เหล่าอาจารย์หญิงสุดแกร่งที่อยากจะให้ผมเทพเค้าตีกันเรื่องแนวทางการฝึกจนวอดวายหมดแล้วเนี่ย – ตอนที่ 29 ความสับสนของเหล่าแกร่งสุดในโลก

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ครอสลืมตาตื่น

ลีโอเน่ ลูด์มิร่า และเทโลเมียร์ที่มารวมตัวกันอยู่สามคนภายในโรงอาหาร ต่างก็ทำสีหน้าแข็งเกร็ง พลางมองตรงลงไปยังสเตตัสเพลทที่ถูกวางเอาไว้อยู่เหนือโต๊ะ

เพิ่งจะขอยืมมาจากครอสที่กำลังเดินทางไปโรงเรียนเมื่อเช้านี้พอดี ฉะนั้นนี่จึงเป็นเพลทต้นตำรับที่มีข้อมูลสเตตัสและช่องสกิลต่างๆนาๆอยู่ในสภาพใหม่ล่าสุดแล้ว

 

“ อ่า……..หรือก็คือ ถ้าสรุปเรื่องให้รวบรัดเข้าใจง่ายแล้วก็ประมาณนี้สินะ? ”

 

ลีโอเน่ซึ่งอึ้งตะลึงงันพูดอะไรไม่ออกมาจนถึงตอนนี้ พลันอ้าปากขึ้นกล่าว

 

“ ถึงจะสู้กับริสก์ 4 แล้วเอาชนะมาได้แบบเฉียดฉิวก็เหอะ แต่เจ้าครอสมันก็ยกระดับความชำนาญโดยรวมได้มากกว่า 40 ในศึกเพียงครั้งเดียว หนำซ้ำยังปลุกสกิลพิลึกพิลั่นอะไรก็ไม่รู้ให้ปรากฎขึ้นมาได้อีกด้วย…..แน่ะ ”

 

ตึงตึง…..ช่องสกิลบนสเตตัสเพลทที่เธอกำลังชี้นิ้วตรงดิ่งเข้าไปใส่นั่น มีระบุใจความดังเบื้องล่างนี้เอาไว้

 

 

<<เสริมกำลัง Lv6  (+47)>>  ——->  <<เสริมกำลัง Lv8  (+64)>>

<<เสริมป้องกัน Lv6 (+50)>>  ——->  <<เสริมป้องกัน Lv8 (+66)>>

<<เสริมความว่องไว Lv6 (+47)>>  ——->  <<เสริมความว่องไว Lv8  (+67)>>

<<เสริมพลังเวทโจมตี Lv1  (+7)>>  ——->  <<เสริมพลังเวทโจมตี Lv5  (+40)>>

<<เสริมพลังเวทพิเศษ Lv1  (+6)>>  ——->  <<เสริมพลังเวทพิเศษ Lv5  (+41)>>

<<ฟันแหวก Lv7>>            ——->            <<ฟันแหวก Lv9>>

<<หลบหลีกฉุกเฉิน Lv6>>   ——->   <<หลบหลีกฉุกเฉิน Lv9>>

<<เคลือบแข็งร่างกาย (เล็ก) Lv4>>  ——->  <<เคลือบแข็งร่างกาย (เล็ก) Lv7>>

<<บัฟสมรรถภาพร่างกาย (เล็ก) Lv3>>  ——->  <<บัฟสมรรถภาพร่างกาย (เล็ก) Lv6>>

<<วินด์ชู๊ต Lv1>>             ——->             <<วินด์ชู๊ต Lv5>>

<<การ์ดเอาท์ Lv1>>            ——->            <<การ์ดเอาท์ Lv6>>

<<ควบคุมพลังเวทในร่าง Lv3>>  ——->  <<ควบคุมพลังเวทในร่าง Lv5>>

<<ตรวจจับพลังเวทในร่าง Lv3>>  ——->  <<ตรวจจับพลังเวทในร่าง Lv5>>

<<ควบคุมพลังเวทนอกร่าง Lv1>>  ——->  <<ควบคุมพลังเวทนอกร่าง Lv3>>

<<ตรวจจับพลังเวทนอกร่าง Lv1>>  ——->  <<ตรวจจับพลังเวทนอกร่าง Lv3>>

<<ครอสเคาน์เตอร์ Lv4>>      ——->     <<ครอสเคาน์เตอร์ Lv8>>

 

 

“ประวัติการเติบโตของสกิลในระยะนี้” ที่ถูกแสดงขึ้นมานั่น มันเป็นอะไรที่ยากจะเชื่อยิ่งนัก

แถมที่น่าตกตะลึงมากเข้าใหญ่——-

 

 

<<อีจิสช็อต Lv1>>

 

 

ก็คือสกิลนี้ที่ปรากฎขึ้นมาในแถวท้ายสุดของช่องสกิล

เจ้าสิ่งที่ถูกแสดงขึ้นมาด้วยตัวอักษรที่ดูกึ่งๆแตกเบลอนั่นมันถูกระบุว่าเป็นเอเรอร์สกิล และมีตัวตนอยู่ตรงขอบของช่องสกิลอย่างชัดเจน

เท่าที่ได้ฟังจากครอส ดูเหมือนว่าที่สามารถโค่นร็อกลิซาร์ด วอริเออร์ลงได้นั่นมันจะเป็นเพราะสกิลนี้นี่แหละ……แต่ไอ้เจ้าเอ็กตร้าสกิลสุดแสนจะแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นที่ถือกำเนิดเกิดจากการนำเอาสกิลนักรบ สกิลเวทมนตร์ แล้วก็สกิลสายมารมาผสมผสานรวมกันนี่….มันก้าวข้ามเกินเลยขอบเขตความคาดหมายของทั้งสามไปโดยสมบูรณ์เลยเชียว

สกิลพรรค์นั้น ตลอดจนถึงตอนนี้ไม่เคยเห็นแล้วก็ไม่เคยได้ยินเลยซักนิด เผลอๆแล้วอาจมีความเป็นไปได้ว่าครอสจะเป็นผู้ค้นพบสกิลนี้เป็นคนแรกสุดของประวัติศาสตร์เลยก็ได้เหมือนกัน

ยูนีคสกิลที่ช่วยเร้าการเติบโตของสกิล <<ซินเดอเรลล่าเกรย์>>

แถม <<ไร้อาชีพ>> ที่ครองสกิลสุดโกงแบบนั้นเอาไว้ยังจะมีพลังอำนาจแสนลี้ลับที่ไม่ว่าใครก็มิอาจหยั่งถึงในนามเอเรอร์สกิลอยู่อีกต่างหาก……..ความจริงเรื่องนี้มันทำเอาทั้งสามถึงกับหมดสิ้นคำพูดไปอย่างสิ้นเชิงเลย

และเมื่อพบเจอเข้ากับคุณว่าที่สามีซึ่งมีแววรุ่งโรจน์ในอนาคตมากมายผ่าเหล่าถึงเพียงนี้แล้ว สิ่งที่คิดออกมาได้ก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

 

(((ในเมื่อเป็นแบบนี้ เพื่อที่จะให้ได้ตัวครอสมาครองอย่างแน่นอนแล้ว ฆ่านังพวกนี้ทิ้งซะที่นี่ในตอนนี้แล้วลักพาตัวครอสไปเลยอาจจะดีกว่า……)))

 

ความเสี่ยงสูงสุดขั้ว แต่ก็มีคุณค่ามากพอให้ลอง………เป็นในฉับพลันที่ทั้งสามต่างก็พากันแผ่จิตสังหารออกมาอยู่นั่นเอง

 

“ อ๊ะ กลับมาแล้วครับทุกคน! ”

 

คงจะกลับมาจากโรงเรียนละมั้ง

พอครอสที่เข้ามาในโรงอาหารมองเห็นทั้งสามคนเข้า เด็กหนุ่มก็ปั้นรอยยิ้มร่าเริงขึ้นมา ก่อนที่จะ

 

“ ร่างกายก็แข็งแรงสมบูรณ์ดีพร้อมแล้วด้วย ตั้งแต่วันนี้ไปจะได้กลับมาเริ่มฝึกต่อแล้วสินะครับ!? มันรู้สึกเหมือนไม่ได้ฝึกวิชาซะน๊านนานจนผมกระวนกระวายอยู่ไม่สุขเลย………..อ๊ะ แต่ว่า นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึเปล่าครับ…….? ”

 

ครอสที่เพิ่งจะมาสัมผัสถึงจิตสังหารของทั้งสามได้ในทีหลัง พลันสีหน้าหม่นหมองในทันใด

 

“ อ๊ะ เปล่าๆ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปรอที่สวนก่อนได้เลยนะ ”

“ อะ อืม พวกเราเองก็จะรีบตามไปเดี๋ยวนี้เลย ”

“ เอฟเฟคของสกิลฟื้นฟูมันสมบูรณ์แบบไปเลยก็จริงอยู่หรอก แต่เพิ่งหายเจ็บได้ใหม่ๆเองฉะนั้นอย่าฝืนตัวเองน้าาา ”

 

เจอเข้ากับสีหน้าแบบนั้นของครอสแล้ว ทั้งสามก็แตกตื่นลนลานรีบหาทางกลบเกลื่อนกันทันที

และแล้วครอสที่ได้ยินคำพูดของทั้งสาม ก็พลันตอบเสียงใสว่า  “ครับ!”  ราวกับเป็นลูกหมาน้อยที่ได้เล่นกับเจ้าของเลยก็มิปาน…..จากนั้นเด็กหนุ่มจึงพูดต่อออกมาว่าเช่นนี้ ด้วยท่าทางเหมือนเขินอาย

 

“ เอ่อ มาพูดเอาป่านนี้อาจจะดูยังไงๆอยู่ แต่ผมโชคดีจริงๆครับ ที่ได้พวกอาจารย์ ทั้งสามคน ช่วยเก็บมาเลี้ยงดูแบบนี้ ”

 

แล้วพูดขึ้นต่อ ราวกับเปลี่ยนเอาความยินดีที่โค่นล้มริสก์ 4 ซึ่งยังไม่สร่างให้กลายไปเป็นความมุ่งมั่นใหม่  

 

“ ฉะนั้นตั้งแต่วันนี้ไปก็ ขอฝากเนื้อฝากตัวใหม่อีกครั้งนะครับ! ”

 

เด็กหนุ่มปั้นรอยยิ้มแสนไร้เดียงสา ก่อนจะก้าวออกจากโรงอาหารไปเปลี่ยนชุด

ส่วนทั้งสามคนที่ถูกทิ้งเอาไว้อยู่เบื้องหลังนั่นก็

 

(………ชิ เอ้อก็ยังมีเรื่องที่ต้องคิดอยู่อีกมากเลยด้วยนี่นะ)

(ฉะนั้นในตอนนี้…….)

(รักษาสถานะแบบนี้ไปก่อนก็ได้ละม้างงง)

 

ทั้งสามหันหน้าเข้าสบตากัน พลางสับสนกับจิตใจของพวกตัวเองที่ถูกถอนพิษไปซะแล้ว หรือไม่ก็ตกใจที่เห็นว่าพวกตนเองปัดเป่าละทิ้งจิตสังหารได้อย่างง่ายดายซะขนาดนั้น——แต่ในท้ายที่สุด ก็ตัดสินใจที่จะทำการฝึกสอนแบบเดิมกับที่ทำอยู่ตลอดมานี้ ต่อไปดังเดิมเช่นนี้นั่นแหละ

 

 

<<จบเล่มแรก>>

 

สวัสดีครับ ผมคนแปลเรื่องนี้เอง

ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด เข้าประเด็นเลยละกัน เรื่องนี้นิยายเล่มแรกเพิ่งออกวางแผงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง หรือก็คือในตอนนี้ยังไม่มีเล่มสองออกเลย ฉะนั้นก็คงจะหยุดแปลอยู่ตรงนี้แหละครับไปซักระยะ

แต่อย่างน้อยอาจารย์คนเขียนก็บอกไว้ท้ายเล่มแล้วว่าทางสำนักพิมพ์อนุมัติให้เขียนเล่มสองมาแล้ว ฉะนั้นเดี๋ยวก็คงมาแหละ ไม่ช้าก็เร็ว ไม่แน่อาจมีฉบับมังงะมาพร้อมเล่มสองด้วยก็ได้ 

ก็ ประมาณนั้น ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ 

เหล่าอาจารย์หญิงสุดแกร่งที่อยากจะให้ผมเทพเค้าตีกันเรื่องแนวทางการฝึกจนวอดวายหมดแล้วเนี่ย

เหล่าอาจารย์หญิงสุดแกร่งที่อยากจะให้ผมเทพเค้าตีกันเรื่องแนวทางการฝึกจนวอดวายหมดแล้วเนี่ย

เหล่าอาจารย์หญิงสุดแกร่งที่อยากจะให้ผมเทพเค้าตีกันเรื่องแนวทางการฝึกจนวอดวายหมดแล้วเนี่ย
Status: Ongoing
อ่านนิยายเหล่าอาจารย์หญิงสุดแกร่งที่อยากจะให้ผมเทพเค้าตีกันเรื่องแนวทางการฝึกจนวอดวายหมดแล้วเนี่ยกาลครั้งนึงแต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเมื่อไหร่ ได้มีวีรสตรี 3 คนที่ถูกกล่าวขานล่ำลือกันว่าเป็นตัวตนผู้แข็งแกร่งทรงพลังมากที่สุดในโลกอยู่ครับ ความแข็งแกร่งของพวกเธอนั้นเรียกได้ว่าเป็นระดับเหนือมนุษย์เลยเชียว คนนึงสามารถต่อยขุนเขาให้แหลกกระจุยได้ด้วยหมัดเปล่า คนนึงสามารถเป่าร่างของพลทหารนับหมื่นนายให้ลอยปลิวหายไปได้ด้วยการโจมตีจากเวทมนตร์เพียงครั้งเดียว ส่วนอีกคนก็เป็นหญิงพิลึกพิลั่นที่เอาเวทฟื้นฟูกับเวทสนับสนุนมาใช้ฆ่าคนได้ เลยกลายเป็นตัวตนที่ถูกหวาดกลัวไปตามระเบียบ แค่เพียงคนเดียวก็โหดพอจะทำให้ประเทศหนึ่งถึงการล่มสลายได้อย่างง่ายดายแล้ว ยิ่งถ้าเหล่าวีรสตรี 3 คนนั้นมาสุมหัวรวมตัวไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วนี่คงอาจต้องเรียกว่าเป็นภัยพิบัติเดินได้ การหวนคืนชีพของเทพมาร หรือในบางพื้นที่ก็อาจจะระบุตัวตนของพวกเธอเป็นเทพผู้ชั่วร้ายกันเลยก็เป็นได้…..หากอาศัยใช้งานความแข็งแกร่งนั่นซะอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอะไรต่อมิอะไรก็คงบันดาลให้เป็นดั่งที่ใจพวกเธอต้องการได้เกือบทั้งหมดเลยกระมัง แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีสิ่งที่แม้แต่สามคนนั้นเอง ก็ยังไม่อาจได้มาครอบครองอยู่ครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset