เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!! – ตอนที่ 287

< < 182 > >

ชินปัดป้องการโจมตีของเอเธอร์ พร้อมกับสร้างรอยแผลเล็กๆบริเวณนิ้วมือให้กับผู้แข็งแกร่งที่สุด ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่ชั่วหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าปะทะกันอีกครั้ง

จังหวะขยับแขนของเอเธอร์เป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าช่างเป็นการจู่โจมที่อ่านออกง่ายไม่สมกับเป็นเอเธอร์ ชินสามารถใช้เรเปียร์ที่เด่นด้านความเร็วอยู่แล้วในการแทงสวนเข้าไปที่หัวไหล่ จากนั้นก็กระหน่ำโจมตีในระยะที่ได้เปรียบ แม้เอเธอร์จะพยายามสวน แต่ในทุกจังหวะการกระหน่ำฟาดฟันนั้นเต็มไปด้วยประกายเพลิงที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจชอบ

จากรอยแผลขนาดยักษ์ที่ไรเดนฝากเอาไว้ให้ ทำให้เอเธอร์ถูกเพลิงแห่งมหามังกรแผดเผาอย่างรุนแรง—เหนือสิ่งอื่นใด คือความยอดเยี่ยมในทักษะของชิน

ประกายเพลิงหมุนเป็นเกลียวรวมอยู่ที่ปลายของเรเปียร์ ชินแทงเข้าไปที่กลางหน้าอกของเอเธอร์ และส่งเอเธอร์กลิ้งไปกับสายน้ำ และ ..

“น่าเสียดาย เหมือนว่าผมในตอนนี้จะสู้ไม่ค่อยไหวนะครับ”

เอเธอร์ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ท่าทางดูไม่พร้อมกับการต่อสู้แม้แต่น้อย ไม่ได้หมายถึงสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล แต่เป็นสภาพจิตใจที่แปลกประหลาดไปกับทุกที

“เอเธอร์”

ผมทักเอเธอร์ เขาพึ่งจะสังเกตุเห็นผม ทั้งที่ตามปกติ ในระยะสายตาไม่น่ามีใครรอดพ้นสายตาของเอเธอร์ไปได้แท้ๆ

“..ขอโทษนะครับ เรเซอร์ แต่เหมือนว่าผมจะรักษาสัญญาไม่ได้” เอเธอร์เดินมาหาผมอย่างโซซัดโซเซ “จากนี้ไป ผมและคุณจะเป็นศัตรูกันนะครับ”

และเป้าหมายก็คือ–การถล่มศัตรูอย่างผมสินะ?

ผมชี้เรลันดาฟเข้าใส่เอเธอร์ รวบรวมมานาจำนวนมหาศาล แผดเผาตัวเองด้วยวิหคอมตะ ใช้ตัดมิติเสริมการยิงในครั้งนี้

“อยู่ๆก็นึกอยากฆ่าเบลลามีขึ้นมารึไง?”

เอเธอร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มตอบ

“ประมาณนั้นครับ”

“นั่นไม่ใช่หน้าที่ของ–พี่ชายที่ดีหรอกนะ เอเธอร์”

“ผมถึงไม่มีทางเป็นพี่ชายที่ดีได้ยังไงละครับ”

เอเธอร์พุ่งเข้ามา พร้อมกับจิตสังหารที่พวยพุ่งออกจากร่างกายระดับทัดเทียมกับ ไรเดน อาคาสะ ผมข่มใจสู้ได้ไม่ยาก ทว่าก่อนที่จะได้ยิงเวทมนตร์ หรือก่อนที่เอเธอร์จะเข้ามาซัดผม จู่ๆผู้แข็งแกร่งที่สุดก็ล้มลงไปกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

“..”

อยู่ๆคลื่นทะเลขนาดยักษ์ก็ปรากฏ—เหมือนจะเป็นคลื่นที่เกิดจากการต่อสู้ระหว่างไรเดนกับเอเธอร์ คลื่นนั้นทับร่างของเอเธอร์ รวมถึงพุ่งเข้าใส่ผมและคนอื่นๆ ผมขี่ไรลันดาฟหนีขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับดึงโทมิเรียขึ้นมาด้วย

หลังจากที่คลื่นหายไปแล้ว ผมที่ลอยอยู่บนฟ้าก็สำรวจหาเอเธอร์ แต่ก็พบว่าเขาไม่อยู่ในที่แห่งนี้อีกแล้ว

…..

ว่าจะพูดด้วยสักหน่อยว่า–ถ้าคิดจะฆ่าเบลลามี ทางนี้ก็จะไม่ปราณีเหมือนกัน ต่อให้คู่ต่อสู้จะเป็นนายที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเอาชนะได้ แต่จะชนะให้ดู

 

****

สงครามกลางเมืองจบลงแล้ว ทุกอย่างจบภายในเวลาราวๆครึ่งวัน

ชีวิตนับพันนับหมื่นได้หายไปจากสงคราม แต่ว่าบ้านเมืองกลับไม่มีสิ่งใดที่เสียหายเลยแม้แต่น้อย ผู้คนมากมายกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม โดยที่บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่บ้านหรือว่าเงินทองได้หายไปโดยไม่อาจเรียกกลับคืนได้

ผู้คนมากมายร้องไห้ออกมา เสียใจกับการจากไปของสงคราม

ทั้งหมดคือผลลัพธ์จากสงคราม ผู้ที่มีความสุขจากสงครามในที่แห่งนี้ไม่มีอยู่

หิมะได้ร่วงหล่นลงสู่อาณาจักรเนลยอน ผู้คนมากมายเอื้อมมือสัมผัสหิมะก่อนที่มันจะอันธพาลหายไป เสมือนชีวิตในอาณาจักรแห่งนี้

รัฐมนตรี ‘ฮิโรชิ’ เฝ้ามองเมืองที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าจากบนสุดของอาณาจักร

“…”

“สมใจท่านรึยัง?”

เท็งงุ เบ็นจิโร่ บินลงบนสุดของหอคอยทั้งแปด

“เพื่อให้อาณาจักรแห่งนี้ไปต่อได้จึงจำเป็นต้องกำจัดเนื้อร้ายทั้งหมด โดยแลกกับความเสี่ยงที่อาณาจักรแห่งนี้จะต้องสูญเสียหลายๆอย่าง ตั้งใจไว้อย่างนั้นสินะคะ”

ฮิโรชิยิ้มตอบกลับ

“ใช่ครับ”

“แล้วผลลัพธ์แบบนี้มันดีตามที่ท่านตั้งใจไว้รึหรือไม่?”

“..ท่านเบ็นจิโร่ ตั้งใจจะฆ่ากระผมสินะ?”

…..

…..

“ขอคิดว่าการไม่ตอบคือคำตอบนะครับ” ฮิโรชิเริ่มออกเดินไปตามทางเดิน เพื่อชมทิวทัศน์ของอาณาจักรแห่งนี้ “อาณาจักรเนลยอนคืออาณาจักรที่ยอดเยี่ยม เต็มไปด้วยผู้คนที่มากด้วยความสามารถ และแน่นอน มันคือสถานที่ที่ดีที่สุด เพราะผมเองก็เกิดในอาณาจักรแห่งนี้ แต่ว่าดีที่สุดที่ว่าไว้ไม่ได้หมายความว่ามันดีเลิศในด้านคุณภาพ แต่มันดีที่สุดเพราะเป็นบ้านเกิดของผม”

ฮิโรชิมองชีวิตหลายชีวิตที่กำลังเศร้าโศกอยู่เบื้องล่าง

“เพื่อให้อาณาจักรแห่งนี้ดีที่สุดในทุกๆอย่าง จำเป็นต้องมีการเสียสละบ้าง ..แน่นอนในฐานะผู้นำ การคิดจะสละชีวิตคนของตัวเองมันช่างโหดร้าย แต่มันก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ จะไม่ปฏิเสธบาปของตัวเองหรอกนะ กระผม รัฐมนตรีคนปัจจุบัน ขอยอมรับความผิดในฐานะผู้ที่ยอมปล่อยให้สงครามเกิดขึ้น”

“เพื่อความถูกต้องในจิตใจของท่าน มันมากพอจะให้ผู้คนที่ท่านรักตายถึงเพียงนี้เลยรึ?”

“ใช่ครับ ..ถ้าหากตั้งใจจะฆ่าผม ลงมือเลยก็ได้นะครับ หากเห็นว่าผมไม่คู่ควรจะนำพาอาณาจักรแห่งนี้ไปต่อ”

ฮิโรชิเดินเข้ามาใกล้เบ็นจิโร่

“แต่ขอบอกให้รู้ไว้นะครับ เบ็นจิโร่ ท่านน่ะซื่อเกินไป—-เหมือนกับความฝันของท่าน ความยุติธรรมของท่านเองก็เกิดจากการคร่าชีวิตของผู้คนไม่ใช่หรือครับ?”

เบื้องหลังนามของ ‘วีรสตรี’ คือ ‘ซากศพ’ จากสงครามที่เธอได้ผ่านมานับไม่ถ้วน

“กระผมเองก็ไม่ต่างกับท่านหรอกนะครับ ถ้าคิดจะฆ่าฆาตกรอย่างผมก็อย่าลืมปาดคอตัวเองด้วยนะครับ”

“….”

สุดท้าย ฮิโรชิก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมา เขาเองก็มีหลายอย่างที่ต้องทำต่อจากนี้ เบ็นจิโร่เองก็เหมือนกัน

“ยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกมากเลยสินะ”

กล่าวจบ เบ็นจิโร่ก็ถอนหายใจเฮือกโต และเฝ้ามองอาณาจักรเนลยอนจากบนฟ้าอยู่พักใหญ่ๆ

 

****

อีกฟากหนึ่งของตอนจบ

ณ เกาะที่ห่างจากอาณาจักรเนลยอนไม่มากนั้น-เรือดำน้ำได้เกยตื้นขึ้นฝั่งราวๆสิบลำ ไม่นาน เรือทั้งสิบดำก็เปิดออก ผู้ที่เดินเล่นมาเป็นคนแรกก็คือ ‘อามาเทราสึ ฮิโรโตะ’ ผู้นำประจำตระกูลอามาเทราสึ เมื่อลงมาแล้ว ฮิโรโตะก็มองย้อนกลับไปที่อาณาจักรเนลยอนบ้านเกิดของเขา และผุดสีหน้าโศกเศร้าขึ้นมา

“..สักวันหนึ่ง ข้าจะนำมันกลับมาให้ได้”

ฮิโรโตะจับจ้องอาณาจักรบ้านเกิดด้วยความรัก ความโศกเศร้า และความแค้นอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนที่เสียงเรียกจะดังขึ้น

“ท่านฮิโรโตะ!!”

“มีอะไ–”

ไม่ทันที่จะได้ตอบโต้อะไรกัน

ตู้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!! เรือดำน้ำลำท้ายขบวนก็ระเบิด เสียงร้องของข้ารับใช้มากมายดังสนั่นไปทั่วทั้งเกาะ

“..หา?”

เพียงพริบตาเดียวก็มีชายคนหนึ่งโผล่คนจากทะเล ขึ้นมาบนฝั่งตรงหน้าฮิโรโตะ ทันทีที่ได้พบเห็นชายคนนั้น ฮิโรโตะก็หน้าซีด และทำท่าถอยหลังหนี

“อะ ..เอเธอร์!? แกมาที่นี่ได้ยังไง!?”

“บังเอิญน่ะครับ”

ไม่พูดพร่ำอะไร เอเธอร์เดินเข้ามาและกระชากหัวใจของฮิโรโตะออกจากร่าง

“อั้ก …อา..อาณาจักรของข้า”

“น่าเสียดายนะครับ”

ร่างของฮิโรโตะล้มลงกับพื้น และตายไปทั้งอย่างนั้น …เอเธอร์หันกลับมาที่ข้ารับใช้ของฮิโรโตะทั้งนอกเรือ และบนเรือ จากนั้นก็ลงมือสังหารทุกชีวิต

ใช้เวลาไม่กี่นาทีเพียงเท่านั้น

สุดท้ายบนเกาะแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเศษซากศพของผู้คน และลอยเลือดที่ท่วมทั้งชายฝั่ง เอเธอร์นั่งอยู่บนโขกหินแถวๆนั้น มีเพียงแค่โขกหิน และร่างของเอเธอร์เท่านั้นที่ปราศจากรอยเลือดทั้งหมดทั้งมวล

เพียงเท่านี้ อาณาจักรเนลยอนก็ไม่มีเนื้อร้ายอีกต่อไปแล้ว คิดเสียว่านี่คือของขวัญสุดท้ายของเอเธอร์ที่มอบให้แก่อาณาจักรเนลยอนที่ยอดนักรบเคยอาศัยอยู่…??

เอเธอร์สัมผัสได้ว่ามีผู้มาเยือน จากบนฟ้า เมื่อเงยหน้ามองก็พบกับ ‘ทูตสวรรค์’ ความงดงามแรกพบนั่นชวนให้คิดอย่างนั้น

“เป็นอย่างไรบ้างล่ะ เอเธอร์”

เธอผู้งดงามเสมือนทูตสวรรต์บินลงพื้น เผยให้เห็นรูปร่างและใบหน้าที่สวยอย่างกับอยู่คนละมิติกับผู้คนบนโลกใบนี้ หญิงสาวผู้มีเลือนผมสีเงินหางม้าปลายยาว ดวงตาสีฟ้าประกายเพชร ชุดเกราะสีเงินเปล่งประกาย ปีกหกปีกสีทองแห่งสรวงสวรรค์

นามของเธอก็คือ–

“มาเร็วจริงๆนะครับ ‘มิคาเอล’”

ทูตสวรรค์ ‘มิคาเอล’ นักรบผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งสรวงสวรรค์ ข้ารับใช้แห่งทวยเทพ

“คิดว่ายังไม่ได้คำตอบจากท่านก็เลยรีบตามมา”

“….”

เอเธอร์ลุกขึ้นยืน ก้มมองที่รองเท้าของตัวเองที่เปื้อนไปด้วยเลือด แปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติร่างกายนี้ไม่เคยเปื้อนเลือดมาก่อนเลย

พอเห็นอย่างนั้น เอเธอร์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

“ในฐานะ ‘บุตรแห่งพระเจ้า’ ” เอเธอร์หรี่ตาลง และเอ่ย “จำเป็นต้องฆ่าจอมมาร”

…แต่ว่า

“ผมเกลียดออโรโบรอสยิ่งกว่าจอมมารเสียอีก เพราะฉะนั้น–จะฆ่าออโรโบรอสไปพร้อมกับจอมมารนี่แหละครับ”

มิคาเอลที่ได้ยินก็นิ่งไป ก่อนจะมองแรงใส่เอเธอร์โดยไม่ปิดบัง

“ถ้าคิดจะลงมือสังหารท่านออโรโบรอส ท่านกับเราคงต้องเป็นศัตรูกันโดยเลี่ยงไม่ได้ในสักวัน”

“ก่อนจะถึงวันนั้น ผมจะไว้ชีวิตคุณก่อนนะครับ มิคาเอล”

เมื่อพูดคุยกันจบ เอเธอร์ก็ลุกขึ้นยืน และเดินไปที่แห่งอื่นต่อ ….

“ไอ้สัตว์ประหลาด”

มิคาเอลถอนหายใจ และสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ทำเอาภาพลักษณ์ที่งดงามของเธอพลันหายไปในชั่วพริบตา

 

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!!
Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง เกิดใหม่เป็นตัวร้ายโหลยๆแล้วทำไม? ผมจะช่วยน้องนางเอก(อวย)ของผมเอง!! << 0 >> รู้สึกว่าโลกเราช่วงนี้จะฮิตต่างโลกกันสินะ? ถ้าจำไม่ผิดนวนิยายประเภทไลทโนเวลของญี่ปุ่นในยุค 2020 จะฮิตกันเอาเรื่องเลย ขนาดผมก็เคยอ่าน หรือเคยดูอนิเมที่ดัดแปลงจากนิยายมาอีกทีไม่น้อยเลย ใช่ มันค่อนข้างสนุกเลย อาจจะเป็นเพราะมันช่วยสนองนีทให้ผมก็ได้ เพราะปกติผมมักจะเป็นผู้แพ้เป็นประจำทั้งๆที่พยายามากแล้ว พอได้เห็นคนๆหนึ่งประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ซึ่งนั่นก็คือพระเอกมันก็ชวนให้รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขาด้วย พร้อมไปกับสาวๆในฮาเร็มของแกด้วยอะนะ แต่ด้วยความที่เป็นตลาดที่ใหญ่ ทำให้มีหลายความเห็นตามไปด้วย หลายครั้งที่นิยายแนวนี้จะถูกวิจารย์ในเชิงไม่ดี อาทิเช่น ส้ำซากจำเจ เดาทางง่าย ตัวละครผู้หญิงง่าย ทุกอย่างง่ายไปหมด บางเม้นต์ก็ร้ายแรงขนาดบอกว่า ‘นี่ไม่ใช่นิยายแต่เป็นสินค้า’ อืม ถ้าในมุมผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอก ออกไปในทางชอบด้วยซ้ำ แต่ขอติหน่อยเถอะ ตัวร้ายส่วนใหญ่ในเรื่องแนวนี้โคตรจะไม่น่าให้อภัย คนอะไรมันจะเลวได้ขนาดนั้น เลวถึงแก่นแท้เลยพวกตัวร้ายในนิยายต่างโลกเนี่ย ไม่น่าให้อภัยที่สุด โง่ก็โง่ กระจอกก็กระจอกชิบหายเลย ไร้ความคิดความอ่าน กลับตัวก็ไม่เป็น

Comment

Options

not work with dark mode
Reset