ท่านบอสยิ่งเลวฉันยิ่งรัก – ตอนที่ 283 ตบตีรูปแบบอื่น

ประตูลิฟต์เปิดอีกครั้ง ชางหลิงเดินเข้ามายืนตรงหน้าโหมวยู่
ฉู่ฉือเหลือบมองโหมวยู่ที่อยู่ข้างๆ ซึ่งไม่พูดอะไร จึงให้ที่สำหรับพวกเขาทั้งสอง
ประตูปิดลงช้าๆ ในพื้นที่เหลือเพียงพวกเขาสองคน ชางหลิงจ้องมองโหมวยู่ ไม่ได้เจอหลายวัน ดูเหมือนเขาจะนำหนักลดลงไปมาก ที่กรามล่างมีตอหนวดสั้นๆ โผล่ออกมา
“โหมวยู่” ชางหลิงเดินเข้าหาเขาหนึ่งก้าว “คุณยังโกรธอยู่เหรอ”
โหมวยู่ไม่พูด ถอนสายตาหนี ไม่อยากมองเธอ
“หลายวันแล้วที่ฉันไม่ได้เจอคุณ” ชางหลิงยื่นมือออกไปกอดเอวโหมวยู่ “คิดถึงคุณมากเลย”
เมื่อได้กลิ่นบนตัวเขาอีกครั้ง จิตใจของเธอก็พลันสงบ
โหมวยู่ก้มศีรษะลง มองหญิงสาวตัวเล็กในอ้อมแขนตัวเอง อยากจะเอื้อมมือกอดตอบเธอ แต่สุดท้าย มือที่ยกขึ้นมาก็ตกลงเช่นเดิม
“ปล่อย” เขาพูดอย่างเย็นชา
“ไม่” ชางหลิงดื้อ “ถ้าฉันปล่อยมือ คุณก็ไม่ใช่ของฉันอีกต่อไปน่ะสิ”
เธอกลัวจริงๆ กลัวว่าโหมวยู่จะไม่สนใจเธอแล้วจริงๆ
“โหมวยู่ ฉันรู้ว่าผิดแล้วจริงๆ นะ ต่อไปฉันจะเชื่อฟัง คุณต้องการให้ฉันทำอะไรฉันก็จะทำ ดีไหม” ชางหลิงเงยหน้ากะพริบตาปริบมองเขา
โหมวยู่จ้องเธอที่ทำสายตาอ้อนวอน สุดท้ายหัวใจก็ทนไม่ได้เหมือนเดิม
เขาทำไม่ได้…ไม่สามารถโหดร้ายกับชางหลิงได้ การทำร้ายเธอ มันแย่ยิ่งกว่าการทำร้ายตัวเอง
“ติ๊ง” เสียงประตูลิฟต์เปิด
คนที่รออยู่ข้างนอกกำลังเตรียมต้อนรับโหมวยู่ ทันทีที่เห็นภาพในลิฟต์ ก็พากันจ้องมองอย่างตกตะลึง
รองประธานโหมวของพวกเขา กอดกับผู้หญิงงั้นเหรอ
นั่นคือเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โหมวยู่กระแอมไอเบาๆ ชางหลิงได้สติกลับมา หันหลังไปเห็นคนยืนเรียงแถวต้อนรับอยู่ด้านนอกก็พลันตกใจ แล้วหน้าก็แดงขึ้นทันที
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย คนเยอะขนาดนี้ ทั้งหน้าของเธอกำลังจะละลายแล้ว
เธอไปหลบหลังโหมวยู่ โหมวยู่เอียงศีรษะเหลือบมองเธอ แล้วจับมือของเธอ
“จะเลื่อนการประชุมออกไปครึ่งชั่วโมง” โหมวยู่ทิ้งประโยคนี้ไว้ แล้วพาชางหลิงไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
นี่เป็นครั้งแรกที่ชางหลิงมาที่ห้องทำงานของโหมวยู่ ห้องทำงานของประธานใหญ่เซิ่งซื่อ อยู่ชั้นบนสุดของตึกสูงแห่งนี้ ทันทีที่เปิดประตู หน้าต่างกระจกสว่างใสบานยาวจากพื้นจรดเพดานกว้างขวางก็ปะทะสู่สายตา
ฝนฤดูใบไม้ผลิที่ตกต่อเนื่องช่วงนี้ ทำให้ด้านนอกเกิดเป็นชั้นหมอกบางๆ มันเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์
เมื่อเข้าประตูไป โหมวยู่ก็ปล่อยมือเธอ และกลับมามีท่าทีเย็นชาดังเดิม
“ที่นี่คือบริษัท ใครให้เธอมา” โหมวยู่น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “ต่อให้ฉันจะประกาศความสัมพันธ์กับเธอก่อนหน้านี้ไปแล้ว แต่อยู่ที่นี่ ฉันเป็นเจ้านาย ส่วนเธอเป็นแค่เด็กฝึกงาน”
ชางหลิงก้มหน้าอย่างคับข้องใจ จับกำชายเสื้อ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
“ขอโทษ” ชางหลิงท่าทีอ่อนน้อม “ฉันใจร้อนเกินไป”
“หลายวันนี้คุณไม่ติดต่อฉันเลย ฉันกังวลมากจริงๆ…”
“กังวลอะไร” โหมวยู่หรี่ตา “ฉันเห็นเธอสะดวกสบายดี มีป๋ายจื๋อทำโน่นทำนี่ให้ แถมยังมีเวลาว่างไปคฤหาสน์ป้านซานพูดคุยสังสรรค์กับคนอื่นอีก มีความสุขจะตาย”
ชางหลิงแอบเหลือบมองเขา เห็นโหมวยู่โกรธจนคิ้วขมวดแน่น เธอจึงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้เขา
“เป็นเพราะเรื่องคนที่มาขวางหน้าให้ชนนั่นไง” เธออธิบาย “ฉันต้องทำอะไรบางอย่าง คุณไม่รู้หรอก หลิวเย่นฟางนั่นน่ะ เธอไม่ได้มาเพื่อขโมยเงินนะ เธออยากให้ฉันกับป๋ายจื๋อติดคุก แน่นอนว่าฉันไม่สามารถปล่อยให้เธอทำผิดต่อฉันได้”
โหมวยู่นั่งลงบนโซฟา ดึงคลายเนคไท มองออกไปนอกหน้าต่าง จมกับความเงียบ
ชางหลิงนั่งลงข้างเขา และยื่นมือไปดึงมือโหมวยู่
“คุณเลิกโกรธได้แล้ว ฉันสัญญา เมื่อคดีนี้จบลง ฉันจะเลิกติดต่อกับคุณชายฉี่อย่างเด็ดขาดแน่นอน”
โหมวยู่จ้องมองมือของเธอ ทั้งทั้งที่ในใจอยากดึงมือเธอออก แต่ร่างกายกลับเหมือนถูกสั่งให้นิ่งเฉย ไม่ยอมขยับ
นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้แตะต้องเธอ
ตัวเขาเองก็จำไม่ได้
เขาไม่อยากให้ชางหลิงปล่อยวางไม่ได้ จึงผลักไสเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าผลของการทำเช่นนั้น มันทำให้ชางหลิงยิ่งมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ส่วนเขาก็ยิ่งเจ็บปวด
“ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่” โหมวยู่ไม่สบอารมณ์ “ก็แค่เพราะอยากปกป้องตัวเองเท่านั้น”
“แน่นอนสิ” ชางหลิงไม่โต้แย้ง “คุณเป็นคนประกาศความสัมพันธ์ของเราก่อน ฉันถึงได้ถูกเป็นเป้าหมายเพราะคุณ เช่นนั้นโดยธรรมชาติแล้วฉันเลยต้องมาหาคุณไงล่ะ”
ชางหลิงยิ้ม “อีกอย่าง ฉันพึ่งพาสามีของฉันเพื่อปกป้องตัวเอง มีอะไรไม่ถูกล่ะ”
โหมวยู่จมกับความเงียบอีกครั้ง
เธอวางคางบนไหล่ของโหมวยู่ จ้องมองใบหน้าด้านข้างของเขาอย่างใกล้ชิด “เอาล่ะสามี คนเราทำผิดพลาดกันได้ แต่เมื่อรู้ว่าผิดไปก็สามารถปรับเปลี่ยนได้นะ”
“ถ้าคุณยังอยากระบายความโกรธ คุณก็ด่าฉัน หรือไม่ก็ตบตีฉันก็ได้ ฉันจะไม่สู้กลับแน่นอน”
โหมวยู่หันหน้าหนีอย่างดูถูก
“ตบตีเธอ? เธอทนหมัดฉันได้เหรอ” พูดถึงการตบตี ก่อนหน้านี้เรื่องที่เธอตบหน้าเขาในโรงพยาบาลเขายังจำได้
สาวน้อยตัวก็ไม่ได้ใหญ่ แต่มือกลับหนัก ตบจนหน้าเขาเจ็บปวดแสบร้อนไปหมด
“งั้น คุณตบตีรูปแบบอื่นสิ” ชางหลิงพูดอย่างนั้นแล้วเข้าใกล้เขาขึ้นอีก
โหมวยู่หันกลับมามองเธอ ปลายจมูกของทั้งคู่ชนกัน แววตาของเขาเริ่มนุ่มนวลขึ้น
ชางหลิงหาโอกาสจู่โจม ช่วงเวลาที่โหมวยู่กำลังสับสน เธอก็จูบริมฝีปากของโหมวยู่ อ่อนโยนและนุ่มนวล เลียเขาเหมือนลูกแมว
เมื่อกลิ่นหอมหวานที่คุ้นเคยกลับมาอยู่ข้างกายตัวเอง กำแพงอิฐของโหมวยู่พังทลายลงทันที
บ้าเอ๊ย! เธอตั้งใจยั่วยวนเขา แต่เขาดันไม่สามารถต้านทานได้ ไม่มีทางทำอะไรเธอได้เลย
เขาคว้าเอวเธอ เริ่มตอบสนองเธอ รังแกร่างกายเธอ กดเธอลงบนโซฟา
“เธอจะยั่วในเวลาแบบนี้น่ะเหรอ” สายตาโหมวยู่เร่าร้อน
ชางหลิงยิ้ม เอื้อมมือไปคล้องคอเขา “ระหว่างสามีภรรยา ต้องเติมความสุขนิดๆ หน่อยๆ อยู่เสมอสิ”
ร่างกายโหมวยู่ร้อนขึ้น เขาปลดกระดุมเสื้อของชางหลิง จูบผิวเธออย่างตะกละตะกลาม ดูเหมือนต้องการเอาคืนที่เธอเป็นหนี้เขาช่วงนี้
แต่ทว่า เมื่อมันมาถึงขั้นตอนสุดท้าย เขาก็หยุดอีกครั้ง
เขาลุกขึ้น จัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วเดินกลับไปกลับมาสองรอบ
“เกิดอะไรขึ้น” ชางหลิงปกปิดหน้าอก
โหมวยู่ถอนหายใน
หลินจื้อเคยบอกกับเขาว่าช่วงนี้ ไม่ควรทำกิจกรรมที่ทำให้ตื่นเต้นเกินไป ถ้าโรคนั้นกำเริบ กลัวว่าจะทำให้ชางหลิงตกใจ
“ต้องประชุม” โหมวยู่มองนาฬิกาข้อมือ กระทั่งเมื่อความเดือดพล่านในร่างกายลดลง จึงออกไปจากห้องทำงาน
ชางหลิงมองประตูที่ปิดลง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด
ถ้าอย่างนั้น นี่ถือว่าพวกเขาคืนดีกันหรือยัง
ไม่ให้ความแน่ใจเลย แล้วเธอควรทำอะไรต่อ

ท่านบอสยิ่งเลวฉันยิ่งรัก

ท่านบอสยิ่งเลวฉันยิ่งรัก

เธอสุขใจมากล้นเตรียมที่จะแต่งงานกับแฟนหนุ่มที่คบกันมาหลายปี แต่คืนก่อนวันแต่งงานกลับรู้ว่าแฟนหนุ่มนอนกับน้องสาวต่างสายเลือดด้วยความโกรธครอบงำชางหลิงใช้เงินซื้อผู้เชาย หลังเมาก็ร้องจะนอนกับเจ้าของคลับ ยังถูกคนหลอกแต่งงานเมื่อตื่นขึ้นมา ไม่คาดว่าถูกคนกลับเรียกเธอว่าพี่สะใภ้ เฮียคือใครกันนะ“ยมบาลแสนเย็นชา”ซึ่งอยู่ทั้งสายขาวสายดำแห่งเมืองหนานที่ทุกคนต่างเกรงกลัว แถมยังเป็นผู้นำที่มีอำนาจทั้งตระกูลโหมวและในบริษัทเซิ่งซื่อกรุ๊ปแต่ข่าวลือว่ากันว่าเขาไม่เข้าใกล้ผู้หญิงไม่ใช่หรอ เขาชอบผู้ชายด้วยกันไม่ใช่หรอแต่ทำไมถึงเป็นเพราะผู้หญิงอ่อนแออย่างเธอถึงกับทุกวันไม่อยากลงจากเตียง จริงอย่างคาดคิด ข่าวลือล้วนแต่หลอกลวงโดยสิ้นเชิง

Options

not work with dark mode
Reset