Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 2120 บุญวาสนา

ชายชุดเขียวกระอักเลือด ผิวหนังบนตัวปรากฏรอยแตกมากมายดุจเครื่องลายครามที่แตกระแหง

เขาเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก มองหลินสวินที่อยู่ไกลออกไปอย่างไม่อยากเชื่อ

พลังของฝ่ามือเดียวก็ทำเอาเขาที่โจมตีเต็มกำลังบาดเจ็บสาหัส!

“ทีนี้เจ้ายอมหรือยัง” สายตาหลินสวินมองมาจากไกลๆ เรียบนิ่งไร้คลื่นอามรมณ์

ชายชุดเขียวหอบหายใจถี่กระชั้นครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ก้มหน้าทอดถอนใจ “ไม่อยากยอม… คงไม่ได้แล้ว…”

“อีกครึ่งหนึ่งของทวนมหามรรคไร้สวรรค์อยู่ที่ไหน” หลินสวินถามตรงๆ

ชายชุดเขียวนิ่งเงียบครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “หลังจากข้าบอกไปแล้วก็จะตายกระมัง”

หลินสวินไม่ได้ปฏิเสธ “อย่างน้อยเจ้าสามารถตายอย่างสบายในรวดเดียว”

มุมปากชายชุดเขียวกระตุกคราหนึ่ง กล่าวว่า “อันที่จริงข้าก็เดาออกแต่แรกว่าจะต้องมีวันนี้ แต่ในใจยังคงซ่อนความรู้สึกโชคดีเสี้ยวหนึ่งเรื่อยมา… ช่างเถิด บอกเจ้าก็ไม่เห็นเป็นไร หากความทรงจำก่อนที่ข้าจะตื่นรู้ไม่ได้ผิดเพี้ยน อีกครึ่งหนึ่งของทวนมหามรรคไร้สวรรค์น่าจะอยู่ในมือของ ‘จักรพรรดิผีค้างคาวเงิน’ ในชั้นที่เจ็ด”

กล่าวจบเขาก็เหมือนปล่อยวาง เอนกายนอนบนพื้น หลับตาลงกล่าวว่า “ให้ข้าไปสบายหน่อยแล้วกัน”

จู่ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้นานมาแล้ว

ในตอนนั้นเขาเพิ่งตื่นรู้ จากวิญญาณร้ายที่อำมหิตดุดันไร้ความเป็นคนตนหนึ่ง แปรสภาพเป็นร่างวิญญาณที่สามารถใคร่ครวญได้ สามารถแยกแยะฟ้าดินได้ สามารถฝึกปราณได้

ในยามนั้นเขาสัมผัสได้ถึงความทดท้อหาใดเปรียบ ต่อให้เขาจะมีสติปัญญา ทว่าเขาเกิดมาพร้อมกับบาปดั้งเดิม สิ่งที่ไหลเวียนภายในร่างก็คือเสี้ยวเจตจำนงและไอชั่วร้ายที่ผสมปนเป ไอเลือดที่สกปรก

แต่เขาก็ไม่ได้อยากเป็นวิญญาณร้ายที่มีสติปัญญาตนหนึ่งด้วยซ้ำ!

เหมือนกับคำพูดที่เขากล่าวกับเมิ่งซิงจื่อก่อนหน้านี้ เกิดเป็นวิญญาณร้ายต้องทำตัวชั่วช้าเท่านั้นหรือ

หลายปีนี้เขาเอาแต่ขบคิดปัญหานี้มาตลอด

ที่นี่คือนรกอำพราง ก็เหมือนกรงขังแห่งหนึ่ง ไม่อาจหลุดพ้น อยู่ในนี้เขาก็ทำได้แค่เป็นพวกพ้องเดียวกับวิญญาณร้ายพวกนั้น คิดอยากแยกแยะดีชั่ว ขาวดำ ถูกผิดอะไรพวกนั้นให้ชัดเจน…

แทบจะเป็นไปไม่ได้!

และตอนนี้อีกเดี๋ยวก็ต้องตายแล้ว จู่ๆ ชายชุดเขียวพลันรู้สึกราวยกภูเขาออกจากอกอย่างหนึ่ง

อะไรคือดีชั่ว ขาวดำ ถูกผิด ทั้งหมดล้วนไม่สำคัญอีกแล้ว เขาสัมผัสได้เพียงความโชคดีอย่างหนึ่ง อย่างน้อย… เขาก็เคยใช้ชีวิตอย่างแท้จริง!

ไม่เหมือนกับวิญญาณร้ายพวกนั้น ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม และไม่รู้ว่าตายไปเพราะอะไร โง่งมไม่รู้ตัวตน!

รอคอยอยู่นานจู่ๆ ชายชุดเขียวก็นิ่งอึ้ง เหตุใดยังไม่ตาย

เขาอดไม่อยู่ลืมตาขึ้นมา ฟ้าดินเวิ้งว้าง ทิวทัศน์คงเดิม

เขาเงยหน้าขึ้นกวาดมองรอบๆ อย่างยากลำบาก กลับพบว่าในที่นั้นไม่มีเงาร่างของชายหนุ่มคนนั้นนานแล้ว มีเพียงม้วนหยกม้วนหนึ่งวางนิ่งอยู่ข้างกายตน

เขานิ่งเงียบครู่หนึ่งแล้วจึงหยิบม้วนหยกขึ้น ในนั้นบันทึกคัมภีร์มรรคมรดกเล่มหนึ่ง นามว่าคัมภีร์มหาครรภ์จุติ!

ในใจชายชุดเขียวดั่งถูกสายฟ้าฟาดคราหนึ่ง อึ้งงันอยู่ตรงนั้น ร่างกายค่อยๆ สั่นเทิ้มขึ้นมาเพราะความรู้สึกที่ถาโถมอย่างบอกไม่ถูก

เนิ่นนาน

ชายชุดเขียวหยัดกายขึ้น คุกเข่าลงอย่างนอบน้อม หันไปโขกคำนับเต็มขั้นให้กับจุดที่อยู่ห่างไกล

นับตั้งแต่วันนี้ไป นรกอำพรางขาดเจ้าแห่งวิญญาณร้ายไปหนึ่งตน ทว่ามีบัณฑิตที่หยั่งรู้ธรรมคัมภีร์ตลอดทั้งวันเพิ่มมาหนึ่งคน

อาภรณ์เขียวผึ่งผาย จิตใจพิสุทธิ์ผ่องแผ้ว

ในกาลเวลาไร้สิ้นสุดในภายภาคหน้า เขาท่องยอดคัมภีร์สูงสุด ออกโปรดสัตว์ให้เหล่าวิญญาณร้ายในนรกอำพราง ชื่อเสียงสะท้านทั่วหล้า ชาวโลกขนานนามเขาว่า ‘จักรพรรดิธรรมบัณฑิต’!

ทุกความเป็นไปใช่กำหนดได้

ก่อนหน้านี้นานมาแล้ว ดอกกระบี่พันปีกเพิ่งเริ่มตื่นรู้ ในคืนฝนกระหน่ำถูกเสวียหยาผู้สืบทองคีรีดวงกมลช่วยไว้ และตั้งชื่อให้มันว่า ‘กระบี่ไผ่สดับหิมะ’

ต่อมาดอกกระบี่พันปีกจึงตอบแทนบุญคุณ ออกหน้าแทนหลินสวินในกำแพงเมืองด่านจักรพรรดิ

ก่อนหน้านี้นานมาแล้ว ชาวประมงน้อยที่เติบโตอยู่ริมทะเลผู้หนึ่งต้องตาหลี่เสวียนเวยผู้สืบทอดคีรีดวงกมล ภายใต้บุญวาสนา ชาวประมงน้อยผู้นั้นต่อมากลายเป็นบรรพจารย์ป๋อหยาจื่อผู้ก่อตั้งสำนักยุทธ์เสวียนจี

ก่อนหน้านี้นานมาแล้ว…

สำหรับผู้ฝึกปราณแล้ว บุญวาสนาที่ไม่ได้ตั้งใจบ่มเพาะ บางทีในเวลาต่อมาก็อาจเติบโตขึ้นเป็นไม้ใหญ่สูงเทียมฟ้าต้นหนึ่ง!

วาสนา อัศจรรย์เหนือบรรยาย

“พี่หลิน ก่อนหน้านี้ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยที่พูดโกหกไป ทำเรื่องโง่งมเช่นคนเขลาเบาปัญญา”

เมิ่งซิงจื่อสีหน้าฉายแววละอาย ก่อนหน้านี้ตอนที่หลินสวินกำลังต่อสู้ เขาไม่ได้เผ่นหนี ถึงขั้นยังเตรียมพร้อมคอยช่วยเหลือหลินสวินด้วย

ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ถึงเด็ดขาดคือ หลินสวินเพียงคนเดียวก็กวาดล้างวิญญาณร้ายทั้งหมดได้ ยิ่งกำราบเจ้าแห่งวิญญาณร้ายนั่นง่ายๆ อีก!

“รีบไปเถอะ ชั้นที่สี่นี้อันตรายเกินไป”

หลินสวินโบกมือ

“พี่หลิน…”

เมิ่งซิงจื่อยังอยากพูดอะไร กลับถูกหลินสวินตัดบท “ข้าไม่ได้มีอคติอันใดต่อเจ้า เจ้าเองก็อย่าตำหนิตัวเองให้มากเกินไปนัก หวังว่าภายหน้าเจ้ากระทำการใดอย่าได้เหยียบซ้ำรอยเดิมอีก”

กล่าวจบหลินสวินก็ทะยานแผ่วพลิ้วจากไป

สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไว้ชีวิตชายชุดเขียวนั่น หรือปล่อยเมิ่งซิงจื่อที่เคยโกหกเขาไปเช่นนี้ ล้วนไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร

เพียงแค่โอกาสประจวบเหมาะ ทำไปตามสถานการณ์เท่านั้น

สิ่งที่ทำให้หลินสวินกังวลใจจริงๆ ก็คือทวนมหามรรคไร้สวรรค์อีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่ไหน!

เมิ่งซิงจื่อยืนอยู่ที่เดิมคนเดียวเนิ่นนาน ในที่สุดก็ถอนหายใจยาวก่อนหมุนตัวออกไป

เขารู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ต้นเหตุแห่งหายนะในครั้งนี้ก็ไม่พ้นสองคำ

ละโมบ!

หากไม่ใช่ว่าอยากจะครอบครองทวนมหามรรคไร้สวรรค์ไว้ในมือ เขาก็คงไม่พูดปดหลอกลวงหลินสวินไม่หยุดเป็นแน่

กล่าวอย่างไม่เกินจริง ตอนนั้นต่อให้หลินสวินฆ่าเขาซะ ก็เป็นเขาหาเรื่องใส่ตัวเอง!

นรกอำพรางชั้นที่ห้า

หลินสวินเดินทางอยู่ในนั้นเพียงลำพง ไอชั่วร้ายถาโถมปะทะหน้า แรงกดดันที่เกิดขึ้นสามารถทำให้มกุฎกึ่งจักรพรรดิทั่วไปยากจะเดินหน้าแม้เพียงครึ่งก้าว

แต่แรงกดดันพวกนี้ยังไม่ทันเฉียดใกล้หลินสวิน ก็ถูกสลายไปง่ายดาย

สวบ!

เงาร่างที่สวมอาภรณ์นักพรตขาดวิ่น นัยน์ตาสีเขียวมรกตตนหนึ่ง มือกำทวนใหญ่ชำรุดที่มีรอยเปื้อนสนิมเล่มหนึ่งพุ่งสังหารเข้ามา ยามที่ทวนใหญ่กวัดแกว่งก็ปรากฏภาพประหนึ่งภูเขาศพทะเลเลือด

นี่เป็นวิญญาณร้ายที่แทบไม่ด้อยไปกว่าชายชุดเขียวนั่น กร้าวแกร่งหาใดเปรียบ หากเปลี่ยนเป็นระดับมกุฎจักรพรรดิสามชั้นฟ้าคนอื่นยังยากจะต่อกร

แต่เมื่อหลินสวินกดฝ่ามือหนึ่งออกไป เงาร่างที่สวมชุดนักพรตนี้ก็ระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ

เสียงดังแกร๊งดังคราหนึ่ง ผลึกต้นกำเนิดมหามรรคที่ส่องประกายบาดตาก้อนหนึ่งร่วงลงมา ถูกหลินสวินคว้าไว้ในมือ เมื่อมองอย่างถี่ถ้วน ภายในผลึกต้นกำเนิดมหามรรคนี่ ถึงกับมีเศษกฎเกณฑ์ระดับจักรพรรดิที่แทบจะสังเกตไม่เห็นอยู่เสี้ยวหนึ่ง!

‘ดูท่าที่ป๋อชวนพูดจะไม่ผิด ยิ่งลึกลงไป คุณลักษณะของผลึกต้นกำเนิดมหามรรคที่ได้รับก็ยิ่งสูงขึ้น…’

หลินสวินเก็บผลึกต้นกำเนิดมหามรรคก้อนนี้ไว้แล้วมุ่งหน้าต่อ

ชั้นห้านี้ยิ่งอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย วิญญาณร้ายที่กระจัดกระจายอยู่ตัวที่อ่อนแอสุดยังเทียบได้กับระดับมกุฎจักรพรรดิสามชั้นฟ้า ยิ่งไปกว่านั้นบนร่างของวิญญาณร้ายบางส่วนยังเจือกลิ่นอายระดับจักรพรรดิที่คล้ายมีแต่ไม่มีอยู่จางๆ เห็นได้ชัดว่าน่ากลัวหายิ่ง

น่าเสียดาย อย่างไรพวกมันก็ไม่ใช่ระดับจักรพรรดิที่แท้จริง และแน่นอนว่าไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของหลินสวินได้

หนึ่งก้านธูปต่อมา

หลินสวินเดินหน้าสามหมื่นลี้ ฆ่าวิญญาณร้ายไปห้าสิบเก้าตนตลอดทาง เก็บผลึกต้นกำเนิดมหามรรคสี่สิบสามก้อน ในนั้นที่บรรจุเศษเสี้ยวกฎเกณฑ์มรรคจักรพรรดิมีหกก้อน!

นอกจากสังหารวิญญาณร้ายพวกนี้แล้ว หลินสวินยังเก็บรวบรวมสมบัติที่แตกหักชำรุดได้มากมาย ล้วนเป็นสมบัติมรดกที่ถูกวิญญาณร้ายพวกนั้นครอบครอง เป็นสมบัติจักรพรรดิดึกดำบรรพ์เช่นกันทั้งหมด

แต่ที่น่าเสียดายคือ ทั้งหมดล้วนจิตวิญญาณไม่สมบูรณ์ ยังห่างไกลเกินกว่าจะเทียบกับศาสตราจักรพรรดิแท้จริง ถูกหลินสวินโยนเป็น ‘อาหาร’ แก่วิญญาณอู้เชวียและดาบหักแทน

หืม?

ทันใดนั้นหลินสวินสังเกตเห็นว่าบริเวณที่อยู่ไกลๆ มีการต่อสู้ดุเดือนฉากหนึ่งกำลังเกิดขึ้น

นั่นเป็นหญิงชุดดำรูปร่างสูงเพรียว กลิ่นอายดุดันเป็นที่สุดคนหนึ่ง มือถือดาบโค้งสีชาดที่แดงเพลิงปานไฟลุกคู่หนึ่ง ขณะเคลื่อนไหวก็เหมือนประกายไฟสีชาดโฉบพุ่ง

คู่ต่อสู้ของนางคือวิญญาณร้ายสวมเกราะสำริดชำรุดตนหนึ่ง ร่างสูงยาวราวจั้งกว่า ไอเลือดทั่วร่างตลบม้วน วิวัฒน์ออกมาเป็นแสงมรรคสีเลือดนับไม่ถ้วน

วิญญาณร้ายตนนี้ทรงพลังผิดธรรมดา เห็นได้ชัดว่ามีสติปัญญา ในยามต่อสู้ไม่ต่างอะไรกับผู้แข็งแกร่งระดับมกุฎกึ่งจักรพรรดิสามชั้นฟ้าที่แท้จริงคนหนึ่ง!

แต่หญิงอาภรณ์ดำคนนั้นดุดันยิ่งกว่า ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้นก็โบกสะบัดดาบคู่ สังหารจนวิญญาณร้ายนั่นร้องลั่นสะเทือนฟ้า ไม่นานนักก็ถูกซัดทลาย ร่างถูกฟันเป็นเศษสีเลือดนับไม่ถ้วน

และในเวลานี้ ผลึกต้นกำเนิดมหามรรคที่มีสีสันลานตาก้อนหนึ่งก็ร่วงลงมา

ชิ้ง!

หญิงอาภรณ์ดำผิวปาก เก็บดาบคู่ไว้อย่างรวดเร็วแล้วหยิบผลึกต้นกำเนิดมหามรรถก้อนนั้นขึ้นมา เมื่อสังเกตครู่หนึ่ง ใบหน้างดงามที่มีดิบเถื่อนเต็มเปี่ยมนั่นก็ผุดรอยยิ้มพึงพอใจออกมา

เพียงแต่จู่ๆ นางก็หันศีรษะมองออกไปไกลๆ “โอ้ ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ ในที่สุดชั้นห้านี่ก็มีคนมาแล้ว”

ขณะพูดนางก็โบกไม้โบกมือ “ข้าชื่อหั่วหลัน เข้ามาในนรกอำพรางเมื่อสามร้อยห้าสิบเจ็ดปีก่อน เพิ่งมาชั้นที่ห้านี้เมื่อสามปีก่อน แล้วพี่ชายเล่า”

นางองอาจเปิดเผย ทั่วทั้งร่างเผยให้เห็นอานุภาพคมกริบโชกโชน เส้นผมสลวยมัดไว้หลังท้ายทอย ดวงหน้าพริ้มเพราสีข้าวสาลีมีเครื่องหน้าเด่นชัด งดงามเป็นที่ประจักษ์

“หลินสวิน เพิ่งมาเมื่อสองวันก่อน”

หลินสวินเดินเข้าไป มองสำรวจครู่หนึ่งก็ดูออกว่าหญิงที่นามว่าหั่วหลันคนนี้กลิ่นอายทรงพลังหาใดเปรียบ ห่างไกลเกินกว่าคนระดับเดียวกันทั่วๆ ไปจะเทียบชั้นได้

เมื่อลองคิดดูก็ถูก คนที่สามร้อยกว่าปีเอาแต่รบราฆ่าฟันในนรกอำพรางนี่อยู่ตลอด มีหรือที่พวกทั่วๆ ไปจะเทียบได้

“สองวันก่อน?”

หั่วหลันอึ้งไป ดวงตาหงส์วาววามดุจคมมีด มองสำรวจหลินสวินจากบนลงล่าง เอ่ยด้วยความแคลงใจ “จริงหรือเท็จกันเนี่ย”

“จะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ขอตัวก่อนล่ะ”

ขณะหลินสวินพูดก็พุ่งทะยานไปเบื้องหน้า

ชั้นที่ห้านี้ยังคงไม่เหมาะให้เขาเริ่มฝึกฝน

“ช้าก่อน”

หั่วหลันร้องเรียก “ไปข้างหน้าอีกหน่อยจะเป็นอาณาเขตของวิญญาณชั่วร้ายที่แปลงมาจากจระเข้ยักษ์ดึกดำบรรพ์ ตื่นรู้มีสติปัญญานานมากแล้ว ดุกร้าวยิ่งยวด… นี่ๆ ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะ!”

“ขอบคุณมากที่เตือน!”

ห่างออกไปหลินสวินเอ่ยปากโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลัง เสียงลอยมาจากที่ไกลๆ

หั่วหลันขมวดคิ้ว เจ้าคนโอหังนี่ ขนาดคำเตือนของตนก็ยังไม่ฟัง รีบไปตายขนาดนี้เชียวหรือ

คิดอยู่ครู่หนึ่งนางก็ยังกัดฟันแล้วไล่ตามไป

หลายปีมานี้นางสู้อยู่คนเดียวในฟ้าดินแถบนี้ ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้พบคนเป็นๆ สักคน จะทนมองอีกฝ่ายไปตายตาปริบๆ ได้อย่างไร

และพร้อมกันนี้หลินสวินเองก็สังเกตเห็นว่าหั่วหลันไล่ตามมา อดนิ่งอึ้งไม่ได้ จากนั้นก็ไม่ได้คิดมากอีก มุ่งหน้าต่อไป

“นี่! รอข้าด้วยสิ เจ้าเดินมั่วเช่นนี้จะเจอเหตุไม่คาดฝันง่ายที่สุดนะ!”

เสียงของหั่วหลันดังลอยมาจากด้านหลัง เจือแววเดือดดาลสายหนึ่ง คล้ายกำลังตำหนิหลินสวินว่าไม่รู้จักดีชั่ว

“แม่นางไม่ต้องห่วง ข้าคนแซ่หลินรู้จักประมาณตนดี”

เสียงของหลินสวินดังขึ้น ยังคงไร้ทีท่าจะหยุดเท้าตามเดิม

นี่ทำให้หั่วหลันเดือด นัยน์ตาลุกโชน เหิมเกริม เหิมเกริมเกินไปแล้ว!

เตือนแล้วเตือนอีก อีกฝ่ายกลับไม่รับน้ำใจ นางแทบจะอยากให้วิญญาณร้ายที่แปลงมาจากจระเข้ยักษ์ดึกดำบรรพ์นั่นปรากฏตัวออกมา แล้วสั่งสอนบทเรียนเจ็บปวดทรมานให้เจ้าคนแซ่หลินนี่ซะ!

ความคิดเช่นนี้เพิ่งผุดขึ้นมาในหัว ก็ได้ยินเสียงคำรามสะเทือนฟ้าสายหนึ่งดังขึ้นจากไกลๆ ทันที สะท้านสะเทือนจนห้วงอากาศปั่นป่วน ฝุ่นคลุ้งหินกลิ้ง

ตามมาติดๆ ด้วยไอชั่วร้ายที่ปกฟ้าคลุมดิน แผ่ขยายออกมาจากบริเวณไกลๆ!

“เจ้าสัตว์ร้ายนั่นถึงกับมาแล้วจริงๆ…” หั่วหลันอึ้งไป

………………………..

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset