ข้าจับปีศาจสาวได้ตัวหนึ่ง 天上掉下个美娇娘 – ตอนที่ 15 สเปรย์กันหมาป่า

เช่นบะหมี่น้ำ, ไข่ไก่, ไข่ห่าน, ไข่เป็ด, ไข่ทอด, ผ้าห่ม, เสื้อผ้า, น้ำ, นอน เธอรู้แล้วว่าต้องพูดอย่างไร

พอไม่มีใครอยู่ เธอก็จะรื้อของในกระเป๋าหนังสีดำออกมาดู ในที่สุดก็หาอุปกรณ์เหมาะมือพบ สเปรย์กันหมาป่าทำเอง

สเปรย์นี้มีฤทธิ์คล้ายยาสลบในสมัยโบราณ หากพวกบ้ากามโดนเข้าร่างกายจะอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง กู้จิ้งถือสเปรย์กันหมาป่าทำเองเอาไว้ในมือพลางนึกถึงรูปร่างสูงใหญ่ของตา卜ล่ำบึ้ก สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าหากถึงเวลาจะต้องพ่นสักหลายๆ ครั้ง

เช้าวันนี้ กู้จิ้งคิดว่าควรลงมือได้แล้ว

เพราะตา卜ล่ำบึ้กเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้ว เขาประคองข้อเท้าของเธอเอาไว้ในมือพลางพิจารณาดูอย่างละเอียด ซ้ำยังลองกดดูเบาๆ เขาคงจะคิดว่าผ่านไปสามถึงสี่วันน่าจะหายดีได้แล้ว แต่เธอกลับยังเดินไม่ได้ เขาก็เลยเริ่มสงสัยขึ้นมา

ดังนั้นวันนี้กู้จิ้งจึงตื่นแต่เช้า เธอเตะผ้าห่มขาดๆ ผืนนั้นไปทางด้านหนึ่ง จากนั้นก็นอนแผ่อยู่ตรงนั้น รอให้ตา卜ล่ำบึ้กมาติดกับ

เธอสังเกตมานานแล้วว่า ทุกเช้าน้องชายเขาจะต้องเคารพธงชาติ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ผู้ชายอ่อนแอที่สุด และหลงเข้ามาติดกับง่ายที่สุด ต่อให้เขาไม่มีปัญญาหรือเป็นขันที ก็ต้องมีความรู้สึกอยู่ดี ไม่ใช่หรือ?

กู้จิ้งนอนแผ่อยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง มีใครยั่วยวนผู้ชายแบบนี้กันบ้าง? ดังนั้นเธอจึงจัดท่าใหม่ หญิงสาวพลิกตัวนอนตะแคง ใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าเอาไว้ ขาทั้งสองไขว้กัน วางท่าให้ดูสง่าน่าหลงใหลมากที่สุด

การนอนอยู่ในท่านี้เหนื่อยมาก เธอกัดฟันทนได้ครู่หนึ่งก็แอบเหลือบตามอง ไม่ผิดจากที่คาด ตา卜ล่ำบึ้กกำลังแอบมองเธออยู่

กู้จิ้งแอบยิ้มตรงมุมปาก จากนั้นก็บิดเอว พลิกตัว แถมยังจงใจส่งเสียงครางอีกด้วย

เห็นได้ชัดว่าตา卜ล่ำบึ้กซึ่งนอนอยู่บนพื้นกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที เขาพลิกตัวแล้วส่งเสียงครางอย่างเก็บกดออกมาจากลำคอ

กู้จิ้งครางต่อ

ตา卜ล่ำบึ้กก็พลิกตัวต่อ

กู้จิ้งจำต้องบิดเอวอีก

ตา卜ล่ำบึ้กสูดหายใจลึก

กู้จิ้งครางอีก

ตา卜ล่ำบึ้กใช้มือตะกุยพื้นอย่างแรง

กู้จิ้งพลิกตัวจนปวดเอวปวดหลังไปหมด ใจนึกอยากจะร้องไห้เหลือเกิน เธอยกศีรษะขึ้นมองตา卜ล่ำบึ้กด้วยความจนปัญญา ในใจนึกแค้นนัก นายซื้อฉันมาทำไมกัน? ไหนบอกว่าจะมีลูกมีหลานสืบสกุลไงล่ะ? นายไม่รู้หรือว่านอนอยู่เฉยๆ แบบนี้มันใช้ไม่ได้?

แต่ปากกลับพูดว่า “พี่ล่ำ ทำไมปล่อยให้ฉันนอนอยู่คนเดียวแบบนี้ รีบขึ้นมาบนเตียงเร็ว”

ตา卜ล่ำบึ้กสูดหายใจลึก ดวงตาแดงก่ำจ้องกู้จิ้งด้วยความเครียด สีหน้าบอกชัดว่ากำลังลังเลมาก

เห็นเช่นนี้ กู้จิ้งก็จำต้องกวักมือเรียกเขาพลางส่งยิ้มไปให้ เลียนแบบเหล่านางปีศาจทั้งหลายในเรื่องไซอิ๋ว “พี่ล่ำ รีบมาสิ~ ฉันคิดถึงนายจะแย่แล้ว~”

ถึงอย่างไรตา卜ล่ำบึ้กก็ไม่เข้าใจคำพูดของเธออยู่ดี!

บางทีอาจเป็นเพราะเสียงเพราะๆ ของเธอได้ผล ในที่สุดตา卜ล่ำบึ้กก็ทนไม่ไหวอีก เขาลุกพรวดขึ้นแล้วเดินตรงมาที่เตียงทันที

กู้จิ้งยื่นเท้าไปแตะขาอ่อนของเขา

ตา卜ล่ำบึ้กส่งเสียงคำรามต่ำแล้วโผขึ้นมาบนเตียง

กู้จิ้งเห็นเขาติดกับก็รีบควักสเปรย์กันหมาป่าออกมาจากใต้ผ้าห่มแล้วพ่นใส่จมูกของเขาอย่างแรง!

แต่พ่นไปแล้ว ตา卜ล่ำบึ้กกลับไม่ได้ล้มลงอย่างที่เธอคาด เขายังคงอยู่ในท่านั่งคุกเข่าข้างเดียว ตาแดงก่ำทั้งคู่จ้องกู้จิ้งนิ่งเหมือนอยากจะกลืนเธอลงไป

กู้จิ้งนึกกลัวขึ้นมา หรือสเปรย์กันหมาป่าทำเองจะหมดฤทธิ์ไปแล้ว?

เธอรีบออกแรงกด พ่นๆๆๆ!

ใบหน้าของตา卜ล่ำบึ้กเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ

ริมฝีปากของเขาขยับ ลำคอเปล่งเสียงแหบพร่า ทันใดนั้นเขาก็ทรุดโครมลงไปกองอยู่ตรงนั้น

กู้จิ้งเห็นเขาล้มก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว เธอรีบหยิบเสื้อคลุมสีครามของเขามาคลุมไว้บนร่าง จากนั้นก็ขยับลงจากเตียง เปิดประตูแล้ววิ่งออกไปข้างนอกทันที

ตา卜ล่ำบึ้กซึ่งนอนอยู่บนเตียงเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “@#$%$…&%$#@$%&$#…”

แต่สิ่งที่ตอบรับกลับมา มีเพียงแค่เสียงประตูปิดดังโครมเท่านั้น

 

ในที่สุดกู้จิ้งก็หนีออกมาจากบ้านของตาล่ำบึ้กได้สำเร็จ

แต่เธอก็ยังไม่คลายความระวัง เธอรู้ดีว่าในภูเขาที่แสนจะล้าหลังนี้ คนที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ผู้ชายที่กักขังเธอเอาไว้ แต่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ ต่างหาก

บ้านไหนมีปัญหาทุกบ้านจะมาช่วยกัน เธอเป็นแค่เครื่องมือให้กำเนิดลูกของตา卜ล่ำบึ้ก เธอหนีไป ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ต้องมาช่วย สุดท้ายเธออาจจะหนีไปจากหมู่บ้านนี้ไม่ได้ก็เป็นได้!

กู้จิ้งกำกระเป๋าหนังสีดำในมือแน่นพลางตัดสินใจเด็ดขาดว่า หากมีใครกล้าขัดขวาง เธอจะล้วงเอาสเปรย์กันหมาป่าทำเอง, มีดผ่าตัด, เข็มฉีดยาออกมาใช้ให้หมด

ใครไม่ให้เธอไป เธอก็จะจับคนคนนั้นไว้เป็นตัวประกัน สั่งสอนให้เห็นเลือดกันเสียบ้าง

ถึงตอนนั้นก็มาดูกันว่าใครจะโหดกว่ากัน!

กู้จิ้งก้าวออกจากประตูบ้านโดยสวมเสื้อคลุมสีครามของตา卜ล่ำบึ้ก สะพายกระเป๋าหนังสีดำไว้บนบ่า มือซ้ายถือมีดปลายแหลมเล่มหนึ่ง มือขวาถือสเปรย์กันหมาป่าทำเอง สีหน้าเหี้ยมโหดเย็นชา

บังเอิญในตรอกมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งกำลังคอนหาบหนักอึ้งก้าวออกมาจากประตูพอดี พอหันมาเห็นท่าทางดุร้ายของกู้จิ้ง เขาก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจก่อนจะกระชากประตูปิดแล้วเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว

กู้จิ้งขมวดคิ้วมองถังสองใบที่หล่นอยู่บนพื้นกับอุจจาระที่สาดกระเซ็นไปทั่ว

เธอเดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงกำลังจะหาบอุจจาระไปที่นา พอเห็นท่าทางดุร้ายของเธอก็เลยตกใจเผ่นหนีไป

ดีมาก…

มาคนหนึ่งก็ขู่ให้ตกใจไปคนหนึ่ง มาสองคนก็ขู่ให้ตกใจไปสองคน!

กู้จิ้งก้าวออกจากตรอกพร้อมกับมีดปลายแหลมและสเปรย์กันหมาป่าในมือ ยามนี้พวกชายฉกรรจ์น่าจะไปนากันหมดแล้ว บนถนนจึงมีแค่ป้าสมาคมแม่บ้านกับหญิงสาวซึ่งอุ้มเด็กทารกไว้ในมือยืนคุยกันอยู่

กู้จิ้งแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินผ่านพวกเธอออกจากหมู่บ้านไปทันที

ตอนแรกป้าสมาคมแม่บ้านกับหญิงสาวคนนั้นถึงกับตะลึงงันไป แต่หลังจากนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทั้งคู่พูด “#[email protected]*&%@” กันไม่กี่ประโยค จู่ๆ ก็ส่งเสียงร้องกรี๊ดแล้วเผ่นหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งไปก็ร้อง “#$&#@$#” ไปด้วย

กู้จิ้งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าพวกเธอคงไปเรียกพวกผู้ชายมาจับเธอ กู้จิ้งรู้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก เธอจึงรีบเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งแล้วเผ่นออกจากหมู่บ้านไปด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

เสียงลมพัดผ่านหูดังซ่าๆ ลำคอร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟเผา รองเท้าสานหยาบๆ บาดเท้า แต่กู้จิ้งไม่สนใจ ยามนี้ในสมองของเธอคิดเพียงแค่ว่าจะต้องหนีไปจากหมู่บ้านนี้ ออกจากภูเขาไปหาตำรวจ และกลับไปสู่โลกแห่งความศิวิไลซ์ให้ได้!

เสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนนั้นทำให้คนทั้งหมู่บ้าน ทั้งผู้หญิงผู้ชายเด็กคนชราวิ่งออกมากันหมด พอเห็นเธอ พวกเขาก็พากันมองเธอด้วยสายตาตื่นตระหนก

กู้จิ้งรู้ว่าตอนนี้พวกเขายังตั้งตัวไม่ได้ แต่อีกเดี๋ยวต้องไล่ตามเธอมาแน่ เธอจึงร้องตะโกนขึ้นสุดเสียง “ใครกล้าขวาง ฉันจะฆ่าทิ้งให้หมด! วันนี้ฉันจะสู้ตาย!”

ผลลัพธ์ของการข่มขู่คือไม่มีใครกล้าขวางเธอ เธอจึงสามารถหนีออกจากหมู่บ้านได้อย่างราบรื่น

ออกจากหมู่บ้าน เธอวิ่งรวดเดียวไปอีกสามลี้ถึงได้หยุดพักหอบหายใจ

เธอหันไปมองด้านหลังด้วยสายตาหวาดระแวง ไม่มีใครไล่ตามมาจริงๆ

กู้จิ้งอดประหลาดใจไม่ได้ คนพวกนี้เป็นอะไรไป ตกใจจนเพี้ยนไปหมดแล้วหรือ?

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นในสมอง หรือตา卜ล่ำบึ้กจะมีมนุษยสัมพันธ์ไม่ดี ใครๆ ก็เลยเบิกตามองสมบัติของเขาเผ่นหนีไปเฉยๆ โดยไม่คิดจะสนใจ?

คิดแบบนี้ก็มีเหตุผลเหมือนกัน

แต่ไม่นานนักเธอก็ส่ายหน้า ช่างเถิด ตา卜ล่ำบึ้กเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเธอ สิ่งที่เธอต้องทำคือหาทางหนีออกจากภูเขานี้แล้วกลับไปสู่โลกภายนอกให้ได้

กู้จิ้งรีบหลบไปที่หลังก้อนหินใหญ่ เก็บมีดผ่าตัดกับสเปรย์กันหมาป่าใส่กระเป๋าแล้วหยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่มลงไปหลายอึก หลังจากพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ออกเดินทางต่อ

โชคดีที่เธอเติบโตขึ้นมาในภูเขา ทำให้พอจะรู้เคล็ดลับการเดินบนภูเขาอยู่บ้าง แม้ภายหลังจะย้ายไปอยู่ในเมืองก็ยังออกกำลังกายอยู่เสมอ ตอนนี้จึงไม่รู้สึกว่ายากลำบากสักเท่าไหร่

กู้จิ้งเดินตรงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฟ้ามืดถึงได้หาโพรงไม้ที่สามารถเข้าไปซ่อนได้พักค้างแรม เสียงหอนของหมาป่าที่ด้านนอกทำให้เธออกสั่นขวัญแขวนจนนอนไม่หลับ ได้แต่เบิกตาพลิกตัวไปมา ใจก็อดคิดถึงวันเวลาที่เคยอาศัยอยู่กับคุณยายที่เขาเว่ยอวิ๋นไม่ได้

คุณยายมักจะกอดเธอเอาไว้แล้วเล่านิทานเกี่ยวกับภูตผีปีศาจบนภูเขาให้ฟัง

คุณยายถามเธอว่ากลัวไหม

เธอบอกว่าไม่กลัว ยังอยากจะฟังอีก

กู้จิ้งคิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม จู่ๆ เธอก็คิดถึงตา卜ล่ำบึ้กขึ้นมา

เธอถอนใจเบาๆ จริงๆ แล้วเขาเป็นคนดี

แม้เขาจะจ่ายเงินซื้อเธอมา แต่ก็ไม่ได้คิดจะบีบบังคับเธอสักนิด เขาเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติผู้หญิง ทั้งยังรู้จักดูแลผู้หญิงเป็นอย่างดี

เขามักจะทำอาหารอร่อยๆ ให้เธอกิน ถึงทำไปทำมาจะมีแต่ไข่ก็เถอะ เขายังช่วยเช็ดมือเช็ดเท้าให้เธอ ช่วยยกกระโถนให้เธอ แถมยังช่วยสวมเสื้อผ้าให้เธอด้วย

ที่สำคัญที่สุดคือเขาหน้าตาไม่เลว หุ่นก็ดีมาก

ผู้ชายแบบนี้ หากไม่ได้หมกตัวอยู่ในป่าเขา ทำไมต้องจ่ายเงินซื้อเมียด้วย?

ข้าจับปีศาจสาวได้ตัว

ข้าจับปีศาจสาวได้ตัว

ในถุงหนังนั่นมีอะไร? เขาคิดจะเปิด แต่จู่ ๆ ปากถุงก็คลี่ออกเองเสียอย่างนั้น จากนั้นศีรษะของใครบางคนก็โผล่ขึ้นมา ถึงตอนนี้ เซียวเถี่ยเฟิงถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วบนโลกนี้มีปีศาจอยู่จริง ที่แท้ปีศาจก็ไม่จำเป็นต้องงามหยาดเยิ้มเหมือนชุนเถาเอ๋อผู้งามล้ำในหมู่บ้าน ไม่จำเป็นต้องมากรักเหมือนแม่ม่ายซิ่วเฟิน นางเพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น แล้วมองมาด้วยสายตาเรียบเฉยก็สามารถทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงได้แล้ว เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียการควบคุม ตรงหน้าคือหุบเหวลึก หากยังคงก้าวเดินต่อคงไม่เหลือแม้แต่ซาก ดังนั้นเขาจะต้องควบคุมตัวเองให้ได้ ทว่าจู่ ๆ นางก็เลียริมฝีปาก…

Options

not work with dark mode
Reset