Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1942 โคมราชวังแปดเหลี่ยมสีม่วง

ตอนที่ 1942 โคมราชวังแปดเหลี่ยมสีม่วง

 ท่านพ่อ ท่านยังไม่รู้อีกหรือ ต่อให้คนพวกนั้นดีแค่ไหนก็ล้วนไม่เข้าตาข้า! 

ซย่าเสี่ยวฉงกล่าวฮึดฮัด แทบทนไม่ไหวอยากกัดบิดาที่ไม่เอาจริงเอาจังคนนี้ของตนสักที

ซย่าสิงเลี่ยกลั้นยิ้ม กล่าวว่า  แต่ข้าคิดว่าจินตู๋อีนั่นก็ไม่เลวทีเดียว เจ้าลองฟังชื่อดูสิ เป็นหนึ่งไม่มีสอง อหังการจะตาย 

เห็นว่าซย่าเสี่ยวฉงโมโหจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา ซย่าสิงเลี่ยก็ไม่กล้าหยอกเล่นอีก รีบกล่าวเป็นพัลวัน  เอาล่ะๆ ก่อนหน้านี้พ่อล้อเจ้าเล่น 

ซย่าเสี่ยวฉงกะพริบตาละห้อยกล่าวว่า  ท่านพ่อ เช่นนั้นท่านก็ควรบอกข้าหน่อยสิ ว่าพี่หลินสวินอยู่หรือไม่อยู่ในงานชุมนุมถกมรรคนี้ 

 อยู่ 

ซย่าสิงเลี่ยตอบโดยไม่ลังเล

ดวงตาดำสนิทสุกใสของซย่าเสี่ยวฉงพลันทอประกายวาวขึ้นมาทันที ทั้งตัวเปลี่ยนเป็นเปล่งประกายน่าทึ่งออกมาทันใด กล่าวว่า  เขาอยู่ไหน 

ในใจซย่าสิงเลี่ยนึกเขม่นอีกระลอก นางหนูคนนี้ลุ่มหลงจนขาดสติไปแล้วหรือ เหตุใดจึงเอาแต่คิดถึงคะนึงหาแต่เจ้าหมอนั่น

นี่จะให้จักรพรรดิกระบี่ยอดมารผู้สูงสง่าอย่างเขารับไหวอย่างไรกัน

 รอตอนงานชุมนุมถกมรรคปิดม่าน เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง 

เนิ่นนานซย่าสิงเลี่ยค่อยกล่าวอย่างหมดเรี่ยวแรง

แม้จะเป็นเช่นนี้ซย่าเสี่ยวฉงก็พอใจมากแล้ว นางเงยใบหน้าน้อย จับจ้องม่านแสงที่แสดงภาพในแดนลับโลกาสวรรค์ กล่าวด้วยความใฝ่ปรารถนาเต็มอก  รอให้พบพี่หลินสวิน ข้าจะเชิญเขาไปเป็นแขกที่ตำหนักมหามรรคเก้าฟ้าของพวกเราให้ได้… 

ซย่าสิงเลี่ยอึ้งไป ยิ่งหมดเรี่ยวแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

 ท่านพ่อ ‘สุราแสงเทพ’ ที่ท่านเก็บไว้ไม่ใช่ว่ายังมีอยู่ขวดหนึ่งหรือ ถึงตอนนั้นข้าจะเอามารับรองพี่หลินสวิน 

เมื่อได้ยินประโยคนี้มุมปากซย่าสิงเลี่ยกระตุกแรงๆ คราหนึ่งแล้ว นางเด็กสมควรตายนี่ เพื่อเจ้าหนุ่มนั่น ถึงขั้นเริ่มวางแผนถลุงสมบัติก้นกรุของข้าซะแล้ว!

นี่ช่าง…

บุตรสาวใช้การไม่ได้จริงๆ…

ซย่าสิงเลี่ยปวดจิตระทมใจ เศร้าโศกสารพัด หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ภายหน้าจะทำอย่างไรดีเล่า

แดนลับโลกาสวรรค์

หลินสวินรู้สึกเพียงว่าฟ้าหมุนดินเคลื่อนระลอกหนึ่ง ภาพเบื้องหน้าพลันเปลี่ยนไป จากนั้นก็ปรากฏตัวในหุบเขาแห่งหนึ่ง

สวบ!

ดาบหักพุ่งโฉบออกมาฉับพลัน เคลื่อนรอบตัวหลินสวิน สำรวจทุกซอกอย่างรอบคอบ หลังจากสัมผัสได้ว่าไม่มีอันตรายแล้วถึงค่อยผ่อนคลายลงไม่น้อย

เขาพลิกฝ่ามือ ก็มียันต์หยกชิ้นหนึ่งปรากฏเพิ่มขึ้นมา ทำมาจากกระดูกสัตว์สีเขียวน่าพิศวงชนิดหนึ่ง บนนั้นประทับลวดลายมหามรรคที่เหมือนไส้เดือนไม่มีผิด

นี่ก็คือยันต์ชีวิต

หากหายไป ก็หมายความว่าถูกคัดออกจากการแข่งขัน!

หลินสวินเก็บยันต์ชีวิตไว้ ไม่ได้รีบร้อนเคลื่อนไหว บริเวณใกล้เคียงหุบเขาแถบนี้มีเพียงเขาคนเดียว อย่างน้อยก็ยังปลอดภัยไปอีกระยะหนึ่ง

‘ยิ่งได้ยันต์มามาก ก็หมายความการเข่นฆ่าที่ต้องพบเจอยิ่งมีมาก ข้าไม่ฆ่าคนอื่น คนอื่นต้องฆ่าข้า…’

หลินสวินใคร่ครวญ หากหนึ่งต่อหนึ่ง เขาไม่ต้องเกรงกลัวใครทั้งนั้น แต่พวกที่หาพันธมิตรร่วมกันเคลื่อนไหวเหมือนอย่างพวกลู่ตู๋ปู้ เซี่ยอวี่ฮวาต้องมีไม่น้อยเป็นแน่

นี่ทำให้หลินสวินเองก็ไม่อาจไม่ระวังตัว

โดยเฉพาะคนอย่างพวกหลิงหงจวง หวงฝู่เซ่าหนงพวกนี้ หากเป็นพันธมิตรร่วมมือกันเคลื่อนไหว นั่นย่อมเป็นภัยคุกคามยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งแน่นอน

เนิ่นนานหลินสวินก็ตัดสิน

เขาโบกแขนเสื้อคราหนึ่ง เริ่มเคลื่อนไหวในหุบเขาแถบนี้

ธงกระบวนที่เขาพกติดตัวมาหลายด้ามโปรยปรายดุจสายน้ำไหล เสียบเข้าไปในพื้นที่แตกต่างกันของหุบเขา

ครู่ใหญ่กระบวนผนึกลายมรรคแห่งหนึ่งพลันก่อตัวขึ้น

 เร้น! 

เมื่อหลินสวินทำมุทรา กระบวนผนึกที่คลุมเครือแปลกพิสดารแห่งนี้พลันหายวับไปเงียบๆ อันตรธานหายไปจากฟ้าดิน

‘กระต่ายเจ้าเล่ห์ยังมีสามโพรง นับประสาอะไรกับคน’

หลินสวินปัดมือเบาๆ ลอบกล่าวในใจ ‘ต่อให้เกิดอันตราย อย่างน้อยก็มีสถานที่ให้พอหลบภัยได้’

ในแดนลับโลกาสวรรค์นี้ สำหรับหลินสวินสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คู่ต่อสู้แข็งแกร่งแค่ไหน หากแต่เป็นการได้รับบาดเจ็บระหว่างโรมรันต่อสู้

หากบาดเจ็บ ต่อให้แข็งแกร่งระดับพวกหลิงหงจวง หวงฝู่เซ่าหนง เกรงว่าก็คงถูกสายตานับไม่ถ้วนจับจ้องเป็นแน่!

ถึงอย่างไรผู้ที่สามารถเข้าร่วมงานชุมนุมถกมรรคครั้งนี้ได้แทบจะเป็นพวกชั้นยอดในหมู่ระดับมกุฎราชันอริยะ แต่ละคนล้วนเป็นพวกทรงอิทธิพล มีปราณเหนือขั้นสมบูรณ์ในระดับนี้กันแล้วทั้งนั้น ความแตกต่างของพลังต่อสู้ระหว่างกันไม่ได้มากนัก

ระหว่างบุคคลระดับนี้ หากต่างฝ่ายต่างร่วมมือกัน จับมือร่วมกันเคลื่อนไหวอีก แค่คิดก็รู้ว่าภัยคุกคามนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน

หลินสวินวางกระบวนผนึกในบริเวณนี้ก็เป็นการป้องกันภัยล่วงหน้า เพื่อเลี่ยงไม่ให้ยามประสบสถานการณ์อันตรายอะไร จะได้ไม่ต้องถูกฆ่าจนไม่มีที่ให้หลบ

‘จากนี้ต้องรีบรวมตัวกับเสวียนเยวี่ย หากร่วมเคลื่อนไหวพร้อมกับพวกลู่ตู๋ปู้ได้ ก็เป็นวิธีที่มั่นคงทีเดียว…’

‘ไม่ว่าอย่างไรการเคลื่อนไหวถัดไปก็ต้องระมัดระวังตัว หากบังเอิญพบคู่ต่อสู้ ฆ่าได้ก็ฆ่า ฆ่าไม่ได้ก็รีบเผ่นหนี…’

ขณะคิดพิจารณา เงาร่างหลินสวินพลันโฉบวูบพุ่งไปยังบริเวณไกลๆ

บนยอดเขาหลักโลกาสวรรค์ ระดับจักรพรรดิทั้งกลุ่มอย่างพวกไท่ซูหงต่างให้ความสนใจการเคลื่อนไหวในแดนลับโลกาสวรรค์

ก่อนหน้านี้พวกเขาต่างคิดว่าผู้สืบทอดของตนไม่ธรรมดา ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร แต่หลังจากสังเกตโดยละเอียดแล้ว พวกเขาต่างพบว่า… ผู้ที่เข้าร่วมงานชุมนุมถกมรรคครั้งนี้ แต่ละคนล้วนฉลาดจัดจ้าดเป็นที่สุด ล้วนมีฝีมือน่าเหลือเชื่อมากมาย ไม่ว่าคนไหนก็ไม่น่าหาเรื่อง

เช่นหลังเข้าสู่แดนลับโลกาสวรรค์ ก็มีคนเรียกหุ่นกระบอกกลุ่มหนึ่งออกมา กระจายตัวกันช่วยเบิกทางทันที

มีคนเงาร่างแปรเปลี่ยนเป็นฝุ่นทรายตลบฟ้า อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย

บ้างก็ควบคุมแมลงพิษที่ดุจดั่งน้ำไหลเชี่ยวกรากออกมา…

 ตอนนี้คนหนุ่มสาวเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าพวกเราในปีนั้นมากโขแล้ว แต่ละคนฝีมือเด็ดๆ ทั้งนั้น 

มีระดับจักรพรรดิหัวเราะพลางทอดถอนใจ

 เส้นทางแห่งมหามรรคย่อมเป็นคนรุ่นใหม่ชนะคนเก่าอยู่แล้ว เจ้าดูสิ ถึงกับยังมีคนกลายร่างเป็นลำธารสายหนึ่ง ผสานเข้าไปในฟ้าดินของแดนลับโลกาสวรรค์ด้วย 

 เจ้าหมอนั่นยอดมาก เพิ่งเข้าแดนลับโลกาสวรรค์ก็โจมตีสังหารไปคนหนึ่ง ชิงยันต์ชีวิตแรกได้แล้ว เขาเป็นใครกัน 

 ไม่รู้จัก 

 ดูเหมือนจะเป็นปีศาจน้อยจากโลกอื่น 

บุคคลระดับจักรพรรดิเหล่านี้พูดคุยหัวเราะกันไป ท่าทางผ่อนคลายนัก

และมีคนสังเกตเห็นวิธีวางกระบวนของหลินสวินแล้ว อดหัวเราะร่วนพลางชื่นชมไม่ได้  เจ้านี่หลักแหลมนัก เตรียมทางหนีทีไล่ให้ตัวเองก่อน 

ทันทีที่เอ่ยประโยคนี้ออกมา ซย่าสิงเลี่ยที่กำลังร่ำสุราอยู่ก็วางจอกสุราลงกล่าวว่า  เจ้าหมอนี่ไม่ใช่แค่หลักแหลมหรอก หากไม่ผิดคาด ในจำนวนหนึ่งร้อยแปดคนที่เข้าสู่เขตต้องห้ามเซียนโบราณ จะต้องมีเจ้าหนุ่มนี่เป็นหนึ่งในนั้นแน่ 

เมื่อประโยคนี้ดังขึ้น ทำเอาระดับจักรพรรดิไม่น้อยอึ้งไป

เพราะทุกคนต่างมองออกว่าจินตู๋อีนั่นหาใช่พวกเฉิดฉายจากสำนักมรรคเก่าแก่อะไร เป็นเพียงอันดับหนึ่งศึกถกมรรคแคว้นเมฆาก็เท่านั้น

แต่ตอนนี้จักรพรรดิกระบี่ยอดมารกลับดูคล้ายให้ความสำคัญกับคนรุ่นเยาว์คนหนึ่งเช่นนี้

 คงไม่ใช่เพราะเจ้าหมอนี่เคยโจมตีข่งเจาที่หน้าประตูภูเขาได้หรอกกระมัง 

มีคนหัวเราะกระเซ้า

นี่ทำให้จักรพรรดิสงครามเจวี๋ยอิ้นจากเรือนมรรคดึกดำบรรพ์ขมวดคิ้ว ตวัดตามองซย่าสิงเลี่ย  สหายยุทธ์คิดเช่นนี้จริงๆ หรือ 

 แน่นอน 

ซย่าสิงเลี่ยน้ำเสียงสบายๆ  ข้าไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรือนมรรคดึกดำบรรพ์ของพวกเจ้า แค่อยากบอกว่าจินตู๋อีคนนี้ร้ายกาจกว่าที่พวกเจ้าคิด ถ้าไม่เชื่อ ถ่างตารอดูก็พอ 

เขากล่าวเช่นนี้ย่อมคิดพิจารณาดีแล้ว ถ้าหากหลินสวินสำแดงฝีมือได้น่าตกใจเกินไป มีการเกริ่นนำในตอนนี้ อย่างน้อยก็ทำให้เหล่าจักรพรรดิในที่นี้ไม่ถึงขั้นตกอกตกใจกันเกินไป

หาไม่จะต้องเรียกความสนใจจากเจ้าเฒ่ามากมายอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าใครจะชักคลื่นลมอะไรมาสู่หลินสวิน

ถึงอย่างไรต่อให้วิชาปลอมตัวจะพลิกฟ้าแค่ไหน หากถูกระดับจักรพรรดิทั้งกลุ่มหมายหัว มีหรือจะแยบยลไร้ช่องโหว่ได้จริงๆ

ในใจจักรพรรดิสงครามเจวี๋ยอิ้นค่อนข้างไม่สบอารมณ์ รู้สึกว่าซย่าสิงเลี่ยกำลังพุ่งเป้าไปยังข่งเจา รวมถึงเพ่งเล็งเรือนมรรคดึกดำบรรพ์ของตนอยู่

แต่ติดที่ฐานะของจักรพรรดิกระบี่ยอดมาร เขาเองก็ไม่สะดวกจะพูดอะไรอีก

ควรรู้ว่าจอมมารอย่างซย่าสิงเลี่ยมีอารมณ์แปรปรวนผิดธรรมดา หากระเบิดขึ้นมาก็ไม่สนงานชุมนุมถกมรรคอะไรทั้งนั้น ใครก็ขวางไม่อยู่

มีเพียงซย่าเสี่ยวฉงที่เผยแววฉงนทั่วใบหน้า เหตุใดท่านพ่อถึงให้ความสนใจจินตู๋อีนั่นขนาดนี้ คงไม่ใช่เพราะนั่นเป็นพี่หลินสวินปลอมตัวมากระมัง

เมื่อคิดถึงตรงนี้นางก็เริ่มใหความสนใจจินตู๋อีเช่นกัน

ซย่าสิงเลี่ยสังเกตเห็นภาพนี้ ในใจก็อดทอดถอนใจไม่ได้ ดูสิ นี่ก็คือบุตรสาวของข้าซย่าสิงเลี่ย เหตุใดจึงฉลาดปราดเปรื่องนัก

เพิ่งออกจากหุบเขานั่นไม่นานนัก

ตูม!

คลื่นการต่อสู้ระลอกหนึ่งก็ลอยมาจากไกลๆ

หลินสวินแทบจะโคจรไอซวนหนีทันที ทั้งตัวดุจดั่งกลายเป็นโปร่งแสง กลิ่นอายรอบตัวล้วนถูกปิดบัง ขยับเข้าใกล้อย่างไร้สรรพเสียง

เห็นเพียงบนพื้นที่รกร้างสีเลือดไกลๆ กำลังมีการต่อสู้ครั้งใหญ่ปะทุขึ้น ฝ่ายหนึ่งมีห้าคน อีกฝ่ายหนึ่งมีสองคน ต่างฝ่ายต่างสำแดงอภินิหารวิชามรรค เข่นฆ่ากันดุเดือด…

ชั่วขณะเดียวฟ้าดินเปลี่ยนสี ประกายศักดิ์สิทธิ์ก้องกระหึ่ม

คนพวกนี้เป็นบุคคลสะดุดตาจากแคว้นต่างๆ ในโลกใหญ่หงเหมิง แต่ละคนล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งชั้นยอด เมื่อเริ่มโรมรันสู้กันขึ้นมา พลังทำลายล้างย่อมน่าตกใจยิ่ง

แต่ว่าแดนลับโลกาสวรรค์นี้วิเศษอัศจรรย์ยิ่งยวด กลางภูผาธาราฟ้าดินปิดครอบด้วยพลังกฎระเบียบคลุมเครือที่ไม่อาจหยั่งรู้ ทำให้พลังทำลายล้างของการต่อสู้ครั้งนี้เบากว่าที่จินตนาการมากโข

หากเปลี่ยนเป็นโลกภายนอก การต่อสู้ตะลุมบอนกันระหว่างมกุฎราชันอริยะย่อมสามารถผลาญภูเขาเผาทะเล ซัดถล่มภูผาธารากว้างแถบหนึ่งได้อย่างแน่นอน แต่ที่แดนลับโลกาสวรรค์ กลับยากจะสัมผัสถึงเนินเขาสั่นสะเทือน

นี่ก็คือความแตกต่างของกฎระเบียบฟ้าดิน

 ทุกท่านไม่ต้องสู้กันอีกแล้ว พื้นที่บริเวณนี้อย่างน้อยก็มีผู้แข็งแกร่งสิบกว่าคนซุ่มอยู่ ขืนยังสู้กันต่อมีแต่จะปล่อยให้ชาวประมงได้ประโยชน์ 

ในการต่อสู้ดุเดือด ชายชุดดำคนหนึ่งโพล่งเสียงดัง

 อะไรนะ สิบกว่าคนหรือ  คนอื่นๆ ล้วนใจสะท้าน

ใครต่างไม่รู้แน่ชัดว่าแดนลับโลกาสวรรค์กว้างใหญ่เพียงใด ยังนึกว่าเป็นเพียงแค่การต่อสู้ดุเดือดครั้งหนึ่งเท่านั้น ภายในเวลาสั้นๆ คงไม่เรียกผู้อื่นมาได้หรอกกระมัง แต่ใครเลยจะคิด มีคนซุ่มเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียงนานแล้ว!

ฮูม…

จิตรับรู้ของพวกเขาแผ่กว้าง เริ่มทำการสัมผัสและสืบค้น

แต่ในเวลานี้ชายชุดดำที่โพล่งขึ้นมาแรกสุดก่อนหน้านี้ก็หัวเราะเสียงดังทันควัน  โคมเรียกวิญญาณผลาญปฐม ทะยาน! 

ในมือเขามีโคมราชวังแปดเหลี่ยมสีม่วงดวงหนึ่งลอยออกมา ไส้โคมไหววูบ ปลดปล่อยรุ้งวิเศษเปลวเพลิงอันเจิดจ้าเป็นสายๆ ออกมากะทันหัน

จิตรับรู้ที่ผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นปลดปล่อยออกไปคล้ายถูกเปลวเพลิงเป็นสายๆ พันธนาการไว้ เริ่มลุกไหม้รุนแรงขึ้นมา

เบื้องหน้าคนไม่น้อยพลันดำมือ จิตวิญญาณเจ็บปวดรุนแรง ส่งเสียงอู้อี้ออกมา

 แย่แล้ว นี่เป็นสมบัติลับที่เล่นงานจิตวิญญาณ! 

 สมควรตาย เจ้านี่โกหก! 

เสียงตะโกนดังกึกก้อง ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้แต่ละคนล้วนเป็นพวกสะดุดตาถึงขีดสุด แต่เวลานี้กลับเลือกหนีโดยไม่ลังเล

 จะหนีรอดหรือ 

ชายชุดดำคนนั้นหัวเราะลั่น เหนือศีรษะโคมราชวังแปดเหลี่ยมสีม่วงลอยวน เงาร่างไหววูบ ฟันหนึ่งดาบออกไปโดยพลัน

ฮูม…!

คนผู้หนึ่งหนีไม่ทัน ถูกพลังดาบเจิดจ้าระฟ้าปิดครอบ เห็นอยู่ว่าใกล้จะตายแล้ว ก็เห็นห้วงอากาศพลันพลิกม้วนรอบหนึ่ง หอบคนผู้นี้ออกจากแดนลับโลกาสวรรค์

ยันต์ชีวิตสีเขียวที่แต่เดิมเป็นของคนผู้นี้ก็ร่วงหล่นตามไปด้วย ถูกชายชุดดำคนนั้นคว้าไว้ในมือ

เขาไม่ได้หยุดชะงักแม้แต่น้อย หัวเราะลั่นพลางพุ่งสังหารใส่ผู้แข็งแกร่งอีกคน

โคมราชวังแปดเหลี่ยมสีม่วงที่ลอยเหนือศีรษะเคลื่อนโคจร รุ้งวิเศษเปลวเพลิงที่ปลดปล่อยออกมากักขังร่างผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นไว้อย่างเหนียวแน่น ประหนึ่งโซ่ตรวนที่พันธนาการวิญญาณเอาไว้ ไม่อาจสลัดทิ้งได้

สมบัติลึกลับน่าพิศวงระดับนี้ ทำเอานัยน์ตาของหลินสวินยังหดรัด

……………….

 

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset