขนาดประมาณฝ่ามือ ปีกราวกับถูกหลอมขึ้นจากหยกดำ เรียวบางงดงามไปทั้งตัวดึงดูด

“นี่คือ?”

“ช่างเป็นผีเสื้อที่สวยมาก”

พวกเขาอึ้งงัน รู้สึกประหลาดใจ

เพียงแต่ครู่ต่อมาสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปโดยพลัน

ผีเสื้อมารแยกฟ้ากระพือปีกเบาๆ ในห้วงอากาศรอบๆ พลันปรากฏรอยแยกห้วงอากาศที่แหลมคมดุจดาบมากมายปกคลุมลงมา

พรวดๆๆ!

ครู่ต่อมาเลือดสีแดงสดระเบิดออกดั่งประทัด สะท้อนในลานเป็นระลอก

น่าสยดสยองและนองเลือด

ตอนที่ผีเสื้อมารแยกฟ้าหายไป ในลานเหลือเพียงชิ้นส่วนอวัยวะ แขนที่ขาด แอ่งเลือดน่าสยดสยอง

……

“ใต้เท้า ในส่วนลึกของป่าหลอมจิตนั่นจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่แน่!”

ผู้แข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันอยู่หน้าอริยะคนหนึ่ง แต่ละคนดูกังวล

อริยะคนนี้อยู่ในชุดคลุมดำ สวมเกี้ยวประดับสูงคาดเข็มขัดกว้าง สีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองส่วนลึกของป่าหลอมจิต

ครู่หนึ่งเขาจึงพูดว่า “ต่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่แค่ไหน ก็มีมกุฎอริยะเจ็ดคนอย่างพวกใต้เท้าเล่อเซวี่ยซิวรับมืออยู่ พวกเจ้าจะลนลานอะไร”

“แต่เมื่อครู่นี้มีเสียงครวญอริยะร่วงหล่นเจ็ดเสียงดังก้องท้องฟ้าพอดี…” มีคนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

ชายชุดคลุมดำขมวดคิ้วพูด “นี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือพวกเจ้าคิดว่ามกุฎอริยะจะร่วงหล่นง่ายปานนี้ โง่เขลา!”

ทุกคนมองหน้ากัน ต่างเงียบกริบ

“บังเอิญหรือ เช่นนั้นเจ้าคิดว่าหากข้าสังหารเจ้า นับเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่”

เสียงชัดเจนเสนาะหูดังขึ้น

“ใคร!?”

ชายชุดคลุมดำตวาด สายตามองไปไกลๆ ทันที

ก็เห็นเงาร่างงดงามที่อาบอยู่ในเปลวเพลิงพร่างพรายกำลังเดินออกจากส่วนลึกของผืนป่ามืดสนิท สวมชุดแดงทั้งตัว ผมดำราวกับน้ำตก ใบหน้างามไร้ที่ติเผยแสงประกายศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์

ชั่วครู่เดียวสีหน้าของชายชุดคลุมดำก็เปลี่ยนไปในที่สุด เป็นผู้หญิงที่ถูกมกุฎอริยะเจ็ดคนตามฆ่า!

นาง… ปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร

“รู้สึกบังเอิญมากใช่หรือไม่ น่าเสียดาย บางทีความบังเอิญก็หมายถึงความตาย”

รั่วอู่พูดเรียบๆ

ตอนที่สิ้นเสียง ในพื้นที่แถบนี้ถูกเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์รุนแรงปกคลุม

ชั่วพริบตาพื้นที่พันจั้งล้วนถูกแผดเผาสิ้น!

ส่วนอริยะชุดคลุมดำคนนั้นรวมถึงกลุ่มผู้แข็งแกร่งที่อยู่ข้างๆ กลายเป็นเถ้าถ่านอย่างไม่มีข้อยกเว้น หายไปจากโลกอย่างสิ้นเชิง

……

ภาพเหตุการณ์เช่นนี้หลายภาพเกิดขึ้นในป่าหลอมจิตด้วยความเร็วน่าตกใจ

ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวอิ๋น ผีเสื้อมารแยกฟ้าหรือรั่วอู่ ความแค้นและความชิงชังสั่งสมอยู่ในใจมีมากเกินไป

ตอนนี้ล้วนกำลังแก้แค้น!

พร้อมๆ กับเวลาที่ไหลเคลื่อน เสียงโหยหวนน่าอนาถ กลิ่นคาวเลือดฉุนจมูก เสียงร้องตกใจตื่นตระหนก เงาร่างที่หนีเตลิด… ปรากฏขึ้นในป่าหลอมจิตอย่างไม่ขาดสาย

ม้วนภาพนองเลือดที่มีฉากหลังเป็นการเข่นฆ่าค่อยๆ ปูแผ่ออกมา

ผู้แข็งแกร่งที่กระจายอยู่ในป่าหลอมจิต ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกปราณระดับอมตะเคราะห์ที่ยังไม่บรรลุอริยะ มีอริยะเพียงส่วนน้อย และยังเป็นเพียงอริยะแท้ทั่วไป

สำหรับพวกหลินสวิน นี่ไม่มีภัยคุกคามใดๆ ให้พูดถึง สามารถใช้คำว่าอ่อนแอจนไม่อาจต้านได้แม้แต่การโจมตีเดียวมาอธิบายด้วยซ้ำ

“ไม่…!”

“เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร”

“หนีเร็ว!”

“เร็วเข้า รีบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ!”

เสียงตะโกนเช่นนี้ดังขึ้นไม่ขาดสาย จากนั้นพลันหยุดลงกะทันหัน หายไปโดยสมบูรณ์

ป่าหลอมจิตที่กว้างใหญ่ไพศาลประหนึ่งกลายเป็นลานเชือดนองเลือดแห่งหนึ่ง

เพียงแต่พวกหลินสวินที่ถูกผู้แข็งแกร่งดินแดนโบราณมารโลหิตมองว่าแพะสองขา กลับกลายเป็นเพชฌฆาตที่เย็นชาไร้ปรานีในชั่วขณะนี้

ฆ่า!

ฆ่า!

ฆ่า!

ไม่มีความเมตตา ไม่มีความเวทนา ยิ่งไม่มีความลังเลสักนิด

ท่านไม่เห็นหรือ เสือสิงห์มีชื่อเสียงจากการล่าเหยื่อ แล้วเก้งกวางผู้น่าสงสารใครใยดี

ท่านไม่เห็นหรือ ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ มีผู้แข็งแกร่งดินแดนรกร้างโบราณมากเท่าไหร่ถูกสังหารอย่างโหดร้ายในพื้นที่ต่างๆ ของโลกมารโลหิต

เคยมีอริยะที่หยิ่งยโสถูกล่ามโซ่ไว้ที่คอแล้วลากเหมือนสุนัขตาย

เคยมีหญิงสาวที่รูปลักษณ์ไร้ที่ติถูกทารุณกรรม ข่มขืน ขืนใจตามอำเภอใจ อยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่สามารถ ศัตรูเหล่านั้นต่างหัวเราะมีความสุข

ความอับอาย ความเคียดแค้นและน้ำตาเลือดเหล่านั้น ใครจะทำเหมือนไม่เห็นได้

ฆ่า!

แม้เป็นหลินสวิน ต่อให้เจอศัตรูที่ไม่ควรค่าเพียงใด อ่อนแอเพียงใด ก็ไม่ยั้งมือสักนิด ไม่เคยปรานี

นับดูแล้วแค่ไม่กี่เดือนมานี้ ผู้แข็งแกร่งดินแดนรกร้างโบราณที่ถูกสังหารแล้วทิ้งลงไปในหุบเหวก็มีไม่รู้เท่าไหร่แล้ว!

ความแค้นเหล่านี้ แน่นอนว่าหลินสวินจะเป็นคนแก้แค้น!

……

เวลาหนึ่งก้านธูปหลังจากนั้น นอกป่าหลอมจิต

เสี่ยวอิ๋นหายใจหอบ สีหน้ากลับยังคงฮึกเหิม ร้องเสียงดังว่า “สะใจ! บุรุษรุ่นข้า แน่นอนว่าต้องจับกระบี่สังหารศัตรู สังหารให้พลิกฟ้าพลิกดิน แผ่นดินสะท้านภูผาสั่นคลอน!”

ผีเสื้อมารแยกฟ้ากระพือปีกเบาๆ พูดอย่างไม่หายอยาก “น่าเสียดาย ศัตรูที่กระจายอยู่ในป่าหลอมจิตน้อยเกินไป ไม่พอฆ่า”

เวลาหนึ่งก้านธูปป่าหลอมจิตอันกว้างใหญ่ไพศาลก็ถูกพวกเขากวาดล้างรอบหนึ่ง เหมือนเป็นการทำลายล้างสิ้นซาก ทุกที่ที่ผ่านไร้คนรอดชีวิต!

แต่เสี่ยวอิ๋นและผีเสื้อมารแยกฟ้ายังไม่หายแค้น

“เสี่ยวอิ๋น ยกหน้าที่ให้เจ้าแล้ว ข้าอยากหาข่าวของเซวี่ยชิงอีสักหน่อย”

เสียงปังดังสนั่น หลินสวินจับอริยะที่ยังมีชีวิตอยู่คนหนึ่งโยนลงพื้น ถึงกับคร้านจะบีบบังคับให้ยอมเอ่ยปากเอง และให้เสี่ยวอิ๋นเป็นคนลงมือ

สวบ!

เสี่ยวอิ๋นร่างพริบไหวเคลื่อนเข้าไปในห้วงนิมิตของอริยะที่ถูกจับกุม

ที่หลินสวินให้ความสนใจกับเซวี่ยชิงอีคนนี้ เพราะอีกฝ่ายไม่เพียงเป็นหนึ่งในแปดยอดนภาคราม ยิ่งเป็นผู้นำของดินแดนโบราณมารโลหิต ครอบครองอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ควบคุมผู้แข็งแกร่งแต่ละเผ่า แม้แต่มกุฎอริยะยังทำได้เพียงฟังคำสั่งของเขา เรียกได้ว่าอำนาจล้นฟ้า

และถ้าสังหารคนผู้นี้ได้ คาดว่าจะสามารถสร้างความแรงโจมตีอันหนักหน่วงอย่างที่สุดให้กับดินแดนโบราณมารโลหิต!

ไม่นานเสี่ยวอิ๋นก็พุ่งออกมา ส่วนจิตวิญญาณของอริยะคนนั้นได้ถูกทำลายไปแล้ว ตายคาที่อย่างสมบูรณ์

“นายท่าน ครึ่งเดือนก่อนเซวี่ยชิงอีได้นำบุคคลแห่งยุคของขุมอำนาจต่างๆ ในดินแดนโบราณมารโลหิต มุ่งหน้าไปยังโลกรกร้างโบราณที่ตั้งอยู่ใจกลางสมรภูมิเก้าดินแดน ภายใต้การคุ้มกันของมกุฎอริยะกลุ่มหนึ่ง จุดประสงค์คือจะเข้าสู่แดนลับนรกโลกันตร์ ช่วงชิงจุดเปลี่ยนแห่งการบรรลุมกุฎอริยะ”

เสี่ยวอิ๋นพูดอย่างรวดเร็ว “คาดการณ์เช่นนี้ ตอนนี้พวกเขาคงกำลังเข่นฆ่าอยู่ในแดนลับนรกโลกันตร์แล้ว ไม่มีทางกลับมาโลกมารโลหิตภายในเวลาอันสั้นแน่”

หลินสวินชะงักไป จมสู่ห้วงความคิด

เท่าที่เขารู้ หลังจากแดนลับนรกโลกันตร์มาเยือน มีเพียงบุคคลขอบเขตมกุฎระดับอมตะเคราะห์ด่านเก้าที่มีสิทธิ์เข้าไปภายใน ระยะเวลาคือหนึ่งเดือน

หนึ่งเดือนให้หลัง แดนลับนรกโลกันตร์จะหายไปจากสมรภูมิเก้าดินแดนอีกครั้ง

“เช่นนี้ตอนนี้ในเมืองอารักษ์มรรคของโลกมารโลหิต บุคคลสำคัญรวมทั้งเซวี่ยชิงอีต่างไม่อยู่หรือ”

รั่วอู่ตาเป็นประกาย “หากเป็นเช่นนี้ ต่อให้พวกเราบุกฆ่าเข้าไปในเมืองอารักษ์มรรคนั่น อันตรายที่ประสบจะต้องลดลงไม่น้อยแน่”

เห็นท่าทางตื่นเต้นของนาง หลินสวินก็จนคำพูดอยู่บ้าง “เจ้านี่จะดูเหมือนยกยอบารมีผู้อื่นจนดูถูกพลังของตัวเองไปหน่อยหรือไม่”

รั่วอู่ยิ้มพูด “สิ่งที่ข้าทำเรียกว่ารู้จักประเมินสถานการณ์ กระทำการสุดความสามารถ ลงมือตามกำลัง”

“นายท่าน จะบุกไปฆ่าถึงรังของศัตรูจริงหรือ”

เสี่ยวอิ๋นพูดอย่างตื่นเต้น

หลินสวินพยักหน้าเอ่ยว่า “สิ่งเดียวที่น่าเสียดายคือเซวี่ยชิงอีนั่นไม่อยู่ ไม่เช่นนั้นหากสามารถคว้าโอกาสครั้งนี้สังหารเขาเสียจะยิ่งดี”

พูดถึงตรงนี้เขาพลันกำชับว่า “เสี่ยวอิ๋น ระหว่างทางนี้เจ้าช่วยข้ารวบรวมข่าวเกี่ยวกับเมืองอารักษ์มรรคสักหน่อย รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

เสี่ยวอิ๋นยิ้มพูด “เมื่อครู่นี้ข้าได้ข่าวบางส่วนจากจิตวิญญาณของเจ้าเฒ่านั่นแล้ว”

ว่าแล้วเขาก็อธิบายทุกสิ่งที่ได้รู้จนหมดเปลือก

เมืองอารักษ์มรรคตั้งอยู่เหนือสุดของโลกมารโลหิต ยึดพื้นที่สามพันแปดร้อยลี้

ที่นี่เป็นค่ายทัพใหญ่ของผู้แข็งแกร่งดินแดนโบราณมารโลหิต รวบรวมพลังของขุมอำนาจต่างๆ ของดินแดนโบราณมารโลหิต ผู้แข็งแกร่งมากมาย ยิ่งไม่ขาดบุคคลระดับอริยะแท้และมกุฎอริยะแท้

ผู้แข็งแกร่งดินแดนโบราณมารโลหิตที่เข้าร่วมในสมรภูมิเก้าดินแดนครั้งนี้ มีจำนวนประมาณแปดแสนคน ในนั้นส่วนใหญ่เป็นผู้แข็งแกร่งที่ยังไม่บรรลุอริยะ

แต่ก็มีบุคคลขอบเขตมกุฎและอริยะกลุ่มใหญ่ดูแลคสบคุม

ปกติผู้แข็งแกร่งที่รวมตัวอยู่ในเมืองอารักษ์มรรคไม่ได้มาก ผู้แข็งแกร่งแปดแสนคนนี้ล้วนกระจายตัวอยู่ในพื้นที่แตกต่างกันไปของโลกมารโลหิต เพื่อไม่ให้สถานที่นี้ถูกศัตรูภายนอกข้ามเขตแดนบุกรุกเข้ามา

กำลังพลของผู้แข็งแกร่งที่เฝ้าอยู่ในเมืองอารักษ์มรรคมีประมาณหนึ่งแสนคน!

ทว่าในหนึ่งแสนคนนี้ แทบจะเป็นมือฉมังของดินแดนโบราณมารโลหิตทั้งหมด

อีกอย่างในเมืองอารักษ์มรรคจะมีมกุฎอริยะควบคุมดูแลอยู่ตลอด เพียงแค่พลังระดับนี้ก็เรียกได้ว่าน่าตกใจแล้ว

ครึ่งเดือนก่อนหน้านี้ เซวี่ยชิงอีพาบุคคลชั้นยอดกลุ่มหนึ่งจากไป และพามกุฎอริยะกลุ่มหนึ่งออกไปด้วย นี่ก็หมายความว่า อย่างน้อยในช่วงนี้พลังของเมืองอารักษ์มรรคได้ลดลงไปส่วนหนึ่ง

แน่นอนว่าอย่างไรที่นั่นก็เป็นค่ายทัพใหญ่ของดินแดนโบราณมารโลหิต ความน่าสะพรึงกลัวของพลังที่รวมตัวอยู่ย่อมต้องเหนือจินตนาการอย่างแน่นอน

หลังจากรู้เรื่องพวกนี้แล้ว หลินสวินไม่ได้ล้มเลิกความคิดที่จะบุกไป คิดจะเริ่มเคลื่อนไหวทันที

“เจ้าคิดจะสังหารไปตลอดทางเช่นนี้เลยหรือ”

รั่วอู่อดถามไม่ได้

“สังหารไปตลอดทางแล้วอย่างไร”

เสียงหลินสวินราบเรียบ แต่กลับแฝงความเย่อหยิ่งที่ปิดไม่อยู่ ดวงตาดำราวกับสายฟ้า

“ครั้งนี้ ข้าจะให้บทเรียนที่ยากจะลืมไปชั่วชีวิตกับพวกสารเลวดินแดนโบราณมารโลหิต!”

——

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset