Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย – ตอนที่ 641 รอให้คุณมาถามตั้งนาน

ชูฮันยิ้มเยาะ “ปกติคุณชอบเสียเวลาเปล่าพูดเรื่องไร้สาระเหรอ?”

 

ชินหยวนไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับชูฮันครั้งแรกแบบนี้ มันเป็นภาพที่พูดไม่ถูก เขาถูกลักพาตัวมาโดยไม่บอกอะไรสักคำ เขาถูกชูฮันล่อลวงอย่างไร้ความปราณี และทันทีที่มีโอกาสได้พบกับชูฮันครั้งแรกเขาก็โดนชูฮันโยนระเบิดเข้าใส่เต็มหน้า

 

ชูฮันนิ่วหน้า แสดงให้เห็นถึงท่าทางหมดความอดทนอย่างชัดเจน “คุณอยากเจอฉันไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ฉันมีบางอย่างอยากจะพูด”

 

ชินหยวนรีบดึงสติที่กำลังล่องลอยอยู่กลับมา เขาสะบัดหัวเพื่อเรียกสติตัวเอง “ผมมาจากค่ายเจียนอี๋ เป็นวิวัฒนาการระยะ 3 ผมเคยเป็นทหารในยุคศิวิไลซ์ แน่นอนว่าทุกอย่างที่ผมเคยเป็นมันไร้ประโยชน์แล้วสำหรับตอนนี้”

 

“พูดประเด็นมาเลย” ชูฮันขัดจังหวะพูดของชินหยวนทันที

 

ชูฮันหน้าแข็งค้าง และหลังจากเงียบไปพักหนึ่งเขาก็ยิ้มออกมา “การจลาจลค่ายเจียนอี๋ ผมและเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของผม กองกำลังประมาณหนึ่งพันนายเดินทางมาที่ค่ายเขี้ยวหมาป่า พวกเขาล้วนเคยเป็นทหารในยุคศิวิไลซ์กัน ตอนนี้เป็นเพราะช่องว่างระว่างคนธรรมดากัยมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ พวกแม้จะสามารถสู้ได้แต่มันก็เทียบกับความสามารถของพวกมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ไม่ได้ ผมหวังว่าพวกเขาจะได้รับความรับผิดชอบที่มากกว่านี้ที่ค่ายเขี้ยวหมาป่า”

 

หลังจากพูดเสร็จ ชินหยวนก็รอคอยคำตอบของชูฮันเงียบๆอย่างประหม่า เขารู้ว่าคำขอของเขามันตรงเกินไปและมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้ตามคำขออย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะภายใต้เงื่อนไขในยุคโลกาวินาศเช่นนี้ มันไม่มีค่ายไหนที่จะยอมให้คนธรรมดาไปทำหน้าที่แทนมนุษย์สายพันธุ์ใหม่แน่ๆ ทุกคนสนใจแค่คนที่อยู่ในอันดับรายชื่อเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตามชูฮันไม่ได้ให้เวลาเขาได้พูดนอกเรื่อง เขาเลยจำเป็นต้องพูดเจตนาของตัวเองออกมาตรงๆ เพราะข้อจำกัดของมุมมองทำให้ชินหยวนมองไม่เห็นแววตาของชูฮัน

 

สิ่งที่ชูฮันต้องการคือแผนกสำหรับทหารผ่านศึก กลุ่มคนขนาดใหญ่ซึ่งมีทักษะในการต่อสู้อย่างเป็นระบบในยุคศิวิไลซ์ แต่เขาไม่สามารถแสดงความต้องการออกมาตรงๆได้ สิ่งที่ชูฮันต้องการคือรอให้มีคนมาเอ่ยขอเขา

 

“เอาเป็นว่า กองทัพเขี้ยวหมาป่าของผมไม่ทำเช่นนั้น” ชูฮันค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อย

 

“ผมรู้ ผมรู้ แต่ท่านพลเอก ท่านเชื่อผมได้ ทหารของผมทุกคนไม่ใช่พวกไร้ประโยชน์” ชินหยวนกำลังร้อนใจ ถ้าสถานการณ์ในค่ายเขี้ยวหมาป่าเหมือนกับค่ายเจียนอี๋ ถ้างั้นพวกเขาก็จะได้รีบหนีไปที่อื่น

 

“แล้วคนพวกนั้นคือใครล่ะ พวกเขามีความสามารถอะไร พวกเราจำเป็นต้องทำการตรวจสอบเพื่อที่จะได้รู้” แน่นอนว่าชูฮันไม่ได้ตอบตกลงทันที เขาพยายามล่อให้อีกฝ่ายค่อยๆติดกับแผนที่วางไว้ โดยการบอกใบ้กลายๆ “ฉันจะบอกว่าทุกคนดีทั้งหมดก็ไม่ได้ แต่ถ้าพวกเขามีความสามารถจริงๆฉันก็ยินดีจะมอบตำแหน่งหน้าที่สำคัญให้พวกเขาทันที และถ้าพวกเขาเกลียดชังฉันล่ะ? อีกอย่างเราจำเป็นต้องรู้ลักษณะนิสัยของแต่ละคนด้วย ตอนนี้ค่ายเขี้ยวหมาป่ากำลังอยู่ในช่วงเร่งพัฒนาอยู่ เราจึงไม่มีเวลามาทำการตรวจสอบ”

 

ชินหยวนเหลือบมองหน้าชูฮัน ทันใดนั้นหน้าก็เริ่มขึ้นสีแดงด้วยความประหม่าสุดขีดและรีบละล่ำละลักพูด “ผมจะให้พวกเขาแต่ละคนเขียนข้อดีของตัวเองลงกระดาน และให้พวกเขาจัดเรียงตำแหน่งที่เหมาะสมกันเอง ดังนั้นเราจะได้ไม่ต้องรบกวนท่านพลเอกครับ”

 

แววตาชูฮันฉายความพึงพอใจ “คุณฉลาดมาก เมื่อคุณกลับไปถึงค่ายแล้ว คุณเริ่มทำการไล่ลำดับตรวจสอบข้อมูลรายบุคคลเลย”

 

“ครับ ผมจะกลับไปจัดการทันทีเลยครับ” ชินหยวนพยักหน้ารัวๆ “ขอบคุณสำหรับโอกาสท่านให้พวกเขาอีกครั้งครับ”

 

ชูฮันเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา หากเขายังคงปั้นหน้าแสร้งทำสีหน้าจริงจังและตึงเครียดได้อยู่ “มันเป็นเรื่องเร่งด่วนก็จริง แต่ในเมื่อคุณอยู่ที่นี้แล้ว ไปเยี่ยมชมการฝึกของกองทัพเขี้ยวหมาป่าของเราในวันพรุ่งนี้ก่อนสิ”

 

“เยี่ยมชมการฝึก?” ชินหยวนงุนงงอีกครั้ง มองไปที่กำแพงแปลกๆที่กำลังสร้างอยู่ในที่ห่างออกไป สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน

 

ชูฮันไม่ปิดบังรอยยิ้ม “คุณคิดว่าใครๆก็จะได้เห็นการฝึกของฉันเหรอไง? นี้เป็นความลับสุดยอด แต่ฉันยอมให้คุณเห็น”

 

ตาของชินหยวนเป็นประกาย แน่นอนว่าใครๆก็อยากรู้ว่ากองทัพเขี้ยวหมาป่าฝึกฝนอย่างไร ชูฮันปล่อยให้เขาได้เยี่ยมชมการฝึก แน่นอนว่าเขาต้องตื่นเต้น นี่มันคือความลับของกองทัพที่ไม่สามารถแพร่กระจายได้!

 

หลังจากชินหยวนตื่นเต้นอยู่ตลอดทั้งคืน วันที่สองหลังจากทีมกุ้งเสือดำทำการสร้างกำแพงเสร็จได้ภายในวันเดียว ซอมบี้คลื่นใหม่ก็เริ่มบุกมาอีกครั้ง นอกเหนือจากชูฮันและสมาชิกบางคนที่เตรียมตัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนทหารกองทัพเขี้ยวหมาป่าคนอื่นๆนั้นไม่รู้เลยว่าชูฮันต้องการจะทำยังไง มีแผนการอะไร

 

คนที่ไม่สามารถเข้าใจได้มากที่สุดคือชินหยวน ตั้งแต่ที่เขาถูกพาตัวมาจากค่ายเขี้ยวหมาป่าจนมาถึงที่นี้ตั้งแต่เมื่อวาน ความรู้ไม่เข้าใจและสับสนของเขาได้เพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว

 

นี้มันจะมีการฝึกที่นี้เหรอ?

 

และเมื่อชูฮันออกคำสั่งให้แก่สมาชิกแต่ละคนของทีมยิงปืนกระจายไปประจำตามจุดต่างๆทีละคนๆบนหลังคาของบ้านแต่ละหลัง ส่วนกองทัพเขี้ยวหมาป่าที่มีทีมย่อย 30 ทีม แต่ละทีมก็ยืนอยู่ตามมุมหลังคาพร้อมถืออาวุธไว้ในมืออย่างเตรียมพร้อม

 

ชินหยวนผู้ซึ่งยังไม่สามารถทำความเข้าใจได้ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก ไม่ใช่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่สมาชิกของทีมกุ้งเสือดำที่ยืนอย่บนหลังคาของบ้านหลังที่อยู่ตรงใจกลางเองก็ไม่เข้าใจชูฮันเหมือนกัน เสี่ยวเคินและสมาชิกทีมกุ้งเสือดำมีสีหน้าแปลกๆตั้งแต่ได้รับคำสั่งให้สร้างกำแพงตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งเว้นไว้เพียงรูที่เหมือนกับปล่องไฟ และในมือของพวกเขาตอนนี้มีถังน้ำมันและยืนอยู่ใกล้กับปล่องไฟ

 

ตอนนี้ทุกคนต่างยืนอยู่บนหลัง ชูฮันเองก็เช่นกัน ชูฮันใช้สายตามองกวาดลาดตระเวนไปทั่วเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนประจำตามตำแหน่งที่เขาวางเอาไว้ตามแผนในหัว

 

ชูฮันหันไปยิ้มให้ชินหยวนที่อยู่ข้างๆ “การป้องกันหอคอยในยุคศิวิไลซ์เป็นอย่างไร?”

 

ชินหยวนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหน้าที่มันจะเกิดปะทุ ทุกคนอาศัยกันในยุคศิวิไลว์มาเป็นเวลานาน พวกเขาพึ่งมีประสบการณ์กับโลกาวินาศได้แค่สิบเดือนเท่านั้น แต่สำหรับชูฮันมันดูเหมือนเขาประสบการณ์มาแล้วหลายปี

 

ชินหยวนคิด เขาพยายามนึกถึงคำถามของชูฮัน แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างการป้องกันหอคอยกับสถานการณ์ตรงหน้านี้มันเกี่ยวกันยังไง

 

ชูฮันบิดปาก “ลืมมันซะ เรามาสนใจเรื่องราวในปัจจุบันดีกว่า”

 

“ปัจจุบัน?” ชินหยวนตะลึงและมึนงง

 

อย่างไรก็ตาม จู่ๆออร่าของชูฮันก็เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน จากชายหนุ่มที่กำลังยิ้มไปเป็นนักต่อสู้อันดับสูงและทรงอำนาจ พลังผันผวนในอากาศที่กดดันและอัดแน่นจนคนรอบข้างแทบหายใจไม่ออก “ทุกทีม เตรียมพร้อม——“

 

ปัง!

 

เสียงของปืนที่แม่นยำและสม่ำเสมอดังขึ้น มันมาจากบนหลังจากของชายที่สงบนิ่งอย่างถึงที่สุด ชินหยวนตกใจจัดกำลังพลังอันน่าตะลึงนี่ ทันใดนั้นชินหยวนก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา มองมาที่ชูฮันด้วยสายตาประหลาดใจ…สมาชิกทีมยิงปืนนี่

 

แต่ที่ชินหยวนหันไปมองชูฮันไม่ใช่เพราะชูฮันทำให้เขาประหลาดใจหรือช็อค แต่เป็นเพราะเขาไม่เคยเจอคนที่สามารถเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างง่ายดายภายในพริบตาขนาดนี้ต่างหาก ก่อนหน้านี้เขารู้สึกเหมือนอีกฝ่ายยังเป็นแค่ชายหนุ่มทั่วไป เขาคิดด้วยซ้ำว่าตำแหน่งพลเอกนั่นอาจจะเป็นเรื่องตลก แต่วินาทีต่อบมาชูฮันกลับมีอารมณ์เย่อหยิ่ง ความกดดันและอำนาจที่แผ่ออกมา

 

ครั้งนี้ชินหยวนช็อค ผู้ชายคนนี้อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้นี่แหละคือพลเอกของจีน ท่านพลเอกที่แข็งแกร่งที่สุดของจีน

 

ในตอนนั้นเอง เสียงของชูฮันก็ดังขึ้นอีกครั้งเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ไม่มีใครเทียบได้ “สงครามฆ่าล้างซอมบี้ เริ่มได้!”

 

“ปัง!”

 

เสียงห่ากระสุนดังสนั่นก้องไปทั่ว!

Apocalypse Meltdown

Apocalypse Meltdown

มันเป็นโลกที่ซอมบี้และมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยความสิ้นหวัง สนามแม่เหล็กของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงและทุกอย่างได้ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้น วันหนึ่ง วีรบุรุษของพวกเรา…ชูฮัน ได้เดินทางย้อนเวลากลับมาสิบปีก่อนโดยไม่รู้ตัว เขาได้ย้อนกลับมาก่อนจุดจบของโลกจะเริ่มต้นขึ้น (โลกาวินาศ) เขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงดังในหอพักในมหาวิทยาลัยหมิงชิว ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ชูฮันต่อสู้กับเหล่าซอมบี้นับสิบๆตัวก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถเพื่อขโมยรถยนต์เมอร์ซิเดซ-เบนซ์G55ออกมา เขาตัดสินใจที่จะตามหาพ่อแม่และพี่น้องของเขาด้วยG55คันนี้ ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาเสียใจที่ไม่ได้ทำในชาติที่แล้ว ระหว่างทางชูฮันได้พบปะกับคนกลุ่มหนึ่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนที่ติดอันดับ 20 ของโลกาวินาศรวมอยู่ด้วย…เฉินช่าวเย่ พวกเขาพบกับซอมบี้จำนวนมากระหว่างทางบนทางหลวง ซึ่งชูฮันได้ใช้รถ G55 พุ่งชนเหล่าซอมบี้จนเละ และในตอนนั้นเอง ชูฮันถึงตระหนักได้ว่าทั้งหมดนี้คือระบบล่มสลาย และเขาสามารถได้คะแนนจากการฆ่าซอมบี้ทั้งหลาย ซึ่งเขาสามารถเอาคะแนนพวกนี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นความสามารถพิเศษอะไรก็ได้ และในตอนนั้นเอง การเดินทางของชูฮันก็ได้เริ่มต้นขึ้นไปพร้อมๆกับระบบล่มสลาย นี่เป็นเรื่องราวของระบบล่มสลาย โดยมีเขา…ชูฮัน เป็นคนดำเนินเรื่องราว

Comment

Options

not work with dark mode
Reset