Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย – ตอนที่ 1113 ผิดแผน

  ในตอนที่การสนทนาระหว่างทั้งคู่เริ่มจะเข้าสู่บรรยากาศอึดอัดป่ายหวีเนอก็ลืมตาขึ้น เธอจ้องไปที่ทั้งคู่ก่อนจะมีเสียงฝีเท้าจากระยะไกลดังขึ้นมา

  ซึ่งมีหรือที่นักสู้ฝีมือชั้นสูงอย่างทั้งสามคนจะไม่ได้ยิน?

  แม้ว่าเสียงฝีเท้าที่ได้ยินจะอยู่ค่อนข้างไกลจากตำแหน่งของทั้งสามคนไปไกลแต่พวกเขาก็สามารถค้นพบมันได้ในทันทีเนื่องด้วยมีประสาทสัมผัสขั้นสูง เกาช้าวฮุ่ยและเสี่ยวเมิงชีนิ่วหน้าด้วยความสงสัย ป่ายหวีเนอเองก็หันหน้าไปทางเสียงที่ได้ยินเล็กน้อย แววตาของเธอมีประกายความงงงวย

  ใครกันที่มาในเวลานี้?

  ตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าที่ได้ยินก็เริ่มเคลื่อนที่เข้ามาทวพวกเขาขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆมีร่างของชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดคลุมปกปิดทั้งตัวปรากฏขึ้น ชายแปลกหน้าคนนี้เดินหน้าเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เห็นเกาช้าวฮุ่ยและคนอื่นๆ ชายแปลกหน้าก็มีท่าทีประหลาดใจ  มีแค่สามคนงั้นเหรอ? ฉันคิดว่าฉันมาสายซะอีก คนอื่นที่เหลือยังไม่ได้มาด้วยกันเหรอเนี่ย! 

  เงียบกริบ——

  เกาช้าวฮุ่ยและเสี่ยวเมิงชียืนเงียบทั้งคู่มองสำรวจชายแปลกหน้าจากหัวจรดเท้าอย่างละเอียดและเริ่มมีลางสังหรณ์ร้ายบางอย่างผุดขึ้นมา

  นี่คือคนเข้าร่วมที่พวกเขารออยู่งั้นเหรอ?

  ถ้างั้นใครกันที่เข้าไปทำการประเมิณ?!

   เป็นใบ้กันเหรอไง?เมื่อไหร่คนที่เหลือจะตามมา?  ชายแปลกหน้ายังคงไม่รู้ว่าการประเมิณได้เริ่มไปแล้ว เขายังคงถามต่ออย่างใสซื่อ

   น่าสนใจนี่ ป่ายหวีเนอหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอชำเลืองมองเกาช้าวฮุ่ยและเสี่ยวเมิงชีที่ชะงักอย่างทำอะไรไม่ถูก  เขาคือคนที่พวกคุณรอ? 

  เสี่ยวเมิงชีไม่พูดอะไรเธอเอื้อมมือไปดึงผ้าที่ปิดใบหน้าของชายแปลกหน้าลง จากนั้นก็ร้องตะโกนลั่น  โอ๊ย! พังหมดแล้ว! 

  หลังจากได้เห็นหน้าของชายที่พึ่งมาใหม่เกาช้าวฮุ่ยก็ถอนหายใจออกมาอย่างเครียดจัด  แย่แล้ว ดูเหมือนว่าคนที่เข้าไปจะไม่ใช่คนที่ฉันรอจริงๆ 

   แน่ใจ? ป่ายหวีเนอมีสีหน้าสนอกสนใจอย่างมาก  ในทั้งแปดคน มีผู้ชายสองคนที่ดูไม่น่าไว้ใจ แล้วสองคนนั้นคือใครกันล่ะ? 

  พอได้ยินคำถามของป่ายหวีเนอเกาช้าวฮุ่ยและเสี่ยวเมิงชีก็มีท่าทีตกใจทันที…สองในแปดคนไม่ได้ถูกเปิดเผยตัวตนตั้งแต่แรกจนกระทั่งเข้าไปข้างในแล้ว เดิมทีในตอนแรกพวกเขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะถือว่ายังไงคนที่รอก็มาจนครบแปดคนแล้ว

  ทว่าตอนนี้มันดูเหมือนจะกลายเป็นปัญหาใหญ่การประเมิณเสาหินพิเศษเป็นสถานที่สำคัญในการเปิดประตูเส้นทางสู่หุบเขาหยินหยาง ความลับนี้มีคนรู้ไม่มาก ถ้ามันมีข่าวรั่วมันจะต้องมาจากภายในตระกูลลึกลับอย่างแน่นอน

  แต่ตอนนี้นอกจากพวกเขาสามคนที่อยู่ตรงนี้แล้วใครกันคือคนที่แอบลอบเข้าไปข้างในโดยที่พวกเขาจับไม่ได้?

  ในตอนนั้นเองชายที่พึ่งมาก็ถามขึ้นมา มีคนมาแทนฉันงั้นเหรอ? 

   ถ้าเพื่อจะให้ประตูสู่หุบเขาเปิดมันก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องจงใจแทรกตัวเข้าไปแทนแบบนี้เลย  เสี่ยวเมิงชีเริ่มทำการวิเคราะห์  นี่มันแปลกมาก ฉันกลัวว่ามีบางคนจงใจเข้าไปเพื่อต่อสู้จริงๆ 

   แต่ทั้งแปดคนได้เข้าไปในนั้นแล้วการประเมิณก็ได้เริ่มขึ้นไปแล้ว ตราบใดที่มีการประเมิณ มันก็ต้องมีผู้ชนะ  เกาช้าวฮุ่ยไม่เข้าใจ  ถ้าอีกฝ่ายต้องการจะขัดขวาง มันก็เปล่าประโยชน์เลยที่จะทำแบบนี้ 

   หรือว่ามีวัตถุประสงค์อื่น… เสี่ยวเมิงชีพูดขึ้น  ฉันคิดไม่ออกว่าคืออะไรกันแน่    ฉันไม่รู้จะพูดดีมั้ย?ทุกเสาหินประเมิณสามารถเชื่อมต่อกับประตูมิติที่พาไปอวกาศได้และคนของตระกูลลึกลับไม่สามารถเข้าไปในนั้นได้ ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะต้องการแค่ชัยชนะ? เธอเองก็เป็นสายเลือดผสม เธอสามารถเข้าไปในเสาหินได้  ป่ายหวีเนอพูดและหันไปจ้องเสี่ยวเมิงชีตรงๆ  เธอเคยเข้าไปในอวกาศมั้ย? ถ้างั้นชื่อจริงของเธอก็ไม่ใช่เสี่ยวเมิงชีสินะ… 

  เสี่ยวเมิงชีตาโตกว้างหน้าตึงและไม่ตอบโต้อะไรกลับมา

  เกาช้าวฮุ่ยเองก็อึ้งไปเหมือนกันเขาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ป่ายหวีเนอตลอด แม้ว่าตระกูลเขากับตระกูลป่ายจะเป็นคู่แข่งกันมาตลอดแต่ครั้งนี้เขาอดไม่ได้ที่จะเห็นด้วยกับอีกฝ่าย!

  ในตระกูลลึกลับนั้นมีสมาชิกแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากคำสาปและสามารถเข้าไปในเสาหินเพื่อทำการแข่งขันกับคนทั่วไปได้เหมือนกับป่ายหวีเนอที่ก่อนหน้านี้ก็มีชื่ออยู่ในอันดับรายชื่อ เธอสามารถฆ่าสิ่งที่เจอในเสาหินเพื่อทำคะแนนและได้มีชื่อขึ้นอันดับที่ทุกคนเห็นกันทั่วโลก

  แล้วทำไมเสี่ยวเมิงชีที่เป็นคนมีความทะเยอทะยานไม่น้อยถึงไม่เคยลองเข้าไปทำการประเมิณ?

  สมาชิกของตระกูลลึกลับไม่สามาถรเข้าไปได้แต่คนที่เป็นเลือดผสมสามารถเข้าไปได้ ดังนั้นทำไมถึงปล่อยโอกาสสำคัญเช่นนี้ไปกัน?

  เกาช้าวฮุ่ยประหลาดใจอย่างมากกับความพยายามของเสี่ยวเมิงชีเพื่อที่จะหลบซ่อน…เพื่อจะยังต่อสู้…แม้แต่ชื่อก็ยังต้องปลอมแปลง?

   เพื่อผลประโยชน์ที่จะได้โดยที่มันไม่ขัดกับเป้าหมายการเดินทางของพวกเราทุกคนฉันคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องสนใจเรื่องของฉัน  เสี่ยวเมิงชีกลับมามีท่าทีเงียบนิ่งเฉยชา เธอดึงบทสนทนากลับไปยังหัวข้อเดิม  ไม่ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ที่พวกเราต้องการก็เพียงแค่ต้องทำให้ประตูเส้นทางสู่หุบเขาหยินหยางเปิดออก 

  เกาช้าวฮุ่ยยักไหล่ ชูฮันผู้น่าสงสาร… 

  เกาช้าวฮุ่ยรู้ดีว่าชูฮันใช้ประโยชน์จากเขาตั้งแต่แรกที่เจอกันและเกาช้าวฮุ่ยเองก็แอบช่วยเหลือชูฮันโดยที่ชูฮันไม่รู้ตัวอยู่ตลอด อย่างในการประเมิณเสาหินพิเศษนี่เขาก็ได้ปูเส้นทางเอาไว้ให้ชูฮันตั้งแต่แรก แน่นอนว่าตัวเขาและเสี่ยวเมิงชีรู้เส้นทางในการมาท่าเรือหนานช้าอยู่แล้วและพวกเขาก็บอกให้คนของตัวเองตามมาสมทบทีหลัง เพื่อให้ชูฮันได้มีโอกาสเป็นผู้ชนะ

  ทว่าตอนนี้คนเข้าร่วมการประเมิณที่เขาจัดหาไว้กลับถูกเปลี่ยนตัวนั่นจึงทำให้เกาช้าวฮุ่ยหมดหนทางจะช่วยชูฮันได้ อีกทั้งยังดูเหมือนว่าการประเมิณครั้งนี้คงจะลากยาวไปอีกพักใหญ่เลยกว่าจะจบ!

  เสี่ยวเมิงชีมองไปที่เสาหินประเมิณพิเศษและเอ่ยกระซิบ การประเมิณเสาหินพิเศษช่วงที่สองได้เปิดขึ้นแล้ว ถ้ามีคนที่ยังติดอยู่ในช่วงแรกและไม่รู้ว่าจะไปที่ช่วงที่สองได้อย่างไร คาดว่ากว่าตอนที่ทั้งแปดคนออกมา อันดับรายชื่อที่คงจะเปลี่ยนแปลงตลอดไม่หยุด 

  ขณะที่เสี่ยวเมิงชีกำลังพูดอันดับรายชื่อด้านหน้าของเสาหินก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว

  คนที่อยู่อันดับรองจู่ๆก็ขึ้นไปที่อันดับหนึ่งและคำต่อท้ายชื่อก็กลายเป็น10-2; K-1 …แสดงว่าคนคนนี้น่าจะเป็นคนดุดันไม่เบาเพราะทันทีที่การประเมิณช่วงที่สองเปิดขึ้น คนคนนี้ก็สามารถทำการประเมิณได้สำเร็จเพียงลำพัง 

  ขณะเดียวกันหลังจากได้เห็นการเปลี่ยนในอันดับรายชื่อ บางคนที่ยังติดอยู่ในช่วงแรกก็ยังไม่รู้ทางที่จะไปต่อ พวกเขาต้องเริ่มเข้าสู่การประเมิณใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

   เยี่ยมไปเลย! เสี่ยวเมิงชีถอนหายใจ จากนั้นก็หมุนตัวเตรียมจะจากไป หากก่อนจะไปเธอหมุนตัวกลับมาอีกครั้งส่งยิ้มให้ป่ายหวีเนอ  ฉันไม่รอดูนะ ไว้เจอกันทุกคน 

  เกาช้าวฮุ่ยที่เห็นแบบนั้นก็รีบเก็บข้าวของและพุ่งตัวเข้าไปหาป่ายหวีเนอทันที ฉันก็จะไปเหมือนกัน กลัวว่าตอนที่ชูฮันออกมาแล้วเขาจะไล่อัดฉัน 

  ทั้งสองคนจากไปพร้อมกันอย่างรวดเร็วเหลือไว้แค่ป่ายหวีเนอและชายที่พึ่งมาใหม่ซึ่งยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร และหลังจากได้เห็นนายของตัวเองอย่างจากไปแบบนั้น เขายิ่งทำตัวไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าตอนนี้จะต้องทำอะไรต่อ?

  ป่ายหวีเนอเหลือบมองเสาหินครู่เดียวจากนั้นก็มองไปยังทิศทางที่เสี่ยวเมิงชีและเกาช้าวฮุ่ยจากไปด้วยรอยยิ้มเหยียดหยัน เธอรู้ว่าทั้งสองคนเดินไปยังเส้นทางที่เป็นทางเข้าของหุบเขา ทั้งคู่ไปรอให้ประตูเปิดออกเพื่อจะได้เข้าไปข้างในได้ทันที…มันชัดเจนว่าทั้งสองรู้ทุกอย่างดีอยู่แล้วตั้งแต่แรก

   นายอยู่ที่นี้รอทั้งแปดคนออกมา แล้วจับตาดูผู้ชายที่มีอาวุธสีดำยักษ์ บอกเขาไปให้ที่ก้นทะเล  ป่ายหวีเนอเดินจากไปพร้อมคำสั่ง เพียงพริบตาเดียวร่างของเธอก็หายลับไปความมืด

 

Apocalypse Meltdown

Apocalypse Meltdown

APOCALYPSE MELTDOWN โลกาวินาศล่มสลาย
Status: Ongoing
มันเป็นโลกที่ซอมบี้และมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยความสิ้นหวัง สนามแม่เหล็กของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงและทุกอย่างได้ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้น วันหนึ่ง วีรบุรุษของพวกเรา…ชูฮัน ได้เดินทางย้อนเวลากลับมาสิบปีก่อนโดยไม่รู้ตัว เขาได้ย้อนกลับมาก่อนจุดจบของโลกจะเริ่มต้นขึ้น (โลกาวินาศ) เขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงดังในหอพักในมหาวิทยาลัยหมิงชิว ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ชูฮันต่อสู้กับเหล่าซอมบี้นับสิบๆตัวก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถเพื่อขโมยรถยนต์เมอร์ซิเดซ-เบนซ์G55ออกมา เขาตัดสินใจที่จะตามหาพ่อแม่และพี่น้องของเขาด้วยG55คันนี้ ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาเสียใจที่ไม่ได้ทำในชาติที่แล้ว ระหว่างทางชูฮันได้พบปะกับคนกลุ่มหนึ่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนที่ติดอันดับ 20 ของโลกาวินาศรวมอยู่ด้วย…เฉินช่าวเย่ พวกเขาพบกับซอมบี้จำนวนมากระหว่างทางบนทางหลวง ซึ่งชูฮันได้ใช้รถ G55 พุ่งชนเหล่าซอมบี้จนเละ และในตอนนั้นเอง ชูฮันถึงตระหนักได้ว่าทั้งหมดนี้คือระบบล่มสลาย และเขาสามารถได้คะแนนจากการฆ่าซอมบี้ทั้งหลาย ซึ่งเขาสามารถเอาคะแนนพวกนี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นความสามารถพิเศษอะไรก็ได้ และในตอนนั้นเอง การเดินทางของชูฮันก็ได้เริ่มต้นขึ้นไปพร้อมๆกับระบบล่มสลาย นี่เป็นเรื่องราวของระบบล่มสลาย โดยมีเขา…ชูฮัน เป็นคนดำเนินเรื่องราว

Comment

Options

not work with dark mode
Reset