เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ / เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 245-246

ฮั่วอวี้พูดเร็วมาก กระทั่งเจี่ยนหยุ่นเฉิงยังได้ยินเสียงของการพิมพ์ที่รวดเร็วบนแป้นพิมพ์ขณะที่เขาพูด

“ทำไมนายไม่จัดการกับมันล่ะ” น้ำเสียงของเจี่ยนหยุ่นเฉิงดูเหมือนจะทนไม่ได้อยู่บ้าง

“นายน้อยเฉิง นายคิดว่าฉันไร้ประสิทธิภาพเหรอ”

“แต่นายบอกว่าระดับการรักษาความปลอดภัยของฟอรัมของโรงเรียนมัธยมเชิ่งหัวนั้นต่ำมาก”

“มันต่ำมาก ใช่ แค่ใช้นิ้วโป้งเท้าทั้งหมดก็เสร็จได้แล้ว แต่ใครกันบอกฉันทีว่าทำไมฉันต้องมาพบกับโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะคนอื่นอีกในตอนนี้”

“นายเจออะไร”

“แปลง่ายๆ ในขณะที่ฉันเข้าไปแตะโพสต์ของน้องสาวนาย ฉันเจอแฮกเกอร์คนอื่น และตอนนี้เรากำลังทำสงครามกัน”

ตอนนี้ฮั่วอวี้ยุ่งมากชนิดที่ไม่สามารถหยุดได้เลย

เจี่ยนหยุ่นเฉิงไม่ได้เร่งรัดเขา หลังจากอดทนรอเป็นเวลาอีกห้านาทีเขาก็ได้ยินอีกฝ่ายตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง

“อะไรกันวะ”

“นายแพ้เหรอ”

“นายน้อยเฉิง นายต้องไม่สงสัยฉันแบบนั้น”

“ถ้างั้นนายชนะละสิ”

“นั่นก็ไม่ใช่ … “

“แล้วนายตะโกนทำบ้าอะไร”

“เราทั้งคู่ไม่มีใครชนะหรือแพ้ เพราะฟอรัมของโรงเรียนมัธยมปลายเชิ่งหัวพังลงจากมือของพวกเรา”

เจี่ยนหยุ่นเฉิงบอกกับฮั่วอวี้อย่างเด็ดขาดว่า “นายถูกกำหนดให้กู้คืนมันให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง”

“ไม่ นายน้อยเฉิง มันไม่เป็นไรเลยถ้าฟอรัมล่ม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ไม่ใช่เหรอ โพสต์ของน้องสาวนายก็จะไม่มีคนเห็นอีกต่อไป”

“อย่าพูดมาก ทำอะไรสักอย่างสิ”

“ก็ได้… ” ฮั่วอวี้ยอมตกลงด้วยทั้งน้ำตา แต่ในใจเขากำลังสาปแช่ง ทำงาน ทำงาน ทำงาน

บีบบังคับพนักงานที่แสนจะยอดเยี่ยมอย่างเขาอย่างโหดร้าย

ช่างไร้มนุษยธรรม

เขาแอบแช่งอีกฝ่ายว่า ขอให้นายน้อยเฉิงไม่มีวันได้แต่งเมีย

ในที่สุด ฮั่วอวี้ก็ลบโพสต์ได้สำเร็จ และตั้งค่าสิทธิ์ไม่ให้ผู้แสดงความคิดเห็นสามารถแสดงความคิดเห็นได้อีกต่อไป

###

หลังจากที่ฟอรัมของมหาวิทยาลัยล่ม ชิวหยีเจนก็เห็นเนื้อหาของโพสต์

ตอนนี้เธอเสียใจมาก เธอไม่สามารถไปโรงเรียนได้อีกต่อไป เธอไม่สามารถแม้แต่จะออกไปนอกประตูได้

แม้ว่าชิวลี่เย่าจะห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเธอในโรงเรียน แต่ก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะเปลี่ยนความเป็นจริงของคดีความข่มขู่คุกคามและทำร้ายร่างกายได้

ทันทีที่ชิวหยีเจนซึ่งถูกพ่อขังไว้ในบ้านเห็นโพสต์ยอดนิยมล่าสุดในฟอรัมของโรงเรียนมัธยม สิ่งที่เธอคิดขึ้นมานั้นก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับของนักเรียนคนอื่นๆ

เมื่อเห็นโพสต์ของโม่ชืออวิ้น เธอก็คิดที่จะขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย

ชิวหยีเจนเรียกโม่ชืออวิ้น “ชืออวิ้น ช่วยฉันด้วย”

“เธอต้องการให้ฉันช่วยเธอยังไง”

โม่ชืออวิ้นอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าสุดในครอบครัวชิว ซึ่งโรงเรียนห้ามไม่ให้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ในฟอรัมของโรงเรียน

“ให้ฉันยืมเงินหน่อย”

หลังจากที่เธอเจอเหตุการณ์นี้ อดีตพวกพ้องของเธอต่างก็พากันแยกทางจากเธอ

ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่สามารถหาคนมาช่วยได้

เพื่อนพ้องดื่มไวน์และกินเนื้อพวกนั้นเชื่อถือไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงคิดพึ่งพาโม่ชืออวิ้น

ในใจของชิวหยีเจน โม่ชืออวิ้นนั้นแตกต่างจากคนอื่นๆ

“พี่หญิงชิวรู้ไหม พี่ให้ฉันทำอย่างอื่นได้ แต่เงิน … ฉันไม่มีจริงๆ”

สถานการณ์ของโม่ชืออวิ้นนั้นไม่ยอมให้เธอหยิบยืมเงินให้ชิวหยีเจน

“แต่ไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งได้รับรางวัลการแข่งขันฟิสิกส์มาเหรอ”

ชิวหยีเจนเพิ่งเห็นมันในโพสต์

“รางวัลแค่สองพันหยวนเอง … “

รางวัลการแข่งขันทั่วไปไม่ได้ตั้งไว้สูงมากมายนัก สองหรือสามพันหยวนก็ดีมากแล้ว

การแข่งขันเคมีครั้งล่าสุดนับเป็นข้อยกเว้น

“ สองพันหยวนก็ไม่เป็นไร”

ตอนนี้บัตรทุกอย่างของชิวหยีเจนถูกพ่อของเธอระงับไว้ และเธอไม่มีเงินติดตัวเลย สองพันหยวนดีกว่าไม่มีอะไรเลย

โม่ชืออวิ้นลังเล พวกเธอกำลังจะขึ้นศาล ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องการเงิน

เธอรู้ด้วยว่าถ้าเธอให้ชิวหยีเจนยืมเงินตอนนี้ อีกฝ่ายอาจจะไม่สามารถใช้คืนได้ในเวลาอันสั้น

โม่ชืออวิ้นลังเล

“ชืออวิ้น” ชิวหยีเจนยังคงรอโทรศัพท์

โม่ชืออวิ้นกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน “พี่หญิงชิว พี่ก็รู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังมีปัญหา และฉันกำลังต้องการเงินอย่างมาก และฉันก็มีเงินเพียงสองพันหยวน ซึ่งไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก หากพี่มีเรื่องอื่นที่พี่ต้องการความช่วยเหลือจากฉัน ฉันจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน”

การปฏิเสธของโม่ชืออวิ้นนั้นทำให้ชิวหยีเจนผิดหวังมาก

แต่เธอก็ไม่สามารถตำหนิโม่ชืออวิ้นได้ เพราะเธอเคยรับรู้ถึงความยากลำบากของโม่ชืออวิ้นมาก่อน

มันค่อนข้างน่าเศร้าอยู่บ้าง

เพราะเธอรู้สึกว่าคดีของโม่ชืออวิ้นคงยังไม่สู้กันในทันที และเธอก็เพียงแค่ต้องการยืมเงินสักสองสามวัน

###

เจี่ยนอีหลิงถูกอาจารย์เรียกไปพบที่ห้องทำงานโดยอาจารย์หลี่ หัวหน้าฝ่ายวิชาการ

“เกิดเป็นอะไรกับเธอ เจี่ยนอีหลิง เธออายุเท่าไหร่กันเชียวถึงอยากริมีความรัก เธอรู้ไหมว่าสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อการเรียนของเธอ และทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเสียหาย”

หัวหน้าฝ่ายวิชาการพ่นถ้อยวาจาออกมาในทันทีที่เขาเห็นเจี่ยนอีหลิง

ในช่วงที่ผ่านมาโรงเรียนมีเรื่องราวต่างๆมากพอแล้ว ประธานโรงเรียนถูกเปิดโปงเรื่องอื้อฉาว คณะกรรมการโรงเรียนได้จัดประชุมใหญ่หลายครั้งติดต่อกัน และนำการประชาสัมพันธ์ในช่วงวิกฤตมาใช้รับมือกับข้อผิดพลาด เรื่องนี้ยังเป็นคดีความอยู่

เรื่องของเจี่ยนอีหลิงยิ่งจะมาเพิ่มความวุ่นวายและทำให้โรงเรียนแย่ลงยิ่งกว่าเดิม

เขาเพิ่งพูดคุยกับฉินชวนเมื่อตอนที่เขาต้อนรับอีกฝ่ายเมื่อครั้งล่าสุดนั้น ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมอีกฝ่ายเอาแต่พูดถึงเจี่ยนอีหลิง กลับกลายเป็นว่าปัญหาอยู่ที่นี่เอง

“ดูโม่ชืออวิ้นเป็นตัวอย่างสิ ทำไมนักเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายเชิ่งหัวถึงมีความแตกต่างกันเยอะมาก”

หลังจากแข่งขันเคมีครั้งล่าสุด หัวหน้าฝ่ายวิชาการให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการเรียนของเจี่ยนอีหลิง

เขาพบว่าการบ้านล่าสุดของเธอก็ยังคงมีอัตราความผิดพลาดสูง แม้กระทั่งวิชาเคมีก็ไม่มีข้อยกเว้น

สิ่งนี้ทำให้หัวหน้าฝ่ายเชื่อว่าการตัดสินของเขาไม่ผิด และรางวัลของเจี่ยนอีหลิงก็เป็นเพียงบทละครของคนรวยและผู้มีอำนาจ

ผู้รับผิดชอบสถาบันวิจัยเคมีภัณฑ์ของเยวลี่ก็เป็นบุคคลที่ร่ำรวยและมีอำนาจ  เขาจะเอาจริงเอาจังกับวิชาการที่ไหนกัน

ขณะที่หัวหน้าฝ่ายกำลังพูดอย่างเผ็ดร้อน ประตูห้องทำงานเขาก็ถูกเปิดออก

หัวหน้าฝ่ายวิชาการมองเห็นชายหนุ่มหน้าตาโดดเด่นเดินเข้ามาจากด้านนอกประตู ตามด้วยกลุ่มชายในชุดสูทและเครื่องแบบอยู่ข้างหลังเขา

“คุณเป็นใคร นี่เป็นโรงเรียน ที่ทำงานของผม คุณจะบุกเข้ามาโดยไม่พูดอะไรสักคำได้ยังไง แล้วรปภ.ของโรงเรียนไปไหนหมด”

จ๋ายหวินเชิ่งเดินตรงไปที่เก้าอี้หัวหน้าฝ่ายโดยไม่พูดอะไรสักคำและนั่งลง

การกระทำนี้ทั้งเหลวไหลและโอหัง

ในขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็สบเข้ากับเจี่ยนอีหลิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

แล้วเขาก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว

“คุณเป็นใครกัน ผมจะโทรหา รปภ. หากว่าพวกคุณยังทำตัวแบบนี้”

ทันทีที่หัวหน้าฝ่ายกำลังจะก้าวออกไปข้างหน้า เขาก็ถูกหยุดโดยบอดี้การ์ดของจ๋ายหวินเชิ่ง

“คุณเป็นพวกคนนอกกฎหมายเหรอ” คณบดีโกรธมาก เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อที่จะเรียกตำรวจ

หยูซีที่เข้ามาในภายหลังได้อธิบายกับหัวหน้าฝ่ายได้ทันเวลา “อย่าตะโกน นายท่านเชิ่งเพิ่งมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนของคุณ”

เนื่องจากเหตุการณ์ระหว่างชิวลี่เย่าและชิวหยีเจน ทำให้โรงเรียนมัธยมปลายเชิ่งหัวเกิดวิกฤตขึ้น และมีผู้ถือหุ้นจำนวนมากต้องการขายหุ้น

จ๋ายหวินเชิ่งถือโอกาสซื้อหุ้นจำนวนมากของโรงเรียนมัธยมเชิ่งหัว และกลายเป็นผู้ถือหุ้นของโรงเรียนมัธยมปลายเอกชนเชิ่งหัว และคณะกรรมการได้ลงมติยืนยันการเป็นกรรมการของจ๋ายหวินเชิ่ง

คณะกรรมการโรงเรียนเห็นจ๋ายหวินเชิ่งราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต

นายท่านเชิ่งกลายเป็นผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพวกเขา

การพิงต้นไม้ใหญ่ย่อมเป็นการดี ย่อมได้รับความร่มเย็น

มือของหัวหน้าฝ่ายซึ่งกำลังจะโทรออกหยุดชะงัก

เชิ่งหัวเป็นโรงเรียนมัธยมเอกชน จะมีระบบคล้ายกับของต่างประเทศ เปรียบเทียบไม่ได้กับโรงเรียนทั่วไป

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส
Status: Ongoing
อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset