Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย – ตอนที่ 655 จุดประสงค์ของการเฝ้าระวัง

ทันใดนั้นน้ำเสียงของหญิงชุดเหลืองก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงสบายๆ ซึ่งมันทำให้ชูฮันประหลาดใจมากในจังหวะนั้น ความไม่เป็นมิตรนั้นแข็งแกร่งมากจนสัมผัสได้ชัดเจน แต่คำพูดของอีกฝ่ายกลับกลายเป็นยอมรัยความคิดของเขา

 

และร้านนี้มีเจ้านายจริงๆงั้นเหรอ?!

 

เมื่อคิดเช่นนั้น ชูฮันก็แทบไม่เหลือความลังเลอีก เขาถามขึ้นต่อทันที “แล้วเจ้านายของคุณก็ยังปล่อยให้ร้านอยู่ในสภาพนี้ ให้พวกคุณอยู่ในที่แบบนี้ เจ้านายคุณไม่ไร้ความรับผิดชอบไปหน่อยเหรอ? ดูเด็กสาวทั้งหลายข้างหลังคุณสิ ผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูก?”

 

“คุณไม่จำเป็นต้องมายุ่งเรื่องการดูแลของเรา!” หญิงในชุดเหลืองได้ละทิ้งความตั้งใจจะหลอกล่อชูฮันไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ในเมื่อมันชัดเจนแล้วว่าเจตนาของเขานั้นไม่คิดจะใช้บริการของร้านแถมยังมีจุดประสงค์อื่นอีกเพราะฉะนั้นมันดีกว่าที่จะไล่ผู้ชายคนนี้ออกไปตรงๆ

 

โชคร้ายที่ความคิดของเธอนั้นไม่สามารถบรรลุได้ ใครจะสามารถขับไล่ชูฮันออกไปได้?

 

ชูฮันมักยึดถือวิถีของโจรอย่างขั้นสุดอยู่เสมอและเขาสามารถวางกับดักในการต่อรองเพื่อเอาชนะอีกฝ่าย ถ้าไม่สามารถเจรจากันได้ เขาก็จะใช้วิถีโจรแทน เพราะไม่ว่าอย่างไรชูฮันก็จะต้องได้สิ่งที่อยากได้มาอยู่ในมือ

 

มองไปที่สีหน้าของหญิงชุดเหลือง ท่าทางที่ดูตื่นเต้นและพยศ ทำให้ชูฮันยกยิ้มมุมปากราวกับปีศาจออกมา ทันใดนั้นชูฮันก็รีบเปลี่ยนเป็นท่าทีสบายๆไม่สนอารมณ์อีกฝ่าย

 

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้และยกขาขึ้นไขว่ห้างเหมือนกับอยู่บ้านตัวเอง แสดงออกถึงความเย่อหยิ่งที่มี

 

น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นนั้นทรงพลังและดุดันอย่างมาก “เสี่ยวเคิน โยนคนที่ซ่อนตัวอยู่ข้างนอกเข้ามา”

 

หลังจากชูฮันพูดออกมา ทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบทันที ผู้หญิงหลายคนมีท่าทางสับสน พวกเธอไม่เข้าใจความหมายของคำพูดของชูฮันที่จู่ๆก็พูดออกมาอย่างกระทันอย่างนั้น ส่วนทีมกุ้งเสือดำที่ได้รับคำสั่งจากชูฮัน ในตอนนี้ทีมกุ้งเสือก็พุ่งตัวออกไปปฏิบัติตามคำสั่งทันที ไม่นาน…

 

ปัง!

 

มีคนสามคนที่หน้าตาบวมช้ำถูกโยนเข้ามาจากด้านนอกของร้าน ลงมากองต่อหน้าหญิงสาวบางคน ทำให้พวกเธอกลัวขึ้นมาทันทีจนหน้าซีด ซึ่งชายสามคนที่โดนโยนเข้ามานั้นก็ยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเลย

 

มองไปที่ใบหน้าขาวซีดของหญิงชุดเหลืองทว่าแววตากลับยังคงแข็งกร้าวอยู่ ชูฮันก็โคลงศีรษะ “ตอนนี้ไม่มีคนนอกแอบฟังแล้ว เราจะพูดกันตรงๆได้หรือยัง?”

 

ด้านนอกของร้านอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง ตั้งแต่วินาทีแรกที่ชูฮันเข้าก้าวเข้ามาในร้าน เขาก็ตระหนักถึงสถานการณ์ทั้งหมดได้ในทันที พร้อมกับทีมกุ้งเสือดำที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดคอยเฝ้าดูสถานการณ์จากมุมที่กว้างกว่า ไม่ว่ากิจการของที่นี้จะย่ำแย่แค่ไหนแต่การมีคนมาคอยสังเกตการณ์ถึงสามคนนั้น มันได้แสดงถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ให้เห็นแล้ว ชูฮันได้เปิดเผยความแข็งแกร่งที่น่ากลัวของเขาให้อีกฝ่ายได้เห็น และไม่กลัวต่อสายตาแข็งกร้าวที่ไม่ยอมจำนนต่อเขาของหญิงชุดเหลืองเลย

 

เมื่อได้เห็นภาพชายสามคนกองอยู่ที่พื้น แววตาของเด็กสาวที่อ่อนเยาว์ที่สุดก็เหมือนอธิบายทุกอย่างให้ชูฮันกระจ่าง แววตาใสซื่อจ้องมาที่ชูฮันด้วยท่าทางเหลือเชื่อ

 

หญิงชุดเหลืองเองก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ทั้งสามคนนี้เป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่และหนึ่งในนั้นคือวิวัฒนาการลำดับที่สาม”

 

ชูฮันพยักหน้ารับ “เพราะงั้นฉันถึงบอกให้คนของฉันอย่าจัดเต็ม เพราะพวกเขาอาจเผลอทำคนตายโดยไม่ตั้งใจได้”

 

ทันที่ที่ชูฮันพูดออกมาเช่นนั้น หญิงสาวหลายคนที่แต่เดิมก็ชื่นชอบชูฮันก็ยิ่งตื่นเต้นและมีอาการเขินอาย ถ้าไม่ใช่เพราะตกอยู่ในสถานการณ์นี้ คาดว่าพวกเขาเธอคงจะวิ่งพุ่งเข้าไปหาชูฮันแล้ว

 

หญิงสาวในชุดเหลืองตกใจอย่างมากกับคำพูดของชูฮัน “คุณเป็นใคร? มนุษย์สายพันธุ์ใหม่ทั่วไปไม่น่าจะมีทักษะความสามารถขนาดนี้ และก็ไม่มีลูกน้องที่เก่งกาจและทรงพลังแบบนี้แน่ๆ คุณเป็นพวกมีชื่อเสียงที่อยู่บนอันดับรายชื่อใช่มั้ยล่ะ?”

 

“คุณไม่มีสิทธิตั้งคำถาม ตอนนี้ฉันถาม คุณก็ตอบ” ชูฮันเปลี่ยนท่าทางเป็นนิ่งๆ แววตามีแสงจางๆ เคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะ “คำถามแรก คุณชื่ออะไร?”

 

เกิดความเงียบในโถงทางเดินอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะคำถามของชูฮันทำให้เหล่าหญิงสาวประหลาดใจหรืออะไร แต่เป็นเพราะท่าทางและอารมณ์ที่เปลี่ยนอย่างกระทันหันของชูฮันทำให้ทุกคนไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่มนุษย์สายพันธุ์ใหม่เฉยๆแน่ พวกเธอกลัวว่าเขาจะไม่ใช่คนตัวเล็กๆธรรมดาอย่างที่คิดก่อนหน้านี้ ดูท่าแล้วจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตแน่ๆ ท่าทางบุคลิกของผู้ชายคนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนระดับสูง แม้กระทั่งผู้นำของค่ายเถาจินก็ไม่มีสง่าเท่ากับผู้ชายคนนี้

 

สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ หญิงชุดเหลืองเองก็แทบไม่เหลือความลังเลเพราะความกลัวนั้นอัดแน่นอยู่ในอก “หลินหยู ชื่อของฉันคือหลินหยู”

 

“อืม เป็นชื่อที่ดี” ชูฮันยิ้ม จากนั้นก็หลุบสายตามองชานสามคนที่กองอยู่ที่พื้น “คำถามต่อไป คนพวกนี้คือใคร ทำไมพวกเขาต้องมาเฝ้าระวังที่นี้”

 

หลินหยูเลียริมฝีปากและเอ่ยตอบหลังจากคิดทบทวนในหัวแล้ว “พวกเขาเป็นคนของค่ายเถาจิน สำหรับการเฝ้าระวัง มันไม่ใช่การเฝ้าระวังร้าน แต่เป็นการเฝ้าระวังแขกที่เข้ามาที่นี้”

 

“เฝ้าระวังลูกค้า? อย่างเช่นคนอย่างฉัน?” มันประหลาดใจมากที่ได้ยินอย่างนี้ ซึ่งมันยิ่งทำให้ความสงสัยของชูฮันพุ่งกระฉูดขึ้นไปอีก

สามคนนี้ถูกส่งมาโดยค่ายเถาจิน ซึ่งนั้นมันก็มากพอแล้วที่ทำให้ชูฮันเกิดความสงสัย

 

การส่งคนสามคนมาเฝ้าระวังที่ร้านทำให้ชูฮันไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยสักนิด การคอยสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกร้าน ไม่ได้คอยดูแขกที่เข้าไปข้างใน แต่ดูคนที่จะเข้าว่าเป็นใคร?

 

ร้านนี้…ข้างในร้านก็แปลกเหลือเกิน ส่วนข้างนั้นก็ยิ่งหาได้ยาก!

 

ภายใต้ความกดดันที่ไม่สามารถต่อต้านได้ของชูฮันที่ปล่อยออกมา หลินหยูไม่กล้าที่จะปิดบังอะไรอีก ไม่ต้องพูดถึงสภาพชายสามคนที่กองอยู่ตรงหน้า ทำให้เธอไม่กลัวต่อค่ายเถาจินอีกต่อไป

 

ดังนั้นหยินหยูจึงรีบเอ่ยตอบ “มันคือการเฝ้าระวังลูกค้าที่กล้าเข้ามาใช้บริการร้านของเรา คนปกติจะโดนฆ่าทันที มนุษย์สายพันธุ์ใหม่จะโดนซ้อมจนพิการ มนุษย์สายพันธุ์ใหม่ระดับสูงจะถูกแยกออกไปจากค่ายเถาจิน จุดประสงค์ทังหมดก็คือเพื่อให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาใช้บริการของเรา”

 

ชูฮันไม่เข้าใจสิ่งที่ได้ยิน “แต่มันเพื่ออะไร? พวกคุณมีปัญหาขัดแย้งกับเถาจินเหรอ แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีแบบนี้ เถาจินคือผู้นำของค่าย การปิดร้านแค่ร้านเดียวในซ่องไม่น่าจะส่งผลอะไรกับเขา?”

 

“ไม่ใช่กับเรา” หลินหยูพูดบางอย่างและในที่สุดเธอก็อธบิายต่อ “มันเป็นเพราะเจ้านายของเรา”

 

“อ่าาาา…” ชูฮันตะลึงไปเลย ใช้เวลาพักหนึ่งกว่าเขาจะแยกแยะทุกอย่างในหัวได้ “เจ้านายของคุณ เจ้านายของคุณและเถาจินเกลียดชังกัน เขาน่าจะเป็นคนที่เก่งและทรงพลังมาก เถาจินเลยอิจฉาริษยา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเจ้านายพวกคุณได้ ก็เลยคอยขัดขาอยู่แบบนี้ ฉันเข้าใจถูกมั้ย?”

 

“ไม่ใช่” หยินหยูมีท่าทาวแปลกๆ “เถาจินต้องการปราบเจ้านายของเรา แต่เจ้านายของเราไม่ยอม ดังนั้นเถาจินก็เลยต้องการใช้วิธีนี้เพื่อให้เรายอมศิโรราบ เพราะผู้หญิงทุกคนในนี้ถูกเจ้านายเคยช่วยชีวิตเอาไว้ พวกเราซาบซึ้งต่อบุญคุณของเจ้านายอย่างมากและจะไม่ยอมจำนนต่อเถาจินอย่างเด็ดขาด”

 

“ทะเยอทะยานดี” ชูฮันเอ่ยชื่นชมประโยคหนึ่งแล้วถามถึงสิ่งที่เข้าใจยาก “แต่มันแปลกๆ เถาจินต้องการปราบเจ้านายคุณ เจ้านายคุณไม่ยอม แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่ เพราะเถาจินคือเจ้าของค่าย?!”

 

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันทีหลังจากคำถามของชูฮัน ทุกคนตะลึงอึ้งมองมาที่ชูฮันอย่างนิ่งงัน เช่นเดียวกับทีมกุ้งเสือดำที่ยืนนิ่งอยู่ด้านนอก

 

หลังจากความเงียบพักใหญ่ หลินหยูที่เป็นกังวลและต้องการจะปรับความเข้าใจผิดของชูฮัน “คุณคิดยังไงกับความซับซ้อนนี้ล่ะ? เจ้านายของเราเป็นผู้หญิง!”

Apocalypse Meltdown

Apocalypse Meltdown

มันเป็นโลกที่ซอมบี้และมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยความสิ้นหวัง สนามแม่เหล็กของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงและทุกอย่างได้ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้น วันหนึ่ง วีรบุรุษของพวกเรา…ชูฮัน ได้เดินทางย้อนเวลากลับมาสิบปีก่อนโดยไม่รู้ตัว เขาได้ย้อนกลับมาก่อนจุดจบของโลกจะเริ่มต้นขึ้น (โลกาวินาศ) เขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงดังในหอพักในมหาวิทยาลัยหมิงชิว ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ชูฮันต่อสู้กับเหล่าซอมบี้นับสิบๆตัวก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถเพื่อขโมยรถยนต์เมอร์ซิเดซ-เบนซ์G55ออกมา เขาตัดสินใจที่จะตามหาพ่อแม่และพี่น้องของเขาด้วยG55คันนี้ ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาเสียใจที่ไม่ได้ทำในชาติที่แล้ว ระหว่างทางชูฮันได้พบปะกับคนกลุ่มหนึ่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนที่ติดอันดับ 20 ของโลกาวินาศรวมอยู่ด้วย…เฉินช่าวเย่ พวกเขาพบกับซอมบี้จำนวนมากระหว่างทางบนทางหลวง ซึ่งชูฮันได้ใช้รถ G55 พุ่งชนเหล่าซอมบี้จนเละ และในตอนนั้นเอง ชูฮันถึงตระหนักได้ว่าทั้งหมดนี้คือระบบล่มสลาย และเขาสามารถได้คะแนนจากการฆ่าซอมบี้ทั้งหลาย ซึ่งเขาสามารถเอาคะแนนพวกนี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นความสามารถพิเศษอะไรก็ได้ และในตอนนั้นเอง การเดินทางของชูฮันก็ได้เริ่มต้นขึ้นไปพร้อมๆกับระบบล่มสลาย นี่เป็นเรื่องราวของระบบล่มสลาย โดยมีเขา…ชูฮัน เป็นคนดำเนินเรื่องราว

Comment

Options

not work with dark mode
Reset