Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 118 ไม่คุ้มค่าที่จะกล่าวถึงโจวเย่นชิว !

บทที่ 118 ไม่คุ้มค่าที่จะกล่าวถึงโจวเย่นชิว !

ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน

เสียงของเครื่องบินรบดังกระหึ่มไปทั่ว

ลมพัดแรงเหมือนกับมือใหญ่ที่มองเห็น

เครื่องบินที่ใช้สำหรับออกรบ บัดนี้กลับทำหน้าที่เป็นเครื่องบินขับไล่คุ้มกัน

ภาพที่ปรากฏอยู่นี้ จะบอกว่าไม่น่าตื่นเต้นก็คงไม่ได้

ถ้าอิงตามประสบการณ์ที่โจวเย่นชิวมี เวลาเช่นนี้ก็คงยากที่จะระงับความรู้สึกได้

อีกทั้งคนทั้งหมดที่อยู่ในห้องโถงผู้โดยสาร ต่างก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยภาพที่ปรากฏอยู่นี้

ภายในโถงผู้โดยสาร เต็มไปด้วยความโกลาหล

ทุกคนต่างตื่นตกใจ

ฟิ้ว……

พลังเสียงมหึมาดังก้องตามหลังเครื่องบินรบ

เครื่องบินส่วนตัวค่อยๆ บินลดระดับลงมาที่รันเวย์ แล้วเริ่มเบรก

หลังจากที่เครื่องบินส่วนตัวจอดสนิทแล้ว บนท้องฟ้าก็ปรากฏเสียงดังมหึมาของเครื่องบินรบทั้งสิบลำโดยพร้อมเพรียงกัน

ราวกับเสียงฟ้าผ่า

เป็นเสียงที่มีพลังอย่างมาก

จากนั้นเครื่องบินรบทั้งสิบลำก็จัดขบวนเป็นครึ่งวงกลมแล้วเลี้ยวหัวกลับฐานทัพ หายไปท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ต่อให้เป็นเวลาเพียงเสี้ยววินาที ก็สามารถทิ้งภาพความทรงจำที่ไม่อาจจะลืมเลือนให้กับทุกคนที่พบเห็นได้

“คุณท่าน……ผู้หวังดีในโถงมีโดยสารนั้นมีไม่น้อย” พ่อบ้านกระซิบบอก

โจวเย่นชิวได้สติกลับมา เขายิ้มเล็กน้อย : “มังกรที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงอย่างเช่นตระกูลเฉิน มีเครื่องบินขับไล่สิบลำบินมาส่งนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดา แล้วทำไมจะต้องไปดูหมิ่นเรื่องที่ดีเช่นนี้ด้วย ?”

พูดจบ เขารีบพาคนเดินไปที่เครื่องบินส่วนตัวอย่างรวดเร็ว

แววตาของโจวเย่นชิวค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้น มีความคิดเกิดขึ้นในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่เขาเข้าใกล้เครื่องบินส่วนตัว สีหน้าของเขาก็ยิ่งแดงก่ำ หัวใจยิ่งเต้นเร็วขึ้น ราวกับว่ากำลังจะหลุดออกมาจากอกอย่างไรอย่างนั้น

อาวุธในการรบถูกนำมาใช้บินคุ้มกัน เช่นนี้ก็พอจะบ่งบอกได้ถึงฐานะของคนที่อยู่ในเครื่องบินส่วนตัวได้อย่างชัดเจนแล้ว

หากอาศัยความเข้าใจที่เขามีต่อตระกูลเฉิน คนที่จะสามารถปรากฏตัวขึ้นมาราวกับพระราชานั้น ในตระกูลเฉินมีอยู่เพียงสองคนเท่านั้น !

คนหนึ่งคือเจ้าบ้านตระกูลเฉิน ส่วนอีกคนหนึ่งคือคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน !

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ในสายตาของโจวเย่นชิว ล้วนแล้วแต่เป็นมังกรที่ผงาดง้ำค้ำฟ้าทั้งสิ้น

ส่วนตัวเขาเป็นแค่มดตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น การที่มีโอกาสได้ต้อนรับผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ถือเป็นโอกาสที่หาไม่ได้อีกแล้ว เป็นความโชคดีเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง !

ในฐานะที่เป็นผู้นำของห้างสรรพสินค้าในเมืองนี้ โจวเย่นชิวที่ปกติแล้วสามารถนั่งดูพายุที่โหมกระหน่ำได้อย่างสงบนิ่ง มาบัดนี้ ขณะที่เดินเข้าไปยังเครื่องบินส่วนตัว กลับมีความประหม่าเกิดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน สนามบินนอกเมืองดูเหมือนจะถูกตรึงอาไว้แล้ว

เครื่องบินส่วนตัวที่เคลื่อนลงมาจอด ดูราวกับสัตว์ร้ายตัวใหญ่มหึมาที่ยืนนิ่งอยู่บนท้องฟ้า

ขณะที่โจวเย่นชิวรีบพาคนไปยังเครื่องบินส่วนตัวนั้น ประตูเครื่องก็เปิดออกพอดี

“ยินดีต้อนรับครับ !”

โจวเย่นชิวนำคนอีกสิบกว่าคนโค้งคำนับแล้วตะโกนออกมา

ดังราวกับเสียงคลื่น

“ลุกขึ้นเถอะ” เสียงของหญิงชราดังขึ้น

คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน !

มีความชัดเจนปรากฏขึ้นในใจของโจวเย่นชิว เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง

สิ่งที่เขาเห็นคือ หญิงชราที่มีผมขาวเป็นประกายสีเงิน ในมือถือไม้เท้าเอาไว้ มีคนคอยประคองค่อยๆ เดินลงมาจากบันไดเครื่องบิน

สวมใส่ชุดกี่เพ้าสีแดงเข้ม เผยให้เห็นความสดใสของหญิงชราได้อย่างเมตตา

ใบหน้าที่ดูสดใสเปล่งปลั่ง ดวงตาเปล่งประกายประดุจดวงดาว ผมขาวเป็นประกายสีเงินที่ถูกจัดแต่งทรงอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ผู้ที่พบเห็นยากที่จะคาดเดาอายุที่แท้จริงของหญิงชราได้ และทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกได้ถึงความเปล่งประกายของชนชั้นสูง

ถ้าหากไม่ได้อยู่ในฐานะที่สูงส่ง ที่สามารถมองข้ามทุกคนไปได้ ก็คงไม่อาจสร้างความรู้สึกเช่นนี้ให้ปรากฏออกมา

“กระผมโจวเย่นชิว รับหน้าที่มาคอยต้อนรับคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินโดยเฉพาะครับ”

โจวเย่นชิวค่อยๆ โค้งคำนับ แล้วรีบเดินก้าวเข้าไปข้างหน้า ตากนั้นจึงยกมือขึ้นมาหนึ่งข้าง เตรียมที่จะประคองคุณหญิงใหญ่ลงมาจากเครื่องบิน

“ฉันไม่รู้จักคุณ และไม่อยากจะถามคุณด้วยว่าทำไมคุณถึงรู้ว่าฉันจะมาถึงที่นี่คืนนี้”

คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินพูดออกมาด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง แต่กลับแสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยามของผู้ที่สูงส่งกว่าออกมา : “แยกย้ายเถอะ”

โจวเย่นชิวนิ่งอึ้งไปทันที

ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ รู้สึกตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก

เขาได้รับคำสั่งจากเฉินเทียนเซิงให้มาต้อนรับคุณหญิงใหญ่ แต่กลับไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเกิดภาพเช่นนี้ขึ้น

“ครับ ? !”

คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินเลิกคิ้ว แล้วใช้ไม้เท้าที่อยู่ในมือเคาะลงไปที่พื้น

โจวเย่นชิวตกใจจนตัวสั่น รีบพูดอธิบายว่า : “คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินครับ ผมเป็นเพื่อนสนิทกับเทียนเซิงของคุณ เทียนเซิงรู้ว่าคุณจะมาเมืองนี้ ก็เลยสั่งให้ผมมาคอยต้อนรับ อาศัยความสามารถของผมที่มีในเมืองนี้ สามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินได้ครับ”

เวลาคับขันเช่นนี้ โจวเย่นชิวจึงจำเป็นต้องหยิบเอาเฉินเทียนเซิงขึ้นมาอ้าง

การที่ได้พบกับคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินซึ่งๆ หน้าเช่นนี้ สำหรับโจวเย่นชิวแล้ว ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง

ที่เขาลังเลว่าควรจะเลือกช่วยเหลือเฉินตงดี หรือควรจะช่วยเหลือเฉินเทียนเซิงดี นั่นไม่ใช่เป็นเพราะต้องการแสวงหาโอกาส เพื่อที่จะยกระดับตนเองขึ้นไปหรอกหรือ ?

ถ้าหากตอนนี้ เขาสามารถทำให้คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินรู้สึกประทับใจในตัวเขาได้ล่ะก็ ก็จะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของเขาอย่างมากจนไม่อาจจินตนาการได้เลย

ห้างสรรพสินค้าทั่วทุกสารทิศ จำเป็นจะต้องใช้การตัดใจอย่างเด็ดขาด โจวเย่นชิวจึงไม่ใช่คนที่ทำอะไรเหยาะแหยะ

คำพูดหนึ่งประโยคที่พูดออกมา สามารถบอกคุณหญิงใหญ่ให้รับรู้ได้ถึงมิตรภาพระหว่างเขาและเฉินเทียนเซิง อีกทั้งยังสามารถบ่งบอกถึงความสามารถของเขาที่มีในเมืองนี้ได้อีกด้วย ซึ่งมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นผู้ติดตามรับใช้คุณหญิงใหญ่ได้

“หลานเทียนเซิง ?”

เมื่อได้ยินชื่อของเฉินเทียนเซิง ใบหน้าของคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินก็อ่อนโยนลงเล็กน้อย ไม่มีท่าทีเย็นชาเช่นเมื่อครู่อีก แต่กลับปรากฏรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นขึ้นมาแทน

ในตระกูลเฉิน ฐานะของคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินนั้นอยู่เหนือทุกสิ่ง ถึงแม้จะไม่ใช่เจ้าบ้าน แต่เจ้าบ้านเองยังต้องคำนึงถึงคำพูดและการกระทำของเธอ

ส่วนเฉินเทียนเซิงนั้น ถือเป็นหนึ่งในบรรดาคนรุ่นใหม่ของตระกูลที่ได้รับเอ็นดูที่หาได้ยากยิ่งจากคุณหญิงใหญ่

คนที่ช่างสังเกตอย่างโจวเย่นชิว เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ยังไม่ทันจะรอให้เขาอ้าปากพูด คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินก็โบกมือเสียก่อน : “ช่างเถอะ ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนสนิทของเทียนเซิง ฉันก็จะไม่ถือสา แต่ทว่าหนุ่มน้อย ความสามารถของเธอนั้นยังไม่คุ้มค่าที่จะพูดถึงเท่าไหร่ เธอพาคนของเธอกลับไปเถอะ”

เปรี้ยง !

เหมือนมีฟ้าผ่าลงมาที่โจวเย่นชิวซึ่งกำลังยินดีปรีดา

จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนตนเองพ่ายแพ้ในทันที

ถ้าหากเป็นคนอื่นพูดกับโจวเย่นชิวเช่นนี้ โจวเย่นชิวคงจะหัวเราะเยาะอย่างแน่นอน

เพราะในเมืองนี้ ความสามารถของโจวเย่นชิวนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ !

แต่คนที่พูดประโยคนี้ออกมากลับเป็นคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน !

โจวเย่นชิวรู้ตัวดีว่า ในสายตาของคุณหญิงตระกูลเฉิน เขาอาจจะเป็นเพียงแค่มดตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่เขาเรียกว่าความสามารถทั้งหมดนั้น อาจจะไม่ได้อยู่ในสายตาของคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินเลยด้วยซ้ำ

คำพูดนี้ ทำให้เขารู้สึกพูดไม่ออก หมดทางที่จะโต้แย้งได้

ประจวบเหมาะกับเวลานี้

มีเสียงเครื่องยนต์ของรถดังกระหึ่มมาจากที่ไกลๆ

พร้อมด้วยลำแสงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามากระทบตา

ซึ่งสามารถดึงดูดสายตาของทุกคนได้ทันที

โจวเย่นชิวหรี่ตาแล้วหันมองไปทางที่แสงส่องมา

รถฮัมเมอร์คันยาว ที่ชวนให้นึกถึงสัตว์ร้าย กำลังมุ่งหน้าเข้ามาทางนี้

“หนุ่มน้อย นี่ถือว่าเป็นความสามารถที่เหนือความคาดหมายใช่ไหม”

คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินยิ้มเล็กน้อย แล้วหันไปพูดกับโจวเย่นชิว

โจวเย่นชิวขมวดคิ้ว

เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นแค่รถฮัมเมอร์คันยาวคันเดียว มาต้อนรับคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน เช่นนี้……ไม่ถือเป็นการดูถูกกันเกินไปหน่อยหรือ ?

นี่มันเทียบกับที่เขาเตรียมมาได้ที่ไหนกัน ?

เอี๊ยด !

รถฮัมเมอร์แล่นเข้ามา แล้วจอดลงตรงด้านหน้าของทุกคน

จากนั้น ประตูรถก็เปิดออก ชายวัยกลางคนที่จอนผมทั้งสองข้างเป็นสีขาวเดินลงมาจากรถ

ตูม !

โจวเย่นชิวที่กำลังรู้สึกสงสัยอยู่นั้น เมื่อเห็นชายวัยกลางคนผู้นี้ สมองของเขาก็ว่างเปล่าทันที ลืมตาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

เขามีอำนาจค้ำฟ้าในเมืองนี้

แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า คนที่คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินพูดว่า “เป็นความสามารถที่เหนือความคาดหมาย” จริงๆ แล้วคือเขา……คุณพระช่วย !

“คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน ขออภัยด้วยที่มาช้า” ชายวัยกลางคนกล่าวขอโทษด้วยรอยยิ้มพร้อมยกมือขึ้นคารวะ

“เรื่องเล็ก ไปกันเถอะ”

คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จากนั้นจึงเดินนำหน้าไปยังรถฮัมเมอร์

ชายวัยกลางคนรีบเดินนำขึ้นไปด้านหน้า แต่เปิดประตูรถให้คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังยื่นมือไปบังขอบด้านบนของประตูรถเอาไว้ด้วย

ท่าทางของเขานอบน้อมเป็นอย่างมาก

ส่วนโจวเย่นชิวก็ยืนดูนิ่งด้วยความตกตะลึง

แต่ไหนแต่ไรมาเป็นเขาที่คอยเยินยอชายวัยกลางคนผู้นี้มาโดยตลอด แต่เขากลับไม่เคยเห็นชายวัยกลางคนผู้นี้เยินยอผู้อื่นเลย !

กว่าที่เขาจะได้สติกลับมา รถฮัมเมอร์ก็แล่นออกไปไกลแล้ว

และตั้งแต่ต้นจนจบ ชายวัยกลางคนผู้นั้นก็ไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนกับว่าไม่มีเขายืนอยู่ตรงนั้น

รถฮัมเมอร์แล้วไปด้วยความเร็ว โดยไม่ได้สนใจระบบรักษาความปลอดภัยของสนามบิน

ไม่ช้าก็วิ่งออกไปถึงถนนใหญ่

ภายในรถ

ชายวัยกลางคนพูดอย่างนอบน้อมว่า : “คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน ที่ท่านให้ผมไปสืบเรื่องของเฉินตงมานั้น ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บ นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จะไปหาเขาตอนนี้เลยไหมครับ ?”

คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินยิ้ม แล้วพูดว่า : “เธอเคยเห็นฉันลดตัวลงไปเข้าพบคนอื่นบ้างหรือเปล่าล่ะ ?”

ชายวัยกลางคนผงะไป เมื่อเขารู้ตัวว่าพูดผิดไป แววตาจึงแสดงออกถึงความตื่นตระหนกออกมา

จึงรีบเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า : “เชิญท่านพักผ่อนก่อน ผมจะจัดการให้เฉินตงมาเข้าพบท่านเองครับ”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset